คุณหมอขากรุณารักให้จบ

    บทที่ 4.2 ความสวยบังตา

              นอกจากจะไป ‘สวีตหวาน’ กันตอนเช้าที่ร้านกาแฟแล้วตอนเย็นหลังเลิกงานอัปสรายังต้องมาสวีตกับทันตแพทย์ชยณัฐอีกครั้งที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตบนถนนรัตนาธิเบศร์

            หญิงสาวเดินลากขาไปตามหลังหมอหนุ่มร่างสูงด้วยอาการเซ็งขั้นสุดไม่เข้าใจสักนิดว่าเขาจะลากเธอมาทุกข์ทรมานด้วยทำไม

                “โซดาอยู่ทางโน้น” อัปสราชี้ไปทางมุมเครื่องดื่มเมื่อคุณหมอสายปาร์ตี้ทำท่าคล้ายตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือขวา

            ไฮเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้อยู่ติดกับหมู่บ้านจัดสรรที่เธออยู่อาศัยเรียกว่าห่างกันแค่ไม่กี่ก้าวฉะนั้นเธอจึงคุ้นเคยแทบจะหลับตาเดินได้เลยจะซื้ออะไรอยู่มุมไหนบอกมาพี่จ๋าจะจัดให้

            ชยณัฐเดินไปหยุดหน้าโซนชั้นวางโซดาเขาทำเพียงกวาดตามองผ่านๆ แต่ละยี่ห้อ แล้วก็ยกโซดาแพ็กใหญ่ขึ้นรถเข็นด้วยท่าทางคล่องแคล่วไม่ต่างจากตอนทำหัตถการ

            จริงอยู่ถึงแม้ว่าทฤษฎีเขาจะไม่เชี่ยวชาญเท่าทันตแพทย์ศวัสแต่เ๹ื่๪๫ทำหัตถการเขาก็ไม่น้อยหน้าใคร จนได้ฉายาว่า ‘ชยณัฐหัตถ์เทวดา’ ด้วยเพราะขึ้นชื่อว่าทำฟันเร็วแถมมือเบาขั้นเทพดังนั้นบรรดาหมอที่เปิดคลินิกส่วนตัวจึงจ้องจะแย่งตัวเขาให้ควั่ก เพราะนอกจากจะมีฝีมือดีเป็๞ที่ประจักษ์แล้วหน้าตาของเขาก็ไม่เป็๞สองรองใครเรียกว่าพอไปเป็๞มือปืนรับจ้างที่คลินิกไหนก็ไม่พ้นที่จะต้องใช้หน้าตาโปรโมตเพื่อดันยอดคนไข้อยู่เนืองๆ

                “หมอรีบหน่อยได้มั้ยพี่มีธุระ”

            เสร็จจากเลือกโซดาชยณัฐก็เดินมาหาขนมขบเคี้ยวเป็๞ลำดับถัดไปเขาเดินดูขนมตามชั้นวางที่ยาวเหยียดไล่ไปทีละชั้นอย่างพิจารณาหยิบจับแล้วก็วางไว้ที่เดิมหลายต่อหลายครั้งจนคนที่มาด้วยเริ่มหงุดหงิด

            ได้โปรดจิ้มมาสักชิ้นเถิดพ่อชิ้นไหนก็ได้รีบๆ เลือกแล้ววางลงในรถเข็นเสียที!

            “รีบก็กลับก่อนสิตัวไม่ได้ติดกันสักหน่อย”

            หนอย! กล้าพูด!

            “งั้นก็คืนมาซะทีทวงหลายรอบแล้วนะ”

            “รู้จักคำว่ารอมั้ย” ใบหน้าหล่อใสขมวดคิ้วมุ่นทำเสียงดุราวกับหล่อนเป็๲คนไข้ที่ไม่ใช้ไหมขัดฟัน

            รอเหรอ? เธอท่องคำนี้มาทั้งวันแล้วย่ะ!

            “จะเอาขนมอะไรเดี๋ยวหยิบให้”อัปสราตัดความรำคาญไม่ต่อล้อต่อเถียง อยากจะรีบกลับบ้านเพราะเธอมีไลฟ์สดสอนนักเรียนตอนหนึ่งทุ่มตรง

            “พี่ช่วยเลือกทีมีงบแปดร้อย”ชยณัฐโยนงานให้เพราะปกติเขาก็กินได้หมดตามแต่เ๯้าปั๊บจะสรรหามาให้

              อัปสรารับคำอย่างโล่งใจในที่สุดก็จะได้กลับบ้านเสียทีมือบางหยิบจับขนมใส่รถเข็นแบบรัวๆ โดยไม่แม้แต่จะมองชื่อและยี่ห้องานนี้เรียกว่าโกยลงจากชั้นมาล้วนๆ

                กินได้ก็กินกินไม่ได้ก็ต้องกิน!

                “เสร็จแล้วไปจ่ายเงิน”

                ชยณัฐมองหน้าหญิงสาวอึ้งๆอดใจไม่ยกนิ้วขึ้นดีดหน้าผากเนียนๆ นั่นสักครั้งแก้อาการมันเขี้ยว

                อยากหนีเขานักใช่มั้ย! ได้ไอ้ไนซ์จะจัดให้!

                ยอดชำระเงิน950 บาท หมอหนุ่มรับเงินทอนมาเป็๞ธนบัตรฉบับละห้าสิบบาทแล้วยื่นให้อัปสราตามสัญญา

                “เมื่อเช้าหมอจ่ายค่ากาแฟกับขนมไปเท่าไหร่”

                “120บาทมั้ง” หมอหนุ่มนึกทบทวน ปกติจะสแกนจ่ายไม่เคยดูยอดเงินสักเท่าใดนัก

                “แล้วกลางวันล่ะ”

                “ผมจ่ายพี่ต้าร์ไปห้าร้อยเผื่อวันอื่นๆ ด้วย” จ่ายด้วยวิธีการโอนเงินผ่านบัญชี...เขาต่อในใจแต่เ๹ื่๪๫อะไรจะบอกให้เธอรู้ปล่อยให้เข้าใจว่าเขาหยิบจากกระเป๋าสตางค์เธอน่ะดีแล้ว

                อัปสราจำได้ว่าในกระเป๋ามีเงินอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นบาทเธอเพิ่งกดเงินสดมาเพื่อจะไปเคลียร์บัตรเครดิต

                “วันนี้หมอซื้ออะไรบ้างทำไมใช้เงินจนเกลี้ยงกระเป๋า”

                ทั้งสีหน้าท่าทางนี่มันไม่ต่างจากภรรยาซักฟอกสามีชัดๆ

                “จ่ายค่าเหล้า”ชยณัฐเสียงอ่อย

                เอ๊ะ! แล้วทำไมเขาต้องเกรงใจเธอด้วยวะ

                “โห! หมอ!”

                 ‘ภรรยา’ ทำหน้าเป็๲๾ั๠๩์แยกเขี้ยวอีกแล้ว

                อี๊ยย!! ไอ้หมอบ้านี่! ทำไมใช้เงินเป็๞เบี้ยอย่างนี้!

                ช่างเถอะ!แล้วก็แล้วไปถึงจะเสียดายมากแค่ไหนมันก็เป็๲เงินของเขาแม้ว่าจะเอาเงินเธอจ่ายไปก่อนก็เถอะ

                “พี่คิดดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบเงินต้นหนึ่งหมื่นดอกเบี้ยก็สองพัน”

                “ได้ ไม่มีปัญหา”ชยณัฐขนของขึ้นรถเสร็จก็หันมาเจรจาต่อรองกับเ๽้าหนี้สาว “แต่ขอจ่ายสิ้นเดือนทั้งต้นทั้งดอก”

                คิดดอกโหดขนาดนี้ยื่นเ๹ื่๪๫ร้องได้ที่ไหนบ้างนะ?

                “เอาจริงดิหมอ”

                “เอ๊า! พี่พูดเล่นหรอกเหรอเอาสิถ้ากล้าเก็บดอกแพงขนาดนี้ผมก็กล้าจ่าย”

                ยัยผู้หญิงขี้งก! นี่จะไม่ให้บิ่นไปสักสลึงเลยรึไง

            “ขึ้นรถเดี๋ยวไปส่ง มาเร้ว คราวนี้บอกจะไปส่งก็ไปส่งจริงๆบริการส่งถึงหน้าบ้านเลย” ลูกหนี้หนุ่มยิ้มใส่ตา

                สงสัยเขาจะแกล้งมากไปดูเ๽้าหล่อนหวาดระแวงไปหมด

                “ขอให้จริงเถอะพี่รู้สึกเหมือนกำลังถูกหมอหลอกล่อยังไงไม่รู้”

                “คิดว่ารุ่นนี้ล่อลวงไปทำอะไรได้บ้างล่ะ”

                จ้า...ไม่แก่บ้างก็แล้วไป

    ********************************

                “จอดบ้านหน้าบ้านหลังนั้น”อัปสราชี้ไปยังบ้านเดี่ยวบนเนื้อที่ประมาณเจ็ดสิบห้าตารางวาตัวบ้านหลังไม่ใหญ่มากนักหากเทียบกับหลังอื่นๆ ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

            จากการคาดคะเนด้วยสายตาราคาบ้านแต่ละหลังไม่น่าจะถึงสิบล้านอัปสราอายุยังน้อยแถมรับราชการสามารถซื้อบ้านราคานี้ได้น่าจะได้รับการสนับสนุนการเงินจากครอบครัว

                “หมอรอในรถนะพี่จะไปหยิบบัตรเอทีเอ็มมาให้”  หญิงสาวยิ้มอารมณ์ดีเพราะพอขึ้นรถหมอหนุ่มก็ยื่นกระเป๋าสตางค์คืนให้ตามสัญญา

                ช้าหน่อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้คืน

                เธอตรวจสอบทรัพย์สินข้างในบัตรประชาชน บัตรข้าราชการ ใบขับขี่รถยนต์และบัตรอื่นๆ อยู่ครบถ้วนที่หายไปก็มีแค่เงิน ยังดีที่เหลือติดกระเป๋าไว้ให้สองร้อยบาทพอได้เป็๞ค่าอาหารพรุ่งนี้

                ชยณัฐรับบัตรพลาสติกแข็งที่ถูกพรากไปจากอกเมื่อเกือบสองปีก่อนมาอย่างแปลกใจไม่คิดว่าเธอยังจะเก็บมันเอาไว้ถึงปัจจุบันเขาจะใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคารและกดเงินสดออกมาบ้างแต่ก็ไม่เคยแจ้งยกเลิกบัตรเอทีเอ็มใบนี้

    *************************

                “กว่ามึงจะมาพวกกูจะกลับบ้านกันอยู่แล้ว”กมลภพบ่นอุบเพราะเ๽้าของบ้านมาเกินเวลานัดไปสิบห้านาทีทั้งที่มันสามารถเข้ามานั่งเอกเขนกในบ้านได้แต่ก็ไม่วายบ่นตามสันดาน

            “เลทไม่พอยังไม่ซื้อน้ำแข็งเข้ามาอีกจะแดกกันยังไงไม่ทราบ”

                “บ่นเพื่อ? ไอ้ปั๊บกำลังไปซื้อ ถ้ามึงรีบกูไปเอาน้ำแข็งในตู้เย็นให้”ชยณัฐส่ายหัวเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแข็งจากช่องฟรีซระหว่างทางจากห้องรับแขกไปถึงห้องครัวเดินสวนกับหลานชายวัยสิบห้าที่อาบน้ำและเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็๲ไปรเวต

                “ผมไปบ้านเพื่อนนะ”ไนกี้ ลูกชายคนเดียวของพี่ชายที่เป็๞เ๯้าของบ้านหลังนี้บอกขณะกำลังจะออกจากบ้าน

                “รอก่อนให้ไอ้ไปั๊บไปส่ง”

                “ผมโตแล้วน่าบ้านเพื่อนอยู่ไม่ไกลไปเองได้”

                “ให้ปั๊บไปส่ง”ชยณัฐย้ำคำเดิม หลานชายวัยรุ่นทำหน้าเหม็นเบื่อแต่ผู้เป็๲น้าไม่สนใจเพราะได้รับคำสั่งมาจากพี่ชายและพี่สะใภ้ให้ช่วยดูแลหลานชายระหว่างที่เขามาพักอาศัยอยู่ด้วย

                ตอนเรียนโพสแกรดเขาก็พักอยู่ที่นี่เพราะไม่ไกลจากที่เรียนพอกลับไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลต้นสังกัดแล้วย้ายกลับมาที่นี่อีกครั้งก็ยังมาอาศัยอยู่บ้านพี่ชายเหมือนเดิม

                ‘ไม่ต้องซื้อบ้านมาอยู่ด้วยกันนี่แหละพี่กับพี่ข้าวก็ไม่ค่อยอยู่ไนซ์จะได้ช่วยดูแลหลาน ปล่อยให้อยู่กับไอ้ปั๊บก็เป็๲ห่วงไม่รู้จะพากันลงห้วยลงเหวเมื่อไหร่’พี่ชายเขาว่าอย่างนั้น เขาเลยได้อาศัยอยู่บ้านหลังโตฟรีๆ โดยไม่ต้องควักเงินซื้อบ้านหรือคอนโดให้สิ้นเปลือง

    ****************************

               

                “นี่มึงซื้ออะไรมาวะ”ศวัสรื้อถุงขนมแล้วโยนกองรวมกันไว้มุมโต๊ะ

                “แดกๆไปมึงอย่าเยอะ”

                “กูไม่ได้เยอะแต่ลูกอม ขนมเยลลี่ ปีโป้ มันใช่มั้ยวะแดกกับเหล้ามันเข้ากันตรงไหน” 

                “ทุกทีไอ้ปั๊บเป็๲คนจัดการนี่ทำไมวันนี้มึงสาระแหนไปแทนแถมยังหยิบอะไรมาก็ไม่รู้” กมลภพจ้องหน้าเรด้าจับผิดเริ่มทำงาน

                “หยิบมามั่วๆเผื่อจะถูกปาก”

                “แต่ที่มึงหยิบมานี่มีแต่ขนมเด็กกินได้เสียที่ไหน”

                “ขนมห่อพวกนั้นก็ขนมเด็กเหมือนกัน”ชยณัฐเริ่มแถไปเรื่อย

                “ฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่แต่พอกล้อมแกล้มไปได้ถ้าเป็๲ข้อสอบเต็มสิบก็ได้สองสามคะแนน”พี่ใหญ่อย่างนนทวัฒน์ยกเหล้าขึ้นจิบสายตาบอกว่าไม่เชื่อคำพูดของเขาสักนิด

                ช่างสิใครสน!

            ตอนนี้ชยณัฐยังไม่๻้๵๹๠า๱มีโค้ชสนามทั้งที่เพื่อนๆทั้งสามคนต่างมีแฟนมีครอบครัวกันหมดแล้วเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังครองตัวโสดสนิท

                ที่ไม่อยากปรึกษาไม่ใช่อะไรเพราะเล่นคนอื่นไว้เยอะเลยไม่ไว้ใจกลัวถูกเอาคืน!

                “พวกมึงจำไอ้เทมป์ที่เรียนอยู่ศาลายาได้มั้ยวะ”นนทวัฒน์เปิดประเด็นกลางวงเหล้า

                “คนที่เรียนเฉพาะทางจัดฟันอ่ะนะ”กมลภพนึกภาพชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเพื่อนของนันทวัฒน์ที่เข้ามาทักทายพวกเขาตอนไปอบรมเ๹ื่๪๫ลิขสิทธิ์กับการเขียนงานวิจัยที่โรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

                “มันโทรมาถามเ๱ื่๵๹พี่แอฟว่ะ”

                “หืม?”ศวัสและกมลภพมองหน้ากันแต่ไม่มีใครพูดอะไร ส่วนชยณัฐไม่รู้จักเพราะเขาไม่ได้เข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าว

                “คือมันอยากรู้ว่ามีแฟนหรือยัง”คราวนี้นนทวัฒน์มองไปที่ศวัสเพราะเป็๲คนเดียวที่จะตอบได้

                “บอกเพื่อนพี่หนีไปให้ไกล”

                “ทำไมวะนอกจากดุก็ไม่น่าจะอะไรมาก”

                “ข้อแรกคือดุข้อสองคืองกมาก ข้อสามคือวันๆ รับจ็อบทำงานหาเงินอย่างเดียวไม่มีเวลาคบใครหรอก”

                “เสียดายความสวย”กมลภพออกความเห็น “พี่เขาทำงานตำแหน่งอะไรวะ”

                “ไม่รู้สิเห็นว่าอยู่ห้องสมุดคงเป็๞บรรณารักษ์มั้ง”

                “อูย…ดุของแท้เลยงี้”

                “ไม่ใช่บรรณารักษ์เป็๞นักเอกสารสนเทศ” ชยณัฐแก้

                “มันต่างกันตรงไหนวะทำงานห้องสมุดเหมือนกัน”

                คำถามนี้ชยณัฐก็จนคำตอบรู้เพียงว่าถ้าจะหาหนังสือหรือวารสารบนชั้นก็จะมีบิวช่วย แต่ถ้าสืบค้นข้อมูลต้องไปหาแป้งซึ่งเป็๞บรรณารักษ์ห้องสมุดส่วนอัปสราหน้างานทำอะไรบ้างเขาก็สุดจะรู้

                “พี่แอฟรับจ็อบอะไรวะ”นนทวัฒน์ยังคาใจ

                “เขาจบโทอิงค์เป็๞ติวเตอร์สอนพิเศษภาษาอังกฤษ”

                อ้อ!

                “ผมพูดจริงนะพี่บอกเพื่อนอย่าไปยุ่งกับพี่แอฟเลยอย่าให้ความสวยบังตา ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมาะที่จะเป็๞เมียแต่เหมาะจะเป็๞แม่มากกว่า”ศวัสเตือนเสียงเรียบแล้วมองหน้าชยณัฐเขม็ง

                มันเตือนใครวะ!

                เฮ้ย! อย่าบอกว่ามันรู้!