นอกจากจะไป ‘สวีตหวาน’ กันตอนเช้าที่ร้านกาแฟแล้วตอนเย็นหลังเลิกงานอัปสรายังต้องมาสวีตกับทันตแพทย์ชยณัฐอีกครั้งที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตบนถนนรัตนาธิเบศร์
หญิงสาวเดินลากขาไปตามหลังหมอหนุ่มร่างสูงด้วยอาการเซ็งขั้นสุดไม่เข้าใจสักนิดว่าเขาจะลากเธอมาทุกข์ทรมานด้วยทำไม
“โซดาอยู่ทางโน้น” อัปสราชี้ไปทางมุมเครื่องดื่มเมื่อคุณหมอสายปาร์ตี้ทำท่าคล้ายตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือขวา
ไฮเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้อยู่ติดกับหมู่บ้านจัดสรรที่เธออยู่อาศัยเรียกว่าห่างกันแค่ไม่กี่ก้าวฉะนั้นเธอจึงคุ้นเคยแทบจะหลับตาเดินได้เลยจะซื้ออะไรอยู่มุมไหนบอกมาพี่จ๋าจะจัดให้
ชยณัฐเดินไปหยุดหน้าโซนชั้นวางโซดาเขาทำเพียงกวาดตามองผ่านๆ แต่ละยี่ห้อ แล้วก็ยกโซดาแพ็กใหญ่ขึ้นรถเข็นด้วยท่าทางคล่องแคล่วไม่ต่างจากตอนทำหัตถการ
จริงอยู่ถึงแม้ว่าทฤษฎีเขาจะไม่เชี่ยวชาญเท่าทันตแพทย์ศวัสแต่เื่ทำหัตถการเขาก็ไม่น้อยหน้าใคร จนได้ฉายาว่า ‘ชยณัฐหัตถ์เทวดา’ ด้วยเพราะขึ้นชื่อว่าทำฟันเร็วแถมมือเบาขั้นเทพดังนั้นบรรดาหมอที่เปิดคลินิกส่วนตัวจึงจ้องจะแย่งตัวเขาให้ควั่ก เพราะนอกจากจะมีฝีมือดีเป็ที่ประจักษ์แล้วหน้าตาของเขาก็ไม่เป็สองรองใครเรียกว่าพอไปเป็มือปืนรับจ้างที่คลินิกไหนก็ไม่พ้นที่จะต้องใช้หน้าตาโปรโมตเพื่อดันยอดคนไข้อยู่เนืองๆ
“หมอรีบหน่อยได้มั้ยพี่มีธุระ”
เสร็จจากเลือกโซดาชยณัฐก็เดินมาหาขนมขบเคี้ยวเป็ลำดับถัดไปเขาเดินดูขนมตามชั้นวางที่ยาวเหยียดไล่ไปทีละชั้นอย่างพิจารณาหยิบจับแล้วก็วางไว้ที่เดิมหลายต่อหลายครั้งจนคนที่มาด้วยเริ่มหงุดหงิด
ได้โปรดจิ้มมาสักชิ้นเถิดพ่อชิ้นไหนก็ได้รีบๆ เลือกแล้ววางลงในรถเข็นเสียที!
“รีบก็กลับก่อนสิตัวไม่ได้ติดกันสักหน่อย”
หนอย! กล้าพูด!
“งั้นก็คืนมาซะทีทวงหลายรอบแล้วนะ”
“รู้จักคำว่ารอมั้ย” ใบหน้าหล่อใสขมวดคิ้วมุ่นทำเสียงดุราวกับหล่อนเป็คนไข้ที่ไม่ใช้ไหมขัดฟัน
รอเหรอ? เธอท่องคำนี้มาทั้งวันแล้วย่ะ!
“จะเอาขนมอะไรเดี๋ยวหยิบให้”อัปสราตัดความรำคาญไม่ต่อล้อต่อเถียง อยากจะรีบกลับบ้านเพราะเธอมีไลฟ์สดสอนนักเรียนตอนหนึ่งทุ่มตรง
“พี่ช่วยเลือกทีมีงบแปดร้อย”ชยณัฐโยนงานให้เพราะปกติเขาก็กินได้หมดตามแต่เ้าปั๊บจะสรรหามาให้
อัปสรารับคำอย่างโล่งใจในที่สุดก็จะได้กลับบ้านเสียทีมือบางหยิบจับขนมใส่รถเข็นแบบรัวๆ โดยไม่แม้แต่จะมองชื่อและยี่ห้องานนี้เรียกว่าโกยลงจากชั้นมาล้วนๆ
กินได้ก็กินกินไม่ได้ก็ต้องกิน!
“เสร็จแล้วไปจ่ายเงิน”
ชยณัฐมองหน้าหญิงสาวอึ้งๆอดใจไม่ยกนิ้วขึ้นดีดหน้าผากเนียนๆ นั่นสักครั้งแก้อาการมันเขี้ยว
อยากหนีเขานักใช่มั้ย! ได้ไอ้ไนซ์จะจัดให้!
ยอดชำระเงิน950 บาท หมอหนุ่มรับเงินทอนมาเป็ธนบัตรฉบับละห้าสิบบาทแล้วยื่นให้อัปสราตามสัญญา
“เมื่อเช้าหมอจ่ายค่ากาแฟกับขนมไปเท่าไหร่”
“120บาทมั้ง” หมอหนุ่มนึกทบทวน ปกติจะสแกนจ่ายไม่เคยดูยอดเงินสักเท่าใดนัก
“แล้วกลางวันล่ะ”
“ผมจ่ายพี่ต้าร์ไปห้าร้อยเผื่อวันอื่นๆ ด้วย” จ่ายด้วยวิธีการโอนเงินผ่านบัญชี...เขาต่อในใจแต่เื่อะไรจะบอกให้เธอรู้ปล่อยให้เข้าใจว่าเขาหยิบจากกระเป๋าสตางค์เธอน่ะดีแล้ว
อัปสราจำได้ว่าในกระเป๋ามีเงินอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นบาทเธอเพิ่งกดเงินสดมาเพื่อจะไปเคลียร์บัตรเครดิต
“วันนี้หมอซื้ออะไรบ้างทำไมใช้เงินจนเกลี้ยงกระเป๋า”
ทั้งสีหน้าท่าทางนี่มันไม่ต่างจากภรรยาซักฟอกสามีชัดๆ
“จ่ายค่าเหล้า”ชยณัฐเสียงอ่อย
เอ๊ะ! แล้วทำไมเขาต้องเกรงใจเธอด้วยวะ
“โห! หมอ!”
‘ภรรยา’ ทำหน้าเป็ั์แยกเขี้ยวอีกแล้ว
อี๊ยย!! ไอ้หมอบ้านี่! ทำไมใช้เงินเป็เบี้ยอย่างนี้!
ช่างเถอะ!แล้วก็แล้วไปถึงจะเสียดายมากแค่ไหนมันก็เป็เงินของเขาแม้ว่าจะเอาเงินเธอจ่ายไปก่อนก็เถอะ
“พี่คิดดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบเงินต้นหนึ่งหมื่นดอกเบี้ยก็สองพัน”
“ได้ ไม่มีปัญหา”ชยณัฐขนของขึ้นรถเสร็จก็หันมาเจรจาต่อรองกับเ้าหนี้สาว “แต่ขอจ่ายสิ้นเดือนทั้งต้นทั้งดอก”
คิดดอกโหดขนาดนี้ยื่นเื่ร้องได้ที่ไหนบ้างนะ?
“เอาจริงดิหมอ”
“เอ๊า! พี่พูดเล่นหรอกเหรอเอาสิถ้ากล้าเก็บดอกแพงขนาดนี้ผมก็กล้าจ่าย”
ยัยผู้หญิงขี้งก! นี่จะไม่ให้บิ่นไปสักสลึงเลยรึไง
“ขึ้นรถเดี๋ยวไปส่ง มาเร้ว คราวนี้บอกจะไปส่งก็ไปส่งจริงๆบริการส่งถึงหน้าบ้านเลย” ลูกหนี้หนุ่มยิ้มใส่ตา
สงสัยเขาจะแกล้งมากไปดูเ้าหล่อนหวาดระแวงไปหมด
“ขอให้จริงเถอะพี่รู้สึกเหมือนกำลังถูกหมอหลอกล่อยังไงไม่รู้”
“คิดว่ารุ่นนี้ล่อลวงไปทำอะไรได้บ้างล่ะ”
จ้า...ไม่แก่บ้างก็แล้วไป
********************************
“จอดบ้านหน้าบ้านหลังนั้น”อัปสราชี้ไปยังบ้านเดี่ยวบนเนื้อที่ประมาณเจ็ดสิบห้าตารางวาตัวบ้านหลังไม่ใหญ่มากนักหากเทียบกับหลังอื่นๆ ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน
จากการคาดคะเนด้วยสายตาราคาบ้านแต่ละหลังไม่น่าจะถึงสิบล้านอัปสราอายุยังน้อยแถมรับราชการสามารถซื้อบ้านราคานี้ได้น่าจะได้รับการสนับสนุนการเงินจากครอบครัว
“หมอรอในรถนะพี่จะไปหยิบบัตรเอทีเอ็มมาให้” หญิงสาวยิ้มอารมณ์ดีเพราะพอขึ้นรถหมอหนุ่มก็ยื่นกระเป๋าสตางค์คืนให้ตามสัญญา
ช้าหน่อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้คืน
เธอตรวจสอบทรัพย์สินข้างในบัตรประชาชน บัตรข้าราชการ ใบขับขี่รถยนต์และบัตรอื่นๆ อยู่ครบถ้วนที่หายไปก็มีแค่เงิน ยังดีที่เหลือติดกระเป๋าไว้ให้สองร้อยบาทพอได้เป็ค่าอาหารพรุ่งนี้
ชยณัฐรับบัตรพลาสติกแข็งที่ถูกพรากไปจากอกเมื่อเกือบสองปีก่อนมาอย่างแปลกใจไม่คิดว่าเธอยังจะเก็บมันเอาไว้ถึงปัจจุบันเขาจะใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคารและกดเงินสดออกมาบ้างแต่ก็ไม่เคยแจ้งยกเลิกบัตรเอทีเอ็มใบนี้
*************************
“กว่ามึงจะมาพวกกูจะกลับบ้านกันอยู่แล้ว”กมลภพบ่นอุบเพราะเ้าของบ้านมาเกินเวลานัดไปสิบห้านาทีทั้งที่มันสามารถเข้ามานั่งเอกเขนกในบ้านได้แต่ก็ไม่วายบ่นตามสันดาน
“เลทไม่พอยังไม่ซื้อน้ำแข็งเข้ามาอีกจะแดกกันยังไงไม่ทราบ”
“บ่นเพื่อ? ไอ้ปั๊บกำลังไปซื้อ ถ้ามึงรีบกูไปเอาน้ำแข็งในตู้เย็นให้”ชยณัฐส่ายหัวเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแข็งจากช่องฟรีซระหว่างทางจากห้องรับแขกไปถึงห้องครัวเดินสวนกับหลานชายวัยสิบห้าที่อาบน้ำและเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็ไปรเวต
“ผมไปบ้านเพื่อนนะ”ไนกี้ ลูกชายคนเดียวของพี่ชายที่เป็เ้าของบ้านหลังนี้บอกขณะกำลังจะออกจากบ้าน
“รอก่อนให้ไอ้ไปั๊บไปส่ง”
“ผมโตแล้วน่าบ้านเพื่อนอยู่ไม่ไกลไปเองได้”
“ให้ปั๊บไปส่ง”ชยณัฐย้ำคำเดิม หลานชายวัยรุ่นทำหน้าเหม็นเบื่อแต่ผู้เป็น้าไม่สนใจเพราะได้รับคำสั่งมาจากพี่ชายและพี่สะใภ้ให้ช่วยดูแลหลานชายระหว่างที่เขามาพักอาศัยอยู่ด้วย
ตอนเรียนโพสแกรดเขาก็พักอยู่ที่นี่เพราะไม่ไกลจากที่เรียนพอกลับไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลต้นสังกัดแล้วย้ายกลับมาที่นี่อีกครั้งก็ยังมาอาศัยอยู่บ้านพี่ชายเหมือนเดิม
‘ไม่ต้องซื้อบ้านมาอยู่ด้วยกันนี่แหละพี่กับพี่ข้าวก็ไม่ค่อยอยู่ไนซ์จะได้ช่วยดูแลหลาน ปล่อยให้อยู่กับไอ้ปั๊บก็เป็ห่วงไม่รู้จะพากันลงห้วยลงเหวเมื่อไหร่’พี่ชายเขาว่าอย่างนั้น เขาเลยได้อาศัยอยู่บ้านหลังโตฟรีๆ โดยไม่ต้องควักเงินซื้อบ้านหรือคอนโดให้สิ้นเปลือง
****************************
“นี่มึงซื้ออะไรมาวะ”ศวัสรื้อถุงขนมแล้วโยนกองรวมกันไว้มุมโต๊ะ
“แดกๆไปมึงอย่าเยอะ”
“กูไม่ได้เยอะแต่ลูกอม ขนมเยลลี่ ปีโป้ มันใช่มั้ยวะแดกกับเหล้ามันเข้ากันตรงไหน”
“ทุกทีไอ้ปั๊บเป็คนจัดการนี่ทำไมวันนี้มึงสาระแหนไปแทนแถมยังหยิบอะไรมาก็ไม่รู้” กมลภพจ้องหน้าเรด้าจับผิดเริ่มทำงาน
“หยิบมามั่วๆเผื่อจะถูกปาก”
“แต่ที่มึงหยิบมานี่มีแต่ขนมเด็กกินได้เสียที่ไหน”
“ขนมห่อพวกนั้นก็ขนมเด็กเหมือนกัน”ชยณัฐเริ่มแถไปเรื่อย
“ฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่แต่พอกล้อมแกล้มไปได้ถ้าเป็ข้อสอบเต็มสิบก็ได้สองสามคะแนน”พี่ใหญ่อย่างนนทวัฒน์ยกเหล้าขึ้นจิบสายตาบอกว่าไม่เชื่อคำพูดของเขาสักนิด
ช่างสิใครสน!
ตอนนี้ชยณัฐยังไม่้ามีโค้ชสนามทั้งที่เพื่อนๆทั้งสามคนต่างมีแฟนมีครอบครัวกันหมดแล้วเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังครองตัวโสดสนิท
ที่ไม่อยากปรึกษาไม่ใช่อะไรเพราะเล่นคนอื่นไว้เยอะเลยไม่ไว้ใจกลัวถูกเอาคืน!
“พวกมึงจำไอ้เทมป์ที่เรียนอยู่ศาลายาได้มั้ยวะ”นนทวัฒน์เปิดประเด็นกลางวงเหล้า
“คนที่เรียนเฉพาะทางจัดฟันอ่ะนะ”กมลภพนึกภาพชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเพื่อนของนันทวัฒน์ที่เข้ามาทักทายพวกเขาตอนไปอบรมเื่ลิขสิทธิ์กับการเขียนงานวิจัยที่โรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
“มันโทรมาถามเื่พี่แอฟว่ะ”
“หืม?”ศวัสและกมลภพมองหน้ากันแต่ไม่มีใครพูดอะไร ส่วนชยณัฐไม่รู้จักเพราะเขาไม่ได้เข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าว
“คือมันอยากรู้ว่ามีแฟนหรือยัง”คราวนี้นนทวัฒน์มองไปที่ศวัสเพราะเป็คนเดียวที่จะตอบได้
“บอกเพื่อนพี่หนีไปให้ไกล”
“ทำไมวะนอกจากดุก็ไม่น่าจะอะไรมาก”
“ข้อแรกคือดุข้อสองคืองกมาก ข้อสามคือวันๆ รับจ็อบทำงานหาเงินอย่างเดียวไม่มีเวลาคบใครหรอก”
“เสียดายความสวย”กมลภพออกความเห็น “พี่เขาทำงานตำแหน่งอะไรวะ”
“ไม่รู้สิเห็นว่าอยู่ห้องสมุดคงเป็บรรณารักษ์มั้ง”
“อูย…ดุของแท้เลยงี้”
“ไม่ใช่บรรณารักษ์เป็นักเอกสารสนเทศ” ชยณัฐแก้
“มันต่างกันตรงไหนวะทำงานห้องสมุดเหมือนกัน”
คำถามนี้ชยณัฐก็จนคำตอบรู้เพียงว่าถ้าจะหาหนังสือหรือวารสารบนชั้นก็จะมีบิวช่วย แต่ถ้าสืบค้นข้อมูลต้องไปหาแป้งซึ่งเป็บรรณารักษ์ห้องสมุดส่วนอัปสราหน้างานทำอะไรบ้างเขาก็สุดจะรู้
“พี่แอฟรับจ็อบอะไรวะ”นนทวัฒน์ยังคาใจ
“เขาจบโทอิงค์เป็ติวเตอร์สอนพิเศษภาษาอังกฤษ”
อ้อ!
“ผมพูดจริงนะพี่บอกเพื่อนอย่าไปยุ่งกับพี่แอฟเลยอย่าให้ความสวยบังตา ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมาะที่จะเป็เมียแต่เหมาะจะเป็แม่มากกว่า”ศวัสเตือนเสียงเรียบแล้วมองหน้าชยณัฐเขม็ง
มันเตือนใครวะ!
เฮ้ย! อย่าบอกว่ามันรู้!