คุณนายหรูเวลานี้อายุสี่สิบแปดปี รูปร่างอวบอ้วนแบบคนอยู่ดีกินดี หล่อนมัดรวบผมเป็มวยสูง สวมชุดกี่เพ้าสีม่วงลายดอกโบตั๋นสีเงินเดินยิ้มปากแดงเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทว่าดวงตาของหล่อนไม่ได้ยิ้มด้วยเลย ข้างในมีแต่คำสาปแช่งแผ่บรรยากาศชั่วร้ายออกมาเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าร่างเดิมไปทำอะไรให้หล่อนโกรธแค้น?
“หยวนซีลูกแม่ ทำไมถึงได้เสียมารยาทมารบกวนท่านเฉินเขาแบบนี้เล่า บ้านเราเองก็มีห้องหับให้ลูกเลือกตั้งมากมาย ไม่มีใครเขาโกรธลูกแล้วนะจ๊ะ ยังจะงอนอะไรพวกเราอยู่อีก อย่างไรเื่แต่งงานของหยวนเจินก็เป็เพราะหลี่หานเข้าชอบหยวนเจินไม่ได้ชอบลูก” คุณนายหรูรีบเดินมาจับมือหรูหยวนซีไปตบ แต่แรงตบของเธอไม่ได้เรียกว่าการปลอบแน่ๆ
คำพูดจาแต่ละคำก็ไม่เหมือนคนมาตามลูกสาวกลับบ้าน แต่เหมือนกับมาโพทนาเื่ฉาวโฉ่ที่เงียบไปแล้วให้ลุกโหมกลับมาใหม่อีกครั้งมากกว่า เสียก็แต่คนในตระกูลเฉินแห่งนี้ไม่มีคนจุดไฟต่อ ทุกคนได้ยินก็เพียงก้มหน้าก้มตาทำหูทวนลม ส่วนพ่อบ้านฝูหลบไปยืนหลบมุมอับสายตา
“คุณแม่กล่าวหนักเกินไปแล้วค่ะ ที่หนูไม่กลับบ้านก็แค่ทำอย่างที่คุณแม่ตราหน้าหนูไว้ไงคะ ไม่ใช่คุณแม่พูดไว้เหรอคะว่าถ้าไม่ยอมรับผิดเื่วางยาพี่เขยก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบตระกูลหรูอีก แม้หนูไม่ได้วางยาเขาแต่หนูก็ไม่มีหน้าไปเหยียบตระกูลหรูอีกหรอกค่ะ กลัวว่าจะเจ็บตัวเพราะงูพิษมันเยอะ” หรูหยวนยิ้มอธิบายพลางข่มกลั้นความเ็ปที่โดนบีบข้อมือและโดนหยิกหลังมือ
คุณนายหรูกัดฟันพูดสีหน้ายิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “อย่าพูดเื่ไม่เป็เื่แบบนั้นสิ งูพงงูพิษอะไรที่ไหนกัน”
หรูหยวนซีพยักหน้ายิ้มอ่อน “ค่ะ ไม่พูดก็ได้ค่ะ คุณแม่เชิญนั่งก่อนสิคะ นั่งรถมาตั้งไกลคงเหนื่อยแย่”
“ดีจ้ะดี” คุณนายหรูโกรธหัวฟัดฟัวเหวี่ยงภายในใจ ปล่อยมือหันไปหาที่นั่งบนโซฟาใกล้กันแล้วปลายตามองลูกสาวคนเล็กไปด้วย ดูสิดู ไม่เจอกันพักเดียวสามารถเกาะขาตระกูลเฉินได้แบบนี้ช่างเหมือนกับผู้หญิงคนนั้นไม่มีผิด
หรูหยวนซีไม่สนใจสายตาสำรวจของคุณนายหรู หลุบตามองหลังมือและข้อมือที่เริ่มขึ้นรอยช้ำของตัวเองพลันรู้สึกขบขันเล็กน้อย เธอลูบมันเบาๆ รอให้สาวใช้รินน้ำชาให้อีกฝ่ายอย่างใจเย็น จากที่ฟังสิ่งที่พ่นออกมา ผู้หญิงคนนี้น่าจะยังไม่รู้ว่าเธอจดทะเบียนสมรสกับเฉินเฟิงแล้ว?
หลายวันก่อนหรูหยวนเจินไปเยี่ยมคุณนายหรูที่บ้านตระกูลหรูบอกหล่อนทั้งน้ำตาว่าหรูหยวนซียักยอกเงินบริษัทที่ทำงานอยู่แล้วถูกหัวหน้าไล่ตามจนตกบันได จากนั้นหายออกจากโรงพยาบาลไปกระทั่งหลี่หานพบว่ามาอยู่บ้านตระกูลเฉิน
ตอนแรกคุณนายหรูไม่้าอยากจะยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวคนนี้อีกต่อไป หากแต่ลูกสาวคนโตบอกกับหล่อนว่าหรูหยวนซีอาจจะทำให้เกิดเื่วุ่นวายจนส่งผลเสียต่อครอบครัวหรูที่กำลังไปได้ดี หล่อนจึงต้องรีบแจ้นมาพาอีกฝ่ายกลับทั้งที่รังเกียจ และเลือกในวันที่ผู้นำตระกูลเฉินไปต่างประเทศ เพราะไม่อยากจะพาตัวเองมากระตุกหนวดเสือกงเล็บัโดยไม่รู้ตัว
หรูหยวนซีหยิบขนมหวานที่สั่งให้แม่ครัวทำตามสูตรของเธอใส่ปากเคี้ยวคำเล็กๆ มองสบตาคุณนายหรูยกชาขึ้นจิบทั้งยังมีท่าทีกระสับกระส่ายออกมาอย่างเผลอตัว
“นอกจากมาบอกหนูไม่ให้รบกวนตระกูลเฉินแล้วคุณแม่ยังมีอะไรอีกหรือเปล่าคะ ถ้ามีก็พูดมาให้หมดเลยนะคะ สามีของหนูกลับมาเมื่อไรหนูจะได้พูดกับเขาแทนคุณแม่ได้”
คุณนายหรูขมวดคิ้ว “สามี? สามีอะไรกัน ไม่ใช่ว่าแกเข้ามาในฐานะผู้หญิงอุ่นเตียงให้นายท่านเฉินหรอกหรือ”
หรูหยวนซียิ้มอ่อนหวานพยักหน้า “จะว่าผู้หญิงอุ่นเตียงด้วยก็ไม่ผิดหรอกค่ะ ในฐานะภรรยาถูกต้องตามกฎหมายหนูเองก็ต้องทำที่นั้นด้วยอยู่แล้ว คุณแม่เองก็ไม่ใช่ว่าเคยอุ่นเตียงให้คุณพ่อมาจนมีพวกพวกหนูเหรอคะ”
“ก…แก แกหาว่าฉันเป็ผู้หญิงต่ำๆ แบบนั้นเหรอ หยวนซี นังลูกไม่รักดี! แกกล้าเอาแม่ของแกไปเทียบกับผู้หญิงพรรค์นั้นได้ยังไง” คุณนายหรูวางถ้วยชาลงอย่างแรงจนน้ำชาที่เหลืออยู่เกือบครึ่งกระฉอกลงบนโต๊ะ ลวกรดมือเธอเองไปก็ไม่น้อย หากแต่ความโมโหทำให้ไม่ทันได้รู้สึกรู้สากับความร้อนลวก หล่อนลุกขึ้นชี้หน้าหรูหยวนซี “ฉันอุตส่าห์เป็ห่วงแก แต่แกก็ยังไม่วายทำให้ฉันโมโห นังคนอกตัญญู!”
หรูหยวนซีถือถ้วยชาพลางวนปลายนิ้วขาวผ่องรอบขอบถ้วยที่มีควันกรุ่นร้อนช้าๆ กล่าวเสียงเนิบนาบที่ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ ดวงตาแอปริคอทสะท้อนใบหน้าหรูอวี้จินที่ยืนหน้าอกกระเพื่อมหายใจหอบแรงด้วยโทสะ
“คุณแม่คะ เท่าที่หนูรู้ ั้แ่หนูถูกใส่ร้ายว่าวางยาปลุกหลี่หานในวันแต่งงานของพี่สาว คุณแม่เป็คนแรกที่ไล่หนูออกจากตระกูลหรู และที่หนูยังใช้แซ่หรูอยู่ได้ถึงทุกวันนี้เพราะว่าพ่อยังไม่ได้ตัดขาดหนูออกจากกองมรดก”
คุณนายหรูยกมือกุมอกกล่าวอย่างใกล้หมดความอดทน “แกจะใส่ใจอะไรกับคำพูดฉันตอนโมโห”
หรูหยวนซีถอนหายใจ “ไม่ใส่ใจได้หรือคะ ขนาดเสื้อผ้าของหนู แม่ยังสั่งให้คนรับใช้โยนออกมาทิ้งหน้าบ้านเลย”
“ถ้าแกจะอยู่รอให้ฉันหายโกรธ แกก็คงไม่ต้องออกจากบ้านแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ผิดที่หนูไม่รอเหรอคะ? หนูกลับไปในเช้าอีกวัน รอจนถึงค่ำ อ้อนวอนเท่าไรก็มีแค่น้ำสกปรกสาดออกมาไล่เหมือนกับหมูเหมือนกับหมา” หรูหยวนซีพูดเื่ที่อยู่ในความทรงจำของร่างเดิม คืนงานแต่งคุณนายหรูรู้ทั้งรู้ว่าหลี่หานใช้ยานั้นกรอกหรูหยวนซี แทนที่หล่อนจะช่วยเธอหรือส่งเธอไปโรงพยาบาล กลับเห็นดีเห็นงามที่จะทิ้งเธอไว้ในห้องที่ไม่ได้ล็อกประตู
หากว่าร่างเดิมไม่ได้หนีออกมาก่อนแล้วไปบังเอิญเจอกับบอสใหญ่เฉิน พ่อของเด็กในท้องยังจะเป็เขาอยู่หรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ อย่างน้อยหรูหยวนซีคนนี้ก็ไม่เชื่อว่าแม่ดอกบัวขาวจอมปลอมซึ่งเป็คนวางแผนในวันนั้นจะปล่อยให้ร่างเดิมกลิ้งเกลือกไปมาคนเดียวบนเตียงทั้งคืน
“แกจะโทษฉันได้ยังไง ในเมื่อแกทำตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าหลี่หานเขาไม่ได้รักแกทำไมถึงยังตามตื๊อเขาไม่เลิก แกเห็นว่าพี่สาวแกเป็คนดีที่ทำอะไรก็ได้หรือไง” คุณนายหรูใช้โทนเสียงสูงและไม่คิดที่จะเบา หล่อน้าให้คนที่อยู่ในตระกูลเฉินรู้เื่ราวเสียหายน่าละอายของหรูหยวนซี
“ใช่ค่ะ หนูตามตื๊อหลี่หาน แต่ก็ใช่ว่าหนูจะต้องกล้าวางยาเขาในคืนวันแต่งนี่คะ” เนื้อเื่คนเขียนแต่งให้ร่างเดิมหัวอ่อนจนโดนตัวร้ายหลอกให้เดินตามเกม หากจะกล่าวหาว่าใครผิดคงไม่แคล้วคนเขียนนิยายเื่นี้หรอก
“คนหนึ่งก็พี่ชายที่เคยเล่นด้วยกันมาั้แ่เด็ก อีกคนก็พี่สาวแท้ๆ หนูจะมีหน้าไปทำเื่ไร้ยางอายแบบนั้นได้อย่างไรคะ แม่ไม่คิดบ้างหรือคะว่าหนูถูกใส่ร้าย”
“ใครจะไปใส่ร้ายแกกัน”
“ก็อย่างเช่นพี่สาว…”
“นัง….นังคนอกตัญญู ถึงขนาดคิดโยนความผิดให้พี่สาวเลยเชียวเหรอ ฉันต้องจัดการสั่งสอนแกให้รู้จักผิดถูกบ้างแล้ว” คุณนายหรูโมโหจนลืมไปว่าตนอยู่ในสถานที่แบบไหน ยังไม่ทันจะพุ่งเข้ามาถึงตัวหรูหยวนซีก็ถูกบอดี้การ์ดที่พ่อบ้านฝูเรียกมาประจำการอยู่ก่อนแล้วคว้าจับตัวไว้ให้ออกแรงดิ้นไม่หลุด “จะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ หยวนซี นังลูกเนรคุณ! แกบอกเขาให้ปล่อยฉันสิ มัวอมยิ้มอะไรอยู่!”
“โมโหมากระวังความดันขึ้นนะคะ แล้วก็แม่จะตีหนูไม่ได้นะ เพราะในท้องหนูมีทายาทตระกูลเฉินอยู่ ไม่อย่างนั้นแล้วต่อให้ตระกูลหลี่มาช่วยก็คลายความโกรธของผู้นำเฉินไม่ได้หรอกค่ะ” หรูหยวนแสดงสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวลูบหน้าท้องของตัวเองก่อนจะใช้ดวงตาวาวโรจมองด้วยความเป็ปรปักษ์กับหรูอวี้จิน
“อะไรนะ นี่แกท้องเหรอ” คุณนายหรูเบิกตากว้าง
หรูหยวนซีแย้มยิ้มหวานพยักหน้า “ใช่ค่ะ สองเดือนกว่าแล้ว ถึงหนูจะยังไม่ได้จัดงานแต่งงานกับเฉินเฟิง แต่เราสองคนก็ไปจดทะเบียนสมรสกันแล้วนะคะ คุณแม่อยากดูไหม?”
“น่าไม่อาย แกท้องก่อนแต่งเหรอ แถมยังไม่ปรึกษาพ่อแม่ แกอยากให้พ่อของแกกับฉันต้องขายขี้หน้าคนอื่นเขาใช่ไหม”
หรูหยวนซีเอียงศีรษะทำสีหน้าฉงน “ทำไมละคะ อย่างน้อยหนูก็ได้จดทะเบียนสมรสนะ ส่วนเื่ปรึกษาพ่อแม่ คงไม่จำเป็ค่ะ ไหนๆ คุณแม่ก็คิดว่าหนูอกตัญญู เช่นนั้นก็ให้มันเป็ไปแบบนั้นแล้วกัน หนูไม่ถือ”
เธอยังไม่เคยเห็นพ่อของร่างนี้ แต่เท่าที่มีอยู่ในความทรงจำก็ไม่ต่างอะไรไปจากแม่คนนี้นัก ก่อนตัวร้ายย้อนอดีตมาเกิดใหม่ทั้งสองคนยังรักลูกเกือบเท่ากันอยู่เลย ไม่รู้ทำไมพอบทบาทเปลี่ยนไปกลายเป็ว่าร่างเดิมเหมือนมาขออาศัยท้องคุณนายหรูเกิดไม่ได้มีความรักเหลืออยู่สักนิด
คุณนายหรูที่ถูกตรึงไว้กับบอดี้การ์ดสองคนหอบหายใจคล้ายกับจะหน้ามืด กล่าวเสียงเขียวอย่างกัดฟัน “ฉัน…ฉันจะให้พ่อแกมาจัดการ ดูซิแกจะทำยังไง”
“ไม่ต้องยุ่งยากหรอกค่ะ แต่รบกวนแม่บอกกับพ่อว่าช่วยตัดหนูออกจากตระกูลหรูก็พอ จดทะเบียนแล้วหนูก็อยากใช้แค่นามสกุลสามีคนเดียว” หรูหยวนซีพยักหน้าให้บอดี้การ์ดสองคนประคองส่งแขกแล้วยกชาขึ้นจิบอย่างสงบ
“เื่นี้ต้องให้เรียนนายท่านหรือเปล่าครับ” พ่อบ้านฝูก้าวเข้ามาถาม
“เรียนไปตามปกติแล้วกันค่ะ ไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังกันอยู่แล้ว” หรูหยวนซีกล่าวก่อนจะลุกขึ้น “ฉันจะไปนอนบนห้องสักพัก ได้เวลาอาหารเย็นแล้วช่วยให้คนมาปลุกด้วยนะคะ”
“ครับนายหญิง” พ่อบ้านรับคำ จากนั้นเริ่มเข้าไปจัดการส่งภาพกล้องวงจรปิดรายงานเื่ในวันนี้ให้กับนายใหญ่ของบ้านทราบทันที
TBC
มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยค่ะคุณแม่~
ชีวิตนี้คุณหนูสี่บอกไม่อยากยุ่งกับใคร แต่กลับชอบมีคนมายุ่งกับเธอ ระวังจะถูกฟาดนะคะ ????????????????