หลังจากออกมาจากเหลาอาหารแล้วเหลียนอี้ปิงพาน้องเชยไปที่ตลาดค้าสัตว์เพื่อเลือกซื้อเกวียนเทียมลาหรือวัวขึ้นอยู่กับว่าเงินในมือพวกเขาพอหรือไม่ เงิน 10 ตำลึงทองที่เตรียมเอาไว้เพื่อจ่ายให้กับทางการแทนการไปเป็ทหารั้แ่แรกนั้น ได้จากการนำสินเดิมของท่านแม่และภรรยาของเขาไปจำนำเอาไว้ที่โรงรับจำนำ
“พี่ใหญ่ขอรับ หลังจากเราซื้อเกวียนแล้วข้าว่าพี่ใหญ่ไปเอาสินเดิมของแม่ยายกับพี่สะใภ้มาคืนพวกนางเถอะขอรับ ข้าคิดว่าต่อไปในภายภาคหน้าพวกเราคงไม่ขัดสนเงินทองเท่าไหร่เป็ไปได้หากข้ามีเงินในอนาคตข้าก็อยากจะซื้อที่ดินเป็ของครอบครัวตัวเองขอรับ”
“ได้ตกลง เช่นนั้นเราก็แวะโรงรับจำนำก่อนก็แล้วกัน ข้าคิดว่าเงินเรามีพอที่จะซื้อเกวียนวัวหรือเกวียนลาได้ ”
เมื่อตกลงกันได้แล้วเหลียนอี้ปิงขับเกวียนมุ่งหน้าไปที่โรงรับจำนำและทำการไถ่ถอนสินเดิมของภรรยาและมารดาออกมาทั้งหมด รวมเป็เงิน 8ตำลึงทอง ทำให้ในตอนนี้เงินในมือเหลือยู่เพียง 2ตำลึงทองกับอีก6ตำลึงเงินที่ได้จากการขายปลา
หลังจากตัดการธุระที่โรงรับจำนำเสร็จแล้วทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังตลาดค้าสัตว์ทันที ด้วยจำนวนเงินที่มีในมือ คงจะซื้อได้เพียงเกวียนเทียมลาเท่านั้น หรือหากโชคดีอาจจะได้วัวราคาถูกก็เป็ได้
“ถึงแล้วเราเอาเกวียนไปฝากในที่รับฝากก่อน เ้าคิดเอาไว้หรือยังจะซื้อวัวหรือลา ” อี้ปิงถามน้องเขย
“ข้าคิดว่าซื้อเกวียนลาก็ดีขอรับ หากเรามีเงินมากขึ้นค่อยซื้อวัวก็ยังไม่สาย ถึงอย่างไรเราก็ต้องเข้าเมืองมาขายปลาอยู่แล้ว เราควรจะเก็บเงินไว้บ้างข้ากลัวว่าหากเราต้องใช้เงินแล้วจะขัดสนขอรับ”
“ได้เอาตามที่เราว่า ข้าเชื่อว่าหลานสาวต้องเห็นด้วยกับพวกเราแน่นอน”
“ขอรับอาโหยวเองนางอยากได้ลาเพราะว่าลาวิ่งเร็วกว่าวัวขอรับ”
เมื่อนำเกวียนไปฝากพร้อมทั้งจ่ายค่าดูแล 5 อิแปะแล้วทั้งสองคนเดินกลับมาที่ตลาดค้าสัตว์พวกเขาเดินมุ่งหน้าไปยังร้ายขายลาที่อยู่หลังตลาดติดกับร้านขายม้า ส่วนด้านหน้าจะเป็ร้านขายวัว
“นายท่านทั้งสอง ้าลาหรือไม่ขอรับ เชิญท่านเข้าไปเลือกซื้อได้เลยขอรับ ชอบตัวไหนสอบถามราคากับข้าได้เลยขอรับรับรองว่าข้าจะขายให้ท่านในราคาพิเศษเลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ที่ทำหน้าที่ขายรีบเอ่ยออกมาเพราะวันนี้เขายังขายลาไม่ได้สักตัว
“พวกข้าขอเดินดูก่อนได้หรือไม่”
“ได้ขอรับได้ เชิญทางนี้ขอรับ”
ทั้งสองคนเดินดูลาในแต่ละคอก ลาแต่ละตัวได้รับการดูแลอย่างดีคอกสะอาดสะอ้านไม่มีกลิ่นเหม็น นับว่าดูแลดีมากทั้งสองคนเดินเลยมาจนถึงคอกสุดท้ายก็ยังไม่รู้สึกถูกใจลาตัวไหน
ในระหว่างที่อี้ปิงกำลังยืนดูลาคอกสุดท้าอยู่นั้น เจี้ยนป๋อก็หันไปเห็นลา 2 ตัวที่ถูกแยกออกมาจากลาตัวอื่น ในคอกที่พวกมันอยู่นั้นมีเพียงพวกมันสองตัวเท่านั้น
“เสี่ยวเอ้อร์ ขาขอดูลา 2 ตัวที่อยู่ในคอกเล็กนั่นได้หรือไม่ เหตุใดถึงได้แยกมันออกจากตัวอื่น ๆ”
“เ้าสองตัวนี้ เกิดมาก็มีหน้าตาแปลกกว่าตัวอื่นเขาอีกทั้งตัวอื่น ๆรังเกียจไม่ยอมอยู่ร่วมคอกกับพวกมันพี่น้อง จนเกิดการทำร้ายกันขึ้นข้าเองก็ไม่เข้าใจขอรับ หากท่านสนใจลา 2 ตัวนี้ ข้าขายให้ท่านราคาพิเศษตัวละ 20 ตำลึงเงินขอรับ”
“เช่นนั้นข้าเอา 2 ตัวนี้ แล้วร้านของเ้ามีเกวียนขายหรือไม่”
“มีขอรับ ขนาดเล็ก 15 ตำลึงเงิน ขนาดกลาง 18 ตำลึงเงิน ส่วนขนาดใหญ่ 22 ตำลึงเงินขอรับ”
“เช่นนั้นก็เอาขนาดใหญ่ไปเลยก็ดีนะน้องเขยคนบ้านเราเยอะเวลาเดินทางจะได้ไม่ต้องนั่งเบียดกันมาก”
“ตกลงขอรับพี่เขย เช่นนั้นเสี่ยวเอ้อร์รบกวนเ้านำเ้าสองตัวนี้ไปเทียมเกวียนให้ข้าด้วย ส่วนนี่เงิน ค่าเกวียนกับลา” เจี้ยนป๋อยื่นเงิน 1ตำลึงทองให้เสี่ยวเอ้อร์
“รอสักครู่ขอรับเชิญตามข้ามารับเงินทอนที่ห้องบัญชีทางด้านนี้เลยขอรับ ”
หลังจากที่ตามเสี่ยวเอ้อร์ไปรับเงินทอนอีก 38 ตำลึงเงินคืนแล้ว ทั้งสองคนนั่งรอให้เสี่ยวเอ้อร์นำลาทั้งสองตัวเทียมเข้ากับเกวียน ทั้งสองคนนั่งรออยู่หน้าห้องบัญชีอย่างใจเย็นไม่นานเสี่ยวเอ้อร์ก็นำลาเทียมเข้ากับเกวียนเสร็จแล้วมาส่งให้พวกเขาทั้งสองคน
หลังจากออกจากร้านค้าสัตว์ เหลียนอี้ปิงเดินไปที่ลานฝากเกวียนและขับเกวียนมุ่งหน้ากลับบ้านทันที ระหว่างทางเขาได้ถามน้องเขยอย่างเว่ยเจี้ยนป๋อว่าเหตุใดถึงเลือกเ้าลาสองตัวนี้ มันทั้งตัวเล็กและเตี้ยไปสักหน่อย
“น้องเขยข้าถามได้หรือไม่ เหตุใดเ้าถึงเลือกลาสองตัวนี้ ข้าว่ามันออกจะตัวเล็กไปสักหน่อยและเตี้ยไปสักนิด หรือมันจะยังไม่โต”
“พี่ใหญ่มันไม่ใช่ลาขอรับ ”
“อ้าวหากมันไม่ใช่ลา แล้วคืออะไรก็เห็นๆอยู่ว่ามันเป็ลา”
“มันคือล่อขอรับ ล่อคือลูกที่เกิดจากลาและม้าผสมพันธุ์กัน เ้านี่ยังเล็กยังไม่โตแต่แข็งแรงมากที่สำคัญมันแข็งแรงและอดทนได้ดีกว่าลาแถมมันยังวิ่งเร็วด้วยนะขอรับ”
“มิน่าเล่าลาตัวอื่นถึงได้รังเกียจมันสองตัว เพราะเป็ลูกผสมข้ามสายพันธุ์นี่เอง เช่นนั้นเท่ากับว่าพวกเราได้กำไรแล้วน่ะสิ”
“ใช่ขอรับเราได้กำไรมากจริงๆ เช่นนั้นเรารีบกลับบ้านกันเถอะขอรับจะได้เอาเกวียนไปคืนที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน ต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องเช่าเกวียนผู้อื่นแล้วจะไปไหนมาไหนก็สะดวก”
“นั่นสิ พรุ่งนี้เรานำปลาไปส่งแต่เช้าหน่อยกลับมาแล้วข้าจะลองเข้าป่าไปสักรอบเผื่อเราจะได้อะไรพอที่จะนำไปขายทำเงินเข้าบ้านได้”
“ข้าเห็นด้วยขอรับตอนนี้เงินในมือพี่ใหญ่เหลือเพียงแค่ 2ตำลึงทอง ถึงแม้ว่ามันจะถือเป็เงินจำนวนมากหากรู้จักใช้ก็จะสามารถอยู่ได้อีกเป็ปี แต่เกิดาแบบนี้ข้าเองก็ไม่วางใจขอรับ ส่วนข้าอย่างที่ท่านเห็นเหลือเท่านี้แล้วขอรับ”
“ข้าเข้าใจ โชคยังดีที่ท่านแม่มีมีสินเดิมนับว่าพอมีราคาอยู่บ้างพี่สะใภ้เ้าเองก็ยังพอมีของมีราคาติดตัวมาบ้าง ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหตุใดถึงได้เก็บเงินแทนการไปเป็ทหารกับชาวบ้านที่แทบจะไม่มีกินเช่นพวกเรา ถึง 10 ตำลึงทอง ”
“ก็คงเป็การบีบให้ไปรบนั่นล่ะขอรับ หากเราไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ก็ต้องไปรบ แต่ตอนนี้แม้มีเงินก็ไม่สามารถช่วยให้ไม่ต้องไปรบได้เสียแล้ว ข้าเกรงว่าสถานการณ์น่าจะเลวร้ายขึ้นมาก พวกเราคงได้แต่ภาวณาให้หลานชายกับลูกเขยกลับบ้านมาอย่างปลอดภัยเท่านั้น”
“ข้าเองก็ได้แต่หวังว่าจะเป็เช่นนั้น เราคาดเดาอะไรไม่ได้กับาดอกนะ”
ใช้เวลาไม่นานเกวียนทั้งสองเล่มก็วิ่งตามกันเข้ามาในหมู่บ้านท่ามกลางสายตาชาวบ้านที่มองมายังเกวียนลาใหม่เอี่ยมของคนล้านเหลียน
เหลียนอี้ปิงนำเกวียนวัวไปคืนที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านพร้อมค่าเช่าเกวียน 50 อิแปะ เมื่อจ่ายเงินค่าเช่าเกวียนเรียบร้อยแล้วเขารีบเดินกลับบ้านทันทีด้วยไม่อยากพูดคุยกับชาวบ้านเท่าใดนัก ตลอดทางที่เดินมามีชาวบ้านถามถึงเกวียนลาที่ซื้อมาใหม่เขาได้แต่บอกว่าเป็น้องเขยของเขาที่ซื้อมาเพียงเท่านั้น
“เ้าใหญ่กลับมาแล้วหรือ รีบไปล้างไม้ล้างมือจะได้มากินข้าวน้องเขยรอกินข้าวพร้อมเ้าอยู่”แม่เฒ่าเหลียนที่เห็นลุกชายเดินเข้าบ้านมานางจึงรีบบอกให้ลูกชายรีบไปกินข้าวเพราะเขาออกจากบ้านั้แ่ยามอิ๋นด้วยนิสัยของลูกชายคงไม่หาอะไรกินจากในตัวเมืองเป็แน่
“ขอรับท่านแม่”
เพราะพี่ใหญ่อย่างเหลียนลู่อันไม่อยู่แล้วหน้าที่หาน้ำและหญ้ามาให้ลาทั้งสองตัวนั้นจึงตกเป็ของสองพี่น้องหย่งคังกับหย่งิ ทั้งสองคนชอบลาทั้งสองตัวนี้มาก แต่ท่านพ่อบอกพวกเขาว่ามันคือล่อไม่ใช่ลา
พ่อเฒ่าเหลียนเองก็ดูจะชอบอกชอบใจกับล่อสองตัวนี้มาก ถึงแม้ว่ามันยังไม่โตเต็มวัยแต่ทั้งสองตัวแข็งแรงดีอีกทั้งซื้อมาได้ในราคาถูกมากนับว่าสายตาของลูกเขยนั้นแหลมคมมาก
“น้องเขย นี่เงินส่วนแบ่งของเ้ากับของหลานสาว ”อี้ปิงยื่นเงินให้เจี้ยนป๋อ 4ตำลึงเงิน
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่ พรุ่งนี้ก่อนนำปลาไปขายค่อยเอาให้นาง วันนี้เวลายังมีอีกมาก เราเข้าป่าไปวางกับดักกันดีหรือไม่เผื่อจะโชคดีได้อะไรติดมือมาบ้าง”
“ตกลง เช่นนั้นไปเตรียมของกันเถอะ”
พ่อเฒ่าเหลียนที่เดินเข้ามาในบ้านเห็นลูกชายและลูกเขยกำลังสะพายตะกร้าไม้ไผ่พร้อมกับธนูเดินออกจากบ้านเขาจึงได้ถามทั้งสองคนว่าจะออกไปไหนกันไม่ใช่เพิ่งจะกลับมาจากในเมืองกันหรอกหรือ
“นี่พวกเ้าสองคนจะไปที่ใดกันอีกไม่ใช่เพิ่งจะกลับมาจากในเมืองกันรึ เหตุใดไม่พักเสียหน่อยล่ะ”
“พวกเราจะไปวางกับดักขอรับท่านพ่อ ท่านพ่อนี่ขอรับข้าฝากท่านพ่อคืนให้ท่านแม่ด้วย ข้าเอาสินเดิมของท่านแม่กลับมาแล้วรวมถึงของภรรยาข้าด้วยเราไม่จำเป็จะต้องใช้เงินแล้ว ข้าจึงเอามันกลับมาคืนให้ท่านแม่และภรรยาจะดีกว่า”
ตกลง พ่อจะเอาไปคืนแม่เ้าให้ เข้าป่าไปก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าพากันเข้าไปลึกนักพวกเ้าไม่ใช่นายพรานไม่ได้ชำนาญในการล่าสัตว์อย่าได้รึไปล่าสัตว์ในป่าด้านซ้ายหมู่บ้านเชียว ถึงบ้านเราจะขาดเงินแต่หากเกิดอะไรขึ้นกับพวกเ้าพ่อว่ามันจะได้ไม่คุ้มเสียเข้าใจหรือไม่"
“ข้าเข้าใจขอรับท่านพ่อ”
“ข้าเองก็เข้าใจดีขอรับท่านพ่อตา”
เว่ยเจี้ยนป๋อเดินมาหาลูกชายที่ด้านข้างของบ้านพวกเขานำลามาผูกเอาไว้ใต้ต้นไม้ให้มันอยู่ชั่วคราวก่อน หลังขากวางกับดักแล้วเขาและพี่ชายของภรรยาจะช่วยกันตัดไม้ไผ่มาทำคอกให้ทั้งสองตัวอยู่
“หย่งคัง หย่งิ หากท่านแม่ของเ้ากลับมาบอกท่านแม่ของเ้าว่าพ่อกับท่านลุงจะเข้าป่าไปวางกับดักและตัดไม้มาทำคอกให้เ้าสองตัวนี้”
“ขอรับท่านพ่อ”
“ขอบใจมาก ลูกช่วยกันดูแลเ้าสองตัวนี้ให้ดีล่ะ”
“วางใจได้เลยขอรับท่านพ่อ พวกเราจะดุแลมันอย่างดี”
“น้องเขยเ้ารอสักครู่ข้าจะให้ท่านพ่อไปซื้อหญ้าสานกับชาวบ้านเอาไว้มามุงคอกของเ้าสองตัวนี้มันจะได้มีที่หลบแดดหลบฝน”
“ขอรับพี่ใหญ่”
ทางด้านเว่ยจื้อโหยวนั้นตอนนี้นางพลิกหน้าดินเรียบร้อยแล้วนางจะตากหน้าดินสัก 3-4 วัน จากนั้นนางค่อยให้ท่านลุงกับท่านพ่อช่วยหามูลสัตว์มาให้นางจะได้นำมาใส่ลงในแปลงผักที่นางทำเอาไว้ แล้วจะได้เริ่มลงมือเพาะปลูกเสียที ใน่เวลา3-4วันที่ตากหน้าดินนางคิดว่าจะต้องเข้าไปสำรวจป่าเพื่อหาหนทางทำเงินดุสักครั้งไม่แน่ว่านางอาจจะได้เสบียงอาหารมาเพิ่มก็ได้