บทที่ 4 สินสอดที่จะใช้แต่งงานกับเธอในอนาคต
ขณะที่ฟ่านซีซีเคลื่อนย้ายกระถางดอกไม้เปล่าจากใต้เบาะรถสามล้อออกมา เธอก็อธิบายไปด้วยว่า “ดอกไม้เหล่านี้เป็ดอกไม้หายาก ครอบครัวของหนูมีความจำเป็เร่งด่วนต้องใช้เงิน จึงขายถูก ไม่ว่าจะเป็สายพันธุ์อะไร ราคาหนึ่งร้อยหยวนต่อหนึ่งต้น”
“ไม่จริงใช่ไหม สาวน้อย ฉันเห็นว่าเธอมีกล้วยไม้หยกหายากอยู่ตรงนี้ด้วย เธอขายแค่หนึ่งร้อยหยวนเองเหรอ?”
“ใช่! แต่ต้องซื้อั้แ่สิบต้นขึ้นไป คุณเลือกพันธุ์ได้ตามใจ พร้อมกระถาง”
เมื่อเธอพูดจบก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเบียดเข้ามาใกล้ทันที
“หนึ่งร้อยหยวนต่อต้น ฉันซื้อ ฉันจะซื้อทั้งหมด”
ฟ่านซีซีกำลังจะถาม แต่ก็มีคนะโขึ้นมาทันที “ลุงหลี่ ดอกไม้เยอะแยะขนาดนี้ ลุงกวาดซื้อคนเดียวไม่ได้นะ ฉันก็อยากซื้อด้วย แบ่งให้ฉันบ้าง ฉันอยากได้กล้วยไม้หยกหนึ่งต้น กล้วยไม้หมึกหนึ่งต้น กล้วยไม้ปีศาจหนึ่งต้น โบตั๋นหนึ่งกระถาง เสาเย่าหนึ่งกระถาง…”
“อย่าทำอย่างนั้น เหลือให้ฉันบ้าง ฉันก็้า”
“ฉัน ฉันก็้าด้วย…”
ผู้คนที่มุงดูต่างตื่นเต้นขึ้นมาทันที แม้ว่าดอกไม้ของเด็กสาวคนนี้จะไม่มีการห่อหุ้มกระถางที่สวยงาม และไม่ใช่ว่าทุกต้นจะมีราคาสูงถึงหนึ่งร้อยหยวน แต่ดอกไม้หายากเหล่านี้มีคุณภาพดีจริง ๆ โดยเฉพาะกล้วยไม้หายาก หากเพียงเปลี่ยนกระถางเป็กระถางที่สวยงามแล้วขายต่อ ก็สามารถขายได้ในราคาสูงมากทีเดียว
ไม่นาน บรรดาพ่อค้าแม่ขายรอบ ๆ ต่างก็พากันมามุงล้อมด้วยความรวดเร็ว หวังที่จะซื้อดอกไม้ของเธอ
ฟ่านซีซีเป็คนไม่ชอบความวุ่นวาย เธอจึงชี้ไปที่ชายวัยกลางคนที่บอกว่าจะซื้อทั้งหมดเป็คนแรกแล้วพูดว่า “คุณลุงคะ ต้นละหนึ่งร้อยหยวน ถ้าลุงซื้อทั้งหมด หนูก็จะขายให้ลุงทั้งหมดเลยค่ะ แล้วลุงค่อยไปแบ่งขายต่อให้คนอื่น ๆ หนูเองก็อยากรีบกลับบ้านเหมือนกันค่ะ”
“ได้ ๆๆ เธอนับมาสิว่ามีทั้งหมดกี่ต้น ฉันซื้อหมดนั่นแหละ”
ฟ่านซีซีกวาดตามองรถสามล้อของตัวเอง “น่าจะประมาณหนึ่งร้อยสามสิบต้นได้ค่ะ อาจจะมากกว่านั้นด้วย ลุงให้หนูหนึ่งหมื่นสามพันหยวนก็พอค่ะ รถสามล้อก็ยกให้ลุงไปด้วยเลยค่ะ เพื่อความสบายใจ ลุงสามารถนับดูใหม่ได้อย่างละเอียดเลยนะคะ”
ชายวัยกลางคนชะงักเล็กน้อย “รถคันนี้มีดอกไม้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ดอกไม้ที่อยู่ข้างล่างอย่าให้มันช้ำล่ะ”
ฟ่านซีซีพูดด้วยรอยยิ้ม “ลุงสามารถย้ายดอกไม้บางส่วนออกไปก่อน แล้วค่อยนับก็ได้ค่ะ”
“สาวน้อย ขายให้ฉันเถอะ ฉันไม่นับหรอก ฉันให้เธอสองหมื่นหยวนเลย เป็ไง?” พ่อค้าคนหนึ่งที่ยืนดูอยู่ก่อนหน้านี้พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
ฟ่านซีซีส่ายหน้า “เว้นแต่ว่าคุณลุงคนนี้จะบอกว่าไม่เอาแล้ว หนูถึงจะขายให้คนอื่นได้ค่ะ หนูเป็คนรักษาคำพูด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายวัยกลางคนก็ตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ตกลง งั้นหนึ่งหมื่นสามพันหยวน รอฉันสักสิบนาที ไม่สิ ห้านาที ฉันจะรีบไปถอนเงินมาให้”
ตอนที่ชายวัยกลางคนกำลังจะเดินไป คุณลุงคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า “เสี่ยวหลี่ ฉันมีเงินสดติดตัวพอดี เดี๋ยวฉันให้นายยืมก่อน แล้วค่อยให้ฉันเลือกดอกไม้ไปสักหน่อย ได้ไหม?”
ชายวัยกลางคนเห็นว่าคนที่เอ่ยปากคือ ผู้อำนวยการเวิง แห่งโรงเรียนสอนวาดภาพจีน เขาจึงยิ้มรับคำ “เช่นนั้นก็รบกวนท่านผู้อำนวยการแล้ว”
ว่าแล้วฟ่านซีซีก็ได้รับเงินก้อนแรกของเธออย่างราบรื่น จากนั้นก็ขึ้นรถกลับ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ อย่างมีความสุข
ส่วนผู้อำนวยการเวิงกับหลี่จงไฮว๋ก็เริ่มหาคนมาช่วยกันย้ายต้นไม้ในกระถางอย่างระมัดระวัง บรรดาผู้คนที่มามุงดูก็ยังไม่ยอมแยกย้ายไปไหน
ในที่สุดพวกเขาก็คำนวณจำนวนต้นไม้ทั้งหมดได้ รถสามล้อเล็ก ๆ คันนี้บรรทุกต้นไม้ล้ำค่าไว้ทั้งหมดหนึ่งร้อยหกสิบต้น มากกว่าที่สาวน้อยบอกไว้ถึงสามสิบต้น พวกเขาต่างดีใจกันใหญ่
……
เมื่อกลับมาถึง ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ฟ่านซีซีก็รีบวิ่งไปที่สำนักงานขายทันที
“ฉันจะซื้อร้านค้า”
พนักงานขายมองเธออย่างงง ๆ “ครอบครัวของเธอเพิ่งซื้อบ้านไปเองนะ ตอนนี้จะซื้อร้านค้าอีกแล้วเหรอ?”
ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้เธอยังเห็นว่าบ้านของพวกเขากำลังตกแต่งอยู่เลย
ฟ่านซีซียิ้มรับ “ใช่แล้ว หนูรู้สึกว่าร้านค้าในหมู่บ้านริมน้ำมีน้อยเกินไป แค่จะซื้อน้ำขวดเดียวยังต้องเดินตั้งนาน แล้วยิ่งถ้ามีคนมาดูบ้าน พวกเขาก็จะไม่มีที่พักผ่อน ครอบครัวของหนูเลยตั้งใจจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตขายของใช้ทั่วไป คุณคิดว่ายังไง?”
“อืม...ได้สิ! ถ้าพวกคุณเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตจริง ๆ ฉันจะไปอุดหนุนเป็คนแรกเลย”
ร้านค้าของพวกเขาก็ขายออกไปได้บ้างแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ เพิ่งเปิดตัว ยังไม่มีคนเข้าอยู่ จึงเป็ธรรมดาที่ร้านค้าจะยังไม่เข้ามาเปิด ทำให้การซื้อของไม่สะดวกสักเท่าไหร่ แค่จะซื้อน้ำเปล่ายังต้องวิ่งไปเป็กิโล
ทันใดนั้น ฟ่านจิ่นเฉิงก็เดินเข้ามา
เขามองฟ่านซีซีที่กำลังตื่นเต้นอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อนด้วยความสงสัย “ซีซี เธออยากเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเหรอ?”
ฟ่านซีซีหันกลับมายิ้มหวานให้เขา “ใช่ แบบนี้พอพวกเราย้ายมาอยู่ที่นี่ พ่อกับแม่ของฉันก็จะมีอะไรทำ พี่จิ่นเฉิง พี่จะร่วมหุ้นกับฉันไหม เราไปซื้อร้านที่ใหญ่กว่านี้กันเถอะ”
ฟ่านจิ่นเฉิงครุ่นคิดอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะพยักหน้าตกลง “ได้สิ เรามาซื้อด้วยกัน”
พนักงานขายกำลังรู้สึกว่าฟ่านจิ่นเฉิงช่างพูดง่าย แต่แล้วก็ได้ยินหนุ่มน้อยหน้าตาอ่อนโยนราวกับหยกคนนี้เอ่ยเสริมขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม “ร้านค้าทั้งหมดเขียนชื่อเธอเป็เ้าของ ถือว่าเป็สินสอดที่ฉันจะแต่งงานกับเธอในอนาคตละนะ”
“หา?” ฟ่านซีซีเบิกตากว้าง มองเขาด้วยความประหลาดใจ
ที่แท้ พี่จิ่นเฉิงคิดจะแต่งงานกับเธอั้แ่ตอนนี้แล้วเหรอเนี่ย
พนักงานขายตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว
“วัยหนุ่มสาวนี่ดีจริง ๆ น้องสาว ถ้าพวกเธออยากได้ร้านค้าจริง ๆ ตอนนี้ฉันจัดการให้ได้เลยนะ พอดีข้อมูลพ่อแม่ของเธอก็อยู่ที่นี่ด้วย เื่ผู้ปกครองก็สามารถดำเนินการพร้อมกันได้เลย”
ฟ่านซีซียิ้มน้อย ๆ แล้วถามว่า “ร้านค้าที่อยู่หน้าหมู่บ้านนั่น ราคาเท่าไหร่คะ?”
“อ้อ พูดถึงร้านแรกเหรอ ร้านนั้นขายไปแล้วจ้ะ พวกเธอซื้อร้านที่สองกับสามได้นะ สองร้านนั้นรวมกันหนึ่งร้อยยี่สิบตารางเมตร พวกเธอเป็ลูกค้าเก่า ฉันจะลดราคาให้ เหลือสองหมื่นหกพันหยวน”
“จ่ายครึ่งแรกก่อนได้ไหมคะ ที่เหลือขอเวลาอีกสองสามวัน” ฟ่านซีซีวางเงินหนึ่งหมื่นสามพันหยวนที่เพิ่งได้มาบนเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว
ฟ่านจิ่นเฉิงมองอย่างอึ้ง ๆ เด็กคนนี้ไม่ใช่ว่าตอนบ่ายวิ่งกลับไปเอาเงินมาหรอกนะ
“ได้สิ ๆ” พนักงานขายพูดด้วยรอยยิ้ม
ฟ่านจิ่นเฉิงบีบมือฟ่านซีซีเบา ๆ แล้วหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า “ที่เหลือรูดบัตรใบนี้”
“ได้เลย ๆ ฉันชื่อหลินเยี่ยน ต่อไปมีอะไรก็มาหาฉันได้นะ” หลินเยี่ยนกลัวว่าพวกเขาจะเปลี่ยนใจ เลยรีบไปรูดบัตรและดำเนินการให้ทันที
หกโมงครึ่ง ฟ่านซีซีเดินออกมาจากสำนักงานขายอย่างสบายใจ
เธอมองดูฟ่านจิ่นเฉิงที่เดินนำหน้า แล้วเข้าไปคว้าแขนเขาอย่างซุกซน
“พี่จิ่นเฉิง ตอนนี้ฉันมีบ้านเป็ของตัวเองแล้วนะ! แต่ว่า...ฉันจะบอกพ่อกับแม่ยังไงดี?”
ฟ่านจิ่นเฉิงหันกลับมา แตะจมูกโด่งที่น่ารักของเธอเบา ๆ “ก็บอกว่าเป็สินสอดไงล่ะ”
ฟ่านซีซีอ้าปากค้าง มองเขาอย่างลังเล “พูดแบบนั้นได้จริง ๆ เหรอ?”
ฟ่านจิ่นเฉิงลูบผมยาวของเธอเล่นอย่างเอ็นดู “ถ้าไม่แน่ใจ เธอลองกลับไปพูดดูสิ ถ้าเธอพูดไม่สำเร็จ ฉันจะไปช่วยพูดเอง”
“งั้นฉันขอไปพูดเองก่อนแล้วกัน! พี่จิ่นเฉิง ฉันว่าจะเริ่มตกแต่งร้านพรุ่งนี้ จะได้รีบเปิดร้านมีรายได้”
“ตกลง พรุ่งนี้ฉันจะหาช่างไม้มาทำตู้โชว์ให้ เธออยากตกแต่งแบบไหนก็วาดรูปมาให้ฉันพรุ่งนี้”
“ค่ะ” ทั้งสองคนปรึกษาหารือกัน มองไปถึงอนาคตที่วาดฝันไว้ จนกระทั่งถึงหน้าบ้านก็ยังคงอาลัยอาวรณ์