นั่งพะวงเื่ชีวิตจนเวลาผ่านไปไม่ทันตั้งตัวหลี่อวี้ฝูตั้งสติได้อีกคราก็เป็เช้าวันงานประลองเสียเเล้ว
นางกุมขมับหลับตาเเน่นเมื่อวานนางเครียดจนล่องลอยขนาดไหนกัน ยามนี้นางถึงลืมไปหมดเลยว่าหลังจากสวี่เหวินเฉิงกลับไปนางทำสิ่งใดบ้าง ทานอาหารหรือยัง เข้านอนตอนไหน
เเต่ตอนนี้ตะวันโด่งเเล้วอีกทั้งวันนี้เป็วันประลองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี อาการใจลอยเพียงเื่เล็ก ไว้ท้ายสุดค่อยสนใจก็ได้
หลี้อวี้ฝูลุกจากเตียงไปล้างหน้าเเละเเต่งตัวใหม่นางยืนมองตนเองในกระจกด้วยความสงสัย หญิงงามเเต่ไม่น่าเข้าใกล้ผู้นี้คือใครกัน นางสวมอาภรณ์ชั้นสูงเเต่เหตุใดช่างดูเหน็บหนาวปิ่นประดับบนศีรษะมากมูลค่าเเต่เหตุใดช่างน่าสงสารนัก...นี่คงเป็องค์หญิงผิงอันสินะ
ตั้งเเต่ฝ่าาทรงอุปการะเป็พระธิดาบุญธรรมหลี่อวี้ฝู บุตรีคนเดียวของเเม่ทัพหลี่ผู้เอาศีรษะตนเองเเลกกับเเผ่นดินต้าจิ้ง เปรียบกับได้สิ้นบุญไปพร้อมบิดานอกจากคนใกล้ชิดเเล้วก็ไม่มีผู้ใดทราบเลยว่าองค์หญิงผิงอันชื่อหลี่อวี้ฝู
หลังจากเป็องค์หญิงผิงอันใครก็ว่าเหมือนเกิดใหม่ ใครก็ว่าโชคดีนักเป็ราชนิกุล เเต่เพราะใครเ่าั้เองยังคงทำให้หลี่อวี้ฝูจมอยู่กับนรกในใจคำว่าเกิดใหม่คืออะไรกัน โชคดีล่ะคือสิ่งใด คือการที่เห็นภาพสุดท้ายของบิดาเหลือเเต่ศีรษะหรือว่าเห็นมารดาผูกคอตายกัน
ถ้าเป็องค์หญิงผิงอันง่ายนักเเล้วสิบปีที่ผ่านมา เหตุใดหลี่อวี้ฝูถึงไม่เคยมีความสุขเลย
"วันนี้ก็ฝากด้วยนะ...องค์หญิงผิงอัน"หลี่อวี้ฝูเอื้อมมือไปเเตะใบหน้าขาวที่กระจกทั้งที่นางกำลังตาสั่นเครืออยู่เเท้ๆ เเต่เหตุใดนางกลับรู้สึกว่าใบหน้าที่กระจกสะท้อนมาช่างเข้มเเข็งเหลือเกิน
หลี่อวี้ฝูเดินออกมาจากเรือนนอนหลานฮวานางกำนัลสองคนเห็นพลันรีบย่อกายทำความเคารพ
เพราะไม่ชอบให้ผู้ใดตามเป็โขยงกลายเป็ว่าเหล่านางกำนัลของสำนักเหวยฝูต้องดูเเลเรือนหลานฮวายิ่งชีพ ทว่ากลับกัน เรือนเเห่งนี้เป็เรือนต้องห้ามหากเ้าของไม่อนุญาต ผู้ใดก็เปิดประตูเรือนไม่ได้เด็ดขาด
หลี่อวี้ฝูมาถึงต้าเหวยไจเรือนรับรองหลักขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางสำนักเหวยฝู รู้สึกพอใจไม่น้อยที่เห็นเหล่าคนใช้ขยันจัดเตรียมงานเเต่หากนางรู้ว่าความจริงเพิ่งรู้สึกตัวเร่งรีบกัน หลังจบงานนี้มีฝันร้ายหมู่เเน่
"องค์หญิงผิงอันคุณชายหานกับคุณหนูจินมาเพคะ"อี้เสาเย่เดินมาเรียนเ้าของสำนัก โดยข้างหลังมีผู้มาเยือนตามมาด้วย
หลี่อวี้ฝูหันกลับมามองนางกำนัลที่เรียกตนมองหน้านางสลับกับชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังยิ้มเเย้มเเจ่มใส จนน่าสงสัยว่ามีเื่ใดน่ายินดีขนาดนั้นกัน
นางพยักหน้าพลางโบกมือความว่าให้อี้เสาเย่ไปได้เเล้ว
"ข้าเชิญพวกเ้าด้วยหรือ"หลี่อวี้ฝูไพล่หลังเดินไปหาพวกเขาปรายตามองด้วยความจริงใจต่อคำถามที่เพิ่งพูดไป
หานหย่งเหลียงเเละจินเหม่ยเยว่หากนับพวกเขาตามความสัมพันธ์ที่คนนอกมอง ก็คงเรียกได้ว่าเป็เพื่อนสนิทกัน เเต่หากนับตามความรู้สึกของหลี่อวี้ฝูพวกเขาเป็เพียงหมากตัวหนึ่งที่เเม่ทัพหานเเละราชครูจินส่งมาเกาะอำนาจนาง
"นั่นสิอวี้ฝูเหตุใดเ้าไม่เชิญพวกเราล่ะ"จินเหม่ยเยว่ยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนทำหน้าบูดบึ้ง"เเม้เเต่จางหนิงอินยังได้เทียบเชิญเลยนี่"
จินเหม่ยเยว่เป็หญิงงามหน้าตาจิ้มลิ้ม เเต่เบาปัญญานัก ทั้งยังเกียจคร้านท่องตำรา เเละไม่สนใจหมากล้อม เเล้วนางจะเชิญจินเหม่ยเยว่มาทำไมกัน
"ข้าไม่ได้เลือกจากสถานะทางสังคม"หลี่อวี้ฝูตอบเสียงเย็นมองบุตรีราชครูเชิงตำหนิ
จางอินหนิงที่ว่าคือบุตรีของบัณฑิตจากสำนักฮั่นหลินซึ่งราชครูจินเว่ยเจ๋อเป็ผู้คุมอยู่ อีกทั้งหลี่อวี้ฝูสังเกตหลายครั้ง จินเหม่ยเยว่ชอบข่มจางอินหนิงอาจเพราะลูกสาวบัณฑิตธรรมดาคนนี้มีความรู้ทางวิชาการโดดเด่น จนกระทั่งราชครูยังต้องเอาไปเปรียบกับนางกระมัง
เเม้ข้างนอกจางอินหนิงอยู่คนละสังคมกับจินเหม่ยเยว่เเต่วันนี้นางคือเเขกกิตติมศักดิ์ของสำนักเหวยฝู
"เหตุใดต้องดุด้วยเล่า!"จินเหม่ยเยว่เบะปากดวงตาสั่นเครือดูเสเเสร้ง
"หรือข้าต้องเห็นดีเห็นงามกับเ้า?"
"อย่าทะเลาะกันเลยเพื่อนกันทั้งนั้น"หานหย่งเหลียงออกโรงปราม หลังเห็นว่าจินเหม่ยเยว่เริ่มวางตัวไม่เหมาะจนทำหลี่อวี้ฝูไม่พอใจ
"ข้าไม่ได้ทะเลาะกับอวี้ฝู!ข้ากับนางรักกันจะตาย"จินเหม่ยเยว่ตีเเขนของเพื่อนชาย สีหน้าอิ่มเอิบผิดกับเมื่อครู่
หลี่อวี้ฝูทบทวนคำพูดของจินเหม่ยเยว่ด้วยความฉงนความสัมพันธ์ที่รู้กันอยู่ทั้งสองฝ่าย เอาความรักมาจากไหนหรือ
บังเอิญเสี่ยวเหวยกำลังตามหานางพอดีจึงมาได้ถูกจังหวะ "อาจารย์เเม่ ของว่างที่ครัวเตรียมพร้อมเเล้วขอรับ"
"เ้าเข้าไปดูความเรียบร้อยข้างในต้าเหวยไจหากติดขัดสิ่งใดรีบมาเเจ้งข้า"หลี้อวี้ฝูมอบหมายงานเเก่เสี่ยวเหวย เขารับคำเเล้วไปทันทีอย่างว่าง่ายเพราะมีเด็กคนนี้ที่เก่งเกินอายุ ทำให้หลี่อวี้ฝูไม่ต้องเเบกภาระจัดการงานหนักจนเกินไป
เื่ความเรียบร้อยของเรือนต้าเหวยจบไปนางต้องกลับมาปวดหัวกับสองสหายอันเป็ที่รัก
"ตามข้ามาสิ"นางเอ่ยเสียงเรียบก่อนเดินนำไปเพราะเสียงที่เเฝงประกาศิต สองเชื้อไขขุนนางชั้นสูงจึงจำต้องตามไปเเบบเลี่ยงไม่ได้
หลี่อวี้ฝูเปิดประตูเข้ามาในเรือนฉุ่ยเซียนเเล้วผายมือเชิญเเขกทั้งด้วยสายตากดดัน เเขกจึงยอมเข้าไปเเต่โดยดี
"อยู่ที่นี่ก่อนเเล้วกันหากงานเริ่มเเล้วจะให้คนมาตาม"นางพูดเสียงเรียบพลางหมุนตัวเดินออกไปจากเรือน เเต่เสียงจินเหม่ยเยว่ทำให้นางต้องหยุดชะงักลง
"เหตุใดให้พวกเรามาอุดอู้อยู่ที่นี่ล่ะ"จินเหม่ยเยว่กอดอกเเน่นดูกระฟัดกระเฟียดไม่น้อย
"หรืออยากไปขนฟืนต้มชา?"หลี่อวี้ฝูหันกลับมาเลิกคิ้วมอง การที่นางให้มาอยู่สบายที่เรือนฉุ่ยเซียนถือเป็ความปรานีต่อเเขกไม่ได้รับเชิญที่สุดเเล้วนี่จินเหม่ยเยว่ร้องจะเอาสิ่งใดอีก
"นางพูดถูกเเล้วสถานที่ยังไม่สมบูรณ์ เราไปจะเกะกะเสียเปล่า"หานหย่งเหลียงสมทบ พลางสบายใจนั่งลงบนเบาะนุ่มเเต่จินเหม่ยเยว่ไม่ชอบสักเท่าไหร่ที่เขาเห็นด้วยกับหลี่อวี้ฝูไปเสียทุกเื่ นั่งหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์เรียกร้องความสนใจทว่าเขากลับไม่เเยเเสสักนิด
หลี่อวี้ฝูดูสถานการณ์ในเรือนครู่หนึ่งก่อนเดินออกจากเรือน หากจินเหม่ยเยว่อาละวาดข้าวของเสียหาย ประเดี๋ยวนางจดมูลค่าของไปคิดบัญชีกับราชครูจินก็ไม่สาย
นางกำนัลผู้หนึ่งรีบวิ่งมาเเจ้ง"องค์หญิง! คุณชายจ้าวมาเพคะ!"
"วันนี้อะไรนัก"องค์หญิงผิงอันหัวเสียพึมพำกับตนเอง"เขาอยู่ที่ไหน"
"หน้าต้าเหวยไจเพคะ"
"ไปยกของว่างมาที่เรือนฉุ่ยเซียน"นางสั่งเพียงเท่านี้เเล้วเดินท่าทีสำรวมออกไป เหตุการณ์วันนี้ทำให้ต้องตั้งคำถามทบทวน พวกเขาไม่รู้หรือว่างานนี้มีไว้สำหรับเเขกกิตติมศักดิ์ดังนั้นเลิกสำคัญตัวผิดเสียทีเถอะ
หลี่อวี้ฝูเดินกลับมาที่เรือนต้าเหวยไจท่ามกลางคนงานที่กำลังอลหม่านเตรียมงาน ชายชุดน้ำเงินผู้หนึ่งกำลังวางท่าดั่งเป็เ้าของสำนักเพียงมองจากข้างหลัง ความเกลียดชังพวยพุ่งออกมาอย่างห้ามไม่ได้เสียเเล้ว
"ข้าเชิญเ้าหรือ?"นางเอ่ยเสียงเย็น เป็ผลให้จ้าวซานหันมาทันทีนางไม่ไปเหยียบจวนสกุลจ้าว มิใช่เเปลว่าให้เขามาเหยียบที่นี่
"น้องหญิงมีงานใหญ่ทั้งทีข้าจะไม่มาร่วมได้อย่างไร"จ้าวซานยกยิ้ม ข่างเป็รอยยิ้มที่ทำน้องหญิงผู้นั้นอยากอาเจียนเหลือเกิน
"ข้าไม่นับญาติกับเ้า"หลี่อวี้ฝูจ้องตาเขม็งราวกับจะกินเนื้อ"อย่าถือวิสาสะนับญาติกับข้า"
"โธ่อวี้ฝูของพี่..."
"ข้าเป็ลูกคนเดียว"
หลี่อวี้ฝูขัดเสียงเรียบคนพลุกพล่านเช่นนี้คงเหยียบหน้าที่เเตกละเอียดของจ้าวซานซ้ำหลายครั้ง จริงอยู่ที่เขานิ่งไปเเต่ดูเเล้วคงไม่ยอมเเพ้เป็เเน่
"อวี้เอ๋อร์ยังโกรธข้าอยู่หรือ"จ้าซานพยายามเดินเข้าไปง้องอนเเต่สายตาสัตว์ร้ายของอีกฝ่ายทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้นัก "วันนั้นข้าป่วย ถามใครในจวนก็ได้"
หลี่อวี้ฝูเอียงศีรษะพลางกอดอกเชิงให้เขาเเก้ตัวให้หมดนางจะได้ชั่งน้ำหนักได้ว่าควรเกลียดชายผู้นี้อีกกี่เท่าตัว พูดมาได้อย่างไรว่าป่วยไม่กระดากปากที่นักร้องสาวรินเหล้าใส่บ้างหรือ
ท่าทางเช่นนี้ของนางทำจ้าวซานประหม่ามาก "ตะ...เเต่เ้ารับเทียบเชิญไปเเล้ว เท่ากับว่าเ้ายังมีเยื่อใย!"
หลี่อวี้ฝูยกยิ้มไม่เสียเเรงที่นางเเวะไปหยิบกระดาษอัปมงคลที่เรือนหลานฮวา นางหยิบกระดาษเทียบเชิญดูตัวออกมาฉีกทิ้งต่อหน้าจ้าวซานรอยยิ้มหวานของโฉมงามคล้ายมีเงาของปีศาจร้ายเเฝงอยู่
ภาพองค์หญิงผิงอันฉีกเทียบเชิญคุณชายจ้าวซานผู้สำราญเหล่าคนงานเรือนต้าเหวยไจเห็นชัด คาดว่าอีกไม่นานต้องลือลั่นทั้งฉางเฟิ่งเป็เเน่
"ถ้าไม่โง่นักคงรู้ว่าข้าเกลียดเ้า"นางปรายตาหัวเราะใส่ด้วยความสมเพช ถามว่าชายใดหลี่อวี้ฝูไม่เอาเป็สามีหนึ่ง สวี่เหวินเฉียง เเละสอง วงกลมเน้นไว้ตัวใหญ่ จ้าวซาน
หลี่อวี้ฝูเดินเเยกยิ้มดั่งปีศาจจิ้งจอกเข้าไปกระซิบจ้าวซาน เสียงเเผ่วเบารามลมหายใจยมทูต "เ้าก็ลองอายดูบ้าง"
ก่อนขยำเศษกระดาษยัดใส่สาบเสื้อของจ้าวซานที่กำลังโมโหจนคอเป็เอ็น
"หยามสกุลจ้าวเกินไปเเล้ว!เ้าคิดว่าข้าเกรงใจเ้าได้ตลอดรึ!"จ้าวซานกำหมัดเเน่น อายเหลือเกินที่ถูกสตรีเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
"เอาสิข้าก็จะไม่เกรงใจจ้าวซ่างเช่นกัน"หลี่อวี้ฝูเบิ่งตาใส่ ความเงียบเชียบทำให้ไฟร้อนเผาตนเองจนเป็เถ้าเสือร้ายกลายเป็เเมวบ้านไม่กล้าเเผลงฤทธิ์ ทำได้เพียงฟึดฟัดเดินออกจากไปสำนัก
สิ้นภาระน่ารังเกียจที่ชื่อจ้าวซานหลี่อวี้ฝูเข้าไปสำรวจต้าเหวยไจด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ไม่ผิดหวังจากที่คาดไว้ ตรงกลางมีเเท่นสำหรับเเข่งขันสองฝั่งซ้ายขวาเป็โต๊ะสำหรับเเขกรับเชิญ ในเรือนประดับด้วยกระดาษกลอนลายมือต้นฉบับของเหล่านักปราชญ์ยามนี้ผู้เเข่งขันจากสำนักต่างๆเริ่มมากันเเล้ว เเต่ยังไม่เห็นเหลียงป๋อ จึงลองถามนางกำนัลเฝ้าหน้าประตูเรือนดู
"หม่อมฉันเห็นเขากับพวกเข้าไปทางสวนชิวฮวาพักใหญ่เเล้วเพคะ"คำตอบของนางกำนัลที่บอกว่าเหลียงป๋ออยู่สวนชิวฮวาทำหลี่อวี้ฝูชะงัก หรือต้องฟาดฟันเเม้กระทั่งกิตติมศักดิ์กันนะ
"หมะ...หม่อมฉันจะไปตามเขาเองเพคะ"นางกำนัลลนลานกลัวโทษเพราะเห็นสายตาขององค์หญิงผิงอันไม่ปกติเเล้ว
"ให้ข้าไปตามเองดีกว่าพี่สาว"เสี่ยวเหวยรีบเสนอตัวหากนางกำนัลผู้นี้ไปตาม เเล้วผู้ใดจะเฝ้าประตูล่ะ
"ทำหน้าที่ของเ้าคือประจำตรงนี้"หลี่อวี้ฝูเอียงหน้ามาพูดกับนางกำนัลก่อนถอนหายใจพลางหลับตา ท่าทางเหนื่อยอ่อนเต็มประดา "เสี่ยวเหวย ตามข้ามา"
นางเดินออกมาจากเรือนต้าเหวยระหว่างทางไปสวนดอกเหมยผ่านเเขกหลายคน เเต่นางกลับสะดุดตาชายชุดดำเพียงผู้เดียว ดวงตาเรียวงามของเขาทำนางตกอยู่ในมนต์สะกด
"สามี..."หลี่อวี้ฝูหลุดปากพึมพำทำเอาเสี่ยวเหวยที่ติดตามอยู่ฉงนหนัก
"ขอรับ?"เสี่ยวเหวยเดินไปข้างๆหลี่อวี้ฝู เพราะคิดว่าฟังผิดไปหรือไม่นางอาจเครียดเื่เเต่งงานเกินไป
"หือ"หลี่อวี้ฝูกระพริบตาปริบๆคล้ายไม่รู้ว่าตนพูดสิ่งใดออกไป "อะไร"
"ท่านพูดว่า...สามี?"เสี่ยวเหวยทวนสิ่งที่ตัวเองได้ยิน สีหน้าดูไม่เชื่อว่านางจะเอ่ยเช่นนี้
หลี่อวี้ฝูเบิ่งตาเชิงถามย้ำว่านางพูดจริงหรือเเต่ไม่ต้องให้เสี่ยวเหวยตอกย้ำ นางก็สามารถจำได้ด้วยตัวเองว่าตนพูดสิ่งใด น่าอายนัก
หญิงสาวรีบสั่นหน้าเรียกิญญาองค์หญิงผิงอันกลับเข้าร่างก่อนกระเเอมไอ ดูเขินอายเเต่พยายามเก็บมาด"ชายชุดดำผู้นั้นเป็ใคร มีครอบครัวหรือยัง บอกเถ้าเเก่ซุนไปสืบมา"
เสี่ยวเหวยงุนงงนกับคำสั่งเขาหันหลังกลับไปมองตามหาชายที่อาจารย์เเม่พูดถึง เเต่ไม่มีชายใดสวมชุดดำเเม้เเต่คนเดียวเเล้วนี่เขาจะจำรูปลักษณ์ไปบอกเถ้าเเก่ซุนอย่างไรดี หรือควรบอกว่าชายชุดดำ ได้เเต่คิดเเล้วก็สงสัย