บทที่12
พร์การเรียนรู้
เช้าวันถัดมา
แสงอรุณปรากฏขึ้นสู่ท้องนภาแสงแดดอ่อนๆส่องผ่านเข้าหน้าต่างและรูมากมายภายในห้องเข้ามากระทบร่างกายของหลี่หยุนร่างของบุรุษที่กำลังนอนอยู่บนเตียงค่อยๆขยับอย่างช้าๆ
เขาค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมาร่างกายนั้นค่อยๆลุกขึ้นมาก่อนที่จะบิดร่างกายไปมาเพื่อขับไล่ความี้เีดวงตาทั้งสองข้างเกิดขึ้นหลังจากที่ลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง
หลี่หยุนหลังจากที่ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลสิ่งแรกที่เขาทำคือการสูดหายใจเข้าไปแล้วก็ลองสำรวจร่างกายของตนเอง
เมื่อมองสำรวจร่างกายของตนเองปรากฏว่าร่างกายของเขามีพละกำลังมากขึ้นใน่ค่ำคืน
เหตุผลมันเองก็เป็เพราะว่าเขาสามารถทะลวงขอบเขตของพลังขึ้นไปในระดับต้นปราณขั้นที่สองได้เรียบร้อยแล้ว
เพราะแบบนั้นในตอนนี้เขาจึงมีพละกำลังและมีร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้นใน่ค่ำคืนผู้ฝึกฝนวรยุทธและผู้บ่มเพาะขอบเขตพลัง
ระดับพลังภายในร่างกายแม้ว่าจะอยู่ในระดับต้นปราณขั้นที่หนึ่งที่มีร่างกายไม่ได้แตกต่างจากคนธรรมดา
แต่ทว่าสามารถฝึกปรือระดับขอบเขตพลังของตนเองขึ้นไปอีกระดับได้นั่นก็คือต้นปราณขั้นที่2 ความแตกต่างจะปรากฏให้เห็น
พละกำลังภายในร่างกายเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งส่วนหลี่หยุนค่อยๆลุกขึ้นมาอยู่ในท่ายืนเท้าทั้งสองข้างหลังจากที่ััลงกับพื้นและยืดตัวตรงขึ้นเขารู้สึกว่าร่างกายของตนเองเบาหวิว
“ ไม่คิดเลยว่าการทะลวงต้นปราณขึ้นไปอยู่ในระดับขั้นที่ 2 ได้มันจะทำให้ร่างกายอยู่ในระดับนี้ ”
เขาเองก็ประหลาดใจกับการที่พละกำลังภายในร่างกายเพิ่มขึ้นหลี่หยุนขึ้นอยู่ว่าที่เขาเป็คนที่สร้างโลกนี้ขึ้นมา
ทั้งวิธีการฝึกฝนและวิธีการบ่มเพาะต่างๆเขาเป็คนที่สร้างสรรค์มันขึ้นมาทั้งสิ้นทว่าเขานั้นไม่เคยรู้สึกด้วยตนเองว่ามันเป็อย่างไร
ในยามนี้เข้ามาพบเจอด้วยตนเองเขาถึงรู้สึกว่าการที่สามารถยกระดับขอบเขตของตนเองได้ทำให้รู้สึกดีขนาดนี้
หลังจากที่ยืนบิดร่างกายอยู่ภายในห้องสักพักหลี่หยุนทำการเคลื่อนที่ออกไปบริเวณด้านนอก
ยามที่ออกไปภายในห้องโถงพบเจอว่าซินซินนางกำลังก้มๆเงยๆปัดกวาดห้องและบ้านแห่งนี้ั้แ่ในยามเช้า
เมื่อเขาเดินออกมานั่งหันใบหน้าของตนเองมาด้านหลังทำการก้มศีรษะและกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะ“ คารวะท่านประมุข!!!! ”
หลี่หยุนพยักหน้าตอบรับกลับไปก่อนที่เขาจะมองหันซ้ายหันขวาแล้วถามนาง “ เสี่ยวซานละ… ”
“ เขาไม่ค่อยปรากฏกายให้ผู้ใดเห็นอยู่แล้วรู้สึกว่าตอนนี้จะไปสำรวจภายในเมืองเสี่ยวซานเป็คนที่ไม่ค่อยเข้ากับผู้อื่นเขามักจะทำตัวเช่นนั้นอยู่แล้วท่านประมุขลืมไปแล้วอย่างนั้นหรือเ้าคะ?” นางตอบกลับ
หลี่หยุนแสดงใบหน้าเข้าใจและก็นึกคิดภายในใจของตนเองว่า“ เขาเป็คนสร้างนิสัยของตัวละครดีขึ้นมาเองนิสัยของตัวละครนี้ไม่ใช่เพียงแค่เงียบคืนเท่านั้นแต่ว่ายังไม่ค่อยเข้าหาผู้คนและไม่ปรากฏกายให้ผู้ใดเห็นตอนที่สร้างขึ้นมาก็อยากให้ตัวละครนี้เป็นักลอบสังหารของพรรค ”
หลังจากที่คิดเช่นนั้นเสร็จเขาเดินออกไปบริเวณด้านนอกเมื่อเดินออกมาบริเวณด้านนอกกวาดสายตาไปมองซ้ายและขวา
กวาดสายตาไปมองทางซ้ายและขวาที่ดินผืนนี้มันเป็ที่ดินที่มีขนาดความกว้างไม่เท่าไหร่
แต่ว่าที่สำคัญก็คือที่ดินผืนนี้ไม่ได้ใช้งานมาเป็เวลานานเลยทำให้มีตั้งยากขึ้นสูงและมีต้นไม้ต้นใหญ่อยู่หลายต้น
เมื่อมองเห็นต้นไม้ต้นใหญ่หลี่หยุนนึกบางอย่างได้เขาเดินตรงเข้าไปหาต้นไม้ต้นนั้นอย่างรวดเร็ว
เท้าทั้งสองข้างไปหยุดอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าต้นไม้ต้นใหญ่ร่มเงาของต้นไม้บดบังแสงอรุณแรกในยามเช้า
เมื่อเท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงดวงตาจ้องมองไปที่ลำต้นขนาดใหญ่ของต้นไม้เขายื่นมือของตนเองัักับเนื้อไม้ที่หนาและแข็ง
หลังจากที่ยื่นมือไปสำรวจเนื้อไม้เรียบร้อยจึงมือของตนเองออกมาดวงตาทั้งสองข้างเพ่งเล็งไปที่บริเวณจุดเดียว
หลังจากนั้นร่างกายของเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเท้าทั้งสองข้างกางออกจากกันร่างกายยืดตัวตรงขึ้นหลังจากนั้นภายในมือของเขาข้างขวาง้างไปด้านหลัง
ท่าทางการตั้งท่าในยามนี้เป็ท่าทางการออกหมัดทว่าท่าทางการออกหมัดนี้มันดูทั้งเข้มแข็งแล้วก็มั่นคงดุจดั่งต้นไม้ใหญ่ที่กำลังตั้งตระหง่าน
เมื่อเขาตั้งท่าทางมั่นคงเรียบร้อยแล้วหลี่หยุนทำการสูดหายใจเข้าไปภายในปอดลมปราณภายในร่างกายของเขาโคจรออกมาจากแก่นิญญา
ลมปราณทั้งหมดถ่ายทอดมาไว้ที่บริเวณหมัดข้างขวาจากนั้นเขาทำการออกหมัดไปอย่างรวดเร็ว
หมัดของเขาออกตรงไปด้านหน้าต่อยเข้าไปที่บริเวณจุดต้นไม้ที่กำลังเพ่งเล็ง“ หมัดกระแทก ”
หมัดที่กำลังพุ่งทะยานไปกระแทกเข้าที่บริเวณลำต้นไม้เกิดกลายเป็เสียงดัง“ ปั้ง!!!! ”
เสียงของหมัดที่ห่อหุ้มด้วยลมปราณกระแทกเข้าไปที่เปลือกไม้ที่แข็งแกร่งเสียงดังปั้งที่ดังขึ้นดุจดั่งฟ้าผ่า ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าถึงกับสั่นะเื
หลี่หยุนถอยหมัดของตนเองออกมาเมื่อถอยหมัดของตนออกมาดวงตาของเขาจ้องมองบริเวณหมัดของเขาก่อนเป็อันดับแรกปรากฏว่าไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อยแล้วก็ไม่มีาแด้วยเช่นเดียวกัน
แต่เมื่อมองไปที่ตัวต้นไม้เบื้องหน้าบริเวณตัวต้นไม้มันเกิดกลายเป็รูขนาดใหญ่รูที่มันบังเกิดขึ้นยุบเข้าไปจากลำต้นไม้ประมาณสามส่วนเกินพละกำลังของมนุษย์ไปมากแล้ว
“ นี่ไม่ใช่เพียงแค่ลมปราณภายในร่างกายแต่เมื่อครู่มันคือเคล็ดวิชาหมัดกระแทกหนึ่งในวิชาที่ง่ายดายที่สุดและสามารถเริ่มเรียนได้ในทันทีและหลงเหลืออยู่ภายในความทรงจำของจอมมาร”
“ มันคือการโคจรลมปราณภายในร่างกายจากนั้นส่งไปที่บริเวณหมัดยามที่ออกมาแล้วกระแทกเข้ากับเป้าหมายลมปราณนั้นที่กำลังหมุนเวียนดุจดั่งเกรี้ยวคลื่นจะปล่อยออกไปในครั้งเดียวด้วยความรุนแรงมันจะเพิ่มพูนมากกว่าพละกำลังของร่างกายไปอีกสามเท่า ”
“ เคล็ดวิชานี้ดูเหมือนเป็เคล็ดวิชาธรรมดาแต่ว่าหมัดกระแทกมันเป็วิชาพื้นฐานที่มีกำลังการทำลายมากที่สุดเพราะว่าการที่หมัดที่ออกไปมีพละกำลังมากกว่าร่างกายถึงสามเท่าทำให้สามารถโจมตีและสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่มีขอบเขตพลังเหนือกว่าตนเองถึงสามขั้นได้”
แม้ว่าวิชาหมัดกระแทกจะดูเหมือนเป็วิชาพื้นฐานแต่มันเองก็เป็หนึ่งวิชาที่ถือว่ามีประโยชน์มาก
มันเป็หนึ่งในวิชาที่หลงเหลืออยู่ภายในความทรงจำไม่ว่าจะเป็ความทรงจำของจอมมารหรือเป็ความทรงจำของเขาเขาก็ย่อมรู้ดีเพราะนี่ก็เป็1 วิชาที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
“ ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ภายในหัวไม่ได้เป็เพียงแค่ความทรงจำของจอมมารเท่านั้นแต่ว่าร่างกายนี้สัญชาตญาณภายในร่างกายรวมไปถึงท่าทางล้วนแล้วแต่ตอบสนองกับความทรงจำทั้งหมด”
“ จนตอนนี้ตัวของเรารู้สึกว่าตนเองนั้นถูกหลอมรวมเข้าไปกับร่างของจอมมารอย่างสมบูรณ์แล้ว..” หลี่หยุนในขณะที่กำลังพูดกับตนเองภายในใจเขาก็รู้สึกอัศจรรย์เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งนัก
เขามองตรงไปที่รอยหมัดของเขาที่ปรากฏขึ้นบริเวณต้นไม้รอยกำปั้นที่มันยุบลงไปจากผิวเนื้อไม้ลึกพอสมควรเป็จุดบ่งบอกถึงความรุนแรง “ตอนนี้ถ้าอยากจะเอาตัวรอดวิชานี้ถือเป็วิชาเดียวที่ตัวของเราสามารถเปลี่ยนได้ ”
“ ภายในโลกใบนี้พลังภายในร่างกายจะถูกแบ่งแยกออกเป็ 2 อย่าง ทักษะคือสิ่งที่ฝึกฝนภายในร่างกายและขับเคลื่อนออกมาเป็พลังส่วนเคล็ดวิชาคือสิ่งที่ร่ำเรียนและใช้ควบคู่กับทักษะเพื่อสำแดงพลัง ”
“ ทั้งสองอย่างล้วนแล้วสามารถร่ำเรียนได้ ไม่ว่าจะเป็ทักษะที่ฝึกฝนหรือว่าจะเป็เคล็ดวิชาแต่ว่ามีหนึ่งอย่างที่ไม่สามารถเริ่มเรียนได้ มันคือทักษะพร์ ”
“ ทักษะพร์คือสิ่งที่ติดกายองมนุษย์มาั้แ่กำเนิดบางครั้งทักษะพร์ก็ปรากฏขึ้นมาใน่อายุที่แตกต่างกัน ”
“ บางครั้งทักษะพร์มันเองก็จะปรากฏขึ้นมาใน่เวลาที่ตนเองได้พบเจอกับบางอย่างอย่างเช่นมนุษย์คนหนึ่งบางครั้งทักษะพร์ก็จะปรากฏขึ้นใน่ที่โตแล้ว ”
“ ทักษะพร์และทักษะรวมไปถึงเคล็ดวิชาจะถูกแบ่งแยกออกเป็ระดับโดยกำหนดเป็ดาว”
“ ทักษะพร์ที่น่าจะล้ำค่ามากที่สุดมันคือ 7 ดาวแต่ว่าถ้าเป็ทักษะที่ร่ำเรียนสิ่งที่มากที่สุดคือ10 ดาว ”
“ ภายในร่างกายของจอมมารหลี่หยุนมีทักษะพร์ภายในร่างกายที่ติดตัวอยู่มากพอสมควรอย่างเช่นทักษะหยั่งรู้เป็ทักษะพร์ที่อยู่ในระดับห้าดาวสามารถมองเห็นความสามารถรวมไปถึงขอบเขตพลังของสิ่งที่จ้องมองได้อย่างชัดเจนถือว่าเป็ทักษะล้ำค่า ”
“ แต่ภายในเนื้อเื่ถูกบรรยายเอาไว้ว่าถ้ามีทักษะหยั่งรู้อยู่ในระดับ 7ดาวสามารถมองเห็นได้แม้แต่แยกแยะได้แม้กระทั่งเคล็ดวิชา ”
“ การหลอมรวมฟ้าดินสร้างแก่นิญญาขึ้นมาใหม่มันไม่ได้ทำให้ทักษะพร์ภายในร่างกายของตัวเองหายไป… ถือว่ายังดี ”
“ แต่ว่าในบรรดาทักษะพร์มากมายมีหนึ่งสิ่งถือว่าเป็พื้นฐานที่สำคัญมากที่สุดมันคือทักษะพร์การเรียนรู้ผู้ใดที่มีทักษะนี้มากสามารถฝึกฝนเคลื่อนขอบเขตลมปราณของตนเองได้เร็วแล้วตอนนี้ร่างกายนี้มีทักษะการเรียนรู้ถึงระดับ7 ดาว ”
“ ถ้าตัวเราฝึกฝนมันอย่างทุ่มเท ด้วยทักษะพร์ระดับ 7 ดาวที่เป็ของที่ล้ำค่าอย่างทักษะการเรียนรู้มันจะทำให้ตัวของเราสามารถพัฒนาฝีมือได้อย่างรวดเร็ว”'
“ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีร่างกายนี้จำเป็จะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นไม่เช่นนั้นไม่มีทางเอาตัวรอดภายในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างแน่นอน…”
หลังจากที่ยืนคิดกับมันเองอยู่สักพักดวงตาของเขาจ้องมองตรงไปบริเวณเบื้องหน้าออกไปข้างนอกที่ดินที่ตนเองกำลังยืนอยู่“ เอาละออกไปสำรวจภายในเมืองล่องนภาสักหน่อยดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง… ”
หลังจากที่พูดจบก็เดินตรงออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็วมุมตรงเข้าไปภายในเขตหลักของตัวเมือง
จบบท