ตอนที่ 19 จากไปด้วยความโกรธ
จี้ซิวผิงเห็นท่าทางตรงหน้าของถงเชียน แววตาจึงมีความเหลืออด เป็พ่อแม่ประสาอะไร ถึงได้ทำกับลูกตัวเองเช่นนี้ ก่อนหน้านี้เขาเพียงคิดว่าที่ถงเชียนมีท่าทางหยิ่งยโสอยู่บ้าง เป็เพราะตนเองตามใจมากเกินไป ขอเพียงตนเองยังตามใจต่อไปได้ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร
แต่ตนกลับคิดไม่ถึงเลย เด็กที่ว่านอนสอนง่ายมาั้แ่แรกเริ่ม จะถูกพ่อแม่บีบบังคับเช่นนี้ ท้ายที่สุดยังต้องแบกรับสิ่งที่นางไม่ควรจะแบกรับ เพราะอย่างนี้จึงมองไปทางบิดามารดาคู่นั้นด้วยความเกลียดชัง
“ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย ในยามปกติข้าระลึกอยู่เสมอว่าพวกท่านเป็บิดามารดาของเชียนเอ๋อร์ ขอเพียงพวกท่านไม่เรียกร้องจนเกินไป ข้าย่อมไม่พูดสิ่งใดให้มากความ ทั้งยังเต็มใจทำ ก็ใครใช้ให้ข้ารักใคร่เอ็นดูเชียนเอ๋อร์กันล่ะ”
“แต่ข้ากลับนึกไม่ถึงเลยว่า พวกท่านจะปฏิบัติต่อเชียนเอ๋อร์เช่นนี้มาโดยตลอด หากข้ารู้ั้แ่แรกว่าพวกท่านทำเช่นนี้กับนาง ข้าคงจะยื่นหนังสือคำร้องเื่พวกท่านกับทางการไปตั้งนานแล้ว จะให้เชียนเอ๋อร์ทนได้รับความไม่เป็ธรรมเช่นนี้อยู่ได้อย่างไร”
พวกชาวบ้านที่ได้ยินเสียงไพเราะน่าฟังของถงเชียนอธิบาย ก็ยิ่งหยามเหยียดสามีภรรยาตระกูลถง เมื่อก่อนรู้เพียงถงเชียนเป็ภาระให้จี้ซิวผิง แต่กลับไม่รู้เลยว่าระหว่างกลางจะมีความยุ่งเหยิงเช่นนี้อยู่ เลยพากันด่าทอประณามคนทั้งคู่
บิดาของถงเชียนเห็นว่าสถานการณ์ของตนในยามนี้เริ่มไม่เอื้ออำนวยนัก ฉับพลันนั้นก็รู้สึกได้ว่าเื่ในวันนี้ถงเชียนจะต้องจงใจอย่างแน่นอน จงใจทำให้ตนเองขายหน้าพวกชาวบ้าน จึงเหลียวมองนางด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
แล้วกล่าวอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ “ถงเชียน เ้าคิดว่าพูดเช่นนี้แล้วจะปฏิเสธความจริงที่เ้าเป็ลูกของข้าได้รึ หรือเ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะปกปิดความจริงที่เ้าอกตัญญูได้”
ถงเชียนคิดไม่ถึงเลยว่าบิดายังจะเอ่ยอย่างนี้ในเวลาเช่นนี้ได้ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ตนจะถูกพวกเขาปรับทัศนคติมาแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่า มีผู้คนอยู่ที่นี่ตั้งมากมาย เขายังจะกล้าพูดเช่นนี้อีก
จึงผละออกจากอ้อมกอดของจี้ซิวผิงด้วยความตะลึงเล็กน้อย ถึงแม้จะกล่าวว่าใบหน้าช่างดูเวทนาถึงปานนั้น เห็นข้าดูน่าสงสาร ทว่าในใจกลับลอบยิ้มเ็า บิดาของตนผู้นี้ ทำสิ่งใดไม่เหลือทางออกให้ตัวเองบ้างเลย
“ท่านพ่อ ลูก ลูกไม่ได้อกตัญญูนะเ้าคะ แต่เพราะยามนี้ที่บ้านไม่มีเงินจริงๆ ไม่เช่นนั้น ลูกจะไม่กล้าซื้อปิ่นอันนั้นให้มารดาได้อย่างไร ถึงก่อนหน้านี้พี่ซิวผิงจะตำหนิข้า ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาข้าก็ไม่เคยพูดสิ่งใดเลยมิใช่รึ ท่านพ่ออย่าได้ตำหนิข้า อย่าให้คนมาเอาข้าไปเลยนะเ้าคะ”
จี้ซิวผิงได้ยินถงเชียนพูดอ้อนวอนบิดาเช่นนี้ ก็พาให้หัวใจเขาบีบรัด ครั้นได้ยินชาวบ้านด้านข้างด่าทอเช่นนั้นอีก จึงเอ่ยกับบิดาของถงเชียนว่า “ท่านพ่อตา ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ มิหนำซ้ำยังกล่าวโทษเชียนเอ๋อร์อีก แต่บัดนี้ข้ารู้แล้ว และจะไม่ยอมให้ท่านรังแกนางอีกเป็อันขาด”
“ในเมื่อบัดนี้ชาวบ้านทุกคนต่างรวมตัวกันอยู่ที่นี่ เช่นนั้นหากข้าจะขอพูดเนรคุณกับท่านพ่อตาก็คงจะไม่เสียหาย หากพูดให้น่าฟังหน่อย ก่อนหน้านี้ถือเสียว่าข้าทำสิ่งเหล่านี้เพื่อแสดงความกตัญญูแทนเชียนเอ๋อร์ ฉะนั้นสิ่งที่ทำไปก่อนหน้านี้นับว่าเพียงพอแล้ว”
พอเห็นคนข้างๆ มีสีหน้าท่าทางที่ดูแปลกประหลาด ก็ไม่คำนึงถึงระเบียบการปฏิบัติตนสามประการหรือจารีตห้าประการอีกต่อไป แล้วกล่าวต่อว่า “หากจะพูดให้แย่หน่อย ข้าเป็คนซื้อตัวถงเชียนกลับมา นับั้แ่ที่นางเข้ามาในตระกูลของพวกเรา ก็ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับท่านอีก ไม่ว่านางจะอยู่ที่นี่เช่นไร ก็ไม่ถึงคราที่ท่านจะมาพูดสอดได้”
“ถงเชียนพูดอกตัญญูเช่นนั้นออกมาไม่ได้ ทั้งยังกลัวว่าท่านจะทำเื่ไม่ดีกับนางจริงๆ แต่เพื่ออิสรภาพของถงเชียนแล้ว ข้าจำต้องพูดอะไรบางอย่างต่อหน้าทุกคน จากนี้ไปถ้าหากไม่มีเื่อันใดล่ะก็ หวังว่าท่านพ่อตาและท่านแม่ยายจะไม่มารบกวนชีวิตประจำวันของถงเชียนที่นี่อีก”
พี่ใหญ่หวังได้ยินจี้ซิวผิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมเด็ดขาด ก็รู้สึกปราบปลื้มใจ ใครใช้ให้คนแซ่ถงมาดูถูกภรรยาของเขา ถึงแม้ยามปกตินางจะชอบพูดจาเหลวไหลเพียงใด ก็ยังไม่ถึงคราที่ผู้ใดจะมาพูดได้
แต่ป้าหวังกลับไม่ได้อารมณ์ดีเช่นนั้น แรกเริ่มเดิมทีที่ตนเองหนุนหลังถงเชียนนั้นก็เพื่อที่จะแอบแฝงเข้ามา ทั้งยังได้ใช้ความจริงต่อสู้กับสองสามีภรรยาตระกูลถงอีก แล้วตนเองจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ได้อย่างไร
“พวกคนแซ่ถง ก่อนหน้านี้ชาวบ้านทุกคนหลงนึกว่าเชียนเอ๋อร์มีนิสัยยโสโอหังจริงๆ ทั้งยังสร้างภาระให้สามีอย่างมาก ด้วยไม่รู้ว่ายังมีเื่เช่นนี้แอบแฝงอยู่ เชียนเอ๋อร์เป็เพียงแม่นางน้อยผู้หนึ่ง จะแบกรับไหวได้อย่างไร แล้วเ้ายังพูดเื่ไม่ดีเช่นนั้นอีก อีกอย่างเ้าเป็บิดาของนาง ถึงแม้ยามนี้นางจะไม่ใช่ลูกสาวเ้าแล้ว แต่เหตุใดยังปฏิบัติต่อแม่นางน้อยเช่นนี้”
บิดาของถงเชียนได้ฟังคำพูดของจี้ซิวผิง ทั้งยังมีสองสามีภรรยาตระกูลหวังพูดเสริมปรุงแต่งเข้าไปอีก พริบตานั้นจึงรู้ได้ว่าวันนี้ที่ตนเองมาคงจะหมดหนทางเสียแล้ว จึงได้แค่นเสียงเ็าคำหนึ่ง “ไม่ว่าเ้าจะเป็ลูกสาวข้าหรือไม่ ท้ายที่สุดก็ไม่อาจลบล้างบุญคุณที่ชุบเลี้ยงดูมาหลายปีขนาดนั้นไปได้”
หลังจากพูดเช่นนี้เสร็จ ก็มองไปรอบๆ มองดูคนที่มุงล้อมอยู่รอบข้างพวกนั้น แล้วมองมารดาของถงเชียนที่ถูกตนตีจนหน้าบวมเป่ง จากนั้นเอ่ยด้วยความโกรธแค้น “รีบไปเร็ว หรือจะอยู่ที่นี่ให้ผู้อื่นรอชมละครลิงกัน”
บิดาของถงเชียนมองเห็นท่าทางเกรี้ยวกาจของสามีตนเอง ย่อมไม่กล้าพูดแม้แต่คำเดียว ความจริงยามที่ตนอยู่ตรงนี้ ก็ได้รับสายตาเสียดสีทิ่มแทงจากคนพวกนั้นตั้งนานแล้ว ครั้นได้ยินว่าตนสามารถไปได้ จึงรีบก้าวฝีเท้าตามบิดาของถงเชียนไปในทันทีและออกไปจากลานบ้านเล็กๆ แห่งนี้
จี้ซิวผิงมองดูทั้งสองจากไปและตบหลังถงเชียนเบาๆ พูดปลอบประโลมอย่างแ่เบาและนุ่มนวล “เชียนเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว จากนี้ไปพี่ซิวผิงจะปกป้องเ้าเอง จะไม่ยอมให้เ้าถูกพวกเขารังแกได้อีกเป็อันขาด เ้าอยู่ที่นี่ให้สบายใจเถอะ”
เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว จึงเดินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ประสานมือทั้งสองข้างโน้มตัวคารวะเหล่าเพื่อนบ้านและกล่าวเสียงดังกังวานว่า “วันนี้ขอขอบคุณพวกท่านทั้งหลายที่ช่วยพูดแทนเชียนเอ๋อร์ หากไม่ได้พวกท่านล่ะก็ เชียนเอ๋อร์คงไม่อาจทนรับความอยุติธรรมในวันนี้ได้แน่”
“หากในอดีตเชียนเอ๋อร์ได้ล่วงเกินพวกท่านประการใด เช่นนั้น ซิวผิงต้องขออภัยพวกท่านแทนนาง ณ ที่นี้ด้วย จากนี้ต่อไปหวังว่าพวกท่านจะไม่มีความเห็นที่ไม่ดีต่อนางอีก”
ถงเชียนมองจี้ซิวผิงที่โค้งตัวให้คนพวกนั้นแทนนาง ก็รู้สึกไม่ถูกต้องอย่างมาก จึงเดินก้าวขึ้นนำหน้าจี้ซิวผิงไป เอ่ยกับทุกคนด้วยสายตาที่แน่วแน่ “ท่านลุงท่านป้าทั้งหลาย ก่อนหน้านี้หากเชียนเอ๋อร์ทำผิดพลาดประการใด หวังว่าทุกท่านจะโปรดให้อภัย”
“ก่อนหน้านี้ข้าทำให้พี่ซิวผิงเดือดร้อน ถึงแม้ทุกคนจะคิดว่าข้าไม่ดี แต่ก็อย่าได้ลงที่พี่ซิวผิง เขาเป็คนที่ดีมากๆ คนหนึ่ง เพียงแต่ในอดีตนั้นเชียนเอ๋อร์ทำตัวแย่มากจริงๆ” กล่าวเช่นนี้ ก็ค่อยๆ โน้มตัวลงและทำความเคารพชาวบ้านทุกคน
ชาวบ้านทั้งหลายเห็นว่าเื่นี้จบลงอย่างเรียบง่ายถึงเพียงนั้น อีกอย่างพอเห็นท่าทางของพวกเขาทั้งคู่แล้ว ย่อมไม่พูดอันใดให้มากความ พากันออกจากลานบ้านไป ทว่าในใจนั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ถึงแม้ก่อนหน้านี้ถงเชียนจะเคยทำเื่อะไรมา แต่นั่นล้วนเป็เพราะบิดาของนางทั้งสิ้น พอมาเห็นอย่างนี้แล้ว ควรเกลียดที่สุดไม่ใช่ถงเชียนแต่เป็บิดาของถงเชียนต่างหาก
.
.
.