บทที่ 5 เพลงในโรงน้ำชา
ในซอยเล็ก ๆ ด้านตะวันออกของเมืองหลวง มีโรงน้ำชาร้าง ๆ ที่ผู้คนแวะเวียนมาไม่มากนัก กลิ่นชาอุ่นเจือกลิ่นไม้เก่า เงียบสงบกว่าตลาดใหญ่ที่อึกทึกนัก
เย็นวันนั้น อวี้เซียน แบกหีบไม้เข้ามานั่งมุมหนึ่ง เธอวาง กู่ฉิน มรดกตระกูลซินหยางลงตรงหน้า และเริ่มบรรเลงท่วงทำนองอันคุ้นเคย ปลายนิ้วเรียวััสายพิณทีละเส้น เสียงดนตรีใสกังวานแทรกผ่านกำแพงไม้ อาบไล้บรรยากาศให้เงียบสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์
เสียงสายพิณนั้นหลุดลอดออกไปนอกซอย ลอยแทรกผ่านความวุ่นวายของเมืองหลวง ราวกับกระแสน้ำใสไหลกลางตลาดอึกทึก จนไปสะดุดหูบุรุษผู้หนึ่ง
คุณชายหนุ่มในชุดผ้าแพรสีเข้ม เดินมุ่งเข้ามายังโรงน้ำชา ใบหน้าเรียวยาวสง่า กิริยาสุขุมดุดัน แต่ดวงตาแฝงประกายเย็นเยียบ เขาไม่พูดสิ่งใด เพียงนั่งลงโต๊ะใกล้เวทีเล็ก ๆ พลางทอดสายตาจับจ้องที่อวี้เซียน
นางมิได้หยุดมือ ท่วงทำนองยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเพลงสิ้นสุดลง บรรยากาศในโรงน้ำชาที่เคยพลุกพล่านกลับสงบเงียบราวกับเวลาหยุดนิ่ง
คุณชายผู้นั้นปรบมือเบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“บทเพลงนี้…แปลกหูนัก ทว่ากลับเต็มไปด้วยอารมณ์ลึกซึ้ง มิใช่เพียงคนทั่วไปจะบรรเลงได้ เ้าช่างมีพร์”
คำชมเพียงประโยคสั้น ๆ แต่ทำให้อวี้เซียนสะท้านใจ น้ำตาแทบเอ่อขึ้นมา เพราะนี่คือเพลงที่นางเรียนรู้มาจากการอยู่กับซินหยางและผู้เฒ่า เป็ท่วงทำนองที่พวกเขาเคยบรรเลงร่วมกัน
คุณชายลึกลับวาง ถุงเงินผ้าไหม ลงบนโต๊ะตรงหน้า เสียงเหรียญดังหนักแน่นพอให้รู้ว่าภายในมีค่าไม่น้อย เพียงพอให้หญิงสาวผู้นี้อยู่รอดได้นานนับสัปดาห์
อวี้เซียนรีบยกมือคำนับ
“คุณชาย…ท่าน!”
แต่ยังไม่ทันกล่าวคำขอบคุณ ก็มีบ่าวรับใช้ในชุดหรูเร่งเข้ามา
“คุณชาย ถึงเวลาแล้วเ้าค่ะ”
คุณชายผู้นั้นเพียงพยักหน้า ลุกขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนจะก้าวออกจากโรงน้ำชาไปโดยไม่หันกลับมามอง
อวี้เซียนยืนมองแผ่นหลังของเขาลับหายไปในผู้คน หัวใจสั่นไหว ยากนักจะหาผู้คนที่เข้าใจในบทเพลงอันลึกซึ้งนี่ได้
บทที่ 6 เงาแห่งกระบี่
งาน ชุมนุมยอดกระบี่ จัดขึ้นที่ลานกว้างกลางเมืองหลวง ผู้คนหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ เสียงผู้คนะโโห่ร้อง เสียงกระบี่กระทบกันดังแว่วไปทั่ว ความวุ่นวายปนความยิ่งใหญ่ครอบคลุมทั้งบริเวณ
อวี้เซียน เดินตามฝูงชนเข้าไปในงานด้วยหัวใจที่ร้อนรน ทุกย่างก้าวคือความหวังว่าวันนี้นางจะได้พบ ซินหยาง บุรุษที่หายสาบสูญไปจากชีวิตนางเมื่อสองปีก่อน
นางสอบถามจากผู้คนทีละคน แต่ก็ไม่มีใครรู้จักชื่อหรือรูปพรรณที่ตรงกับความทรงจำของนาง ความหวังค่อย ๆ เลือนราง ทว่ากลับถูกแทนที่ด้วยความไม่ยอมแพ้
จนกระทั่งเสียงประกาศดังขึ้น
“การประลองรอบต่อไป! ผู้เข้าแข่งขัน—องครักษ์อี้อ่าวจ้าน แห่งจวนหลงเวยอ๋อง! พบกับกระบี่เขียวแห่งแคว้นฉิน!”
บนเวทีสูงกลางลาน ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวออกมาอย่างสง่างาม ร่างสูงใหญ่ สวมชุดองครักษ์สีดำเข้ม แววตาคมดุจเหยี่ยว เส้นผมรวบตึงเผยให้เห็นเค้าโครงใบหน้าคมสัน แข็งกร้าวและเ็า แม้มิใช่เด็กหนุ่มที่นางจำได้ชัด แต่เงาร่างนั้น กลิ่นอาย และแววตา... คล้ายคุณชายซินหยางในความทรงจำของนางทุกประการ
อวี้เซียนยกมือปิดปาก น้ำตารื้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกไหลบ่าประดังจนเกินบรรยาย
ความดีใจ ความสับสน ความกลัวว่าจะผิดตัว ทุกสิ่งล้วนพันกันแน่นจนแทบไม่อาจหายใจ
เสียงผู้คนโห่ร้องดังขึ้นรอบลานประลอง แต่สำหรับอวี้เซียนแล้ว โลกทั้งใบเงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงหัวใจตนเองที่เต้นแรงไม่เป็จังหวะ
“คุณชาย…ใช่ท่านจริง ๆ หรือไม่…?”