ณ สถานที่อันว่างเปล่า ทุกอย่างมืดจนไม่สามารถมองเห็นอะไรรอบตัว
“มาแล้วสินะ” เสียงใหญ่ทุ้มพูดเบาๆ
“เ้านี่ดูหน่วยก้านดีซะด้วย ทำเอาข้านึกถึงเ้าหนูนั่นเลยหล่ะ” เสียงอันเย็นะเืพูด
“เอาหล่ะ ลูกหลานที่สืบทอดสายเืของเ้า “เดรโก้” จงตื่นขึ้นมาซะ” เสียงอันใหญ่ทุ้มพูด
“เฮ้! ไอ้ลิงเปลือย เ้าจะนอนไปถึงเมื่อไหร่กัน” เสียงอันเย็นะเืะโ
ดู๊คค่อยๆ ลืมตาตื่น ในสถานที่อันว่างเปล่า ตรงหน้าของเขาปรากฎเป็ ร่างของสัตว์ร้ายสองตน
ด้านขวาของเขาปรากฎเป็ร่างของัที่ตัวใหญ่ั์ราวกับปราสาท ลักษณะของมันมีเกร็ดเป็สีดำทมิฬ นัยตาสีทอง ปีกสองข้างของมันใหญ่ประมาณ 10เท่าของใบเรือพร้อมจ้องเขม็งมาที่ดู๊ค
“เ้ากลัวงั้นรึ ไอ้ลิงเปลือย” ัทมิฬพูดด้วยเสียงที่แ่เบา ไอเย็นะเืออกมากจากปากของัั์หลังจากที่มันพูด
ด้านซ้ายของดูปรากฎเป็ราชสีห์ขนาดั์ที่มีขนาดเท่าๆ กับัทมิฬ ลักษณะของมันสวมชุดเกราะราวกับนักรบ มีขนสีเทาทั่วร่างกาย แผงคอของมันระยิบระยับราวกับมีเครื่องประดับติดอยู่ มันคำรามด้วยเสียงอันองอาจ “คร่อววววววววว”
“อย่าได้กลัวไปเด็กน้อย” “เ้าคงอยากรู้สินะว่าพวกข้าคือใคร” ราชสีห์กล่าว
“ไม่ เดี๋ยวก่อน พวกท่านเป็ตัวอะไร สัตว์ร้ายในนิทานงั้นหรือ ข้าไม่เคยเห็นอะไรประหลาดเช่นนี้มาก่อน” ดู๊คะโออกไป
“อย่ามาพูดให้ขำน่า สัตว์ร้ายงั้นรึ นิสัยหยาบคายมันสืบทอดไปยันลูกหลานของมันรึไง” ัคำรามพร้อมตอบกลับดู๊ค
“พวกท่านจะไม่จับข้ากินใช่ไหม ข้ายังไม่อยากเป็อาหารของพวกท่าน ข้าตัวเล็กแถมเนื้อก็ไม่มีเยอะ ท่านกินข้าไปก็ไม่อิ่มท้องหรอก” ดู๊คตอบ
“ฮ่าๆๆ เ้าหนู เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าทั้งสองคือใคร” ราชสีห์ถาม “พวกข้าคือหนึ่งในสิบสองเทพที่เคยจุติมายังโลกนี้ยังไงละ”
ภาพตัดกลับไปในตอนที่มอร์คีนปู่ของเขาที่เคยเล่าตำนานของตระกูลไลก้อนให้ดู๊คฟัง เ้าหนูดู๊คตาลุกวาว
“พวกท่านคือ ัทมิฬและราชสีห์เหล็กที่มอบพรให้กับเ้าตระกูลไลก้อนใช่หรือไม่ ข ข้าคิดว่ามันเป็แค่เื่เล่าซะอีก” ดู๊คกล่าว พร้อมมองไปพวกเขาพร้อมทำหน้าใ
“ข้านี่แหละจ้าวัทมิฬ “เฟรโก้” ผู้ปกครองแห่ง “หุบเขาทมิฬ” จ้าวแห่งเงามืดทั้งปวง” เฟรโก้ตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเื
“ส่วนข้า “เลโอ” ราชสีห์เหล็ก ผู้ปกครอง “สายแร่สีรุ้ง” ข้าทั้งสองเป็คนมอบพรให้แก่เ้าเดรโก้ยังไงละ” เลโอตอบด้วยน้ำเสียงที่ภูมิใจ
ดู๊คอ้าปากค้างด้วยความตะลึง “แล้วทำไมข้าถึงมาอยู่นี่ละ” ดู๊คถามทั้งสองด้วยความแปลกใจ
“เวลาของเ้ามาถึงแล้วยังไงละเ้าหนู ฮ่าๆๆ เอาหละมาใกล้ๆ ข้า ข้ามีบางอย่างจะมอบให้แก่เ้า” เลโอกล่าวพร้อมกับมอบวัตถุประหลาดที่มีลักษณะคล้ายกับก้อนของแร่เหล็กให้แก่ดู๊ค
ดู๊คคว้าไว้ด้วยความเต็มใจ
“กรึดดดดด” เสียงบางอย่างดังมาจากเฟรโก้ จ้าวัเพ่งสมาธิพร้อมกับมีเกล็ดบางอย่างออกมาจากิัของเขาคล้ายกับงูที่กำลังลอกคราบ “มันเป็เกล็ดของข้า เ้าจงรับไว้แล้วมันจะเป็ประโยชน์แก่เ้าในอนาคต” เฟรโก้เอ่ยพร้อมมอบมันให้แก่ดู๊ค
ในมือของดู๊คถือวัตถุทั้งสองไว้ พร้อมมองไปที่เฟรโก้และเลโอ “ขอบคุณครับ” ดู๊คเอ่ยปาก
“ดี นั่นแหละ เมื่อถึงเวลาของเ้าจงอย่าทำให้พวกข้าผิดหวังล่ะ” เลโอเอ่ย
“เ้าต้องหาอะไรดีๆ มาป้อนมันด้วย ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็ผลดีแก่เ้า ไอ้ลิงเปลือย” เฟรโก้เอ่ย
“ท่านหมายความว่าอย่างไร” ดู๊คถามด้วยความสงสัย
“เมื่อถึงเวลาเ้าจะรู้เอง” เฟรโก้และเลโอตอบ
ทั้งสองมองหน้ากัน พร้อมกับจ้องไปที่ดู๊ค พวกมันง้างปากพร้อมกับพุ่งมาที่ดู๊ค ดู๊คน้อยใกับภาพที่ตัวเองกำลังจะถูกกินและร้องะโ
“ช่วยด้วยยยยยยย!” ดู๊คะโลั่น
เมื่อดู๊คลืมตาขึ้นกลับพบว่าตัวเองนั้นอยู่บนเตียงนอน แขนของเขาถูกผ้าพันแผลที่มีอาร์แม่ของเขารักษาให้
“นี่ข้าฝันไปงั้นรึ ช่างเป็ฝันที่น่ากลัวจริงๆ ักับสิงโตงั้นรึ ฮ่าๆๆ สงสัยหัวข้าคงกระแทกแรงไปหน่อย” ดู๊คมองไปที่แขนของเขา “นี่ข้าแขนหักด้วยหรือนี่ แย่ชะมัด” เขามองดูสภาพของตัวเองในกระจกพร้อมกับจิปาก
ดู๊คเหลือบมองไปที่ข้างเตียงของเขากลับพบกับ สองวัตถุประหลาดที่เหมือนกับในฝันของเขา
“นี่มันบ้าไปแล้ว!” ดู๊คอุทานกับตัวเองพร้อมหยิบวัตถุประหลาดขึ้นมาดู “นี่มันอะไรกัน ข้าไม่ได้ฝันไปรึ แล้วที่เ้าักับสิงโตพูดได้พูดกับข้า มันหมายความว่าอย่างไรกัน”
ไม่นานหลังจากที่ดู๊คััวัตถุประหลาดกลับมีเหมือนพลังงานบางอย่างไหล่เข้าสู่ร่างกายของเขา เขารู้สึกเ็ปไปทั่วร่างกายของเขาราวกับทั่วทั้งร่างกายเป็ตะคริว
“อ๊ากกกกก นี่มันอะไรกัน” ดู๊คะโ
หลังฝ่ามือทั้งสองข้างของดู๊คเริ่มไหม้และปรากฏเป็รอยสักประหลาด ด้านซ้ายเป็สัญลักษณ์คล้ายกับัขนาดจิ๋วและมีตัวอักขระที่ไม่สามารถอ่านได้ล้อมรอบ ส่วนด้านขวาปรากฎเป็สัญลักษณ์คล้ายกับสิงโตขนาดจิ๋วและมีตัวอักขระที่ไม่สามารถได้ล้อมอยู่เช่นกัน
หลังจากที่รอยสักปรากฎ ดู๊ครู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกไปกับร่างกายของเขา เด็กน้อยวัย 6 ขวบรู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาราวขนนกและมีเรียวแรงขึ้นกว่าปกติจนรู้สึกแปลกใจ แขนของดู๊คที่หักสามารถขยับได้อย่างเป็ปกติราวกับถูกเวทย์ขั้นสูงรักษา
“น นี่มันสุดยอดมาก ราวกับข้าได้รับพรวิเศษเลย” ดู๊คพูดกับตัวเองพร้อมมองไปยังกระจก “เอาหละข้าต้องไปบอกท่านพ่อท่านแม่และท่านปู่ซะแล้ว” ดู๊คเอ่ย
ทันทีที่เขาเปิดประตูออกจากห้องกลับพบกับโจเอล มีอาร์ และมอร์คีนยืนรอเขาที่หน้าประตู
“ทุกคนมีอะไรงั้นรึ พอดีเลยข้ามีเื่อยากจะถามพวกท่าน” ดู๊คตอบด้วยความตื่นเต้น
ทั้งสามคนมองไปที่ดู๊ค “เ้าได้รับพรของจ้าวัทมิฬและจ้าวราชสีห์แล้วสินะ ลงมาคุยกันข้างล่างสิไอ้หนู” มอคีนกล่าวพร้อมยิ้ม
มอร์คีนเดินนำดู๊คลงไปยังชั้นหนึ่ง โจเอลและมีอาร์มองตามด้วยความเป็กังวล