หลายวันผ่านพ้นไปนับั้แ่การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเริ่มต้นขึ้น ร่างกายที่เคยบอบบางและเต็มไปด้วยความเ็ปจากการเคี่ยวกรำ บัดนี้เริ่มปรับตัวเข้ากับจังหวะการหักโหมได้ทีละน้อย กล้ามเนื้อเริ่มแน่นกระชับและความเหนื่อยหอบก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยพลังงานที่ไหลเวียนอย่างมั่นคง
ในบ่ายวันหนึ่งที่มีเวลาว่างหลังการฝึกซ้อมพื้นฐานเสร็จสิ้น เดรสมอนด์ยืนพักหายใจอยู่บนกำแพงปราสาท พลางกวาดสายตาไปรอบๆ อาณาเขตเครทอันกว้างใหญ่
'มาอยู่ในร่างนี้ร่วมเดือนแล้ว แต่ผมแทบไม่รู้จักหมู่บ้านรอบๆ นี้เลยแฮะ...' เขาคิดในใจพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ 'มัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในลานฝึกจนเกือบจะกลายเป็หินไปแล้ว ถึงเวลาเดินสายสำรวจบ้านเมืองตัวเองบ้างแล้วล่ะ'
เป้าหมายแรกที่เขานึกถึงคือ 'หมู่บ้านศิลาขาว' แหล่งอุตสาหกรรมหลักที่ผลิตเหล็กและเครื่องมือเครื่องใช้ของตระกูลเครท ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือประมาณ 6 กิโลเมตร
เดรสมอนด์ตัดสินใจเดินทางด้วยเท้าเพื่อเป็การออกกำลังขาไปในตัว เส้นทางมุ่งสู่ทิศเหนือเริ่มเปลี่ยนจากพื้นหญ้าเป็หินกรวดระเกะระกะ อากาศรอบข้างค่อยๆ เย็นลงตามระดับรอยต่อของูเาหินแกรนิตที่ชูยอดอยู่ไกลๆ
ในขณะที่เขาเดินมาจนเกือบจะถึงเขตหมู่บ้าน และเริ่มได้ยินเสียงค้อนเหล็กดังแว่วมาตามลมเบาๆ เขาก็สังเกตเห็นกลุ่มเด็กชาวบ้านสี่ห้าคนกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ที่ลานกว้างข้างโขดหินใหญ่ริมทาง
เดรสมอนด์ชะลอฝีเท้าลงด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เด็กๆ กำลังสนุกกันอยู่นั้นไม่ใช่การวิ่งเล่นทั่วไป แต่เป็สิ่งที่เขาเคยเห็นเพียงในข้อมูลเกมมาก่อน
"ไปเลย! เ้าดินเหนียว! ชนมันให้ล้ม!" เสียงเด็กชายคนหนึ่งะโลั่น
กลางวงล้อมของเด็กๆ มีก้อนดินเหนียวที่มีรูปร่างตะปุ่มตะป่ำแต่มีขาเล็กๆ สองข้างเดินตุ๊ต๊ะไปมาสามสี่ตัว มันคือ 'ตุ๊กตาดิน' มอนสเตอร์ประเภทธาตุดินระดับต่ำที่พบได้บ่อยในแถบนี้ พวกมันไม่มีความคิดและเชื่องช้า แต่กลับดูน่ารักและเป็มิตรจนคนในหมู่บ้านมักจะนำมาฝึกให้ช่วยแบกของเบาๆ ส่วนเด็กๆ ก็มักจะจับมาเดินชนกันเล่นเหมือนการประลองของอัศวินรุ่นจิ๋ว
เหล่าตุ๊กตาดินเดินดุ่มๆ เข้าหากันอย่างมุ่งมั่นตามคำสั่งไร้เดียงสาของเด็กๆ ตัวหนึ่งแบกกิ่งไม้เล็กๆ ไว้ในอ้อมแขนดินเหนียว ราวกับจะทำท่าเป็อัศวินถือทวนท่ามกลางเสียงหัวเราะใสซื่อของกลุ่มลูกชาวเหมืองที่ยังไม่รู้ถึงการมาเยือนของนายน้อยแห่งปราสาทเครท
พลันนั้นเอง เด็กชายที่ดูโตที่สุดในกลุ่มก็หยุดเล่นแล้วชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง "เฮ้! พวกเ้าดูนั่นสิ... ช่องว่างตรงหน้าผานั่นน่ะ เมื่อเช้าตอนข้าเดินมากับพ่อ ข้าเห็นมันชัดเลยนะ!"
เดรสมอนด์ได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองตามปลายนิ้วนั้นทันที
เขาขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ตรงหน้าผาหินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีรอยแยกหรือช่องว่างขนาดใหญ่ที่ดูสะดุดตาอย่างไม่น่าเชื่อ มันใหญ่พอที่คนจะเดินเข้าไปได้พร้อมกันหลายคนเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ทำให้เดรสมอนด์ขนลุกเกรียวขึ้นมาคือ... ตอนที่เขาเพิ่งเดินผ่านจุดนั้นมาเมื่อครู่นี้ เขากลับไม่ทันสังเกตเห็นมันเลยแม้แต่นิดเดียว!
เดรสมอนด์เพ่งมองอย่างตั้งใจจนสายตาเริ่มปรับโฟกัสได้ชัดเจนขึ้น เขาพบว่ามันไม่ใช่แค่รอยแยกกำแพงหินธรรมดา แต่มันคือซอกหินขนาดใหญ่สองก้อนที่ค้ำยันกันอยู่จนเกิดเป็อุโมงค์มืดสลัวที่ทอดยาวลึกลงไปใต้ดิน
"ข้าไม่เอาด้วยหรอก! แม่บอกว่าถ้าใครเข้าไปในซอกหินนั่น จะถูกพวกก็อบลินลักพาตัวไปกินนะ!" เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางขยับเข้าไปใกล้เพื่อน
"เ้าขี้ขลาด!" เด็กชายอีกคนที่มีท่าทางห้าวเป้งและถือดาบไม้ไว้ในมือยืดอกประกาศ "ข้าจะไปที่นั่นให้ดู! ข้าจะพิสูจน์ว่าข้าเก่งพอที่จะเป็ทหารได้ ข้าไม่กลัวพวกก็อบลินหรอก!"
คำพูดถกเถียงของเด็กๆ ทำให้เดรสมอนด์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองซอกหินนั้นด้วยสายตาที่ฉายแววครุ่นคิด
'แปลกมาก... ช่องว่างใหญ่ขนาดนั้น แต่ทำไมตอนเดินมาผมถึงมองไม่เห็นกันนะ? หรือที่นี่จะมีเงื่อนไขการปรากฏเหมือนในตำแหน่งดันเจี้ยนลับ?' เดรสมอนด์พึมพำในใจอย่างตื่นเต้น 'ถ้ามันเป็ดันเจี้ยนจริงๆ ล่ะก็... นี่อาจจะเป็ที่เก็บเลเวลชั้นยอดในอนาคตของผมเลยก็ได้ ไว้มีโอกาสและเตรียมตัวพร้อมกว่านี้ ผมต้องกลับมาสำรวจอย่างแน่นอน'
เดรสมอนด์ขยับตัวออกห่างจากพุ่มไม้อย่างแ่เบา เขาอาศัยจังหวะที่พวกเด็กๆ กำลังถกเถียงกันอย่างเมามัน แอบเดินเลี่ยงผ่านไปโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นนายน้อยในชุดฝึกสีเรียบคนนี้เลย
เพียงก้าวพ้นโขดหินใหญ่ที่เป็จุดพักสายตา เส้นทางเดินก็เปิดเข้าสู่ตัวหมู่บ้านศิลาขาวอย่างเต็มตัว
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือหมู่บ้านช่างตีเหล็กสไตล์ยุคกลางที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเชิงหน้าผาหินอ่อนสีขาวนวลตา บ้านเรือนส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นด้วยหินปูนและไม้ซุงท่อนใหญ่ดูแข็งแรงทนทาน ถนนสายหลักที่ทอดยาวผ่านใจกลางหมู่บ้านถูกปูด้วยเศษหินสีขาวสะอาดสะอ้าน ซึ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนดูเหมือนเส้นทางสีเงินที่ทอดยาวไปสู่ขุนเขา
สิ่งที่ทำให้ที่นี่ประทับใจเดรสมอนด์มากที่สุดคือความ 'สะอาด' ผิดกับหมู่บ้านช่างตีเหล็กทั่วไปในความทรงจำที่จะต้องเต็มไปด้วยเขม่าดำและคราบน้ำมัน แต่ที่หมู่บ้านศิลาขาวแห่งนี้ กลับดูเป็ระเบียบเรียบร้อยและได้รับการดูแลอย่างดี อาจเป็เพราะหินสีขาวที่เป็วัสดุหลักนั้นช่วยขับเน้นความสว่างและดูสะอาดตาอยู่เสมอ
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงค้อนเหล็กกระทบทั่งดังประสานกันเป็จังหวะต่อเนื่องมาจากโรงตีเหล็กนับสิบแห่งที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง กลิ่นอายของถ่านหินร้อนระอุและกลิ่นเหงื่อของชายฉกรรจ์ลอยมาปะทะจมูกเป็ระยะ แผ่ซ่านความรู้สึกของความมีชีวิตชีวาและการทำงานหนัก ชายร่างกำยำในเสื้อกั๊กหนังนั่งพักอยู่หน้าบ้านของตน พลางใช้ผ้าเช็ดเหงื่อที่ไหลซึมจากกล้ามเนื้อแขนที่แข็งแกร่งจากการกวัดแกว่งค้อนมาทั้งวัน
เดรสมอนด์กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างพึงพอใจ ที่นี่คือเส้นเืใหญ่แห่งการผลิตอาวุธและเครื่องมือของตระกูลเครทอย่างแท้จริง บรรยากาศของความแข็งแกร่งและระเบียบวินัยในหมู่ชาวเหมืองและช่างตีเหล็กเหล่านี้ คือสิ่งที่เขากำลังมองหาเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับตนเองในอนาคต
ในขณะที่เดรสมอนด์กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศการทำงานที่ขยันขันแข็งอยู่นั้น ณ โรงตีเหล็กขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน
ที่นั่น ชายร่างั์ที่มีกล้ามเนื้อแขนหนาราวกับท่อนซุงและมีรอยแผลเป็จากการถูกสะเก็ดไฟลวกอยู่ประปรายทั่วแขนกำลังง้างค้อนปอนด์หนักอึ้งฟาดลงบนแผ่นเหล็กที่ร้อนจนแดงฉาน เขาคือ 'โบรการ์ด' หัวหน้าหมู่บ้านศิลาขาวและยอดช่างตีเหล็กที่ขึ้นชื่อเื่ความโผงผางและเถรตรงที่สุดในอาณาเขตเครท
"หัวหน้า! หัวหน้าครับ!" เสียงะโลนลานของเด็กหนุ่มลูกมือคนหนึ่งดังขัดจังหวะค้อนที่กำลังจะฟาดลงมา
โบรการ์ดหยุดค้อนค้างไว้กลางอากาศพลางขมวดคิ้วหนาจนแทบจะชนกัน เขาหันไปมองลูกมือที่วิ่งหน้าตั้งชี้ไม้ชี้มือไปทางหน้าหมู่บ้าน "มีอะไรวะ? ะโโหวกเหวกยังกับเห็นผี!"
"น... นายน้อยครับ! นายน้อยสาม... นายน้อยเดรสมอนด์มาที่นี่ครับ! ตอนนี้เดินอยู่กลางหมู่บ้านเลย!"
*กึก!*
โบรการ์ดถึงกับผงะชั่วครู่ ค้อนปอนด์ในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ั์ตาสีเข้มฉายแววใและเหลือเชื่ออย่างปิดไม่มิด แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงวูบไหวไปตามแรงกระแทกของข่าวร้ายที่แสนประหลาด
เขายกมือขยี้หูตัวเองแรงๆ ราวกับจะตรวจสอบว่าหูไม่ได้ฝาดไป ก่อนจะสบถออกมาเสียงดังด้วยความหงุดหงิด "ให้ตายเหอะ! บ้าไปแล้วรึไงวะ?! เ้าเด็กนายน้อยขี้แพ้ที่มีแต่ข่าวลือว่านอนเป็ผักอยู่ในปราสาทนั่นน่ะนะ จะถ่อมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง? ์เล่นตลกอะไรกับข้านักหนาวะเนี่ย!"
โบรการ์ดโยนค้อนลงในถังน้ำข้างทั่งจนเกิดเสียงดัง 'ฉ่า!' พร้อมกับกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่ง เขาคว้าผ้ากันเปื้อนหนังขึ้นมาเช็ดมือพลางเดินอาดๆ ออกไปหน้าโรงตีเหล็กด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดกว่าปกติหลายเท่าตัว
ขณะเดียวกัน เดรสมอนด์ที่เดินสำรวจหมู่บ้านมาจนถึงใจกลางเขตโรงงาน ก็มาหยุดยืนอยู่หน้าอาคารที่โอ่อ่าที่สุด เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอของเขาหยุดลงตรงหน้าทางเข้าโรงตีเหล็กหลักพอดี
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของชายร่างั์ดังออกมาจากด้านใน ก่อนที่ร่างของโบรการ์ดจะปรากฏตัวขึ้นบดบังแสงสว่างที่หน้าประตู เงาร่างที่ใหญ่โตราวกับูเาหินทอดทับลงมาบนร่างของนายน้อยวัย 14 ปีอย่างกดดัน
โบรการ์ดจ้องมองแขกผู้มาเยือนอย่างไม่เป็มิตร เขาเตรียมคำด่าและคำไล่ตะเพิดไว้ในลำคอแล้ว... แต่ทันทีที่สบตากับั์ตาสีฟ้าครามคู่นั้น เขากลับต้องชะงักไปเป็รอบที่สองของวัน
สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่สายตาที่ลนลาน หวาดกลัว หรือจองหองอย่างไร้สาระเหมือนที่เคยเป็ แต่มันคือสายตาที่นิ่งสงบ ลุ่มลึก และแฝงไว้ด้วยประกายแห่งความมั่นใจที่เขาไม่เคยเห็นจาก 'นายน้อยขี้แพ้' คนเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว
"ยินดีที่ได้พบครับ ท่านหัวหน้าหมู่บ้านโบรการ์ด"
เสียงเรียกชื่อจากปากของเดรสมอนด์ดังขึ้นอย่างพอดีคำ ไม่เบาจนดูไร้อำนาจ และไม่ดังจนดูหาเื่ มันเป็น้ำเสียงของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า... ซึ่งทำให้โบรการ์ดถึงกับเผลอขมวดคิ้วแน่นด้วยความสับสนยิ่งกว่าเก่า
การเผชิญหน้าครั้งแรกเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายความร้อนของเตาหลอมที่ระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน!