โรงแรมฟลอเมอริเย่ สาทร
งานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าของ บริษัท เพรียวเอสเตท จำกัดมหาชน บริษัทนายหน้าค้าที่ดินรายใหญ่ที่บัดนี้ได้เปลี่ยนผู้บริหารมาเป็รุ่นที่สามเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้ย... ไอไตร” เสียงราฟเรียกเพื่อนรักเ้าพ่อค้าที่ดินที่ได้นั่งแท่นเป็ผู้บริหารเรียบร้อย ราฟได้แต่ส่ายหน้าเมื่อเห็นเพื่อนรักยืนคั่วสาวอยู่ ทั้งๆ ที่ควรจะไปเดินขอบคุณแเื่ที่เป็ลูกค้าของบริษัทภายในงาน
“เฮ้ย... ไอราฟ เป็ไงวะเบี้ยวเลี้ยงเหล้าเพื่อน แล้วยังมีหน้ามาให้เห็นอีกนะ” ไตรภพเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าใครเป็คนเรียกเขา
“เอาเถอะ ยังไงวันนี้ฉันก็มาแล้ว ว่าแต่ไอเมธ กับไปอรรถ มายัง” ราฟถามถึงเพื่อนรักอีกสองคนเพราะั้แ่เข้ามาในงานเขายังไม่เห็นแม้แต่เงาหัวของพวกมันเลย ซึ่งทั้งคู่เป็คนไทยแต่ต้องเดินทางไกลมาจากอเมริกา ส่วนชาวต่างชาติอย่างเขากลับได้ลงหลักปักฐานอยู่ที่ไทย ในบรรดาเพื่อนทั้งสี่ไตรภพเป็เพียงคนเดียวที่จบมาจากมหาวิทยาลัยอเมริกาด้วยกัน ส่วนอีกสองคนเพิ่งจะมารู้จักกันตอนที่เริ่มทำธุรกิจที่เมืองไทยและรู้สึกว่าทั้งคู่เป็คนที่น่าคบหาจากนั้นทั้งสี่คนจึงเป็เพื่อนกันเรื่อยมา
“ยัง... ว่าแต่สาวสวยตัวเล็กหลังนายนี่คู่ควงใหม่หรือไง แนะนำให้รู้จักบ้างสิวะ” ไตรภพเห็นสาวสวยตัวเล็กในชุดเกาะอกสีชมพูหวานแหววเหมาะกับผิวน้ำนมใสของเธอสุดๆ ่อกที่ดูใหญ่ไม่เหมาะสมกับตัวเล็กๆ ของเธอสักนิดเลย แล้วไหนจะเอวบางที่คอดกิ่วรับกับสะโพกผายกลมกลึงน่าลิ้มลองนั่นอีก แค่คิดน้ำลายก็พาลจะไหล
ราฟหันไปหาเลขาส่วนตัวที่เดินตามหลังมาก็ได้แต่ส่ายหน้ากับชุดที่เขาให้แมรี่ไปหามาให้อัญณิกา แต่อาจจะเป็เขาเองแหละที่ลืมย้ำไปว่าให้มันมิดชิดหน่อย ชุดนี้มันเปิดนู่นลงมาถึงนี่ ผมเผ้าก็เกล้าขึ้นไว้ซะเซ็กซี่ ครั้นจะให้ไปเปลี่ยนก็ไม่ทันเสียแล้ว ั้แ่นั่งรถมาด้วยกันก็เป็เขาเองนี่แหละที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ คงเพราะ่นี้ไม่ค่อยได้ลากคู่ขาขึ้นเตียงเพื่อผ่อนคลายแน่ๆ ถึงได้มีความคิดอะไรบ้าๆ ในหัวเยอะเกินไป
“นี่เลขาฉันเอง ชื่ออัญณิกา” ราฟแนะนำให้เพื่อนรู้จักแต่ก็ยังยืนขวางหน้าเพื่อนไม่ให้เห็นเลขาเขาเต็มๆ ตัวอยู่ดี
อัญณิกาเห็นเพื่อนเ้านายยืนจ้องอยู่ก็ส่งยิ้มทักทาย แม้เธอจะรู้สึกเขินจากชุดที่กำลังใส่อยู่แต่ก็ต้องระงับอาการไว้ ครั้นจะขอให้เ้านายตัวดีช่วย เธอกับเขาก็ยังไม่หายขุ่นเคืองกัน
“สวัสดีครับ” ไตรภพผลักเพื่อนตัวดีออกไป และยื่นมือไปทักทายเลขาเพื่อนแทน
“สวัสดีคะ” อัญณิกาจำต้องรักษามารยาทโดยการยื่นมือออกไปจับมือเพื่อนเ้านายเป็การตอบรับ
ไตรภพถือโอกาสทักทายมือนุ่มๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์อยู่พักใหญ่ แต่มือเธอดันนุ่มเกินไปจนเขาเผลอจับเสียเพลิน
“พอแล้วมั้ง เลขาเพื่อนก็น่าจะเว้นๆ ไว้บ้าง” เสียงเ้านายขั้วโลกเหนือลอยลมมาแตะหูพอดี ไม่เพียงแค่พูดราฟรีบแกะมือทั้งสองออกจากกันพัลวัน
‘น่าสนุกแล้วสิ’ ไตรภพมองหน้าเพื่อนแล้วยกยิ้มมุมปาก แม้จะเป็เพียงแวบเดียวก็ตาม
“เอาเถอะ ถ้าคนนี้ฉันจีบติดอาจจะจริงจังก็ได้ ใครจะไปรู้” ไตรภพหันไปกระซิบกับเพื่อน ซึ่งสิ่งที่เขาคาดไว้ก็เป็จริงดังที่คิด เมื่อราฟาเอลที่ทำหน้าเคร่งขรึมกำลังขมวดคิ้วจนเป็ปมทันที ก่อนจะเหล่สายตาไม่พอใจมาทางเพื่อน
“แกหมายความว่าไง”
“เฮ้อ แกนี่เข้าใจอะไรยากจริงๆ ใช่มั้ยครับคุณอัญ” ไตรภพแสร้งตบไหล่เพื่อน และขยับเข้าไปใกล้อัญณิกามากขึ้น
อัญณิกาได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนด้วยความไม่เข้าใจเ้านายตัวเองว่าจะพาเธอมาทำไม หรือจะพามาเป็ไม้กันหมาก็ยังไม่เห็นโผล่มาสักตัว
“ราฟ... ราฟคะ” เสียงแหลมะโมาแต่ไกล
อัญณิกาถอนหายใจเฮือกใหญ่คิดไว้ไม่มีผิดจริงๆ ทำไมเธอไม่ไปซื้อหวยนะ เผื่อจะได้รางวัลที่หนึ่งจะได้หลุดจากวงจรชีวิตเ้านายขั้วโลกเหนือสักที เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเธอตามไม่ทัน แต่พอเธอหันไปตามเสียงเท่านั้นแหละแทบอยากจะหันหน้ากลับ
“ราฟคะ เอลเลนคิดถึงราฟจังเลย ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะคะ” เอลเลนยกมือขึ้นคล้องแขนราฟอย่างถือสิทธิ์ จนเขาหันไปมองด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่สายตาคมก้มลงมองแขนตัวเองที่ถูกอีกฝ่ายเกี่ยวอยู่ด้วยความไม่พอใจ จนนางแบบสาวคู่ขาเก่ารีบเอามือออกทันที
“ผมว่าราฟคงจะได้คนดูแลคืนนี้แล้วละครับ แต่ผมนี่สิ ยังไม่มีเลย คงต้อง...” ไตรภพรีบฉวยโอกาสที่เข้ามาทันที แต่พูดยังไม่ทันจบก็โดนเพื่อนรักขัดขาเสียก่อน
“แกจ่ายเงินเดือนพนักงานฉันหรือไง เลขาของฉันถึงต้องไปดูแลแก”
“อ้าว ดูแลเพื่อนเ้านายไง”
“นี่เธอ!” เอลเลนที่เห็นสองหนุ่มหล่อรวยเถียงกันเื่เลขา เธอจึงปลายตาไปมองตามตัวต้นเื่ และไม่คิดว่าจะเป็ยายเลขาสู่รู่ที่แอบด่าเธอครั้งที่แล้ว
“สวัสดีคะ” อัญณิกายิ้มแห้งๆ ให้คู่ปรับเก่า จริงๆ จะเรียกว่าคู่ปรับก็ไม่ถูก เพราะเธอไม่ได้ติดใจเอาความอะไร แต่อีกฝ่ายนี่ก็ไม่แน่
“นางเลขาสู่รู้”
“คะ” อัญณิการับคำด้วยใบหน้าเรียบเฉย เธอนึกแล้วไม่มีผิดว่าอีกฝ่ายคงยังติดใจเื่คราวที่แล้วอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ความผิดเธอ เธอแค่ทำตามหน้าที่ แต่วันนี้เธอจะเว้นไว้หนึ่งวันเพราะตอนนี้หมดเวลางานแล้ว และอีกอย่างวันนี้เธอไม่รับทำโอที
“คุณไตรบอกว่าไม่มีคนดูแลใช่มั้ยค่ะ งั้นเดี๋ยวอัญจะดูแลคุณไตรเองก็ได้คะ เพราะวันนี้รู้สึกว่าเ้านายของอัญจะได้คนดูแลแล้ว” เลขาสาวขยับไปใกล้ไตรภพ และหันไปยิ้มให้เ้านายในรอบสองอาทิตย์ แต่ราฟกลับรู้สึกขัดใจอย่างบอกไม่ถูก
ไตรภพจึงถือวิสาสะที่หญิงสาวเข้ามาใกล้ยกมือขึ้นหมายจะโอบเอวบาง แค่เพียงอีกนิดเดียวเท่านั้นมือเขาก็จะแตะลงบนสะโพกกลมกลึงอยู่แล้วเชียว ถ้าไอเพื่อนตัวดีไม่กระชากตัวเลขากลับไปเสียก่อน
“โอ้ย” อัญณิการ้องเสียงหลง เมื่อตั้งหลักทันกับแรงที่ถูกกระชากไปจนเซลงไปซบอกแกร่งของคนที่ดึงตัวเธออย่างแรง
“เฮ้ย นั่นนายทำอะไร” ไตรภพแม้จะรู้สึกเสียดาย แต่เ้าเพื่อนตัวดีก็เกินไปเล่นดึงเลขาสาวตัวเท่าตุ๊กตาเสียแรง จนอีกฝ่ายต้องเซถลาและถ้าเขาเดาไม่ผิดเลขาสาวน่าจะขาแพลงด้วย
“ราฟ!” เอลเลนร้องเสียงหลง เมื่อเห็นหนุ่มที่ตนหมายปองมีทีท่าแปลกๆ กับเลขาสาว จนเธอทนไม่ไหวต้องเดินออกไปเสียเอง
“เอ๊ะ ใครกันนะที่ถูกทิ้งอย่างไม่ใยดี” นางแบบอีกคนที่เห็นเหตุการณ์เดินเข้ามาแขวะเอลเลนด้วยความสะใจ ครั้งที่แล้วเอลเลนแย่งงานเดินแบบเธอไปอย่างหน้าด้านๆ แต่วันนี้ได้เห็นภาพที่สะใจกว่า
“สู่รู้ ไม่ใช่เื่ของเธอ” เอลเลนตวาดกลับ
“ก็นั่นนะสินะ ขนาดคู่ควงเก่ายังสลัดเธอทิ้ง นับภาษาอะไรกับเพื่อนในวงการแบบฉันที่ต้องมาทนรำคาญเธอ”
“นี่ แก...”
“อย่าเสียเวลาด่าฉันเลย นู่นนางนั่นถูกคุณราฟกับคุณไตรประคองไปนู่นแล้ว”
เอลเลนหันไปมองตามด้วยความอิจฉา
‘ที่แท้นางเลขานั่นก็จ้องจะจับคนรวยเหมือนกัน ถึงได้จับปลาสองมือทั้งคุณราฟทั้งคุณไตร คอยดูเถอะ ฉันไม่ให้แกสมหวังหรอก’
อัญณิกาที่ถูกสองหนุ่มหิ้วปีกออกมานอกงานและมาพักในห้องแต่งตัวใกล้ๆ เพราะฝีมือเ้านายตัวเองที่ดึงเธอแรงเกินไปจนข้อเท้าแพลง แม้ตอนแรกราฟยืนยันว่าเขาพาเธอออกมาคนเดียวได้ แต่ไตรภพก็ยังยืนกรานที่จะตามมา เพราะเขารู้สึกว่าได้กลิ่นความสัมพันธ์แปลกๆ จากทั้งคู่ เขาเลยคิดว่าถ้าตามทั้งคู่มาคงมีอะไรทำสนุกๆ มากกว่าที่จะเดินปั้นหน้ารับแขกในงาน
“เอ่อ... ขอบคุณนะคะคุณไตรภพ” อัญณิกาหันไปขอบคุณเพื่อนเ้านายที่ช่วยหิ้วปีกเธอมาถึงที่นี่
“ไม่เป็ไรครับคุณอัญ” ไตรภพยิ้มให้
“ถ้าขอบคุณกันเสร็จแล้วก็เชิญนายออกไปได้แล้ว เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง” ราฟพูดแทรกขึ้นทันทีเมื่อเห็นทั้งเพื่อนทั้งเลขามัวแต่ยิ้มให้กัน
“อ้าว... ฉันไม่รีบ ฉันรอได้” ไตรภพพูดจบก็ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ หญิงสาวที่ขาแพลงอย่างถือวิสาสะ
“น่ารำคาญจริงๆ” ราฟพูดจบก็นั่งยองๆ ลงกับพื้นที่เบื้องหน้าเลขาสาว
อัญณิกาต้องรีบเบี่ยงขาหลบ เพราะเ้านายที่อยู่ๆ นั่งลงตรงเบื้องหน้าทำให้เธอใกับกิริยาเขาแล้วยังไม่พอยังยื่นมือออกมาจับข้อเท้าเธออีก แต่ราฟกลับเงยหน้ามองเลขาตัวแสบที่ทำเก่งด้วยอารมณ์ไม่พอใจ และยื่นมือออกไปดึงข้อเท้าเธอมากลับมาอีกครั้ง แต่เธอก็ขืนไว้สุดตัว
“นี่! ยื่นขาออกมาดีๆ ได้มั้ย” ราฟพูดด้วยน้ำเสียงห้วน
“คุณจะทำอะไร” อัญณิกามองหน้าเ้านายแบบกล้าๆ กลัวๆ ยิ่ง่นี้ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ด้วยเกิดโมโหเธอแล้วจับเธอหักขาทิ้งแล้วเธอจะทำยังไง
“ฉันสั่งอะไรก็ทำตามให้มันง่ายๆ ไม่ต้องเถียงฉันสักเื่ได้มั้ย... เก่งจนได้เื่”
“ที่ฉันเป็แบบนี้ก็เพราะคุณไม่ใช่หรือไง ยังมาว่าฉันอีก”
ไตรภพที่นั่งอยู่ถึงกับตาโตที่เห็นอัญณิกากล้าเถียงเพื่อนเขา แต่ที่น่าใกว่านั้นคือ เพื่อนเขาไม่โกรธ!! มันช่างคุ้มค่าจริงๆ กับการที่เขามานั่งอยู่ตรงนี้
“เร็วสิ ยื่นเท้ามา” ราฟสั่งเลขาสาวอีกครั้ง
แม้อัญณิกาไม่รู้ว่าราฟจะให้เธอยื่นขาออกไปทำไม แต่เวลาแบบนี้เธอจะลองเชื่อใจเขาดูสักครั้งก็ได้
‘แม่เ้า!’ แม้ภายนอกจะยังดูนิ่งสงบ แต่ไตรภพแอบอุทานในใจ นี่เขาควรหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายวีดีโอไว้ให้เพื่อนอีกสองคนดูด้วยไหม มันไม่ใช่ภาพที่หาดูได้ง่ายๆ เลยนะ กับการที่ ราฟาเอล ชามาคอฟ ผู้ซึ่งเ็าจนจับขั้วหัวใจจะยกขาสาวสวยขึ้นมานวดให้แบบนี้
“เจ็บมั้ย” ราฟถามหญิงสาวที่นิ่วหน้าเมื่อเขานวดข้อเท้าเธอเบาๆ
อัญณิกาไม่ตอบ เธอเพียงแต่ส่ายหน้าไปมาเพื่อบอกว่าเธอไม่ได้เจ็บมาก
ราฟดูตั้งใจนวดข้อเท้าและฝ่าเท้าให้เลขาสาวอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไตรภพที่แสร้งทำเป็ไม่สนใจ และหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นได้พักใหญ่ก็ต้องแอบเหลือบมองเพื่อนเป็พักๆ จนกระทั่งเขารู้สึกทนไม่ไหวจนต้องกระแอมเสียงดังเพื่อบ่งบอกว่ามีใครอีกคนนั่งอยู่ด้วย อัญณิกาได้ยินจึงรีบดึงขาตัวเองกลับทันที
“เอ่อ... ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวผมพาไป” ราฟรีบลุกขึ้น
“ไม่ต้อง ฉันเดินเองไหวคะ”
“เธอแน่ใจนะ”
“คะ”
“งั้นไปเถอะ เสร็จแล้วค่อยตามฉันเข้าไปในงาน”
“คะ ขอตัวนะค่ะ” อัญณิการับคำเ้านายเสร็จ ก็หันไปหาชายหนุ่มอีกคนเพื่อบอกลาตามารยาท
อัญณิกาพยายามเดินขากะเผลกมาจนถึงห้องน้ำ เธอยืนเอามือค้ำขอบอ่างด้วยหัวใจที่เต้นรัว เมื่อสักครู่ที่เ้านายขั้วโลกเหนือนวดข้อเท้าและฝ่าเท้าให้เธอไม่ใช่เธอไม่รู้สึกอะไรเพียงแต่เธอต้องพยายามแข็งใจทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเท่านั้นเอง ทั้งที่ใบหน้าเธอร้อนผ่าวเมื่อนิ้วเรียวยาวดูสะอาดตาเอื้อมมาัักับฝ่าเท้าและนิ้วเท้า จากนั้นเขาก็คลึงมันเบาๆ ขนในกายเธอลุกซู่ ทุกที่ที่มือเขาััมันสร้างความปั่นป่วนในท้องน้อยให้เธออย่างบอกไม่ถูก และเมื่อก้มลงไปมองใบหน้าเข้มของเขา คิ้วหนาที่เรียงกันเป็แพขมวดเป็ปม เขาดูตั้งอกตั้งใจกับการนวดบรรเทาความเจ็บให้เธอ จนเป็เธอเองแหละที่เริ่มทำตัวไม่ถูกเลยได้แต่นั่งนิ่งเฉย นี่ถ้าไม่ได้เสียงเพื่อนเ้านายเรียกสติ เธอคงเคลิ้มกับความรู้สึกตรงหน้าอยู่อีกนาน
อัญณิกายิ้มแก้มแทบปริให้กับตัวเองในกระจก จนได้ยินเสียงประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดออกเธอจึงหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามา
“เป็ไงบ้างล่ะได้ควงเ้านายออกงาน คงจะภูมิใจน่าดูเลยสินะ” เอลเลนที่ตั้งใจมาเติมลิปสติกและเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้า แต่กลับมาเจอเลขาจอมยุ่งพอดี เธอจึงเดินไปยืนข้างๆ เสียหน่อย
“คุณเอลเลนรู้ใจฉันดีจังเลยนะคะ หรือว่าคิดเหมือนกัน แต่เ้านายฉันไม่เล่นด้วยกับคุณ” อัญณิกาหันหน้าไปยิ้มให้คู่กรณี ในเมื่อ้าจะมีเื่เธอก็ไม่ขัดอยู่แล้ว
“นี่แก!” นางแบบสาวตั้งใจจะกระทืบเท้าร้องโวยวาย แต่อัญณิกาขัดขึ้นเสียก่อน
“เดี๋ยวคะ อย่าเพิ่งส่งเสียงนะค่ะ ฉันไม่อยากโดนคนอื่นมองว่าสติไม่ค่อยดี เอาไว้ฉันออกไปก่อนคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่เลย” หญิงสาวที่กำลังเจ็บข้อเท้าพูดจบก็เดินขากระเผลกออกมาจากห้องน้ำทันที
“เดี๋ยว! นี่แกหน้าตาขี้เหร่แล้วยังพิการอีกเหรอ” เอลเลนตั้งสติได้รีบวิ่งตามอัญณิกาออกมาจากห้องน้ำ เธอวิ่งมาดักหน้าอัญณิกาเพื่อจะหาเื่ต่อ ยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมแม่เลขาต๊อกต๋อยนี่หรอก
“แล้วแต่จะคิด หลีกคะ”
“นี่แกคิดว่าด่าฉัน แล้วฉันจะปล่อยให้แกลอยนวลงั้นสิ” นางแบบสาวไม่พูดเปล่าเธอเห็นประตูห้องเก็บของแม่บ้านข้างๆ ประตูห้องน้ำแง้มอยู่พอดี เธอจึงจงใจผลักอัญณิกาจนกระแทกประตูแล้วล้มเข้าไปในห้องนั้นอย่างแรง จากนั้นเธอก็รีบปิดประตูและมองหาไม้กวาดด้ามยาวที่พิงอยู่ข้างห้องน้ำมาขัดบานประตูไว้ไม่ให้หญิงสาวที่ถูกขังภายในห้องเปิดออกได้
“คุณเอลเลน คุณทำอะไร ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ” อัญณิกาที่ล้มลงไปเพราะแรงผลักตั้งตัวได้ก็ลุกขึ้นและทุบประตูเสียงดัง
“ปากดีนักก็อยู่ในนี้ไปจนกว่าจะมีใครมาเจอก็แล้วกันนะ” เอลเลนพูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าไปภายในงานโดยไม่เหลียวหลังมองอีกเลย
หญิงสาวที่ติดอยู่ในห้องแม่บ้านอับๆ แคบๆ เธอมองซ้ายมองขวาด้วยความใมันมืดมาก จนเหตุการณ์ตอนที่รถคว่ำในวัยเด็กหวนเข้ามาในความคิดเธออีกครั้ง ตอนนั้นเธอเด็กมากจนจำอะไรไม่ได้ แต่ที่เธอจำได้แม่นยำคือรถที่บุบไปหมดมันขังเธอไว้ข้างใน เธอขยับไม่ได้เพราะนั่งอยู่บนเบาะนั่งเด็กที่มีเข็มขัดนิรภัยรัดหนาแน่น เธอรู้สึกว่าภายในรถมันมืดและน่ากลัวมาก เธอกรีดร้องโยเยแต่ไม่มีใครเข้ามาหาเธอเลยแม้แต่พ่อกับแม่ แม้ตอนนั้นเธอยังไม่เข้าใจว่าพ่อกับแม่เธอไปไหน แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นมันฝังใจเธอมาก จนเธอไม่สามารถอยู่ในที่แคบๆ มืดๆ ได้อีกเลย จนกระทั่งวันนี้
เธอมองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง จนต้องปิดตาลง เธอกลัวจับใจ มือที่สั่นเทาทุบประตูห้องอย่างแรงเพื่อหวังว่าจะมีใครได้ยิน แต่เปล่าเลยไม่มีใครมาช่วยเธออีกแล้วเหมือนวันนั้น เธอร้องไห้เสียงดังลั่น มันนานแค่ไหนแล้วนะที่เธอยืนทุบประตูอยู่แบบนี้
“นี่ราฟ ฉันถามแกจริงๆ เถอะ ตกลงอัญณิกานี่แค่เลขาแกแน่ใช่มั้ย” ไตรภพรีบเอ่ยถามเพื่อคลายความสงสัยเมื่ออัญณิกาออกไปเรียบร้อยแล้ว ั้แ่เขารู้จักเพื่อนรักคนนี้มานอกจากเมธิษาที่ทิ้งเพื่อนเขาไป เขาก็ไม่เคยเห็นราฟอ่อนโยนกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย แม้แต่คู่ขาคนอื่นๆ ที่เพื่อนคนนี้พามาออกงานด้วย
“ก็ใช่นะสิ ฉันก็แนะนำแกไปแล้วไง”
“เฮ้ย! ไม่เอาที่แกแนะนำสิวะ เอาสถานะจริงๆ ของเขาในใจแกนะ”
“แกนี่บ้าหรือป่าว ฉันก็บอกแล้วไงว่าเลขา เลขานะเข้าใจมั้ย” ราฟทำหน้ายุ่งกับคำถามของเพื่อน ก็เขาบอกไปหลายครั้งแล้ว ทำไมมันเข้าใจอะไรยากจังวะ
“งั้นฉันจีบนะคนนี้ จริงจังด้วย” ไตรภพทำสีหน้าจริงจังขึ้น
“ไม่ได้!” ราฟรีบปฏิเสธโดยไม่ต้องใช้เวลาคิด
“ทำไมไม่ได้วะ ฉันรับรองไม่ให้เสียงานแกแน่ๆ”
“ฉันบอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิวะ แกนี่น่ารำคาญ” ราฟตั้งท่าจะเดินหนีออกจากห้อง แต่พอได้ยินคำถามเพื่อนต้องรีบหันหน้ากลับมาทันที
“หรือหวง...” ไตรภพยักคิ้วอย่างรู้ทันคนปากแข็ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมธิษาทำกับเพื่อนเขาไว้เจ็บแสบมาก อยู่ๆ จะให้เพื่อนรักปากหนักเปิดรับใครสักคนเข้ามาเลยก็คงจะเป็เื่ยาก
“หวงบ้าอะไร”
“อ่อ รู้แล้ว ไม่หวงแต่หึง” ไตรภพพยายามชี้นำความรู้สึกเพื่อนอย่างเต็มที่
“ไอเพื่อนบ้านี่ พอเลย พอได้แล้ว กลับเข้างานเถอะ เผื่อยัยเลขาตัวแสบของฉันเข้างานไปแล้วไม่เห็นใคร” ราฟได้แต่คิดตามคำพูดเพื่อนซึ่งมันก็จริง แล้วเขาจะหวงอัญณิกาไว้ทำไมกัน อีกอย่างถ้าเพื่อนเขาจะจีบมันก็เป็เื่ส่วนตัวของทั้งคู่ แต่ไม่ได้ยังไงเขาก็ไม่ยอมเด็ดขาด เหตุผลก็ไม่จำเป็ต้องมีเพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ก็ไม่ค่อยมีเหตุผลอยู่แล้ว ดูอย่างยัยตัวแสบนั่นที่เข้ามาในชีวิตเขาสิ ยังไม่เห็นมีเหตุผลเลย
“เต็มปากเต็มคำ... ของฉัน...” ไตรภพบ่นพึมพำแต่ก็เดินตามหลังเพื่อนที่เดินนำไปแล้วติดๆ สงสัยงานนี้มีเื่ต้องไปคุยกับไอเพื่อนอีกสองคนแล้วสิ หลังจากนี้ไปมันต้องมีอะไรที่สนุกมากแน่ๆ
.............................................................
โอ้ย... น่ารักก็น่ารัก แต่ไหงเอลเลนโผล่มาได้เนี่ย (เขียนเอง ขึ้นเอง ลำไย)
ขอบคุณสำหรับการติดตาม อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือกัน และกดlove เพื่อรออัพเดตนะจ้า
มาพูดกับไรท์ได้นะจ๊ะ ด่าได้ถ้าไรท์ทำร้ายตัวละครเกิน แต่อย่าแรงเดี๋ยวไรท์เจ็บนะจ๊ะ รีดที่รัก ....
ฝากติดตามเพจในลิิ๊งค์ด้านล่าง หรือ คลิ๊กที่นี่