บทที่ 3 การหลอมยาจักรพรรดิอสูร
"เมี่ยวหลิง มากินข้าวได้แล้ว"
"ข้าบำเพ็ญตบะอดอาหาร ไม่ทานเ้าค่ะ" อันเมี่ยวหลิงตอบกลับสั้น ๆ แล้วฝึกกระบี่ต่อไป
"การทานข้าวเป็กฎของยอดเขาฉางเจี้ยน ต้องทาน" ฉินเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อันเมี่ยวหลิงเก็บกระบี่อย่างช่วยไม่ได้ แล้วเดินไปหาฉินเทียน
บนโต๊ะมีน้ำแกงหนึ่งอย่างและกับข้าวสองอย่าง น้ำแกงคือน้ำแกงไก่สามขา ส่วนกับข้าวคือใบจิติญญาผัด และผัดเผ็ดหน่อไม้ดินพันปี
อันเมี่ยวหลิงเพิ่งนั่งลงก็ได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมา
ฉินเทียนยิ้มแล้วกล่าวว่า "ระดับการบำเพ็ญแบ่งเป็ระดับสลัดคราบปุถุชน ระดับเหนือปุถุชน ระดับจิติญญาเคลื่อนไหว ระดับกายทองคำ ระดับนิพพาน ระดับกึ่งปราชญ์ ระดับปราชญ์ และระดับจักรพรรดิ
ในแต่ละระดับยังแบ่งย่อยเป็ขั้นหนึ่ง ขั้นสอง และขั้นสาม
หลังจากทานมื้อนี้เสร็จ เ้าก็น่าจะทะลวงเข้าสู่ระดับกายทองคำขั้นหนึ่งได้แล้ว"
อันเมี่ยวหลิงมองน้ำแกงและกับข้าวบนโต๊ะด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ฉินเทียนหยิบชามขึ้นมา ตักน้ำแกงเนื้อชามหนึ่งส่งให้อันเมี่ยวหลิง "ดื่มน้ำแกงสักหน่อยก่อนทานข้าว จะได้ดีต่อกระเพาะและลำไส้"
อันเมี่ยวหลิงชะงักไป นี่ไม่ใช่คำพูดของพวกคนทางโลกหรอกหรือ! ชาติที่แล้วนางเกิดในโลกโลกีย์ มารดาของนางก็เคยพูดกับนางเช่นนี้
เพียงแต่ต่อมาครอบครัวของนางต้องพังทลาย ในระหว่างการหลบหนีศัตรู นางต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย ท้ายที่สุดจึงบำเพ็ญจนบรรลุวิถีไร้ใจ และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดินี
นางยกน้ำแกงขึ้นดื่มคำหนึ่ง รสชาติหอมหวานเลิศรสอย่างยิ่ง แต่เมื่อกลืนลงท้อง นางก็ถึงกับตะลึง จากนั้นนางก็ดื่มน้ำแกงชามนั้นจนหมดเกลี้ยง และเริ่มทานเนื้อ
หลังจากทานเสร็จ นางรู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกาย และร่างกายก็เริ่มเปล่งแสงสีทองจาง ๆ ออกมา แสงสีทองค่อย ๆ เข้มข้นขึ้น พลังิญญารอบตัวถูกนางดูดซับเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว
เนิ่นนานผ่านไป นางก็ทะลวงเข้าสู่ระดับกายทองคำขั้นหนึ่งได้สำเร็จ
อันเมี่ยวหลิงถามด้วยความประหลาดใจว่า "ท่านให้ข้าทานอะไรเ้าคะ?"
"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่น้ำแกงไก่ที่เคี่ยวจากาาอสูรไก่ดำสามขา"
"ท่านใช้าาอสูรมาเคี่ยวน้ำแกงหรือ?!" อันเมี่ยวหลิงตกตะลึงทันที "นี่เป็ตัวที่ท่านจับมา หรือว่าเป็ตัวที่ประมุขยอดเขารุ่นก่อนจับมา?"
"เจียงชิงเสวี่ยเป็คนจับมา"
ครั้งนี้อันเมี่ยวหลิงเริ่มไม่เชื่อแล้ว อีกอย่าง คนที่ทานเนื้อาาอสูรเป็ประจำ จะเป็เพียงระดับจิติญญาเคลื่อนไหวได้อย่างไร
ต่อให้เป็หมูธรรมดาตัวหนึ่ง หากเลี้ยงด้วยสิ่งนี้ก็สามารถเติบโตจนถึงระดับนิพพานได้ นางเริ่มรู้สึกว่าอาจารย์ของนางคนนี้ไม่ธรรมดาขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ฉินเทียนยิ้มแล้วกล่าวว่า "ใครบ้างจะไม่มีความลับ! ข้ารู้ว่าเ้าเองก็มีความลับเช่นกัน"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ อันเมี่ยวหลิงก็เกิดความตื่นตระหนกขึ้นมาทันที หรือเขารู้ว่านางคือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด?
พอเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของอันเมี่ยวหลิง ฉินเทียนก็รู้สึกว่านางน่ารักดี เขาจึงยื่นมือไปลูบหัวอันเมี่ยวหลิงแล้วเดินจากไป ก่อนไปเขาพูดทิ้งท้ายว่า "จัดการเก็บโต๊ะด้วย"
กระทั่งฉินเทียนเดินไปไกลแล้ว อันเมี่ยวหลิงก็พึมพำเบา ๆ ว่า "ฉวยโอกาสกับข้าอีกแล้ว สักวันข้าจะตัดมือท่านทิ้งเสีย"
หลังจากเดินออกมา ฉินเทียนก็มองไปยังทิศทางของเทือกเขาหมันฮวง แล้วจึงเริ่มครุ่นคิด
ตอนนี้อันเมี่ยวหลิงทะลวงเข้าสู่ระดับกายทองคำแล้ว ความแข็งแกร่งของร่างกายก็น่าจะเพียงพอ ถ้าอย่างนั้นก็หลอมยาจักรพรรดิอสูรให้นางสักเม็ด เพื่อช่วยให้นางปลุกสายเืเฟิ่งหวงน้ำแข็งโบราณ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาหมันฮวงทันที
การออกจากบ้านครั้งนี้ นอกจาก้าไปขอเืจักรพรรดิอสูรบางส่วนแล้ว ยังตั้งใจจะหาวัตถุดิบอาหารเพิ่มเติมด้วย
เมื่อมาถึงเทือกเขาหมันฮวง เขาก็มุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของเทือกเขาอย่างคุ้นเคย
"เ้ามนุษย์บ้า เ้ามาอีกแล้วหรือ? ถ้ากล้าจับลูกน้องข้า ข้าจะสู้ตายกับเ้า!" จักรพรรดิอสูรชิงเผิงกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว
จักรพรรดิอสูรนั้นมีตัวตนเทียบเท่ากับระดับกึ่งปราชญ์ของมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงมีความทะนงตัวอย่างยิ่ง
ฉินเทียนยิ้มอย่างเก้อเขิน "วันนี้ข้ามาขอยืมแก่นโลหิตบริสุทธิ์ของจักรพรรดิอสูรสองหยด"
"ยืมกับผีอะไร...?!" จักรพรรดิอสูรชิงเผิงสบถคำหยาบออกมาทันที
"ในเมื่อเ้าไม่ให้ยืม เช่นนั้นข้าคงต้องลงมือเองแล้ว!" สิ้นคำพูด ฉินเทียนก็เตรียมลงมือ
เคล็ดวิชาเนรมิตอิสระของเขาเป็วิชาลับขั้นสูง สามารถจำแลงเป็สรรพสิ่ง จำแลงเป็สรรพชีวิต จำแลงเป็ยุคา จำแลงเป็กาลเวลา และจำแลงเป็ยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานได้
แน่นอนว่าตอนนี้เขาฝึกฝนถึงเพียงระดับการแปลงเป็สิ่งมีชีวิตเท่านั้น
"แปลงั!"
ร่างของฉินเทียนแปรเปลี่ยนเป็เงาร่างัทอง แผ่ซ่านแรงกดดันอันมหาศาลออกมา
เมื่อััได้ถึงแรงกดดันั ชิงเผิงก็ตกตะลึง "เ้า... เ้าใช้วิชาอะไร? แรงกดดันัทองข้าเคยััมา มันเหมือนกันทุกประการ หรือว่าเ้าจะเป็ัทองจริง ๆ?"
ฉินเทียนไม่ได้ตอบแต่เริ่มโจมตี
"กรงเล็บจู่หลง!"
เงาร่างัทองตะปบลงไปอย่างแรงจนชิงเผิงกระเด็นปลิวไป
วิชาของเขาทั้งหมดผ่านการยกระดับขั้นด้วยรางวัลจากการลงชื่อเข้าใช้
หลังจากโจมตีสำเร็จครั้งหนึ่ง ฉินเทียนก็ไล่ตามไปแล้วตะปบลงไปอีกครั้ง จักรพรรดิอสูรชิงเผิงถูกตีจนต้องร้องขอชีวิต ท้ายที่สุดจึงยอมมอบแก่นโลหิตบริสุทธิ์ของตนให้แต่โดยดี
จากนั้นฉินเทียนก็ไปหาจักรพรรดิอสูรตนอื่นเพื่อต่อสู้และขอแก่นโลหิตบริสุทธิ์ต่อ เช่น จักรพรรดิอสูรวานร และจักรพรรดิอสูรเจียว
ทันใดนั้น ทั่วทั้งเทือกเขาหมันฮวงก็กลายเป็สถานที่ที่ครึกครื้นขึ้นมา ใช้เวลากว่าสองวัน ฉินเทียนจึงกลับมายังยอดเขาฉางเจี้ยน
อันเมี่ยวหลิงที่กำลังฝึกกระบี่อยู่หยุดลง "สองวันนี้ท่านไปไหนมาเ้าคะ?"
จากน้ำเสียงสามารถบอกได้ว่านางมีความไม่พอใจอยู่บ้าง ที่เขาหายไปสองวันโดยไม่บอกกล่าวสักคำ
แม้นางจะรู้ว่าฉินเทียนไม่ธรรมดา แต่หากดูจากระดับบำเพ็ญ เขาก็เป็เพียงระดับจิติญญาเคลื่อนไหว ดังนั้นนางจึงมีความกังวลเล็กน้อย
ฉินเทียนมองท่าทางดุแบบเด็ก ๆ ของอันเมี่ยวหลิง แล้วอดไม่ได้ที่จะลูบหัวนางอีกครั้ง "เ้าทะลวงเข้าสู่ระดับกายทองคำแล้วไม่ใช่หรือ ข้าจึงคิดจะหลอมยาเพื่อช่วยให้เ้าปลุกสายเื"
"จริงหรือเ้าคะ?" อันเมี่ยวหลิงถามด้วยความสงสัย
"จะหลอกลวงเ้าได้อย่างไร ข้าจะไปหลอมยาเดี๋ยวนี้แหละ" พูดจบเขาก็บินไปยังตำหนักหลอมยาทันที โดยมีอันเมี่ยวหลิงเดินตามหลังไป
เนื่องจากไม่มีคนอาศัยอยู่เป็เวลานาน ตำหนักหลอมยาจึงมีความทรุดโทรม พอผลักประตูเข้าไป ประตูก็หลุดร่วงลงมาทันควัน
ฉินเทียนได้แต่ยิ้มอย่างเก้อเขิน
เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ภายในยิ่งเต็มไปด้วยหยากไย่ ฉินเทียนใช้พลังิญญาดึงเตาหลอมยาออกมาจากระยะไกล จากนั้นก็นำไปล้างที่ริมลำธาร แล้วนำกลับมายังหอฉางเจี้ยน
พอเตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว ฉินเทียนก็นำบันทึกการหลอมยาเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน
"ยังต้องอ่านหนังสืออีกหรือ?" อันเมี่ยวหลิงเริ่มสงสัยว่าฉินเทียนหลอมยาเป็จริง ๆ หรือไม่
"ให้ข้าทำแทนดีไหมเ้าคะ?" ชาติที่แล้วนางเคยเรียนการหลอมยา ยาทั่วไปนางสามารถหลอมออกมาได้
ฉินเทียนเก็บหนังสือแล้วยิ้ม "หลอมยาครั้งแรก ดังนั้นจึงต้องทบทวนให้มั่นคงเสียหน่อย"
ฉินเทียนจุดไฟขึ้น จากนั้นก็นำขวดหลายใบออกมาแล้วดึงจุกเปิดออก ทันใดนั้น แรงกดดันอันมหาศาลก็ถาโถมเข้ามา
อันเมี่ยวหลิงมองดูแก่นโลหิตบริสุทธิ์เหล่านี้ด้วยความประหลาดใจ รู้สึกว่าไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของอันเมี่ยวหลิง ฉินเทียนได้ใส่โสมหิมะห้าพันปี บงกชแก่นปฐีห้าพันปี และสมุนไพรล้ำค่าอื่น ๆ ลงไป สมุนไพรที่มีอายุระดับนี้ ต่อให้เป็จักรพรรดินีในชาติก่อน นางก็มีไม่มากนัก
เมื่อมองดูฉินเทียนที่กำลังหลอมยา นางรู้สึกว่าวิถีไร้ใจของนางถูกสั่นคลอนอีกครั้ง วิถีไร้ใจนี้ถูกต้องจริง ๆ หรือ?
ขณะนั้นเตาหลอมยาก็เริ่มสั่นะเื เงาร่างจักรพรรดิอสูรปรากฏขึ้นทีละร่าง แรงกดดันอันมหาศาลกระแทกจนอันเมี่ยวหลิงต้องถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาของนางเบิกกว้าง ดูเหมือนจะค้นพบเื่ที่เหลือเชื่อบางอย่าง
จักรพรรดิอสูรชิงเผิง จักรพรรดิอสูรเจียว จักรพรรดิอสูรวานร
นางจำเงาร่างเหล่านี้ได้ทันที จักรพรรดิอสูรมีตัวตนเทียบเท่ากับเ้าสำนักม่อเวิ่นเทียน ในตงโจวเรียกได้ว่าเป็ตัวตนที่ไร้เทียมทาน
ในหัวของนางเต็มไปด้วยคำถาม 'คนระดับจิติญญาเคลื่อนไหว สามารถได้แก่นโลหิตบริสุทธิ์ของจักรพรรดิอสูรมากมายขนาดนี้มาได้อย่างไร?'
แม้ว่านางอยากจะรีบถามในทันที แต่นางรู้ว่าตอนนี้เป็่เวลาสำคัญ จะรบกวนฉินเทียนหลอมยาไม่ได้