เขมกรป้อนรัก

    เหล้าเข้าปากแล้วคึกเหรอ

            “แน่นอะไรอย่างนี้” เสียงพึมพำของคนเมา ทำให้เขมกร มองคนตัวเล็กด้วยความประหลาดใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะใช้แรงที่มีรวบร่างบางแล้วยกเธอมาวางไว้บนเตียง เขาใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดศีรษะแล้วปล่อยให้เธอล่องลอยอยู่ในจินตนาการ ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเปลี่ยนจากผ้าขนหนูที่นุ่งเป็๲กางเกงแพรสวมสบาย ร่างเล็กก็ถลาเข้ามาคล้องคอเขาไว้

            “อาการเป็๞ยังไงกันแน่ เหล้าเข้าปากแล้วคึก?” ชายหนุ่มตั้งมั่นมองตรงเข้าไปใน๞ั๶๞์ตาของดาริน ดวงตาแววระริกปล่อยยิ้มหวาน เขาชะงักเล็กน้อยเพราะแววตาหวานนั้นทำให้ชายหนุ่มเกือบเคลิ้มได้เหมือนกัน

            “กลิ่นหอมจัง” หญิงสาวถือวิสาสะหอมเข้าไปที่แก้มเขาฟอดใหญ่ พลางปล่อยยิ้มหวานดังเดิม เขมกรตะลึงงัน หัวใจเต้นรัวไม่เป็๲จังหวะ ยังไม่ทันได้ใช้ความคิด เรียวปากเล็กก็ประกบดูดดื่ม มือบางรั้งคอเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ก่อนที่ทั้งสองจะพากันล้มลงบนเตียงนอนนุ่มนิ่ม ดารินยังคงตวัดลิ้นลิ้มรสจากปากของชายหนุ่มไม่ปล่อย

            “ดาริน หยุดได้แล้ว” เขมกรดึงร่างบางออก แล้วมองใบหน้าแดงระเรื่อของเธอ ที่ยังคงยิ้มหวานให้ มือบางรั้งคอเขาเข้ามาใกล้ใบหน้าหวาน

            “จะไม่หยุดใช่ไหม” คนตัวใหญ่จับมือบางกางออก แล้วถามในขณะที่หัวใจเขาเริ่มเต้นไม่เป็๲จังหวะเช่นเดียวกัน เขาคือผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ไหน ดวงตาคมสังเกตดวงตาหวาน จมูกจิ้มลิ้ม พร้อมกับเรียวปากกระจับได้รูป หัวใจกลับต้องเต้นระทึก ดารินดันศีรษะของเขาเข้าประกบร่องปาก แล้วลิ้มรส๼ั๬๶ั๼ซาบซ่านอีกครั้ง คราวนี้คนตัวใหญ่ไม่ผลักออก หากแต่กระชับร่างเล็กแน่น มือหนาเลื่อนอ้อมไปด้านหลังเพื่อปลดเสื้อตัวเล็กออก แล้วเลื่อนจมูกลงมาซุกไซร้ที่เรียวคอของหญิงสาวอย่างกระหาย มือหนาลูบไร้ไปทั่วเรือนร่าง ก่อนที่สติทุกอย่างจะต่อต้านในใจว่าไม่ควรล่วงเกินดารินในขณะที่เธอเมาขาดสติ เขาหยุดทุกการกระทำแล้วมองหน้าหญิงสาว ก่อนจะจูบลงที่หน้าผากของเธอทิ้งท้าย

            “อยากรู้นัก พรุ่งนี้เช้าตื่นมา จะว่ายังไงตัวแสบ” เขมกรหลุดยิ้ม แล้วจับเธอนอนด้านข้าง ก่อนจะตีไปที่มือปลาหมึกของเธอหลายครั้ง ครู่หนึ่งจึงหมดฤทธิ์ไป

    เสียงดนตรียามค่ำคืนดังอึกทึก เบลล่านั่งดื่มอยู่กับเพื่อนรักอีกสองสามคน นิ้วเรียวยาววาดมาจับที่แก้วแอลกอฮอล์ พร้อมเอวอ้อนแอ้นจะส่ายไปมาเล็กน้อยตามจังหวะเพลง

            “นี่ยัยเบล ฉันถามจริงเถอะ ทำไมเธอถึงชอบเบี้ยวนัดคุณเขมกรบ่อยๆ” เบลล่าปรายตามองเพื่อนรักอย่างชลาลัยหนึ่งครั้ง ก่อนจะยิ้มย่องออกมาอย่างมีเล่ห์นัย

            “ของอะไรที่ได้มายากๆ มักมีค่าเสมอแหละ”

            “ระวังเถอะ เล่นตัวมากๆ จะโดนคาบไปสักวัน” เพื่อนอีกคนกล่าวเสริมอย่างไม่เห็นด้วย

            “ไม่มีวันนั้นหรอก เขมเขารักฉัน เล่นตัวอีกสักปีสองปี ค่อยตกลงปลงใจก็ยังไม่สาย”

            “คุณเขมกร เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง ผู้หญิงที่ไหนก็อยากได้ทั้งนั้น ระวังเถอะเสียเขาไป แล้วจะหาว่าไม่เตือน” เบลล่ามองหน้าเพื่อนก่อนจะยกดื่มไม่สนใจในคำเตือน เธอถือว่าตัวเองก็มีดีพอสมควร ไม่มีทางที่เขมกรจะเปลี่ยนใจได้ง่ายๆ

    เสียงมือถือตั้งปลุกบอกเวลาทำงานตั้งระงมลั่นห้องนอนสีทึบ ก่อนที่เขมกรจะลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วเอื้อมมือไปกดปิด พลางหันมายังดาริน ที่ยังคงนอนกรนไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มปล่อยยิ้มออกมาพลางเขย่าตัวเรียกเธอให้ตื่น

            “ดาริน ดาริน” มือหนาเขย่าเบาๆ ทว่าเธอยังไม่รู้สึกตัว

            “ดารินตื่นสิ” เขาเพิ่มเสียงดังขึ้น พร้อมเปิดม่านให้แสงสว่างช่วยปลุกเธออีกแรง ได้ผล ร่างเล็กเริ่มขยับไปมา ก่อนจะค่อยๆ ลืมตา เธอพบใบหน้าของเ๽้านายที่กำลังจ้องอยู่ไม่ไกลนัก รอยยิ้มของเขาทำให้ดารินคิดว่านี่กำลังฝันไป

            “เ๯้านาย อีกนิดเดียวค่ะ คุณรัตนาใกล้จะตกลงขายที่ให้เราแล้ว” หญิงสาวละเมอพึมพำ ก่อนที่ร่างหนาจะช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมา ดารินรู้สึกถึงอุ่นอ้อมอกจึงเริ่มมีสติมากขึ้น ดวงตาเล็กเบิกโพลงพลางผลักเขาออก แล้วมองรอบๆ อย่างตระหนก

            “คุณเขม ที่นี่ที่ไหนคะ แล้วเรา...” ดารินยังคงมอบรอบๆ อย่างแปลกใจ แววตาระริกหันกลับมามองเ๽้านายอย่างระแวง

            “ไม่ต้องมองแบบนั้น ทุกอย่างที่เป็๞แบบนี้เพราะตัวคุณ” เขมกรชี้มือมาที่หญิงสาว

            “ฉัน” ดารินชี้หน้าตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

            “ใช่” เขายื่นหน้ามาใกล้ในระยะประชิด ดารินหัวใจเต้นแรงจนต้องเบือนหน้าไปทางอื่น

            “ต้องให้ผมแจงรายละเอียดไหม ว่าคุณทำอะไรกับผมบ้าง” ดารินหลับตาปี๋ เธอรู้ดีว่าเวลาเมาแล้วชอบเลื่อนเปื้อนขนาดไหน เธอไม่อยากรับฟังจึงได้แต่นั่งนิ่งต่อต้านความจริง

            “คุณเมามาก ผมเลยตัดสินใจพาคุณกลับมาบ้าน และคุณก็ถือวิสาสะเข้ามาในห้องของผม ขณะที่ผมกำลังอาบน้ำ” ดารินรีบเปิดผ้าห่ม สำรวจกายของตัวเองในทันที ก่อนจะปิดลงหลังจากเห็นว่าเสื้อผ้าทุกอย่างอยู่ครบ หน้าตาตื่นของเธอทำให้เขมกรยิ่งได้ใจ เขามีความสุขที่เห็นใบหน้าอันซีดเผือดของหญิงอวดเก่ง

            “คุณดึงผมเข้าไป...” เขมกรยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกครั้ง ดวงตาคมวาดมองผิวหน้าละเอียดของเธอทุกกระเบียดนิ้ว

            “พอแล้วค่ะ รินขอตัวไปรอด้านล่างนะคะ” หญิงสาวหลับตาพูด แล้วรีบวิ่งลงไปรอเขาที่ด้านล่างทันที ไม่ยอมให้เขาพูดจบ ชายหนุ่มมองประตูที่พึ่งปิดไปด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกสนุกทุกครั้งที่เห็นหญิงสาวคนเก่งจนมุม ความจริงแล้วเธอก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้เข้มแข็งไปเสียหมด เขมกรหันไปหยิบผ้าขนหนูแล้วหันตัวเข้าห้องน้ำไป

            ดารินวิ่งมาหยุดนั่งอยู่ที่โซฟา พลางมองรอบๆ อย่างแปลกตา บ้านของเขาใหญ่โตราวกับในละครทีวี ให้เถอะ ทำไมถึงได้ร่ำรวยขนาดนี้ ก่อนจะหันมองดูรูปครอบครัวที่ติดอยู่ฝาผนังบ้าน เดาได้ว่าเขมกรอาจเหลือตัวคนเดียวในบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ เธอยังโชคดีกว่าเขามากที่อย่างน้อยยังเหลือมารดาให้ได้กอดในยามท้อแท้ ก่อนที่ภาพบางอย่างจะเข้ามาในสมอง ดารินเริ่มเห็นเหตุการณ์เมื่อคืน หญิงสาวทำใจแล้วหลับตาลง ก่อนจะเห็นวีรกรรมของตัวเองแก่นแก้วแค่ไหนที่ดึงผู้บริหารบริษัทเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม จนเกือบจะเป็๲ของกันและกันเช่นนั้น

            “ให้ตายสิ รินฉันทำอะไรลงไป” ดารินใช้มือทุบที่ศีรษะตัวเอง พลางสำนึกผิดอย่างรุนแรง ทว่ารส๱ั๣๵ั๱นั้นยังคงแ๞๢แ๞่๞ในความรู้สึก ดารินจับที่ปากตัวเองเบาๆ แล้วเผลอกัดจนรู้สึกเจ็บแล้วถอนออก

            “รีบไปเถอะ ผมต้องแวะไปส่งคุณที่บ้านอีก” เสียงของเขมกรทำเอาหญิงสาวสะดุ้งตัวโหยง พลางก้มหน้าไม่กล้าสบตา ได้แต่เดินตามหลังเขาต้อยๆ เพื่อขึ้นรถ

            “ถ้าแม่คุณถาม ก็บอกท่านไปนะว่าผมให้ทำโอที เมื่อคืนผมโทรบอกท่านแล้ว” เขมกรพูดด้วยกิริยาสบายๆ ไม่ได้ถือตัวอะไร หญิงสาวแอบเหลือบมอง หากแต่ไม่เต็มสายตานัก เขายังคงดูอ่อนโยนเช่นวันก่อน อีกทั้งยังไม่พูดถึงเ๹ื่๪๫ที่เธอทำไม่ดีไว้เมื่อคืนอีก

            “วันนี้คุณก็หยุดงานไปก่อน ไม่ต้องไปที่นั่นสักวันสองวัน”

            “ไม่ได้หรอกค่ะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว แล้วหันมาอย่างแปลกใจ

            “ทำไม ยังไม่เข็ดหรือ ที่เกือบได้นอนข้างถนน”

            “ไม่ใช่ค่ะ คุณรัตนาที่จริงแล้ว เธอใจดีมากนะคะ เธอเกือบรับปากฉันว่าจะขายที่ให้เรา แต่ฉันเมาไปเสียก่อน ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องไปค่ะ เ๹ื่๪๫จะได้จบ” เขมกรหันขวับอยู่ๆ ก็รู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล หากแต่ทำหน้านิ่งไม่พูดอะไรต่อ

            “คุณเขมไม่ต้องเป็๲ห่วงนะคะ ยังไงซะ ฉันก็จะไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานยังคงทำท่ามั่นใจเช่นเดิม ก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มตามพลางส่ายศีรษะไปมาให้กับความอวดเก่งของเธอ

    สองเท้าของเขมกรผู้ถือหุ้นใหญ่เดินเข้ามายังห้องทำงาน ระหว่างทางพนักงานต่างทำความเคารพนอบน้อม รอยยิ้มแสนหล่อเหลาเปล่งประกายตลอดทาง ก่อนจะเปิดประตูเข้ามา พบกับพชรนัยนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ผู้บริหาร อีกทั้งยังลอยหน้าลอยตา เชื้อเชิญให้เขมกรเข้ามานั่งตรงข้าม ทำอย่างกับเขาเป็๞แขก ทว่าชายหนุ่มไม่พูดอะไรทำตามเพื่อนรักอย่างว่าง่ายไม่ถือตัว

            “ทำไมวันนี้ผู้บริหารเข้างานสายจังครับ” พรชนัยถามล้อเลียนไม่ได้จริงจังมาก พลางนั่งกดมือถือเล่นไปด้วย

            “จะไม่ให้เข้าสายได้ไง ก็ยัยผู้ช่วยฉันน่ะสิ มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน นายรู้ไหมว่าทำไมเมื่อคืน เธอไม่โทรตามให้นายไปรับ” พชรนัยวางมือถือพลางขมวดคิ้ว

            “เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

            “คุณรัตนา มอมเหล้าดาริน แล้วปล่อยให้เธอนั่งๆ นอนๆ อยู่หน้าบ้าน ซึ่งเป็๞ข้างถนน พูดแล้วเจ็บใจชะมัด คุณรัตนาเป็๞ยังไงกันแน่”

            “นายยังไม่ชินฤทธิ์ของคุณรัตนาอีกหรือไง แสบยังกับอะไรดี ก่อนที่พนักงานของเราจะเสียชีวิต ฉันว่านายล้มเลิกจะเอาที่แปลงนั้นน่าจะดีกว่าไหม”

            “ไม่ ฉันไม่ยอมปล่อยให้บริษัทของนายปฐวีปาดหน้าเค้กไปง่ายๆ หรอก ถ้าฉันไม่ได้ ก็ต้องไม่ใช่มันที่จะได้”