บทที่ 2 ลูกข้ามีรัศมีแห่งจอมราชัน
เมื่อเขาเตะไปทีหนึ่ง...
น้องชายไม่เพียงแต่ไม่ยอมแพ้ แต่ยังตอบโต้ด้วยการชกกลับมาหนึ่งหมัด
ให้ตายเถอะ!
ที่นี่ไม่เหมาะจะอยู่นานแล้ว!
ความโกรธของฉินเฟิงพุ่งขึ้น และเปิดใช้รัศมีแห่งจอมราชันในทันที
[ติ๊ง รัศมีแห่งจอมราชันเริ่มทำงาน ได้รับแต้มคุณสมบัติทั้งหมดเพิ่มขึ้นสิบเท่า!]
ฉินเฟิงรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างชัดเจน ทุกส่วนของร่างกายมีพลังมากขึ้นในทันใด
ปัง!!
ฉินเฟิงก้าวไปข้างหน้าและเตะอีกครั้ง ซึ่งแตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง
ดูเหมือนว่าน้องชายจะรู้สึกถึงความน่ากลัวของลูกเตะนี้ รู้ว่าฉินเฟิงตรงหน้าไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยได้ จึงยอมแพ้ในทันทีและไม่กล้าดูดซับพลังงานในร่างกายของเขาอีกต่อไป
“อะไรกัน บุตรแห่ง์มันก็แค่สิ่งที่ข่มเหงคนอ่อนแอและหวาดกลัวคนแข็งแกร่งเท่านั้นเอง!”
ฉินเฟิงรู้สึกดูแคลนอย่างที่สุดและอดไม่ได้ที่จะเตะน้องชายอีกครั้ง
[ติ๊ง ตรวจพบว่าเ้าของเตะบุตรแห่ง์ ได้รับ 10 แต้มวายร้าย!]
“10 แต้มวายร้าย!?”
จากประสบการณ์การอ่านนิยายมาหลายปี ฉินเฟิงพยายามเรียกร้องระบบร้านค้าในใจ
อึดใจถัดมา…
ระบบร้านค้าปรากฏขึ้นในสมองของเขา สมบัติภายในที่เปล่งประกายระยิบระยับ แทบจะทำให้ดวงตาสีเงินพร่ามัวได้
รัศมีจอมเสเพล : ระดับเทวะ เพียงแค่เบ้ปากเล็กน้อย ก็ปล่อยรัศมีได้เต็มที่ สามารถทำให้ชายชาตรียอมพลีชีพเพื่อเ้าได้ ทำให้สตรีคลั่งไคล้ในความสัมพันธ์แบบหลายผัวเมีย หลงใหลเ้าเพียงผู้เดียว สามารถทำให้สัตว์อสูริญญาเสียสติ สาบานว่าจะติดตามเ้าจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แม้แต่อาวุธิญญาก็จะยอมรับเ้าเป็นายโดยไม่มีเหตุผล ราคาแลกเปลี่ยน 99999… แต้มวายร้าย
หทัยสีนิล : ระดับเทวะ สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ได้ไม่จำกัดตามค่าความโกรธ ราคาแลกเปลี่ยน 99999… แต้มวายร้าย
วิถีบูชา์ : ระดับเทวะ วิชาเทพแบบติดตัว เมื่อคนที่สนิทที่สุดถูกฆ่า จะสามารถจุดไฟวิถีบูชา์ได้ จากนั้นจะได้รับพลังแห่งเทพสูงสุด เซียนขวางก็ฆ่าเซียน พุทธะขวางก็ฆ่าพุทธะ ไม่สนใจระดับใด ๆ ทั้งสิ้น ราคาแลกเปลี่ยน 99999… แต้มวายร้าย
………
“ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะทรงพลังมาก แต่ราคานี่สิ…”
ถ้าจะบอกว่าฉินเฟิงไม่หวั่นไหวก็เป็เื่โกหก แต่จุดไข่ปลามากมายนั้นก็เป็เื่จริง
ในฐานะที่เป็สุภาพบุรุษผู้เชี่ยวชาญลัทธิขงจื๊อ ย่อมต้องเรียนรู้ที่จะเอาชนะอุปสรรค
ขงจื๊อกล่าวไว้ ว่าการทบทวนอดีตและเรียนรู้สิ่งใหม่จะสามารถเป็ครูได้ (หมายเหตุ : ต้องออกแรงบ่อย ๆ แม้จะวิวาทกับคนเดิม ก็ยังสามารถมีประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ทุกครั้ง สามารถใช้คนคนเดียวเป็ครูได้)
เอ๊ะ!!
ฉินเฟิงรู้สึกว่าน้องชายเหมือนจะไม่ค่อยสุภาพอีกแล้ว จึงยกเท้าเล็ก ๆ ขึ้นมาเตะที่หน้าของเขาอีกครั้ง
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าเ้าของเตะบุตรแห่ง์ ได้รับ 10 แต้มวายร้าย!]
เนื่องจากตอนนี้ฉินเฟิงยังอยู่ในครรภ์มารดา พัฒนาการยังไม่สมบูรณ์ การเตะเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำให้อ่อนแรงได้แล้ว เขาจึงเรียกระบบเพื่อเริ่มฝึกวิชากลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้า
[ติ๊ง เริ่มถ่ายทอดวิชากลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้า!]
ท้องฟ้าส่งเสียงคำรามกึกก้อง!!
ในชั่วพริบตา ข้อมูลมหาศาลราวกับคลื่นั์ก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองของฉินเฟิง เส้นลมปราณในร่างกายปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ความลับของการโคจรปราณปรากฏชัดราวกับสลักลงในสมอง แม้อยากจะลืมก็ลืมไม่ลง
“วิชานี้ทรงพลังแค่ไหนกัน!?”
ฉินเฟิงยังไม่รู้จักระบบการฝึกตนของดินแดนา จึงแยกแยะไม่ออกว่าวิชาใดดีหรือไม่ดี เขาจึงเริ่มฝึกฝนตามวิธีที่ปรากฏในห้วงความคิด
ตู้ม!!
ฉินเฟิงเข้าสู่ภวังค์ในพริบตา ห้วงความคิดพลันว่างเปล่า
พลังงานรอบตัวถูกดูดเข้าสู่ร่างกายราวกับพายุ ทำให้น้องชายตัวสั่นงันงกและหลบอยู่ในมุมของครรภ์มารดา
“เ้าตัวน้อยสงบลงแล้วสินะ!”
สตรีผู้เป็ภรรยาประมุขตระกูลฉิน ซึ่งเคยเป็เซียนหญิงแห่งเขารัมภาพิสุทธิ์ สถานที่หนึ่งในสามเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ อวิ๋นซีเยว่มองด้วยสายตาเปี่ยมรักและลูบท้องที่ป่องนูนอย่างอ่อนโยน
เมื่อครู่เ้าตัวน้อยในท้องซุกซนจนทำให้นางเหนื่อยหอบ
“หืม!!”
อวิ๋นซีเยว่รู้สึกผิดปกติขึ้นมาทันใด เ้าตัวน้อยในท้องกำลังดูดกลืนปราณิญญาอย่างมีระเบียบ ราวกับกำลังฝึกฝนวิชาอะไรบางอย่าง
วิถีแห่ง์และโลก!!
วลีนี้ปรากฏขึ้นในใจของอวิ๋นซีเยว่ ใบหน้าของนางเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีที่ไม่อาจปิดบังได้
วิชาาจากสูงสุดถึงต่ำสุดแบ่งออกเป็สี่ระดับคือ ระดับ์ ระดับพิภพ ระดับเร้นลับ และระดับเบ่งบาน เหนือกว่านั้นคือระดับเทวะและระดับศักดิ์สิทธิ์ สองระดับที่ถูกเรียกว่าวิชาเหนือสามัญ ต้องรับรู้จากวิถีแห่ง์และโลกเท่านั้น
เนื่องจากทารกที่ยังไม่ลืมตาดูโลกอยู่ในสภาวะก่อนกำเนิด จึงสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของวิถีแห่ง์และโลกได้
เพียงแต่ในตอนนี้ทารกยังอยู่ในสภาวะไร้สำนึก ไม่สามารถรับรู้วิชาจากวิถีแห่ง์และโลกได้ ผู้ที่สามารถเข้าใจได้นั้นหาได้ยากยิ่งนักในรอบหมื่นปี
แต่เมื่อเข้าใจแล้ว ความเข้ากันได้ของวิชากับผู้ฝึกจะถือเป็เต็มสิบส่วน ชนะั้แ่จุดเริ่มต้น เป็อัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งอย่างแท้จริง
นี่คือเหตุผลที่ตระกูลฉิน ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงเพียงใด ก็ต้องใช้วิธีลับเพื่อเลื่อนการเกิดของฉินเฟิงออกไปอีกร้อยปี
นอกจากจะทำให้ชนะั้แ่จุดเริ่มต้นแล้ว ยังเป็การเพิ่มอัตราความสำเร็จ เดิมพันกับสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในรอบหมื่นปีนี้อีกด้วย!
“ลูกน้อย เ้าช่างทำให้ท่านแม่ภาคภูมิใจจริง ๆ!”
อวิ๋นซีเยว่ดีใจอย่างล้นเหลือ รู้ว่าตำแหน่งของนางในตระกูลฉินไม่มีใครสั่นคลอนได้แล้ว แม้แต่หากบรรพชนเ่าั้พบเห็นนาง ก็ต้องเรียกนางอย่างสุภาพว่าผู้มีคุณูปการ
สิ่งที่ลูกน้อยของนางกำลังฝึกฝนคือเคล็ดวิชาที่อยู่เหนือกว่าระดับ์ สำหรับตระกูลใหญ่แล้วสิ่งนี้ถือเป็โชคชะตาฟ้ากำหนด ทำให้ทารกน้อยเป็สมบัติล้ำค่าที่ทั้งตระกูลต้องปกป้องและหวงแหน!
ไม่นานนัก…
บรรพชนทั้งหลายของตระกูลฉินที่ได้รับข่าว ต่างก็พากันหยุดการเก็บตัวฝึกฝนเพื่อมาเยี่ยมเยือนอย่างอบอุ่น
“ซีเยว่ เ้าคือผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ของตระกูลฉินพวกเรา!”
“จากนี้เ้าไม่ต้องกังวลเื่ใด ๆ แล้ว หากมีข้อเรียกร้องใดก็บอกมาได้เลย ไม่ว่าจะขึ้น์ลงสมุทร ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับพวกข้าตระกูลฉิน”
“หรือหากอยู่แล้วไม่คุ้นชิน ข้าจะสั่งให้คนสร้างเขารัมภาพิสุทธิ์จำลองทันที เพื่อให้เ้ารู้สึกเสมือนได้กลับบ้าน”
“เหตุใดจึงมีน้ำยาเทวาแค่วันละชามเท่านั้นเล่า? หากตระกูลหวังรู้เข้า พวกเขาคงคิดว่าพวกข้าตระกูลฉินยากจนข้นแค้น เพิ่มอีกชามหนึ่ง ไม่สิ… ทุกครึ่งชั่วยามต้องส่งมาหนึ่งชามไปเลย”
“…”
ขณะที่บรรดาเหล่าผู้าุโกำลังพูดกันไม่หยุดปาก เสียงแค่นเสียงเย็นก็ดังขึ้นข้างหูพวกเขาอย่างกะทันหัน
“กลับไปฝึกฝนเดี๋ยวนี้ ถ้าทำให้เด็กน้อยใ ข้าจะเอาพวกเ้าไปแขวนที่ต้นไม้หน้าประตูใหญ่ตระกูลฉิน แล้วเฆี่ยนตีให้หลาบจำ!”
เหล่าผู้าุโแตกฮือกระเจิดกระเจิงไปในทันที ราวกับเด็กซนที่เจอครูประจำชั้น
ถึงแม้พวกเขาจะอายุมากแล้ว คนที่เด็กที่สุดก็ยังมีอายุหลายพันปี แต่คนผู้นี้คือบรรพชนรุ่นที่สองของตระกูลฉิน ต่อหน้าชายชรา พวกเขาก็เป็เพียงเด็กกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
หากถูกเอาไปแขวนที่ต้นไม้หน้าประตูพร้อมถูกเฆี่ยนจริง ๆ ต่อไปพวกเขาจะเอาหน้าที่ไหนไปพบปะผู้คนอีกเล่า!
“คารวะท่านบรรพชน!”
อวิ๋นซีเยว่รีบคุกเข่าคารวะ ไม่คิดว่าแม้แต่บรรพชนรุ่นที่สองก็ยังมา
แต่ก่อนที่นางจะคุกเข่าลงไป ก็กลับถูกพลังอันอ่อนโยนขวางกั้นเอาไว้เสียก่อน
“เ้ากำลังตั้งครรภ์ พิธีรีตองเหล่านี้ไม่จำเป็ จงบำรุงครรภ์ให้ดี ทารกนี้ได้บรรลุวิถีอันไม่ธรรมดา เต็มไปด้วยโชคชะตาอันไม่มีที่สิ้นสุด ข้าเห็นแล้วว่าเขามีรัศมีแห่งจอมราชัน”
แม้จะไม่ได้ปรากฏกายแต่บรรพชนรุ่นที่สองก็ได้ทิ้งน้ำเสียงอันน่าเกรงขามเอาไว้
ในเวลาเดียวกัน ทั้งตระกูลฉินก็เริ่มเคลื่อนไหว ศิษย์ผู้เก่งกาจและผู้ฝึกตนระดับสูงจำนวนมากถูกเรียกตัวมาปกป้องอวิ๋นซีเยว่เป็ชั้น ๆ ถึงขนาดยุงตัวหนึ่งบินผ่านยังต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่าเป็ตัวผู้หรือตัวเมีย
“ลูกข้ามีรัศมีแห่งจอมราชันผู้ยิ่งใหญ่!!”
ชายร่างกำยำที่ยืนอยู่ข้างอวิ๋นซีเยว่หัวเราะอย่างโง่เขลาไม่หยุด เขาคือประมุขตระกูลฉินคนปัจจุบัน และยังเป็บิดาไร้ค่าของฉินเฟิงอีกด้วย นามของเขาคือฉินเทียน
“ให้ตายสิ!”
อวิ๋นซีเยว่กลอกตาไปมาอย่างน่าเอ็นดู ทำเอาฉินเทียนเกือบจะสติหลุดลอย จนชักอยากจะใช้ ‘ไม้เรียว’ ต่อแขนต่อขาให้ลูกเสียหน่อยแล้ว
แต่พอนึกถึงความสำคัญของเด็กน้อยผู้นี้ที่มีต่อตระกูล ผู้เป็พ่อจึงจำต้องเก็บไม้เรียวเข้าที่ และหวังว่าเด็กน้อยจะเข้าใจความยากลำบากของตน ภาวนาให้รีบออกมาจากข้างในโดยเร็ว
ทว่าฉินเฟิงไม่มีท่าทีจะออกมาเลย ในแต่ละวัน… เขาใช้ชีวิตทำอยู่เพียงสามอย่าง
กิน นอน และตีน้องชาย...