เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 84 ตื่นเช้ายิ่งกว่าไก่

            ระดับการศึกษาของหลินกั๋วอันต่ำมาก เรียนประถมยังไม่ทันจบก็ต้องออกจากโรงเรียนแล้ว แต่ตัวอักษรจีนที่ใช้บ่อยๆ ส่วนใหญ่เขาก็พออ่านออก

            ถึงแม้จะออกจากโรงเรียนเร็ว แต่ย่าหลินก็มักจะหาเวลาว่างสอนหลินกั๋วอันอ่านหนังสือเรียนรู้ตัวอักษรอยู่เสมอ ดังนั้นสำหรับหลินกั๋วอันแล้ว การอ่านนิยายหรืออะไรทำนองนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย ด้วยเหตุนี้ หนังสือวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเลี้ยงปศุสัตว์ในมือเล่มนี้ เขาก็น่าจะค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจจนจบได้

            หลินกั๋วอันประคองหนังสือเล่มนี้ไว้ด้วยความดีใจอย่างที่สุด จะใช้คำว่า “ราวกับได้ของล้ำค่า” มาบรรยายก็ไม่เกินเลย

            ทิงเสวี่ยเห็นว่าเขาชอบหนังสือเล่มนี้จากใจจริง ก็รีบถือโอกาสกำชับ “อาสาม อาสามต้องตั้งใจเรียนรู้ตามหนังสือนะคะ เนื้อหาข้างในหนูลองดูคร่าวๆ แล้ว ส่วนที่เกี่ยวกับการเลี้ยงหมูเขียนไว้ละเอียดมาก เป็นมืออาชีพมากค่ะ แน่นอนว่าก็มีเรื่องการเลี้ยงแกะ เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่เป็ดห่านด้วย ถ้าอาสนใจอย่างอื่น พวกเราก็เลี้ยงได้นะคะ”

            หลินกั๋วอันรีบตอบรับ “วางใจเถอะ อาสามจะตั้งใจเรียนรู้ตามหนังสือ อาสามจะเลี้ยงหมูอย่างเดียว ไม่เลี้ยงอย่างอื่น หมูเลี้ยงง่าย ออกลูกทีละหลายตัว ไม่ว่าจะเลี้ยงวัวหรือแกะก็เลี้ยงยาก แถมผลผลิตก็น้อย”

            ทิงเสวี่ย “...”

            หลังจากคุยกับหลินกั๋วอันครู่หนึ่ง ทิงเสวี่ยก็ไปดูหลินชุ่ยหงที่ห้องเล็ก

            ประตูหน้าต่างปิดอยู่ ในห้องเล็กไม่ได้เปิดไฟ หลินชุ่ยหงนั่งอยู่ที่ประตู บทสนทนาของคนทั้งสองเมื่อครู่เธอได้ยินทั้งหมด

            “ไม่คิดเลยว่าจะมีหนังสือสอนคนเลี้ยงหมูด้วยนะ” หลินชุ่ยหงพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            ทิงเสวี่ยยิ้มแล้วพูดว่า “หนังสือเล่มนั้นไม่ใช่แค่สอนคนเลี้ยงหมูนะคะ ยังสอนวิธีเลี้ยงปศุสัตว์อื่นๆ ด้วยค่ะ ป้าใหญ่ ถ้าป้าคิดจะทำการเลี้ยงสัตว์ ก็ลองอ่านหนังสือเล่มนั้นดูได้นะคะ พอคลอดน้องชายในท้องแล้ว คนในบ้านก็จะเยอะขึ้น ค่าใช้จ่ายก็จะมากขึ้น หนูว่าป้าใหญ่กับลุงเขยน่าจะหาอาชีพเสริมทำบ้างนะคะ ดูสิคะ ตอนนี้ป้ารองกับพ่อของหนูทำค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ชีวิตที่บ้านก็ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย”

            หลินชุ่ยหงถอนหายใจ “ฉันไม่มีฝีมือเหมือนพ่อกับป้ารองของหนู แล้วก็ไม่ฉลาดเท่าพวกเขาด้วย หนูพูดถูก ต่อไปที่บ้านมีคนกินข้าวเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น ป้าควรจะหาอาชีพเสริมทำบ้างแล้วล่ะ ป้ากับลุงเขยของหนูชอบเลี้ยงแกะกัน หนังสือที่หนูให้อาสามของหนูน่ะ มีเขียนวิธีเลี้ยงแกะให้ดีขึ้นไหม?”

            ทิงเสวี่ยรีบพูดว่า “มีค่ะ มีในหนังสือเขียนวิธีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงและสัตว์ปีกทุกชนิดตามหลักวิทยาศาสตร์ไว้หมดเลยค่ะ ตอนที่อาสามลงไปทำงานในไร่ ป้าก็เอาหนังสือเล่มนั้นมาอ่านดูได้นะคะ”

            หลินชุ่ยหงพยักหน้า

            ถึงแม้หลินชุ่ยหงจะไม่เคยเข้าโรงเรียนอย่างเป็นทางการ แต่เธอก็เคยเข้าชั้นเรียนสอนการอ่านออกเขียนได้ในหมู่บ้าน และย่าหลินก็เคยสอนเธอให้รู้จักตัวอักษรบางตัวด้วย ที่สำคัญที่สุดคือหลินชุ่ยหงเรียนรู้วิธีการใช้พจนานุกรมจากย่าหลิน

            เมื่อใช้พจนานุกรมเป็นแล้ว เวลาอ่านหนังสือแล้วเจอตัวอักษรที่ไม่รู้จัก ก็ไม่กลัวอีกต่อไป

            ทิงเสวี่ยอยู่คุยเป็นเพื่อนหลินชุ่ยหงครู่หนึ่งแล้วก็กลับบ้านตัวเอง

            ตอนที่ทิงเสวี่ยกลับมา หลินกั๋วผิงกำลังฟังวิทยุอยู่ ทิงเสวี่ยนั่งลงข้างๆ หลินกั๋วผิง

            “พ่อคะ อาสามชอบหนังสือที่หนูซื้อให้มากเลยค่ะ” ทิงเสวี่ยพูดอย่างกระตือรือร้น

            หลินกั๋วผิงพูดอย่างยินดี “ชอบก็ดีแล้วล่ะ ทำไมลูกถึงคิดจะซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงปศุสัตว์ให้อาสามของลูกล่ะ?”

            ทิงเสวี่ยตอบ “หนูได้ยินมาจากในวิทยุค่ะ ในวิทยุบอกว่ามีหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงปศุสัตว์ หนูเลยตั้งใจจะซื้อให้อาสามเล่มหนึ่ง ให้เขาเรียนรู้วิธีเลี้ยงหมูให้ดีตามหนังสือ ตอนแรกหนูคิดว่าร้านหนังสือในอำเภอเราอาจจะไม่มีหนังสือแบบนี้ หนูไปร้านหนังสือแบบลองดูเผื่อมี ไม่คิดว่าจะมีจริงๆ ค่ะ ฮี่ๆ หนูว่าหนูโชคดีมากเลยค่ะ”

            หลินกั๋วผิงยิ้ม “เสียวเสวี่ยของพ่อเป็นดาวนำโชคดวงน้อยของตระกูลหลินเรา โชคก็ต้องดีอยู่แล้วสิ”

            พูดพลางหลินกั๋วผิงก็ยื่นมือไปบีบจมูกของเด็กหญิงเบาๆ

            ความรู้สึกที่ถูกพ่อตามใจทำให้ทิงเสวี่ยรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ความรู้สึกนั้นยากที่จะบรรยาย ราวกับได้เห็นรุ้งกินน้ำหลังฝนตก หรือในที่สุดก็ได้เป่าฟองสบู่

            ถึงแม้เธอจะรู้ว่าในชาตินี้ตัวเองจะถูกพ่อตามใจแบบนี้ไปตลอด แต่เธอก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้งและหวงแหนมันเป็นอย่างยิ่ง เธอรู้ว่าการที่พ่อลูกต้องพึ่งพากันและกันในชาตินี้มันไม่ง่ายเลย เป็นสิ่งที่เธอได้มาจากการผ่านความยากลำบากในชาติที่แล้ว

            หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลินกั๋วผิงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เสียวเสวี่ย แม่ของลูกเป็นห่วงลูกจริงๆ นะ ตอนที่เขามาหาลูก ลูกก็ทำตัวดีๆ กับแม่เขาหน่อย”

            วันนี้ที่ตลาด หลินกั๋วผิงเห็นหลิวกุ้ยหลานจูงลูกสาวที่ทำตัวเหมือนเม่นน้อยไปซื้อของมากมาย เขาดูออกว่าหลิวกุ้ยหลานอยากจะทำดีกับลูกสาวจริงๆ อยากจะชดเชยให้

            ถึงแม้เขาจะไม่สามารถลืมเรื่องราวต่างๆ ที่หลิวกุ้ยหลานเคยทำไว้ได้ แต่เขาก็ยังหวังว่าลูกสาวจะได้รับความรักจากแม่บ้าง แม้จะน้อยนิด แม้จะเป็นเพียงบางครั้งบางคราวก็ตาม

            เด็กที่ไม่มีแม่คอยดูแลน่าสงสารเกินไป ในเมื่อหลิวกุ้ยหลานมีใจที่จะทุ่มเทเพื่อลูกสาว หลินกั๋วผิงก็จะไม่ขัดขวางไม่ให้ลูกสาวสนิทสนมกับเธอ

            ทิงเสวี่ยไม่แปลกใจเลยที่พ่อจะพูดคำเหล่านั้นออกมาได้ เธอรู้จักพ่อของเธอดีเกินไป เขาเป็นคนซื่อสัตย์และใจดี เป็นพ่อที่ดีที่คิดถึงแต่ลูกสาว

            ดังนั้นในชาติที่แล้ว ตอนที่หลิวกุ้ยหลานเสนอว่าจะพาตัวเองไปอยู่ด้วย ถึงแม้พ่อจะไม่เต็มใจ แต่พอตัวเองยอมไปกับหลิวกุ้ยหลาน ถึงพ่อจะไม่อยากให้ไปและไม่เต็มใจ เขาก็ยังยอมปล่อยมือ คิดดูแล้วตอนนั้นหัวใจของพ่อคงจะเจ็บปวดมากจริงๆ

            หลังจากหลินกั๋วผิงพูดจบไปครู่ใหญ่ ทิงเสวี่ยจึงเอ่ยปาก “พ่อคะ หนูไม่ต้องการแม่แล้วค่ะ ไม่ต้องการจริงๆ ช่วงเวลาที่หนูต้องการแม่ที่สุดมันผ่านไปแล้ว หนูโตแล้ว หนูทำกับข้าวเองได้ ซักผ้าเองได้ ตอนฉีดยาหนูก็ไม่กลัวแล้ว นอนคนเดียวหนูก็ไม่กลัวแล้ว ชีวิตของหนูจะมีหรือไม่มีแม่ก็ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ที่แม่ซื้อเสื้อผ้าซื้อของอร่อยๆ ให้หนู ก็แค่เพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลงเท่านั้นแหละค่ะ”

            เด็กหญิงคนนี้ช่างเข้าใจอะไรได้ทะลุปรุโปร่งจริงๆ หลินกั๋วผิงพลันพบว่าการที่ลูกสาวฉลาดเกินไป เก่งเกินไป ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เขาหวังว่าลูกสาวจะซื่อๆ ทึ่มๆ กว่านี้สักหน่อย แบบนั้นอาจจะมีความสุขมากกว่า

            ยิ่งคนฉลาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใจความโหดร้ายไม่แน่นอนของโลกมนุษย์ และความซับซ้อนของจิตใจคนเร็วขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงยิ่งซาบซึ้งใจได้ยากขึ้น

            หลินกั๋วผิงถอนหายใจเบาๆ ลูบหัวเด็กหญิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ถึงแม้แม่ของลูกจะทำผิดหลายอย่าง ทำร้ายจิตใจลูก แต่ยังไงเขาก็เป็นแม่ของลูกนะ ตอนที่เขามาหาลูกอย่าทำตัวเหมือนเม่นน้อยสิ ทำตัวดีๆ กับเขาหน่อย อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มาบ่อยๆ แม่ของลูกอยู่ที่นั่นก็ลำบากเหมือนกันนะ!”

            “ก็ได้ค่ะ หนูจะฟังพ่อ ต่อไปถ้าเขามาหาหนู หนูจะทำดีกับเขาหน่อย” ทิงเสวี่ยพูดอย่างไม่เต็มใจนัก

            ในที่สุดเด็กหญิงก็ยอมอ่อนข้อลง ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี หลินกั๋วผิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อย

            ชีวิตช่วงปิดเทอมฤดูร้อนอันยาวนานของทิงเสวี่ยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว สองเดือนเต็มๆ คิดดูก็นานเหมือนกันนะ

            ทิงเสวี่ยตั้งใจว่าจะใช้ช่วงปิดเทอมอันยาวนานนี้ไปนั่งขายไอศกรีมน้ำอัดลมริมถนนเหมือนฉินหยวนเฟิงเพื่อหาเงินค่าขนมบ้าง แต่พ่อไม่ยอม เธอจึงทำได้แค่เป็นเด็กดีอยู่ที่บ้าน

            อยู่ที่บ้านทิงเสวี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ

            ตั้งแต่หลินกั๋วผิงเริ่มไปขายซาลาเปาที่ตลาด เขาก็ยุ่งจนหัวหมุนจริงๆ จะทิ้งงานในไร่ก็ไม่ได้ ยังต้องนึ่งซาลาเปาขายซาลาเปาอีก ทั้งงานในบ้านงานนอกบ้านก็ต้องพึ่งพาตัวเองทั้งหมด

            หลินกั๋วผิงจะเตรียมไส้ซาลาเปาไว้ตั้งแต่วันก่อน แล้วพอวันรุ่งขึ้นฟ้ายังไม่สางก็ตื่นมาห่อซาลาเปา จากนั้นก็นึ่งซาลาเปา ไม่ว่าจะเป็นตลาดใหญ่ในตัวอำเภอหรือตลาดใหญ่ในชนบท โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแผงประมาณแปดโมงเช้า ดังนั้นหลินกั๋วผิงจะไปถึงตลาดประมาณแปดโมง ถึงแม้จะมีมอเตอร์ไซค์แล้ว แต่ไปตัวอำเภอก็ยังต้องใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ดังนั้นเวลาไปขายของที่ตลาดในตัวอำเภอ หลินกั๋วผิงจะตื่นเช้ายิ่งกว่าเดิม

            หลายบ้านยังหลับอยู่ หลินกั๋วผิงก็ยังคงเตรียมไส้สำหรับวันรุ่งขึ้นอยู่เลย ในทำนองเดียวกัน หลายคนยังคงหลับฝันหวานอยู่ หลินกั๋วผิงก็ตื่นมาห่อซาลาเปาแล้ว

            จะใช้คำว่า “นอนดึกกว่าหมา ตื่นเช้ายิ่งกว่าไก่” มาบรรยายชีวิตของหลินกั๋วผิงในตอนนี้ก็ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย

            ก่อนหน้านี้ตอนทิงเสวี่ยยังไปโรงเรียน ถ้าเธอจะช่วยงาน หลินกั๋วผิงก็จะไม่ยอมเด็ดขาด แต่ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว ทิงเสวี่ยยืนกรานจะช่วย หลินกั๋วผิงก็เลยต้องยอมตามใจเธอ

            ซาลาเปาไส้เนื้อก็ไม่ใช่เนื้อล้วน เป็นเนื้อผสมถั่วแขกหรือถั่วฝักยาว ส่วนซาลาเปาไส้มังสวิรัติก็เป็นไส้มันฝรั่งวุ้นเส้นหรือไส้กุยช่ายเต้าหู้ ที่บ้านไม่มีตู้เย็น เต้าหู้กับเนื้อถ้าซื้อมาแล้วไม่รีบใช้ก็จะเสีย เพื่อไม่ให้เต้าหู้กับเนื้อเสีย หลังจากซื้อมาแล้วก็จะใส่ถุงพลาสติกแล้วแช่น้ำเย็นไว้ แบบนี้ก็จะเก็บได้ประมาณวันกว่าๆ โดยไม่เสีย

            ทิงเสวี่ยนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านควรจะมีตู้เย็นได้แล้ว จึงเสนอให้พ่อซื้อตู้เย็นเล็กๆ สักเครื่อง เอาไว้สำหรับแช่เนื้อ เต้าหู้ และของอื่นๆ ที่เสียง่ายโดยเฉพาะ

            หลินกั๋วผิงรู้ว่าราคาตู้เย็นไม่ถูกเลย แถมค่าไฟก็แพงน่าดู แต่ถ้าพิจารณาตามความเป็นจริงแล้ว ก็ควรจะซื้อตู้เย็นสักเครื่องจริงๆ

            ทิงเสวี่ยช่วยพ่อเตรียมไส้ซาลาเปา และเตรียมเงินทอนสำหรับขายของในวันรุ่งขึ้น กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จก็เกือบห้าทุ่มแล้วถึงจะได้นอน

            ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ทิงเสวี่ยก็ตื่นมาช่วยพ่อห่อซาลาเปาแล้ว

            เมื่อมีเด็กหญิงมาช่วย หลินกั๋วผิงก็รู้สึกว่าทำงานได้เร็วกว่าเมื่อก่อนมาก

            ทิงเสวี่ยรับหน้าที่รีดแป้งซาลาเปา หลินกั๋วผิงรับหน้าที่ห่อ สองพ่อลูกทำงานเข้าขากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            เพราะต้องนึ่งซาลาเปาหลายรอบ โดยทั่วไปแล้วขณะที่กำลังห่อซาลาเปาอยู่ข้างนอกก็เริ่มก่อไฟแล้ว พอซาลาเปารอบแรกสุก ซาลาเปารอบที่สองก็ถูกนำไปนึ่งต่อทันที

            พอซาลาเปาทั้งหมดสุก หลินกั๋วผิงก็เตรียมตัวออกเดินทาง ระหว่างนั้นเขาก็ทานอาหารเช้าแบบง่ายๆ พอประทังชีวิต

            ก่อนไป หลินกั๋วผิงกำชับเด็กหญิงซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าต้องกลับไปนอนพักผ่อนต่อ

            หลังส่งพ่อออกจากบ้านไปแล้ว ในที่สุดทิงเสวี่ยก็มีเวลาบิดขี้เกียจ หาวออกมา

            พอได้ผ่อนคลายเต็มที่ ทิงเสวี่ยก็เริ่มง่วงนอน จากนั้นก็ไม่ได้ทานอาหารเช้า แต่ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างสบายอารมณ์ เป็นการนอนต่อรอบสอง

            กว่าจะลืมตาตื่นก็เกือบสิบโมงแล้ว

            นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ให้อาหารหมา ยังไม่ได้ให้อาหารไก่ ทิงเสวี่ยก็รีบลงจากเตียง จากนั้นก็ไปปล่อยไก่ออกจากเล้าก่อน โรยอาหารให้พวกมัน แล้วก็ไปเตรียมอาหารให้เจ้าเตี๋ยนเตี่ยน

            หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วจึงนั่งลงทานอาหาร

            ตอนบ่าย ย่าหวงเอาต้นกุยช่ายสดๆ มาให้ทิงเสวี่ยกำหนึ่ง

            หญิงชราทำสวนผักเล็กๆ ไว้ข้างบ้าน ปลูกผักตามฤดูกาลไว้หลายชนิด

            ช่วงนี้เป็นฤดูที่กุยช่ายอร่อยที่สุด ย่าหวงรู้ว่าบ้านทิงเสวี่ยไม่ได้ปลูกกุยช่าย ดังนั้นหลังจากตัดกุยช่ายในสวนของตัวเองแล้ว ก็แบ่งมาให้บ้านทิงเสวี่ยกำเล็กๆ

            ทิงเสวี่ยคิดถึงกุยช่ายทอดที่ไม่ได้กินมานานมากแล้ว จึงนำกุยช่ายที่ย่าหวงให้มาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็ตอกไข่ใส่ลงไปสองฟอง ใส่น้ำมัน เกลือ และซีอิ๊วลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

            หลังจากเตรียมไส้เสร็จแล้ว ทิงเสวี่ยก็ไปนวดแป้ง

            ชาตินี้เป็นครั้งแรกที่เธอทำกุยช่ายทอด

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891