บทที่5 การทดลอง
....................................................................................................................................
ฟงอวิ๋นนั่งลงบนขอบเตียงช้าๆถือลูกบาศก์คิวก์ผนึกเก้า์ลึกลับเอาไว้ในมือโดยไม่มีคำพูด จากนั้นก็ลองออกคำสั่ง
“เปิดผนึก์ชั้นที่หนึ่ง”ฟงอวิ๋นออกคำสั่ง
หลังจากคำสั่งลูกบาศก์คิวก์ก็เริ่มหมุนวนจนปรากฏเป็หลุมดำขยายใหญ่ขึ้นจากนั้นก็มีแสงสีขาวส่องสว่างขึ้นมาอย่างท่วมท้นจากกลางหลุมดำ
มีบางสิ่งบางอย่างค่อยๆโผล่ลอยออกมาจากหลุมดำ
มันคือ...น้ำเต้าขนาดประมาณกำปั้นสีขาวบริสุทธิ์ดั่งน้ำนมข้นมีลวดลายดอกไม้และเครือเถาวัลย์สีฟ้ารวมทั้งมีตัวอักษรรูนยุคโบราณรายล้อมโดยรอบ
ปากขวดปิดด้วยจุกไม้สองสีนั่นคือสีขาวและสีดำแบ่งครึ่งคล้ายรูปหยินหยาง ดูสวยงามและลึกลับ
“นี่คือ..ขวดน้ำเต้าแหล่งกำเนิดของเก้า์ชั้นฟ้าและปฐีงั้นสินะตามข้อมูลบนไอคอนระบุไว้ว่าต้องทิ้งไว้ด้านนอกเพื่อเก็บรวมรวมพลังปราณของ์และแผ่นดินถ้าอย่างนั้นคงต้องซ่อนเอาไว้ในที่ปรอดภัย”ฟงอวิ๋นรำพึงกับตัวเองจากนั้นเขาก็นำเอาขวดน้ำเต้าไปซุกซ่อนเอาไว้ที่ซอกข้างเตียงนอนของตัวเองก่อนจะออกไปส่งภารกิจที่เขารับมาเมื่อตอนเช้าพร้อมทำงานภารกิจอื่นๆเหมือนปกติเช่นทุกวัน
.......................................................................................................................................
ตอนรุ่งสางของวันรุ่งขึ้น
ฟงอวิ๋นตื่นนอนขึ้นมาก็รีบทำกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้นจึงเดินกลับเข้าไปในกระท่อมของตนใน่เวลานั้นเขาก็แอบมองดูในบริเวณรอบข้างเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีใครแอบมองหรือสนใจตัวเอง หลังจากที่แน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็นการกระทำของเขาในบริเวณใกล้เคียงฟงอวิ๋นก็รีบเดินเข้าไปในห้องนอนของตนเอง จากนั้นเขาก็ก้มลงเพื่อหยิบขวดและตรวจสอบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับมันบ้าง
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะไม่มีความแตกต่าง!
ฟงอวิ๋นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่สักพักเขาก็นึกได้ว่าต้องทิ้งน้ำเต้าในพื้นที่เป็ระยะเวลา24 ชั่วโมงจึงจะสามารถผลิตน้ำวิเศษแหล่งกำเนิดของเก้า์ชั้นฟ้าและปฐีได้ หนึ่งหยดถ้านับเวลาแล้วตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลา
ดังนั้น ฟงอวิ๋นจึงเดินไปยังห้องฝึกฝนขนาดเล็กในกระท่อมเพื่อฝึกฝนการเพาะปลูกตามจิจวัตรประจำวันของตนเอง
เมื่อถึงเวลาฟงอวิ๋นก็เดินออกจากห้องฝึกฝนเพื่อมาดูขวดน้ำเต้าที่แอบซ่อนเอาไว้
เขาสังเกตเห็นว่าตอนนี้ สีของขวดเปล่งประกายสีขาวมากกว่าเดิมเล็กน้อย รวมทั้งลวดลายของดอกไม้เครือเถาวัลย์สีฟ้าและตัวอักษรรูนยุคโบราณรายก็เริ่มกระพริบอย่างไม่หยุดหย่อน มันเกิดขึ้นเพียงคราเดียวก่อนที่จะหยุดลง
จับขวดอย่างไม่เป็ทางการในมือฟงอวิ๋นพยายามเปิดขวดน้ำเต้าด้วยความตั้งใจ
ภายในขวดน้ำเต้ามีหยดน้ำสีขาวดั่งน้ำนมข้นที่เปล่งแสงประกายเงางามหยดน้ำสีขาวมีขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วเหลือง ขณะที่มันไหลไปรอบ ๆภายในขวดทั้งภายในขวดสะท้อนให้เห็นเป็ประกายสีขาวดั่งน้ำนมข้นที่เปล่งแสงประกายเงางามคล้ายไข่มุกราตรี
สิ่งนี้คือ..หยดของแหล่งกำเนิดเก้า์ชั้นฟ้าและปฐีรึเปล่า?
ฟงอวิ๋นเตรียมที่จะใช้เวลาของเขาเพื่อค้นคว้าหาความลับของหยดแหล่งกำเนิดเก้า์ชั้นฟ้าและปฐีว่ามันสามารถใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง
น่าเสียดายที่ไม่มีคำอธิบายและวิธีการใช้ใดๆจากระบบวิธีเดียวคือต้องทดลองด้วยตัวเองเท่านั้น บางทีในอนาคตมันอาจจะสร้างความแปลกใจที่ไม่คาดคิดให้กับเขาก็ได้!
ฟงอวิ๋นเป็ผู้เล่นที่จัดได้ว่าเป็คนที่มีความรู้และภูมิปัญญาในระดับท๊อปคนหนึ่งมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนในโลกภายนอกเขาเพียงแต่ขาดโอกาส ขาดเงินเพราะเกิดมาเป็คนจนเท่านั้นเองจึงทำให้เขาสู้คนอื่นๆไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพอที่จะคาดเดาได้อย่างชัดเจนว่าขวดน้ำเต้าลึกลับนี้เป็ต้องของที่มีค่ายิ่งกว่าภาพภายนอกที่มองเห็น
สิ่งที่ฟงอวิ๋นจำเป็ต้องทำตอนนี้คือเจาะลึกและคลี่คลายความลับของขวดน้ำเต้าลึกลับนี้เพื่อดูว่ามันสามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์กับตัวเองได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ฟงอวิ๋นวางแผนไขความลับของน้ำวิเศษแหล่งกำเนิดเก้า์ชั้นฟ้าและปฐี
เพื่อทดสอบทฤษฎีของเขาคงจะต้องเสาะหาสัตว์ขนาดเล็กและพืชบางชนิดเพื่อดำเนินการทดลอง
หลังจากตัดสินใจ ฟงอวิ๋นก็รีบเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อจับมุสิกป่าสีเทาที่มีชีวิตและพืชสมุนไพรมาทดลองทฤษฎีของเขาเพื่อจะดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ หรือไม่
ตอนเย็น่สองทุ่มกว่าๆ
หลังจากที่จับมุสิกป่าสีเทามาได้ 5ตัวและพืชสมุนไพรระดับ 1 มาได้จำนวนหนึ่ง ฟงอวิ๋นก็ตัดสินใจที่จะพักผ่อนและฟื้นฟูพลังงานของเขาก่อนที่จะทดลองในวันพรุ่งนี้
...............................................................................................................................................
่สายๆของวันรุ่งขึ้น
ฟงอวิ๋นได้เลือกมุมหนึ่งของห้องฝึกฝนก่อนที่จะผูกมุสิกป่าสีเทาเอาไว้กับหลักที่เขาปักเอาไว้ จากนั้นเขาก็หยิบเอาขวดน้ำเต้าลึกลับออกมาและเทหยดน้ำวิเศษจำนวนหนึ่งหยดลงไปในถ้วยชาก่อนที่จะเจือจางด้วยน้ำอีกจำนวน 10 เท่า
หยดน้ำวิเศษขนาดเท่าเมล็ดถั่วละลายในน้ำทันทีทำให้ทั้งชามน้ำจะกลายเป็สีขาวขุ่นดั่งน้ำนม
ฟงอวิ๋นวางชามอยู่ใกล้กับมุสิกป่าสีเทาตัวหนึ่งและรอให้ดื่มน้ำเข้าไปหลังจากที่มุสิกป่าสีเทาดื่มน้ำในถ้วยชา
หลังจากมุสิกป่าสีเทาดื่มน้ำไปกว่าครึ่งถ้วยน้ำชา ฟงอวิ๋นก็รีบหยิบถ้วยชาออกมา หลังจากนั้นเขาก็ยืนอยู่ข้าง ๆ และคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงด้วยความอดทนเพื่อรอการตอบสนองจากมุสิกป่าสีเทาตัวทดลอง
หลังจากเวลาผ่านไปราวๆ สิบห้านาทีมุสิกป่าสีเทาก็เริ่มแสดงอาการกระวนกระวายะโขึ้นๆลงๆ รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจากนั้นร่างกายของมันก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าใ โดยขนิัและร่างกายของมันมีการเติมโตขึ้นโดยมีขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีขนาดเกือบเท่ากับผลส้มโอขนาดใหญ่
มองไปที่มุสิกป่าสีเทาที่ยังคงขยายตัวใหญ่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้นไม่นานร่างของมุสิกป่าสีเทาตัวนั้นก็เกิดการะเิขึ้นอย่างรุนแรงจนเืและเศษเนื้อกระจายไปทั่วเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยของเศษเนื้อติดตามฝาผนังและพื้น เป็ภาพที่น่ากลัวยิ่งนัก
หัวใจของฟงอวิ๋นเต้นระทึกด้วยความหวาดกลัว ถ้าเขาไม่ทำการทดลองมันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาเป็ผู้ที่ดื่มน้ำวิเศษหยดนั้นเสียเอง
อ้า...สงสัยว่าเขาก็คงจะไม่แตกต่างไปจากมุสิกป่าสีเทาที่น่าสงสารตัวนั้น
ร่างะเิจนแหลกเหลว! เลเวลลดลง!
รอจนหัวใจของเขาสงบนิ่งฟงอวิ๋นจึงเดินไปดูร่างที่แหลกเหลวของมุสิกป่าสีเทาเพื่อเก็บกวาดทำความสะอาด
“น้ำยาวิเศษนี้รุนแรงเกินไป แต่เท่าที่ดูผลของการทดลองน้ำยาวิเศษนี้คงจะมีผลในการเพิ่มการพัฒนาการและการวิวัฒนาการของพืชและสัตว์รึเปล่านะ...อืม! ช่างน่าสนในเสียจริง”ฟงอวิ๋นคิดในใจ ขณะที่มือก็ทำความสะอาดพื้นห้องและฝาผนังจากนั้นก็เหลียวหน้าไปมองมุสิกป่าสีเทาอีกสี่ตัวที่เหลืออยู่ด้วยแววตาครุ่นคิด
หลังจากทำความสะอาดพื้นที่จนเรียบร้อย ฟงอวิ๋นได้หยิบเอาถ้วยชาซึ่งบรรจุน้ำวิเศษที่เจือจาง 10ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งออกมาจากนั้นเขาก็แบ่งออกเป็สามส่วนก่อนที่จะนำไปเจือจางในถ้วยชามจำนวน 3 ชามโดยให้แต่ละชามมีอัตราเจือจางที่แตกต่างกันดังนี้
ชามที่หนึ่งเจือจางลงไปอีก 100 เท่า
ชามที่สองเจือจางลงไปอีก 500 เท่า
ชามที่สามเจือจางลงไปอีก 1000 เท่า
จากนั้นเขาจึงนำเอามุสิกป่าสีเทาผูกไว้กับหลักที่เขาปักเอาไว้ จำนวนสามจุดๆละหนึ่งตัว ก่อนที่เขาใช้ถ้วยชาตักเอาน้ำในแต่ละชามออกมาในปริมาณที่เท่ากันแล้วนำไปวางไว้ใกล้ๆกับมุสิกป่าสีเทาทั้งสามตัวๆละหนึ่งถ้วยชาและรอให้มุสิกป่าสีเทาทั้งสามตัวดื่มน้ำเข้าไปเพื่อดูอาการอีกครั้ง
หลังจากมุสิกป่าสีเทาทั้งสามตัวดื่มน้ำไปกว่าครึ่งถ้วยน้ำชา ฟงอวิ๋นก็รีบหยิบถ้วยชาออกมาอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็ยืนอยู่ข้างๆและคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงด้วยความอดทน
หลังจากเวลาผ่านไปราวๆ สิบห้านาทีมุสิกป่าสีเทาทั้งสามก็เริ่มแสดงอาการกระวนกระวายะโขึ้นๆลงๆรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นร่างกายมุสิกที่ดื่มน้ำยาวิเศษซึ่งเจือจากด้วยอัตราส่วน100 เท่า และ500 เท่า ก็เกิดการะเิเหมือนตัวทดลองตัวที่หนึ่ง
แต่มุสิกป่าสีเทาตัวสุดท้ายซึ่งดื่มน้ำยาวิเศษที่เจือจาง1000 เท่ายังคงขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้งและไม่ะเิจนตายไปเหมือนกับมุสิกป่าสีเทาตัวอื่นๆ
มุสิกป่าสีเทาตัวสุดท้ายยังคงขยายตัวใหญ่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนมีขนาดเท่ากับหมาป่าตัวโตเต็มวัยจึงเริ่มหยุด จากนั้นไม่นานร่างกายของมุสิกป่าสีเทาตัวนั้นก็เกิดอาการสั้นสะท้านอย่างรุนแรงตวงตาของมันเรืองแสงสีแดงด้วยความดุร้าย
พระเ้าช่วย.....หยดน้ำวิเศษแหล่งกำเนิดของเก้า์ชั้นฟ้าและปฐีนี้ถึงกับมีคุณสมบัติเพิ่มพูนการพัฒนาและกระตุ้นการวิวัฒนาการสัตว์อสูรจริงๆเพียงแค่ผลของน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 1000 เท่า ก็ถึงกับสามารถทำให้สัตว์อสูรมุสิกป่าสีเทา ระดับ 1มีวิวัฒนาการไปเป็มุสิกป่าสีเทา ระดับ 3 ได้ภายในครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
แฮ่!ๆ
มุสิกป่าสีเทาร่างั์เริ่มแผ่พุ่งจิตสังหารและะเิความดุร้ายออกมาพร้อมกับหันหัวและใช้ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองไปทางฟงอวิ๋น น้ำลายเริ่มไหลย้อยออกมาจากปากขนาดใหญ่มองเห็นคมเขี้ยวที่น่ากลัวและน่าสยดสยอง
มุสิกป่าสีเทาร่างั์กำลังแสะคมเขี้ยวของมัน
อ้า...มันถึงกับ้าที่จะสังหารฟงอวิ๋นและกลืนกินเขาให้กลายเป็อาหารของมันเสียแล้ว
ฟงอวิ๋นรีบดึงมีดสั้นออกมาถือเอาไว้ในมือ เมื่อต้องเผชิญกับสัตว์อสูรระดับ 3 แบบนี้ จิตใจของเขาเริ่มเคร่งเครียดขึ้นไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 3 มาก่อนอันที่จริงเขาเคยฆ่าสัตว์อสูรระดับ 3 มาหลายตัวเหมือนกันแต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 3ในพื้นที่แคบๆเช่นในห้องฝึกซ้อมแบบนี้
พื้นที่คับแคบเกินไป!
มันอันตรายเกินไป!