"ทุกคนอยู่ในบ้านห้ามออกไปไหนนะครับ น้าเหงี่ยมล็อคประดูด้วย" ชัยบอกเสร็จก็วิ่งลงจากเรือนไปทางบ้านพักอีกหลัง ที่ให้ครอบครัวคาร์แคร์พักอยู่ ชัยวิ่งเหยาะเมื่อเห็นแสงไฟในบ้านเปิด และเห็นตำรวจหลายคนยืนแยกกับหลบอยู่หลังต้นในสวน "เ้าหน้าที่ล้อมไว้หมดแล้ว โปรดมอบตัวเสียเราจะให้ความเป็ธรรมกับพวกคุณ" ชัยได้ยินเสียงจากโทรโข่งก็รู้ได้ทันทีว่า ไม่ใช่คนเดียวเพราะมีคำว่าพวกคุณ แล้วพวกไหนกันที่บุกเข้ามาในสวนทุเรียนของเขา ชัยไม่ได้เดินเข้าไปหาพวกตำรวจพวกนั้น เขาเดินอ้อมไปอีกทางอย่างเงียบๆ "ความเป็ธรรมอะไร พวกมึงไม่ใช่เหรอที่พยายามยัดยาให้พี่น้องกู จนกูทำมาหากินไม่ได้ต้องคอยเป็แพะตามแต่มึงจะสั่งให้ใครเป็ ถ้าพวกมึงบีบกูมากๆกูจะฆ่าตัวประกันทั้งหมด" เสียงคนในบ้านะโออกมา แสดงว่าครอบครัวนั้นตกเป็ตัวประกัน "ไม่เป็ไร ตัวประกันไม่ใช่ญาติกูมึงอยากทำอะไรก็ทำไปเลย พวกเรายิง" ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ชัยแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่านั่นเป็คำพูดของตำรวจ พวกระยำคือพวกไหนกันแน่วะ ระหว่างตำรวจกับโจร ชัยสบถออกมา "พี่ชัย" เสียงอาหมวยดังมาจากมุมมืด ชัยหันไปตามเสียงแล้วรีบวิ่งเข้าไปตรงนั้น ก็เห็นคนทั้งครอบครัวสามคนนั่งหลบอยู่โคนต้นไม้ "ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้กันได้ล่ะ" ชัยถามด้วยความงุนงง "คนที่อยู่ในบ้านสองคนนั้นไล่พวกเราให้ออกมาหมอบไกลๆค่ะ" แม่ของอาหมวยบอก แสดงว่าข้างในมีสองคนถ้าเป็คนชั่ว คงไม่ไล่ตัวประกันให้ออกมาแบบนี้ แล้วตำรวจพวกนั้นมันยังไงกันแน่ ชัยบอกให้ทั้งสามเดินออกไปตามทางที่เขาชี้ "ตรงนั้นจะมีห้องเครื่อง แต่อย่าเข้าไปในห้องเครื่องนะ ให้หลบอยู่แถวต้นมะพร้าวข้างสระน้ำ แล้วอย่าไปไหนเด็ดขาด" สามพ่อแม่ลูกวิ่งไปตามทางที่เขาชี้บอก ชัยเองก็วิ่งเข้าไปข้างบ้านที่กำลังโดนกระหน่ำยิง ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปรี้ยง เปรี้ยง มีเสียงปืนสั้นยิงสวนออกไปบ้างเป็ระยะ ชันเอามือคุ้ยดินตรงที่เขานั่งอยู่ หยิบะเิออกมาสี่ลูกแล้วกลบดินเข้าที่เดิม เขาคลานไปทางหน้าบ้านที่พวกตำรวจยืบหลบหลังต้นไม้ หากปาะเิไปก็คงไม่โดนใครแน่นอน เพราะตำรวจพวกนั้นมีต้นไม้กำบังอยู่ ตูมมม ตูมมม สองลูกซ้อนๆที่ปาออกไป ทำให้ตำรวจหยุดยิงและนอนหมอบกันนิ่ง ชัยคลานกลับมาที่เดิม "ออกทางประตูหลังเร็ว" สองคนที่อยู่ในบ้านไม่รอช้าวิ่งออกไปตามที่เสียงนั้นะโบอก เพราะเชื่อว่าะเิสองลูกที่ปาออกไป ต้องเป็คนเดียวกันกับคนที่บอกนี้แน่ๆ ทั้งสองจึงยอมเสี่ยงเพราะคำว่ารอดคงไม่มีแล้ว "อย่าวิ่งสะเปะสะปะ ทางนั้นมีห้องเครื่องไปหลบในนั้นแล้วอย่าออกมา จนกว่าผมจะไปเรียก" สองคนนั้นวิ่งไปตามที่ชัยบอก ชัยคลานไปหยุดตรงหน้าบ้านที่เดิม ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ตำรวจยิงใส่บ้านอีกชุด ตูมมม ะเิลูกที่สามตกลงใกล้ๆสองลูกแรก ทำให้ตำรวจพวกนั้นหมอบกันนิ่ง ที่ผ่านๆมาเคยแต่ไล่รุมยิงคนอื่น ไม่คิดว่าครั้งนี้จะเจอะเิสวนกลับมา ทุกคนใจเริ่มฝ่อไปตามๆกัน "กูจะปาะเิใส่พวกมึงอีกลูก ลูกต่อไปกูจะยิงอาร์พีจีฆ่าตำรวจเลวๆทดแทนคุณแผ่นดิน" ชัยะโบอกแล้วก็ ตูมมมม "พวกมึงเตรียมตัวตายกันได้แล้ว" ชัยะโยังไม่ทันขาดคำ พวกตำรวจก็พากันวิ่งตามกันไปอย่างไม่คิดชีวิต ชัยลุกขึ้นเดินไปที่ห้องเครื่อง "ออกมากันได้แล้ว" ด้านซ้ายมีคนสองคนออกมาจากห้องเครื่อง ด้านขวาครอบครัวคาร์เดินออกมาจากข้างสระน้ำ ชัยหันไปบอกสามพ่อแม่ลูกนั่นให้เดินไปที่บ้านแม่ของเขา และให้บอกกับแม่ว่าเขาปลอดภัยดีเดี๋ยวเขาจะตามไป ครอบครัวคาร์แคร์ก็เดินไปตามคำที่ชัยบอก ชัยก็หันกลับมาถามสองคนนั่น "เื่มันเป็ยังไงถึงได้มายิงกันในสวนของผม" หนึ่งในสองคนนั้นตอบ "ผมกับเพื่อนและน้องชายขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่ที่วิน พวกตำรวจพวกนั้นเอายามายัดใส่น้องชายผมทั้งสองคน ทั้งที่พวกผมไม่เคยยุ่งกับยาเสพติดกันเลย พวกมันบอกให้ผมสองคนหาเงินมาคนละห้าหมื่น แล้วจะปล่อยน้องผมถ้าไม่หามาให้ก็จะส่งน้องผมขึ้นศาล ฐานยาบ้าคนละร้อยเม็ดเพื่อจำหน่ายครับ ผมไม่ยอมก็เลยมีเื่กันผมบอกว่าจะไปแจ้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พวกมันก็เลยรุมกระทืบผมแล้วเพื่อนผมก็มาช่วยแย่งปืนมันมาสองกระบอก มันกลับไปที่ สน.แล้วก็พาพวกมาไล่ยิงผมนี่แหละครับ" ชัยฟังแล้วขมวดคิ้ว "น้องชายคุณหรือน้องชายเขา" ชัยถามข้อมูลเพิ่ม "น้องชายผมคนหนึ่งแล้วก็น้องชายเขาด้วย โดนจับปทั้งสองคนเลยครับ" ชายคนเดิมตอบ "น้องชายคนทั้งสองคนก็ขับวินด้วยกันถูกต้องมั้ย" ชัยถามต่อ "เปล่าครับ น้องชายผมทั้งสองคนกำลังเรียนมหาลัย พวกเขาเหล้าไม่กินบุหรี่ก็ไม่สูบ แล้วมาโดนแบบนี้ผมทนไม่ไหวครับ ที่ต้องตกเป็เหยื่อของตำรวจโจรพวกนี้" ชัยพยักหน้า "แล้วคุณสองคนจะทำยังไงต่อไป กลับบ้านไม่กลัวเจอพวกนั้นเหรอ" ชายทั้งสองคนเงียบเพราะไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ชัยดึงมือถือออกมาโทร "สวัสดีครับคุณอา มีนักศึกษาสองคนโดนตำรวจ สน.เมืองนนท์ยัดยาแล้วไถเงินพี่ชายของเหยื่อ พอไม่มีให้ก็มีเื่กันไล่ยิงกันเข้ามาในสวนทุเรียนแม่ผมครับ ผมคิดว่าตำรวจพวกนั้นจะต้องมาหาเื่ในสวนอย่างแน่นอน รบกวนคุณอาจัดการให้ผมด้วยนะครับ ครับๆ ขอบคุณมากครับ" ชัยวางหูแล้วก็บอกทั้งสองคนให้เดินตามเขาไป ทางด้านผู้การภาค6 เมื่อวางหูจากชัยแล้วก็ติดต่อไปยัง ผู้กำกับ สน.เมืองนนท์ทันที "สวัสดีครับท่าน" ผู้กำกับรับสายสอบถามจนรู้ว่าเป็ใครโทรมาก็เสียงอ่อนลง "ผู้กำกับ ลองถามลูกน้องคุณดูสิว่า ใครที่ไล่ยิงกันเข้าไปในสวนผม แล้วยิงบ้านผมจนพรุนไปหมดจะชดใช้ยังไง" ผู้การภาค6ไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา "เอ่อ พวกค้ายาครับท่าน ลูกน้องผมตามมันไปเพื่อกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ แต่โดนพวกนั้นยิงใส่ก็เลยยิงตอบโต้น่ะครับ" ผู้กำกับแก้ตัวแทนลูกน้อง "คุณนี่มันหูหนวกตาบอดจริงๆ ลูกน้องคุณจับนักศึกษาสองคนยัดยาให้เขา แล้วให้พี่ชายทั้งสองคนนั้นไปหาเงินมาไถ่ตัวคนละห้าหมื่น พอเขาไม่มีให้ก็ไล่ยิงกันไปถึงสวนผม ทั้งที่มีตัวประกันอยู่ก็ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่สนใจตัวประกัน แล้วยิงรัวใส่เข้าไปในบ้านอย่างบ้าอำนาจ คนแถวนั้นที่เขาแอบตามไปดูถ่ายคลิปมีทั้งภาพและเสียงชัดเจน พอถามตำรวจพวกนั้นมันก็บอกว่านายสั่งให้ทำยอด คุณสั่งลูกน้องให้ทำอย่างนั้นจริงหรือไม่" ผู้กำกับใในคำพูดแบบนั้น "ไม่จริงครับท่าน ผมไม่เคยสั่งให้ลูกน้องหายอดอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวผมจะลองสอบดูว่าข้อเท็จจริงเป็ยังไงครับ" ผู้การฟังแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ต่อการกระทำของพวกตำรวจเลว "คนที่ถ่ายคลิปเขาจะเอาไปให้นักข่าวทุกช่อง ผมก็พยายามห้ามไว้นะแต่เขาก็ไม่ยอม เขาบอกว่าถ้าคนที่ถูกยัดยายังไม่เป็อิสระ พรุ่งนี้ข่าวจะออกทุกช่องรวมถึงคำว่าผู้กำกับสั่งให้ทำด้วย" แม้จะเป็แค่คำขู่แต่ก็ได้ผลชงัด เพราะถ้ามีคลิปถึงสื่อจริงๆต่อให้เส้นดีแค่ไหนก็ปลิวได้ แล้วยิ่งผู้กำกับคนนี้อยู่ในวงการสีเทามานาน อาจจะไม่ไม่โอกาสออกมาจากคุกอีก เพราะเพชรฌาตในคุกที่เป็ลูกน้องของนายใหญ่รอเชือดอยู่ "เดี๋ยวผมจะสั่งปล่อยคนก่อนแล้วค่อยสอบสวนก็ได้ครับ ผมอยากติดต่อคนถ่ายคลิปเพื่อขอโทษและทำความเข้าใจกัน จะได้ไหมครับท่าน" ผู้กำกับลูกเล่นแพรวพราวแต่ผู้การไม่ใช่เด็กจบใหม่ "ได้สิ แต่เขาขอไปพร้อมสื่อทุกช่อง ถ้าอย่างนั้นผมจะบอกเขาให้ไปพบคุณพรุ่งนี้เลยนะ" เจอดอกนี้เข้าไปถึงกับสะอึก "ถ้าอย่างนั้นไม่เป็ไรก็ได้ครับ ต่อไปนี้ผมจะกำชับลูกน้องทุกคน ให้ทำงานอย่างระมัดระวังครับท่าน" พ.ต.อ.ชาติชาย ทับไพรี ผู้กำกับ สภ.อ.เมืองนนท์กัดกรามด้วยความเจ็บใจ ที่ถูกผู้การมาพูดแบบสอนมวยอย่างนี้ เขาหันไปทางลูกน้องมือขวา ร.ต.อ.เชษ คล่องศาสตรา มือสังหารที่สังหารมานักต่อนัก ทั้งคนดีและคนชั่วรวมกันก็เกินร้อยศพ อีกทั้งยังมีผู้หญิงที่สองคนนี้ร่วมกันเล่นกามวิตถาร อีกนับสิบศพที่ต้องสังเวยความใครของตำรวจชั่วคู่นี้ ตำรวจสองคนนี้ก็เป็พวกเดียวกับนายอำนวย เพียงแต่ยังไม่รู้จักกันเพราะทางหัวหน้าใหญ่ ยังไม่สั่งลงมาให้เจอกัน "เชษ เอ็งว่าเก็บผู้การภาคนี่ยากหรือเปล่าวะ" ผู้กองเชษยิ้ม "ถ้านายใหญ่สั่งมาก็ไม่ยากนะพี่ ผมว่าพี่ใจเย็นๆก่อนเถอะครับ ถ้าไม่มีคำสั่งจากนายใหญ่พลาดขึ้นมา ไม่รู้จะเอาอะไรมาค้ำประกันถึงชีวิตได้เลย เผลอพลอยโดนไปด้วยกันก็ได้นะครับ" เป็คำตอบที่ผู้กำกับชาติชายไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ แต่ก็พูดอะไรไม่ออก ดูเหมือนผู้กองคนนี้ชักจะปีกกล้าขึ้นทุกวัน ทำให้เขานึกถึงเพื่อนเก่าขึ้นมาทันที สักวันถ้าผู้กองเชษไม่มีประโยชน์แล้วเขาจะยิงทิ้งด้วยมือตัวเองเลย แล้วค่อยดึงเพื่อนจอมโหดอีกคนเข้ามาแทนที่
นายอำนวยชวนคุณวรรณออกไปนั่งกินที่ร้านเพื่อนของคุณวรณ ร้านที่ปรางถูกพาตัวไปในคืนนั้น มีลูกน้องที่ติดตามนั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆอีกสองโต๊ะๆละหกคน รอบๆร้านก็มีอีกสิบกว่าคนพกปืนเอวตุงกันทุกคน "ไปเชิญคุณอ้อมาหน่อยซิ" นายอำนวยสั่งเด็กในร้าน สักพักคุณอ้อเ้าของร้านก็เิดินมานั่งข้างๆคุณวรรณ "สวัสดีค่ะคุณอำนวย วรรณเป็ไงบ้าง" เธอทักทายอย่างเป็กันเอง "หลานสาวผมถูกลักพาตัวที่นี่ ทางร้านคุณอ้อจะไม่แสดงความรับผิดชอบอะไรหน่อยหรือครับ" นายอำนวยถามแกมบังคับ "ทางร้านไม่ทราบเลยค่ะว่ามีการลักพาตัว วรรณเธอได้แจ้งความหรือยัง" คุณอ้อหันไปถามเพื่อน "ผมแจ้งความไปแล้ว พี่สะใภ้ผมมันแตาเศร้าไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรเลย ต้องพามานั่งกินพบเพื่อนเก่าบ้างเผื่อจะดีขึ้น เอ่อ..แล้วทางตำรวจเขามาขอดูกล้องวงจรปิดหรือยังครับ" นายอำนวยถามต่อ "ไม่เห็นมีใครมาเลยค่ะ" เธอตอบน้ำเสียงปกติ พรานขับรถผ่านไปผ่านมาหน้าร้านหลายรอบ เห็นคนยืนรอบร้านหลายคน เขาซุ่มส่องกล้องมองหาทางช่วยเหลือแม่ของปราง มาสองสามวันแล้วแต่ก็ยังไม่มีหนทางจะช่วยได้ วันนี้เห็นนายอำนวยพาเธอมาที่ร้านนี้ก็ตามมาห่างๆ โอกาสที่จะเข้าไปช่วยคนในบ้านมันแทบไม่มีโอกาส เขาตัดสินใจที่จะชิงตัวที่นี่แหละนับว่าโอกาสดีที่สุด เขารีบกลับไปเปลี่ยนรถที่คลีนิกแล้วขับบิ๊กไบค์ออกไป แวะตึกแถวที่เขาซุ่มส่องกล้องทางไกลมองไปบ้านของนายอำนาจ เอาของบางอย่างที่เตรียมไว้ในกระเป๋า แล้วขับออกไปจอดที่ข้างถนนใกล้ร้านเหล้า พรานหิ้วกระเป๋าล้วงเอาของออกมาวางตามจุดต่างๆ ห่างจากร้านพอประมาณซึ่งไม่ไกลนัก พวกที่มาคอยคุ้มยืนกันก็ไม่ค่อยสนใจอะไรมาก พวกมันยืนสูบบุหรี่คุยกันบ้างก็กระดกเบียร์ เพราะคิดว่าคงไม่มีใครกล้ามายุ่มย่ามแถวนี้แน่ ขนาดคนที่ขับรถมาจอดจะเข้าไปในร้านก็ยังต้องออกไป พรานวางของตามจุดต่างๆแล้วก็หยิบรีโมทขึ้นมาตรวจดูอีกที นั่งสูบบุหรี่หมดมวนแล้วเขาก็ขับบิ๊กไบค์เข้าไปจอดหน้าร้าน เขาเดินเข้าไปในร้านนั่งไม่ห่างจากโต๊ะนายอำนวยเท่าไหร่ โต๊ะที่ติดกับโต๊ะนายอำนวยมีลูกน้องนั่งคั่นอยู่อีกหนึ่งโต๊ะ "ไอ้นี่มันเป็ใคร มันกล้าเข้ามาได้ยังไงวะ" นายอำนวยหันไปถามไอ้ลม ไอ้ลมมองมาทางพรานก็เห็นสายตามเขามองอยู่ก่อนแล้ว "ไอ้นี่ไงที่มันเอาตัวคุณปรางไป" ไอ้ลมพูดเสียงดังลุกน้องนายอำนวย ลุกขึ้นพร้อมกันทันที "มึงเป็ใคร ปรางอยู่ที่ไหน ถ้ามึงไม่บอกมึงก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แหละ" นายอำนวยลุกขึ้นชีหน้าถาม "อั๊วชื่อพรานว่ะ พราน พรหมเมศ เมียอั๊วอยู่ที่ไหนไม่จำเป็ต้องบอก แต่วันนี้อั๊วจะมารับแม่ยายไปด้วย อั๊วหวังว่าพวกลื้อทุกคนคงจะไม่ขัดข้องอะไรนะ ด้วยความปรารถนาดีจาก พราน พรหมเมศ" พรานพูดจบก็ยักคิ้วให้ไอ้ลม นายอำนวยโมโหจัดเพราะไม่เคยมีใครกล้ามาหยามถึงขนาดนี้ แล้วไอ้นี่มันเป็ใครถึงกล้ามาลูบคม ติดต่อกันถึงสองครั้งติดๆ "เอามันโว้ย" นายอำนวยะโสั่งลั่น พรานยกมือห้ามรูดซิปเสื้อลงเปิดเสื้อให้เห็นะเิพันรอบตัว "เฮ้ย ใจเย็นก่อนพรรคพวก พวกมึงมองไปรอบๆร้านก่อน แต่ละจุดมีซีโฟร์สองกิโลทุกจุด กดนี่ทีเดียวก็จะะเิพร้อมกันตายทั้งร้าน แล้วที่ตัวกูอีกยังไงก็ไม่มีใครรอด กูบอกเมียกูไว้แล้วถ้าไม่รอดก็ตายพร้อมแม่ยายที่นี่แหละ" คนทั้งร้านชะงักกึกไม่มีใครกล้าเข้า เพราะไฟกระพริบที่กล่องวางรอบร้านกระพริบถี่เห็นกันชัดทุกคน พรานถือรีโมทในท่าพร้อมกดได้ตลอดเวลา "ผมขอเชิญแม่ยายมาตรงนี้ครับ อย่าคิดเล่นตุกติกอั๊วยิ่งใง่ายกดปุ๋มปุ๊บตูมปั๊บ อยากรู้ว่าโดนะเิแล้วตายยังไงก็ลองดูได้ เพียงแค่ทำให้อั๊วตกก็สมความปรารถนาแล้ว" คุณวรรณค่อยเดินมาหาพรานช้าๆ เธอก็กลัวไม่น้อยไปกว่าใครๆ เดินเฉี่ยวแก้วหล่น เพล๊งง โอ๊ะ พรานแกล้งร้องออกมาเสียงดังพอสมควร อย่าาาาาา ทุกคนในร้านร้องออกมาพร้อมกัน เพราะกลัวพรานจะกดรีโมทะเิ คุณวรรณเดินมายืนอยู่ข้างๆพราน "เอาหล่ะ อั๊วจะพาแม่ยายออกไป และถ้าไม่มีใครขัดขวางอั๊วก็จะไม่ะเิที่นี่ แต่ถ้ามีใครขวางเราก็ตายพร้อมกันทั้งหมด" ทุกคนเงียบพรานก็พาแม่ของปรางเดินออกไป พอแม่ของปรางขึ้นซ้อนท้ายเรียบร้อยแล้ว "อย่าตุกติกกันนะ แล้วจะปลอดภัย" พรานพูดก่อนขับบิ๊กไบค์ออกไปแล้วกดรีโมททันที ปร็องๆๆๆๆๆๆๆ ปร็องๆๆๆๆๆๆๆ ปร็องๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงประทัดดังตามจุดต่างๆที่วางไว้ ทุกคนในร้านหมอบราบกับพื้นโดยพร้อมเพรียงกัน พรานบิดบิ๊กไบค์ออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว คนในร้านต่างก็นอนนิ่งไม่กล้าที่จะโงหัวขึ้นมา "เฮ้ย พวกมึงออกไปดูสิวะ ไฟอะไรที่กระพริบนอกร้าน" นายอำนวยะโสั่งทั้งที่ยังนอนหมอบอยู่กับพื้น ไอ้ลมจำเป็ต้องพาลูกน้องออกไปดูตามนายสั่ง ใจก็ยังตุ๊มๆต่อมๆกลัวว่าถ้ามันตูมตามขึ้นมา พวกมันนี่แหละที่ร่างจะเละไปก่อนใคร สักพักมันเดินถือกล่องเข้ามาในร้าน "ไม่ใช่ะเิครับนาย มันเป็กล่องธรรมดาที่ติดรีโมท ที่เชื่อมต่อกันทุกกล่องพอกดรีโมทไฟก็จะสปาร์คจุดปะทัดพร้อมกันครับ" นายอำนวยลุกขึ้นมาหยิบกล่องนั้นดูแล้วก็ปาทิ้งลงพื้น "ไอ้พราน มันเป็ใครพวกไหนกันวะ มันถึงกล้ามาลบเหลี่ยมกูถึงที่" นายอำนวยถามไอ้ลม "ผมก็ไม่รู้ครับนาย คงเป็พวกนักเลงหน้าใหม่ที่อยากดังน่ะครับ" ไอ้ลมตอบ "ขนาดมันเป็นักเลงหน้าใหม่ พวกมึงยังกลัวมันเหมือนหมากลัวน้ำร้อน ถ้ามันเป็นักเลงเก่าพวกมึงจะเป็อะไรกันวะ ไม่ได้เื่ซักคน" นายอำนวยพูดแบบเหยียบหน้าไอ้ลมเต็มตีน ไอ้ลมยืนกัดกรามด้วยความโมโหที่โดนพรานเล่นงานซึ่งหน้าสองครั้งซ้อนเช่นกัน "แล้วพวกมึงจะยืนหาพระแสงอะไร ออกไปตามหามันสิโว้ย" นายอำนวยตวาดลั่นร้าน ไอ้พวกนั้นรีบออกไปจากร้านเพื่อติดตามพรานทันที แต่พวกมันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตามไปทางไหน แต่ก้ต้องแอ็คชั่นไปตามสถานการณ์
พรานพาคุณวรรณเข้าไปทางหลังบ้านที่ไม่มีกล้องวงจร เขาเปิดประตูเข้าไปในบ้านพาคุณวรรณขึ้นไปห้องที่ปรางพักอยู่ ก๊อกๆๆ "ผมเองครับคุณปราง" ปรางเดินมาเปิดประตูห้อง "แม่" ปรางร้องเรียกแล้วเข้ากอดแม่บุญธรรมของเธอแน่น "ผมขอโทรศัพท์ด้วยครับ ตอนนี้คงไม่ต้องติดต่อใครเพื่อความปลอดภัย" พรานบอกกับคุณวรรณแม่ของปราง "ไม่เป็ไรค่ะ ชั้นจะไม่โทรหาใครเด็ดขาด" เธอบอกแต่ไม่ควักมือถือให้ "เพื่อความปลอดภัย มือถือของคุณไม่ควรอยู่ที่นี่ ถ้าคุณเสียดายคุณสองคนจะไม่มีโอกาสอีกเมื่อเกิดอะไรขึ้น" พรานบอกมือยังแบเพื่อรับมือถือจากคุณวรรณ "แม่ให้เขาไปเถอะค่ะ ตอนนี้ระบบติดตามมันเช็คจากมือถือได้ว่าอยู่ที่ไหน" เธอก็ดึงมือถือออกมาส่งให้เขา "อาหารในตู้สามารถอยู่ได้สิบวันสำหรับสองคน ห้ามเปิดม่านหรือออกจากบ้านเด็ดขาด หากไม่เชื่อต่อไปผมจะไม่เสี่ยงเข้าไปช่วยใครอีก" พรานพูดจบก็เดินลงไปชั้นล่างแล้วขับบิ๊กไบค์ออกไปจากบ้านหลังนั้น
ขุนโทรหาชัยคุยเื่เรือสำราญของนายอำนวย ที่จะเปิดบริการบ่อนลอยน้ำในสัปดาห์หน้า "มึงจะไปมั้ย อาทิตย์หน้ามันก็ได้กำหนดล่องเรือแล้ว" ขุนถาม "ไปสิวะ แต่ต้องต่างคนต่างไปไม่รู้จักกัน" ชัยตอบ "โอเคเลยเพื่อน แล้วเจอกันบนเรือ" ขุนตอบรับก่อนจะวางสาย "เอ้ยย เดี๋ยวอย่าเพิ่งวาง" ชัยรีบห้ามเพื่อน "อะไรอีกวะ" ... "ไปเดี่ยวๆมันดูจะเป็เป้าสายตาไปหน่อยว่ะ คงต้องหาเช่าสาวๆตามไปด้วย มึงพอจะหาได้หรือเปล่า" ชัยถามขอความเห็น "กูก็ไม่รู้หรอกว่ะ ว่าตรงไหนมีให้เช่ากูไม่เคยเที่ยวโว้ย" ขุนตอบกลับไปอย่างไม่ต้องคิด เพราะเื่ผู้หญิงแบบนั้นไม่ค่อยจะรู้มากนัก "เออๆ ต่างคนก็ต่างหาวิธีเอาเองก็แล้วกัน" ชัยบอกก่อนจะวางหู
พรานเข้าไปหานายอำนาจพร้อมอาหารสำเร็จรูปที่สามารถเวฟ แล้วกินได้เลยมีทั้งข้าวเกี๊ยวและอื่นๆหลายอย่าง "ผมเข้าไปดูแล้วนะบ้านหลังนั้นของคุณ มีเงินและทองแท่งอยู่จริงๆ แต่ผมไม่ได้หยิบมานะครับ" พรานบอกพร้อมวางของที่ซื้อมาบนตียงนอนนายอำนาจ "ชั้นบอกนายแล้วไงว่าเงินในนั้นใช้ได้เลย มันจะเป็ของนายครึ่งหนึ่งถ้านายพาเมียและลูกของชั้น ออกจากบ้านแล้วไปอยู่ในที่ปลอดภัย" นายอำนาจบอกขณะที่เอาของที่พรานซื้อมาเข้าแช่ในตู้เย็น "ตอนนี้ลูกเมียของคุณอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วทั้งสองคน" พรานบอก "ชั้นรู้แล้ว ปรางโทรมาบอกเมื่อสักพักนี่แหละ ชั้นขอบใจนายมากเลยจริงๆ" นายอำนาจทิ้ง่นิดหนึ่งก่อนพูดต่อ "งานชิ้นต่อไปเกี่ยกับทองคำแท่ง ถ้านายเอาทองคำแท่งไปไว้ในห้องประชุมเรือสำราญได้ ทองคำครึ่งหนึ่งก็จะเป็ของนายทันที แต่ต้องเอาไปวางไว้บนโต๊ะในห้องประชุม วันที่แรกที่เรือสำราญเปิดให้ลูกค้าวีไอพีขึ้นไปเล่นพนัน ตามกำหนดการเรือจะเปิดรับนักเล่นในอาทิตย์หน้านี้" พรานรู้อยู่ก่อนแล้วและบัตรก็มีแล้วด้วยหนึ่งใบ อีกสี่ใบที่เจอในกระเป๋านายบรรจงให้ขุนไปหมด "ผมจะรู้ได้ยังไงว่าห้องประชุมในเรือมันอยู่ตรงไหน" พรานพูดเชิงเป็คำถาม "ชั้นเขียนแผนที่ไว้ให้แล้ว และรหัสเข้าห้องอยู่ในกระดาษแผ่นนี้ แต่จะต้องใช้กุญแจอีกหนึ่งดอกเพื่อไขเข้าไป กุญแจ่อยู่ในกล่องวางในตู้เซฟบ้านหลังนั้นแหละ นายคงต้องไปอีกครั้งเพื่อเอากุญแจและเงิน เพื่อจะเข้าไปเล่นพนันบนเรือ เอาไปอย่างน้อยสามล้านถึงจะลงเรือได้ มีบัตรวีไอพีอย่างเดียวใช้ไม่ได้หรอกนะ" นายอำนาจบอกเื่ที่ต้องหิ้วเงินสดลงเรือไปด้วย เื่นี้พรานเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน เขาพยักหน้ารับแล้วจุดบุหรี่สูบ "คุณคิดว่าผมควรจะหิ้วเงินไปเท่าไหร่ดี" นายอำนาจยิ้ม "อันนี้ก็แล้วแต่นาย" พรานดับบุหรี่ในที่เขี่ยก่อนจะเดินออกไป เขากดโทรหาขุนเพื่อจะบอกเื่ ต้องถือเงินสดเข้าไปด้วยจึงจะลงเรือได้ "ฮัลโหล" เสียงขุนรับสาย "ถ้ามึงจะลงไปในเรือสำราญ มีบัตรวีไอพีอย่างเดียวไม่สามารถลงได้ มึงจะต้องถือเงินสดอย่างน้อยสามล้าน คนตรวจหน้าเรือถึงจะให้มึงเข้าไป ถ้ามึงมีคู่ไปด้วยก็สามล้านไปคนเดียวก็สามล้าน ในนั้นไม่สนใจบัตรเครดิตมันสนเฉพาะเงินสดเท่านั้น" พรานบอกรายละเอียด "มึงเป็ใคร รู้ได้ยังไงว่ากูจะลงเรือสำราญ" ขุนรู้สึกคุ้นเสียงแต่ก็ถามด้วยความสงสัยอย่างแรง เพราะคนที่รู้มีเพียงชัยเท่านั้นที่คุยเื่นี้ "คนที่ให้บัตรวีไอพีมึงยังไงล่ะ" พรานตอบ "ไอ้ริน เป็มึงจริงๆมึงหายดีแล้วใช่มั้ย ตอนนี้มึงอยู่ที่ไหน แล้วกูจะเจอมึงในเรือหรือเปล่า" ขุนถามด้วยความดีใจที่รินยังไม่ตาย และขุนก็ไม่รู้ว่ารินตอนนี้ใช้ชื่อว่าพราน หากเจอกันจะๆก็ไม่มีทางรู้ได้เลย เพราะหมอมีนพี่สาวของพรานทำศัลยกรรมให้หน้าเปลี่ยนเป็คนละคน "กูบอกไม่ได้ตอนนี้ แค่โทรบอกให้มึงรู้กฏข้อนี้ก่อนลงเรือ เดี๋ยวจะไปเก้อไม่ได้ลงเรือไปทำงานของมึง แค่นี้แหละ" พรานวางสาย ขุนรู้สึกมึนในคำพูดของพรานที่ว่า เดี๋ยวไม่ได้ลงเรือไปทำงานของมึง และอีกคำในร้านเหล้าก็คือ ถ้าเดินอกผายไหล่ผึ่งมันสังเกตุง่าย อีกประโยคที่เขียนในจดหมายคือ กูก็เคยเป็ผู้สูญหายแม้จะทำงานสำเร็จก็ยังสูญหายอยู่ดี มันเป็ประโยคที่ขุนคิดมาโดยตลอด จึงทำให้เขาไม่พูดถึงเื่แม่พิมพ์แบงก์กับผู้บังคับบัญชา เพราะใจหนึ่งก็เชื่อมั่นในตัวของผู้บังคับบัญชา อีกใจหนึ่งเขาเองก็เพิ่งจะรายงานตัว ยังไม่รู้พื้นฐานของผู้บังคับบัญชาสักเท่าไหร่เลย ขุนโทรบอกชัยถึงเื่ต้องหิ้วเงินสดลงเรือด้วย
ขุนหยิบแม่พิมพ์แบงก์พันมาดูอย่างละเอียด เมื่อไม่พบอกไรผิดปกติเขาก็กดโทรออก "ท่านครับ ผมเจอแบงก์พันปลอมพร้อมกระดาษA4 ผมทำลองดูแล้วมันน่าจะเป็กระดาษชนิดเดียวกันครับ หรือว่าพวกนั้นคิดทำแบงก์ปลอมด้วย" ขุนโทรปรึกษาผู้บังคับบัญชาที่ส่งเขาให้มาทำภารกิจ "เื่แม่พิมพ์แบงก์หายไปจากร่วมๆสามเดือนแล้ว หน่วยงานสืบเขาก็กำลังสืบหาอยู่ หากคุณเจอเมื่อไหร่ก็เก็บไว้เป็ความลับก่อน อย่าส่งคืนกองกษาปณ์โดยเด็ดขาด รอให้เขาสืบทราบให้ได้ก่อนว่าใครถือออกไป เพราะเชื่อว่าเป็คนในอย่างแน่นอนที่เอาออกไป คุณคิดว่าจะหาได้หรือไม่แม่พิมพ์แบงก์" คำถามทิ้งท้ายทำให้ขุนต้องตอบกลับ "ผมเจอแบงก์จากลูกน้องนายอำนวยครับ กระดาษก็เจอในกระเป๋าที่มีสูตรส่วนผสมหมึกตอนนี้อยู่ที่หมอ ส่วนแม่พิมพ์ยังไม่เห็นครับ เดี๋ยวผมจะลองตามหาดูครับ" เขาไม่อยากตอบไปอย่างโกหก แต่คำบางคำที่รู้มาจากรินทำให้เขารู้สึกระแวงไม่น้อย "โอเค ถ้าเจอแล้วก็เก็บไว้เป็ความลับ เพราะใครๆก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น" ... "รับทราบครับผม ถ้าผมเจอผมก็จะบอกท่านเพียงคนเดียวครับ" ขุนตอบแล้วก็วางหูเก็บแม่พิมพ์เข้ากระเป๋า เขานั่งคิดว่าต้องหาที่ปลอดภัยเก็บแม่พิมพ์แบงก์นี้ จะได้ไม่ต้องแบกภาระไปมาทุกวันอย่างนี้อีก
ห้องประชุมนายอำนวย "เมื่อไหร่ผมจะได้เจอกับท่านสักทีละครับ สารวัตร" นายอำนวยถามสารวัตรไชยยันต์ผู้เป็ตัวแทนของอดีต รมต.เ้านายใหญ่ของพวกเขา "ผมเองก็เจอแต่เลขาของท่านเหมือนกัน ไม่ว่าอะไรก็ตามต้องบอกผ่านเลขาทุกเื่เหมือนกับคุณนั่นแหละ" สารวัตรไชยยันต์ตอบตามที่ตัวเองประสบมา "ได้ข่าวว่าคุณปรางกับคุณวรรณหายตัวไป ได้ข่าวคราวหรือยังครับ" คำถามนี้ทำให้นายอำนวยขบกรามแน่น "ไอ้คนที่ลักพาตัวไปมันชื่อไอ้พราน พรหมเมศ สารวัตรเคยได้ยินชื่อนี้บ้างหรือไม่" นายอำนวยแค้ยเสียยิ่งกว่าแค้น ที่หมูอยู่ในอวยแล้วแท้ๆก็ยังมีคนมาเอาไปได้ โดยเฉพาะปรางสาวสวยหุ่นดีที่นายอำนวยหวังเอามาทำเมีย และก็เป็ผู้หญิงที่นายอำนวยหลงใหลเป็อย่างมาก ผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังไร้ร่องลอย "มันไม่เสนอราคาเรียกค่าไถ่เลยหรือครับ" นายอำนวยส่ายหน้าสารวัตรไชยยันต์เลยพูดต่อ "ไม่ใช่ว่าป่านนี้มันทำปู้ยี่ปู้ยำทั้งแม่และลูกแล้วหรือ คุณวรรณก็สวยหุ่นดีใช่ย่อย" คำพูดของสารวัตรไชยยันต์เหมือนเข็มหมื่นเล่ม ทิ่มแทงหัวใจของนายอำนวยจนเป็รูพรุน "ผมจะฆ่าล้างโคตรมัน ถ้าเจอมันอีกครั้งมันไม่รอดแน่" นายอำนวยหายใจแรงขึ้นด้วยความโมโห "เอาหล่ะ ไม่พูดเื่นี้ดีกว่า ท่านให้ผมถามถึงเื่แม่พิมพ์แบงก์ ทางคุณสืบไปถึงไหนแล้วครับ" นี่ก็เป็อีกเื่หนึ่งที่นายอำนวยหนักใจที่สุด เพราะพี่ชายตัวดีแท้ๆที่ไม่ยอมเชื่อใจฝากตนไว้ ดันไปเชื่อใจนายบรรจงมากกว่า สุดท้ายก็ดันมาตายไปทั้งสองคนไล่ๆกัน
ขุนตื่นแต่เช้ายืนดูบัตรวีไอพีเรือสำราญอยู่ที่ระเบียงริมคลอง เห็นกระแตเดินออกมายืนตรงระเบียงที่บ้านของเธอเหมือนกัน "คุณเอาเพื่อนชั้นไปซ่อนไว้ที่ไหน" ไม่รู้ว่าเป็คำทักทายหรือหาเื่ของนักข่าวสาว "ก็เอาไปซ่อนไว้ในที่ๆคุณไม่ควรรู้ไงล่ะ" ขุนก็ตอบออกไปอย่างกวนๆ "ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงเมื่อไหร่ ถ้าชั้นไม่เห็นเพื่อนชั้นก็จะไปแจ้งความคนหาย คุณคงไม่ว่ากันนะเพราะเพื่อนชั้นทั้งคน" ขุนถอนหายใจยาวเดินข้ามไปยืนเกาะรั้วบ้านของเธอ "ขืนคุณยุ่งมากนักระวังคุณนั่นแหละจะหายไปอีกคน" กระแตเดินมาเผชิญหน้าอย่างไม่กลัวเกรง ตาก็มองไปที่บัตรวีไอพีเรือสำราญที่ขุนถืออยู่ "หรือว่า คุณเอาจุ๋มไปขายในเรือสำราญนั่น บัตรวีไอพีพวกนี้มีแต่คนวิตรถารเข้าไปปาร์ตี้กัน" ขุนรีบเก็บบัตรเข้ากระเป๋ากางเกง "มีพิรุธจริงๆด้วย" เธอดึงมือถือออกมากดโทรออก ขุนรีบปีนรั้วข้ามไปล็อคคอแย่งมือถือเธอมากดวางสาย เธออ้าปากจะร้องขุนก็เอามือปิดปาก "เดี๋ยวก่อนสิคุณ เดี๋ยวผมกดโทรให้แล้วคุณคุยกับเขาเองก็แล้วกัน" ขุนกดโทรหาจุ๋มให้คุยกับกระแต พอคุยกันเข้าใจดีแล้วกระแต่ก็ยื่นมือถือคืนให้เขา "มือถือของคุณจะส่งมาให้ผมทำไม แล้วเื่โวยวายให้ร้ายคนอื่นคุณเก่งจริงนะ" เธอดูมือถือแล้วก็รีบดึงกลับพร้อมเผยอปากตอบกลับ "ใครจะไปรู้ล่ะ จู่ๆจุ๋มก็หายตัวไปโดยไม่บอกสักคำ แล้วคุณก็ยังมีบัตรวีไอพีปาร์ตี้วิตถารนั่นอีก จุ๋มโชคดีแล้วที่ไปอยู่ห่างๆพวกวิตถารอย่างคุณ"เธอร่ายยาวแล้วไม่ลืมที่จะเหน็บไปอีกหน่อย "อุตส่าห์จะชวนไปทำข่าวบนเรือสำราญเื่บ่อนลอยน้ำสักหน่อย ปากไม่มีหูรูดแบบนี้อย่าไปเลย ไปชวนคนอื่นสบายใจกว่า" พูดจบขุนก็เดินกลับไปที่บ้านของตน กระแตรีบเดินตามทันทีเมื่อได้ยินคำว่าบ่อนลอยน้ำ เพราะตามบ่อนไม่มีการให้ทำข่าวอยู่แล้วมีแต่แอบทำแอบถ่าย "บ่อนลอยน้ำที่ไหนคะ" เธอถามอย่างมีหางเสียง "อย่ารู้เลยเดี๋ยวโลกรู้แล้ว เ้าของเรือจะไม่ยอมเปิด อดเล่นสนุกๆไปเสียเปล่าๆ" ขุนเข้าไปในบ้านปิดประตูไม่คุยด้วยอีก เธอหงุดหงิดจะะโก็ไม่กล้าเพราะอยากจะไปเหมือนกัน ขืนะโให้โลกรู้จริงมีหวังอดรู้พิกัดของบ่อนแน่ๆ เธอจำต้องเดินกลับไปคิดหาทางถามเขาให้ได้
ชัยหาคนไปด้วยไม่ได้จึงชวนจ่าแช่มไปด้วยกันเมื่อถึงกำหนดเวลา จ่าแช่มไม่ขัดข้องรับปากทันทีเมื่อชัยเอ่ยปากชวน "วันนั้นอาจ่าคงต้องหาหนวดปลอมเตรียมไว้ด้วย ผมเชื่อว่าสารวัตรไชยยันต์ต้องไปด้วย เขาจำอาจ่าได้แน่ๆครับ" ชัยบอกจ่าแช่ม "ไม่ยากครับหมวด ผมมีที่ซื้อของเกรดเอด้วยนะครับ" อาหมวยและแม่ของเธอเอาน้ำมาให้ชัยกับจ่าแช่ม "เป็ไงบ้างครั้บเจ๊ อยู่บ้านนี้รู้สึกปลอดภัยกว่าหลังเก่ามั๊ย" ชัยถาม "รู้สึกปลอดภัยค่ะ แต่อาเฮียหายใจไม่ค่อยออกยาหมดแล้ว ฉันอยากจะพาอาเฮียไปหาหมอที่โรงพยาบาล คุณคิดว่าควรทำยังไงดีคะ" ชัยคิดหนักจะให้ไปด้วยกันสามคนก็จะระวังยาก แต่ถ้าจะให้ไปสองคนผัวเมียก็ไม่รู้จะยังไง อาหมวยจะอยู่คนเดียวได้หรือเปล่า เขาหันไปทางจ่าแช่ม "อาแช่มไปลาพักแล้วมาอยู่เป็เพื่อนหมวย ส่วนผมจะไปส่งเจ๊กับเฮียแล้วจะเลยไปอยู่เป็เพื่อนแม่ด้วย" อาหมวยอิดออดไม่ยอมถ้าไม่ให้ไปด้วย ก็ขอให้ชัยมาอยู่เป็เพื่อนแทนจ่าแช่ม แล้วให้จ่าแช่มไปอยู่เป็เพื่อนแม่ของชัย "อาหมวยพูดไม่คิด โตแล้วนะฟังให้รู้เื่บ้าง" นิภาแม่ของอาหมวยพูดดุลูก ทำให้อาหมวยหยุดที่จะพูดอะไรต่อ "งั้นพรุ่งนี้ค่อยไปโรงพยาบาลนะครับ ให้อาจ่าไปลางานให้เรียบร้อยก่อน" เธอก็พยักหน้ารับรู้คำที่ชัยบอก คุยธุระกันเสร็จแล้วจ่าแช่มก็ขอตัวกลับเพื่อไปลางาน
พรานรับโทรศัพท์จากปราง "คุณปรางมีอะไรขาดเหลือหรือครับ" เป็คำถามที่ตรงประเด็นที่สุด "เปล่าค่ะ แค่อยากจะรบกวนคุณช่วยไปเอายาให้แม่หน่อยค่ะ ที่โรงพยาบาลเพราะยาแม่ใกล้จะหมด" เธอตอบมาอย่างเกรงใจ "งั้นเดี๋ยวคืนนี้ผมเข้าไปเอาตัวอย่างยา เตรียมไว้ให้ผมด้วยนะครับ" ... "ค่ะ" วางสายแล้วพรานก็นั่งคุยกับนายอำนาจต่อ "คุณคิดจะยังไงต่อไปครับเื่ที่เกิดกับคุณ" พรานถาม "ชั้นอยากอยู่อย่างนี้ไปสักพัก รอดูว่าถ้าพวกนั้นเห็นทองคำแท่งจะเคลื่อนไหวยังไงกัน และยังมีอีกเื่คือแบงก์ปลอม สูตรหมึกต่างๆกระดาษชนิดพิเศษสำหรับทำแบงก์ แม่พิมพ์แบงก์ของโรงกษาปณ์มีครบหมดแล้ว ขาดแต่แท่นพิมพ์ที่ได้คุณภาพเท่านั้น" นายอำนาจบอกเขา "คุณคิดจะทำแบงก์ปลอมหรือครับ" พรานถามอย่างไม่ต้องอ้อมโลกให้เสียเวลา "เปล่าเลยชั้นไม่คิดทำแบงก์ปลอม ทั้งหมึกและกระดาษหรืออะไรต่างๆที่เตรียมไว้ เมื่อทำออกมาแล้วก็ไม่มีทางแยกออกได้ว่าจริงหรือปลอม พวกนั้นคิดจะเอาแบงก์ปลอมซื้อทอง และซื้อส่วนผสมผลิตยาเสพติด ถ้าแบงก์ปลอมชุดนี้ระบาดเงินเฟ้อแน่ๆ แล้วประเทศนี้จะต่างอะไรกับเวเนฯได้ล่ะ ชั้นจึงให้บรรจงเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่ง ตอนนี้บรรจงก็โดนฆ่าตายไปแล้วด้วย ไม่รู้เลยว่าแม่พิมพ์และสูตรผสมหมึกอยู่ที่ใคร ส่วนกระดาษพิมพ์ก็ให้ไอ้เม้งดูแลอยู่ ตอนนี้ไอ้เม้งก็หายตัวไปทั้งครอบครัว ก็เลยไม่รู้อีกเช่นกันว่าไอ้เม้งเอากระดาษเก็บไว้ที่โกดังไหน"พรานฟังนายอำนาจเล่าเื่แบงก์ปลอมให้ฟัง กูรู้สึกว่านายอำนาจไม่ได้เลวไปเสียทุกอย่าง ยังรู้จักที่จะเบรครู้จักยับยั้งชั่งใจอยู่บ้าง "เม้งไหนครับเผื่อผมเจอผมจะได้ถามให้" นายอำนาจมองหน้าพรานแล้วยิ้ม "เอาเถอะ ต่อให้นายเป็ชุดสืบของทางการ ชั้นก็จะบอกเพราะไม่อยากให้แบงก์ปลอมมันทำได้สำเร็จ ไอ้เม้งมันเปิดร้านคาร์แคร์แต่อยู่ตรงไหนชั้นก็จำไม่ได้แล้ว" พรานยิ้มตอบ "ผมไม่ใช่คนของใครทั้งนั้นแหละ โจรก็ไม่ใช่ข้าราชการก็ไม่ใช่ ส่วนผมเป็ใครนั้นถึงเวลาผมจะบอกคุณเอง วันหน้าผมจะคุยกับคุณอีกนะครับ วันนี้ผมจะต้องไปที่ลูกเมียคุณก่อน คุณปรางโทรมาบอกว่าเมียคุณยาใกล้หมด ผมต้องไปเอายามาเตรียมไว้ให้ก่อน เมียคุณเป็อะไรหรือครับถึงต้องรับยาประจำ" นายอำนาจได้ยินสิ่งที่ถามก็ตอบ "คุณวรรณเขาเป็ไวรัสตับบี และธาลัสซีเมียร์น่ะจึงต้องกินยาที่หมอให้เป็ประจำ" พรานรู้เื่แล้วยิ้มที่มุมปากนิดๆก่อนที่จะเดินออกไป เขาโทรบอกขุนเื่แบงค์ปลอมแต่ไม่ได้บอกถึงเื่นายเม้ง เพราะเขาพอจะรู้แล้วว่าคาร์แคร์ไหน เนื่องจากเขาเอารถไปล้างที่นั่นประจำเหมือนกัน ่ที่ตามล่าพวกของนายบรรจง แล้วคนสุดท้ายที่จัดการไปก็คือนายบรรจง
แปดโมงเช้ากว่าๆหน่อย จ่าแช่มเข้ามาในสวนเพื่อจะอยู่เป็เพื่อนของอาหมวย ชัยก็พาอาเฮียและนิภาแม่อาหมวย ไปโรงพยาบาลประจำซึ่งเป็โรงพยาบาลเอกชนตามที่นิภาบอก ชัยขับรถไปก็ถามถึงอาการของอาเฮียเพราะเห็นนั่งเหมือนหายใจไม่ออก "เฮียเป็ไงบ้างครับเจ๊" ... "อาการแบบนี้ทั้งคืนเลยค่ะ ต้องคอยนวดท้องกดหน้าอกให้ทั้งคืน ยาหมดั้แ่เมื่อวานแล้ว" ชัยได้ยินแบบนั้นก็ถามกลับ "ทำไมเจ๊ไม่บอกั้แ่เมื่อคืนล่ะครับ" ... "เกรงใจคุณค่ะ เพราะมันดึกมากแล้ว" ชัยไม่ถามอะไรอีกรีบเหยียบคันเร่งไปอย่างเร็วจี๋ไม่นานก็ถึง บุรุษพยาบาลรีบเอาเตียงมาเข็นไปห้องฉุกเฉิน ชัยยืนรออยู่ข้างๆนิภาจนบ่ายคล้อยมากแล้ว สักพักเห็นบุรุษพยาบาลเข็นอาเฮียออกมา "ต้องเข้าไอซียูครับ ญาติเอาบัตรประชาชนของคนไข้ไปแจ้งที่ห้องทำบัตรด้วยครับ" นิภารีบไปตามคำที่บุรุษพยาบาลบอก เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปรออยูแถวห้องไอซียู ชัยก็เลยขอตัวไปอยู่เป็เพื่อนแม่ที่นครปฐม นิภานั่งอยู่คนเดียวใจก็เป็ห่วงอาเฮียที่อยู่ในห้องไอซียู เย็นมากแล้วเธอหิวน้ำจึงใส่แมส แล้วเดินออกไปทางหน้าโรงพยาบาล ซื้อน้ำแล้วก็มานั่งตรงที่รอรถประจำทางมีคนนั่งหลายคน ดีกว่าต้องนั่งเหม็นยาอยู่ในโรงพยาบาลคนเดียว "ไอ้หน่องมันบอกว่าเมื่อกี้มันเข็นเฮียเม้งเข้าห้องไอซียูว่ะ กูโทรไปบอกพี่ลมแล้วเขาให้พวกเราเฝ้าไว้เดี๋ยวเขามา" วัยรุ่นอายุประมาณยี่สิบสามคนนั่งคุยกัน นิภาได้ยินชัดทั้งสองหูเธอใจคอไม่ค่อยดีเลย แต่ทำเป็ไม่ร้ไม่ชี้แข็งใจฟังสามคนนั้นคุยต่อไป "เออ เห็นพี่ลมบอกว่าอยากได้เมียเฮียนั่นมานานแล้ว ทั้งขาวทั้งหุ่นดีหน้าก็สวยไม่เบาเลยมึง" ไอ้ตัวผมๆสูงๆหนึ่งในสามคนนั้นพูดแล้วเลียลิ้นแผล่บ "จริงว่ะ คืนนั้นที่พี่ลมซ้อมเฮียเม้งนั่นกูนั่งเฝ้าทั้งแม่และลูกเลย คนลูกก็พอได้แต่คนแม่นี่มึงเอ๊ย กูกะฟาดคืนนั้นแล้วจะเอาให้ร้องลั่นคาร์แคร์เลยมึง" ไอ้คนตัวเตี้ยพูดแล้วเอามือลูบเป้าตัวเอง นิภาเหลือบไปมองเห็นหน้ามันชัดๆเธอก็ใ ใช่พวกมันจริงๆด้วยใจเธอเต้นระทึกหน้าซีดโดยไม่รู้ตัว "ไปกันเหอะ เดี๋ยวพี่ลมมาไม่เจอจะซวยกันอีก" ไอ้ตัวเตี้ยบอกเตือนพวกมัน "เดี๋ยวเจอเจ๊นั่นลากเม่งเข้าห้อง ฟาดตัดหน้าลูกพี่สักทีก่อนได้ป่ะวะ" มันเดินคุยกันไปทางโรงพยาบาล นิภายังนั่งตัวแข็งทื่อคิดอะไรไม่ออก มือถือก็ไม่ได้พกมาเสียด้วยสิ เป็ห่วงอาเฮียก็เป็ห่วงจะเข้าไปก็ไม่กล้า คิดไปคิดมาเมื่อกี้พวกนั้นยังจำเธอไม่ได้เลยเพราะเธอสวมแมสอยู่ เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างกล้าๆกลัวๆ
นิภาเดินเข้าไปนั่งอยู่ตรงที่มองเห็นประตูเข้าออกห้องไอซียู แต่มันก็ไกลพอสมควรจึงมองไม่เห็นว่าใครอยู่แถวนั้นบ้าง เธอคอยชะโงกมองไปทางนั้นเป็ระยะ อยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ ทำไมคนพวกนี้ถึงต้องมารังควานครอบครัวธอไม่เลิกลา เธอเดินไปทางห้องไอซียูเห็นหมอเดินสวนทางมา "หมอคะ คนในห้องไอซียูเป็ยังไงบ้างคะ" หมอไม่ได้ยินว่าเธอระบุชื่อออกมาก็ตอบไปโดยรวมว่า "ถ้าคนไข้อยู่ในห้องไอซียู ญาติไม่ต้องรอนะคะกลับบ้านได้เลยพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ เย็นมากแล้วยังไงหมอก็ไม่ให้เข้าเยี่ยมหรอกค่ะ" เธอพยักหน้า "ค่ะ" เธอก็รีบเดินตาหมอไปเพราะยังไงก็ไม่ต้องห่วงแล้ว ว่าอาเฮียจะถูกส่งตัวไปห้องไหนอีกเธอรีบเดินไป แต่หมอเดินเลี้ยวเข้าห้องที่เธอไม่สามารถตามเข้าไปได้ เธอจึงเดินเพื่อจะออกไปหน้าโรงพยาบาล "ญาติของเฮียเม้งหรือเปล่าครับ" เธอหันไปมองก็จำได้ว่าเป็บุรุษพยาบาลที่เข็นอาเฮีย เธอไม่ตอบรีบเดินออกไปอย่างเร็ว บุรุษพยาบาลคนนั้นกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อจะตามเธอให้ทัน พอตามทันแล้วมันก็คว้าข้อมือเธอดึงไว้ "เฮ้ย อยู่นี่โว้ย" มันะโเรียกเพื่อนมันที่กำลังเดินมาสองคน ไอ้พวกนั้นเห็นก็วิ่งเข้าไปหา เธอตัดสินใจสะบัดเต็มแรงแล้ววิ่งไปอย่างเร็วที่สุดของเธอ ไอ้คนสามที่เพิ่งเดินมาเห็นเข้าก็จัดการตุ๊ยท้องสวนเข้าไป ขณะที่เธอกำลังวิ่งแล้วโดนต่อยสวนเข้ามาที่หน้าท้องเต็มๆ เธอล้มกลิ้งตัวงอร้องไม่ออกเอามือกุมท้องเพราะจุกมาก พวกมันรีบวิ่งมาช่วยกันลากเธอเข้าไปในห้องเก็บของ "กูก่อนนะโว้ย เพราะกูเป็คนจัดการจนนอนไปไหนไม่ได้"
โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 15
.