‘ทรมานจัง นี่เขากำลังจะตายแล้วเหรอ เยี่ยหยาง ขอโทษนะ ฉันคงกลับไปหานายไม่ได้อีกแล้ว’
ในที่สุดสติของเด็กหนุ่ม ก็ได้ดับวูบไป
ไม่นะอี้เอ๋อร์ เ้าห้ามตายเด็ดขาดนะ! ข้าจะไม่ยอมให้เ้าจากข้าไปไหนอีกแล้ว!’
ทันใดนั้นร่างิญญาร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้น ชายหนุ่มทำการประสานอินและใช้อาคมลับพยายามดึงเอาโคมจิตของเจียงอี้หลินออกมาจากร่าง ก่อนที่ิญญาของเด็กหนุ่มจะเดินทางไปสู่ปรโลก อาคมนี้เป็อาคมต้องห้ามเพราะเป็การฝืนชะตา ค่าตอบแทนที่เขาต้องจ่ายจึงสูงมาก
นั่นคือเขาจะต้องแลกมาด้วยพลังิญญาของตัวเองถึงเก้าส่วน แต่ชายหนุ่มก็มิได้แยแสต่อเื่นั้นเลยสักนิด ในที่สุดจ้าวเยี่ยหยางก็ดึงเอาโคมจิตของคนรักออกมาได้สำเร็จ
ในภพชาติก่อนหน้า เจียงอี้หลินเป็ถึงเซียน์ผู้สูงส่ง แต่กลับถูกาาเผ่ามารเช่นเขาหลอกล่อจนตกหลุมพราง ทั้งสองตกหลุมรักกันและตั้งใจจะอาศัยอยู่ในแดนมารโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกของเซียนอีก
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็เช่นนั้น เมื่อบรรดาเหล่าเซียนได้รวมตัวกันคิดล้อมปราบจ้าวเยี่ยหยาง อีกทั้งพวกเขายังเอาตัวของเจียงอี้หลินไปรับโทษ ฐานที่อีกฝ่ายกระทำเื่ไม่บังควร คือการแอบไปสมสู่กับาาเผ่ามาร
แม้จ้าวเยี่ยหยางจะจัดการเหล่าเซียนพวกนี้ลงได้ แต่เขาก็ไปช่วยคนรักเอาไว้ไม่ทัน เซียนหนุ่มถูกคนพวกนั้นสังหารอย่างเหี้ยมโหด เพลิงโทสะของาาเผ่ามารจึงอัดแน่นเต็มอก จ้าวเยี่ยหยางจึงได้บุกขึ้นไปบนยอดเขาคุนหลุนและกวาดล้างสังหารเหล่าเซียนพวกนั้นจนสิ้นซาก ก่อนจะเผาร่างของตนเองและคนรักไปพร้อม ๆ กัน แล้วค่อยตามคนรักไปเกิดใหม่
หลังจากที่ได้โคมจิตของคนรักมาแล้ว ร่างิญญาของจ้าวเยี่ยหยาก็รีบเปิดกระจกส่องเอกภพขึ้นมา เพื่อดูว่ามีภพใดอีกบ้างที่พอจะให้โคมจิตของคนรักเข้าไปสิงได้ แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามกวาดตามองหาเท่าไหร่ ก็เห็นเพียงแค่ภาพของเจียงอี้หลินในทุก ๆ ชาติค่อย ๆ ตายจากเขาไป
นี่เขาไม่สามารถฝืนชะตาลิขิตได้เลยเหรอ เพียงเพราะ์ลิขิตไม่ให้พวกเขาเคียงคู่กัน พวกเขาก็ไม่อาจเคียงคู่กันได้เลยงั้นเหรอ
มารดามันเถอะ! ลิขิต์บ้าบอ หากข้า้าจะครองรักกับอี้เอ๋อร์ ใครหน้าไหนจะห้ามข้าได้
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเดือดดาล พลันสายตาคมเข้มของเขาก็เหลือบไปเห็นภพชาติหนึ่ง ซึ่งในภพนี้เป็ภพที่น่าอดสูที่สุด เพราะเขากับคนรักยังไม่ทันได้พบหน้ากัน แต่อีกฝ่ายก็ตายจากไปเสียก่อน ทั้งที่ตัวเขาในภพนั้นก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมแท้ ๆ
ถ้าเป็เช่นนั้นเขาก็จะขอเลือกภพนี้แล้วกัน
ตอนนี้ร่างิญญาของจ้าวเยี่ยหยางค่อย ๆ สลายไปทีละน้อย เขาต้องรีบแล้ว ชายหนุ่มใช้สองมือโอบประคองโคมดวงจิตของคนรักขึ้นมาอย่างเบามือ จากนั้นก็พุ่งตัวเข้าไปในกระจก
กลางแม่น้ำสายหนึ่ง ร่างของเด็กน้อยในวัยหกขวบที่เพิ่งประสบเคราะห์กรรม ตกน้ำตายอย่างน่าอนาถ ตอนนี้โคมจิตของเขาได้หลุดออกจากร่างและเดินทางไปสู่ปรโลกแล้ว จ้าวเยี่ยหยางไม่รอช้า รีบประสานอินเพื่อส่งโคมจิตของเจียงอี้หลิน ฝืนยัดใส่เข้าไปในร่างไร้ิญญาร่างนั้นได้สำเร็จ
แก่นิญญาสีเหลืองทองของอดีตาาเผ่ามารค่อย ๆ สลายไปทีละน้อยจนเหลือขนาดเท่าผีเสื้อตัวเล็ก แล้วลอยไปเกาะบนไหล่ของชายผู้หนึ่ง
แม้เ้าจะเป็เพียงแค่เศษเสี้ยวเงาิญญาของข้าที่ไปเกิดใหม่ แต่ก็ขอให้เ้าดูแลปกป้องอี้เอ๋อร์ด้วยจิติญญาทั้งหมดที่มีของเ้า จ้าวเยี่ยหยางของภพชาตินี้ ที่เหลือ ขอฝากเ้าด้วย’
ผีเสื้อิญญาสีทองค่อย ๆ แตกสลายกลายเป็ผุยผง แล้วกลืนหายเข้าไปในร่างของชายหนุ่ม
"นั่นมันอะไรนะ" เสียงแหบทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยขึ้น แล้วชี้ไปยังอะไรบางอย่างที่กำลังลอยอยู่ในแม่น้ำ
"ไหนหรือขอรับ ท่านรองแม่ทัพ"
"ก็ที่ลอยอยู่นั่นไง พวกเ้ามองไม่เห็นกันหรือ" พวกเขามองไปยังทิศทางของมือที่ชี้ไป ก็เจอเข้ากับอะไรบางอย่างลอยอยู่จริง ๆ
กลุ่มคนเหล่านี้ก็คือทหารของกองทัพแคว้นต้าฉิน หลังจากที่พวกเขาฝึกซ้อมกันมาจนเหน็ดเหนื่อย ก็ได้พากันมาอาบน้ำชำระกายกันที่แม่น้ำแห่งนี้ ก่อนที่คนที่ถูกเรียกว่ารองแม่ทัพจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้า
"ทะ...ท่านรองแม่ทัพ นั่นมันเด็กขอรับ มีเด็กกำลังจมน้ำ!" หลังสิ้นเสียงทั้งหมดก็รีบกรูกันเข้าไปช่วยชีวิตเด็กคนนั้นไว้ทันที โดยที่รองแม่ทัพหนุ่มเข้าถึงตัวเด็กได้ก่อนใคร เพราะความคล่องแคล่ว ว่องไวของเขา เด็กน้อยตัวขาวซีด สีหน้าไร้เืฝาดราวกับไม่มีชีวิตแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท
"เ้าหนู เฮ้! เ้าหนู ตายแล้วเหรอ" เขาตบหน้าเด็กน้อยรัว ๆ จนอีกฝ่ายขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะสำลักน้ำออกมา
“แค่กๆๆ”
เด็กน้อยไอโขก ตัวสั่นเทาอย่างน่าสงสาร
"เ้าหนู เ้าเป็ลูกบ้านไหน ใยถึงได้ปล่อยให้เ้ามาเล่นแถวริมแม่น้ำคนเดียวเช่นนี้ นี่อีกนิดเดียวเ้าได้เกือบข้ามแม่น้ำเหลืองไปแล้วนะ" หนูน้อยขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ร่างสูงเร่งนำตัวเด็กน้อยขึ้นจากน้ำ ดวงตาดอกท้อกลมเล็กมองไปรอบ ๆ อย่างแปลกหูแปลกตา
นี่เขายังไม่ตายเหรอ? หน่วยกู้ภัยมาช่วยเขาไว้ได้ทันอย่างนั้นเหรอ?
เจียงอี้หลินนิ่งคิดอย่างสับสนมึนงง แต่จะว่าไปทำไมหน่วยกู้ภัยพวกนี้ จะช่วยคนแล้วต้องถอดเสื้อด้วย เด็กหนุ่มยิ่งมึนหนัก แต่แล้วเมื่อเขาได้เห็นใบหน้าของคนที่อุ้มเขาไว้อย่างชัดเจน เจียงอี้หลินก็ต้องใแทบช็อค
จ้าวเยี่ยหยาง! ทำไมจ้าวเยี่ยหยางคนรักของเขาถึงได้กำลังอุ้มเขาอยู่ นี่แสดงว่าเขาตายไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?
แต่ว่านี่ไม่ใช่รูปลักษณ์ของจ้าวเยี่ยหยางในยามปกติเสียทีเดียว ชายหนุ่มคนนี้ผมยาวรวบมัดผมไว้ครึ่งศีรษะ ใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับเด็กอายุ 16-17 ปี แต่กลิ่นอายกลับดูแข็งแกร่งองอาจ กล้ามเนื้อหน้าท้องเส้นวีไลน์เด่นชัดสะดุดตา หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ตรงแผงอกช่างดูเซ็กซี่เย้ายวนชวนหลงใหล ท่อนแขนที่กำลังโอบอุ้มเขาอยู่นี้ก็..
เอ๊ะ ว่าแต่ เขาไม่ควรจะถูกอุ้มแบบนี้สิ นี่มันเหมือนกับท่าอุ้มเด็ก
อย่าบอกนะว่า…
เจียงอี้หลินนิ่งช็อคไปอีกครั้งเมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในร่างของเด็ก 6-7 ขวบ เขาก้มลงสำรวจร่างกาย และลองเอามือหยิกแก้มย้วย ๆ นั่นดูก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา นี่เขากำลังฝันอยู่รึเปล่า แต่ทำไมทั้งัั รูป รส กลิ่น เสียง มันดูสมจริงไปหมด
เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขาติดอยู่ในรถที่กำลังจะจมลงสู่ทะเลสาบ และตอนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขากำลังจะหมดลง เขาก็รู้สึกว่าตัวเองลอยคว้างหมุนวนราวกับถูกปั่นอยู่ในเครื่องซักผ้า จนสติขาดห้วงไป แล้วก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนที่มีชายคนหนึ่งเรียกเขาเอาไว้ อย่าบอกนะว่านี่ก็คือ
ทะลุมิติ!
เจียงอี้หลินลองจิกมือตัวเองดู ความเจ็บแล่นแป๊บจากฝ่ามือไปจนถึงปลายประสาท แต่ภาพเบื้องหน้ากลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
"ท่านรองแม่ทัพ เด็กนิ่งไปแล้วขอรับ" ทหารนายหนึ่งเอ่ยทัก จ้าวเยี่ยหยางก้มมองเด็กน้อยในอ้อมแขนก็เห็นว่านิ่งแข็งไปแล้วจริง ๆ
ร่างสูงอุ้มเด็กน้อยกลับมาที่ค่าย พร้อมกับหาชุดมาให้ผลัดเปลี่ยน แต่ที่นี่มันค่ายทหาร ไหนเลยจะมีเสื้อผ้าของเด็กได้ เนื่องจากเขาไม่มีทางเลือกจึงเอาชุดของตัวเองให้เด็กน้อยใส่ไปก่อน ตอนนี้เจียงอี้หลินหน้าซีดปากซีดกลายเป็หัวไชเท้าไปแล้ว
เมื่อชายหนุ่มยื่นชุดให้ เด็กน้อยก็รับมันเอาไปสวมใส่ด้วยตัวเอง เจียงอี้หลินค่อย ๆ ดึงปมเชือกออก ร่างสูงที่เห็นดังนั้นจึงรีบหันหลังไป เพราะคิดว่าอีกฝ่ายเป็เด็กผู้หญิง ไม่แปลกที่เขาจะคิดเช่นนั้น
เพราะอีกฝ่ายมีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก ผิวพรรณขาวใสดุดหิมะ แต่ตอนนี้กลายเป็ขาวซีดไปเสียแล้ว เจียงอี้หลินมึนงง กับท่าทีเช่นนั้น ก่อนจะเบิกตาโพลงและรีบก้มลงเช็คดูร่างกายตัวเอง เผื่อว่าเขาจะมาเข้าสิงร่างของเด็กผู้หญิง แต่เมื่อเห็นว่ามีป๋องแป๋งน้อย ก็ค่อยผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเบาใจ และรีบใส่เสื้อผ้าเพราะเขาเริ่มจะหนาวขึ้นมาแล้ว
หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ เด็กน้อยค่อยเดินเข้ามาหาจ้าวเยี่ยหยาง เขามีคำถามมากมายในหัวที่อยากจะถาม อีกฝ่ายที่เห็นเด็กน้อยมายืนอยู่ใกล้ ๆ จึงนั่งยอง ๆ มองสำรวจ เสื้อผ้าตัวหลวมโพรกอย่างที่เขาคิด เขาจึงใช้เชือกผูกข้อมือรัดเก็บแขนเสื้อให้ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวของอีกฝ่าย
แต่ทันทีที่เขากวาดตามองใบหน้านี้อย่างละเอียด ก็ทำเอาเขาหายใจติดขัดไปชั่วขณะ ร่างกายชาวาบราวกับถูกสายฟ้าฟาด จิติญญาของเขากำลังสั่นะเื ภายในอกเต้นรัวราวกับมีผู้ใดมารัวกองใส่
เขาผละมือจากหัวกลมทุยมากุมหน้าอกของตัวเองแทน เด็กน้อยเอียงหน้ามองอย่างสงสัยแล้วเอ่ยถามว่าเขาเป็อะไร แต่จ้าวเยี่ยหยางกลับส่ายหน้าน้อย ๆ เขารีบปรับลมหายใจเข้าออกแล้วเอ่ยถามเสียงทุ้ม
"แม่หนูน้อย เ้าเป็ลูกบ้านไหน ชื่อแซ่ว่าอะไร"
"ข้า...ข้าไม่รู้" เจียงอี้หลินไม่รู้จะตอบเช่นไรดี ในเมื่อเขาเองก็ไม่รู้ว่ามาอาศัยร่างของใคร แล้วบ้านของเด็กคนนี้อยู่ที่ไหน
"เ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร" ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นนึกสงสัย
"ก็ข้าไม่รู้นี่นา ข้าความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้เลย" เจียงอี้หลินยู่ปาก เฉไฉ แกล้งทำตัวเป็เด็กได้อย่างเป็ธรรมชาติ
"ข้าฟังคำเ้าไม่รู้ความเลย เ้ามิใช่คนของเมืองนี้เหรอ" ชายหนุ่มมองเด็กตรงหน้าอย่างนึกฉงน หากว่าอีกฝ่ายโตกว่านี้อีกสัก 4-5 ปี เขาคงคิดว่าเป็ไส้ศึกที่ถูกส่งมาสอดแนมในค่ายแน่ แต่เมื่อพิจารณาดูดี ๆ แล้ว ก็เป็แค่เด็กธรรมดา สงสัยคงจะเป็เด็กที่อยู่ในหมู่บ้านใกล้ ๆ นี่กระมัง
"ลู่ผิง! เข้ามาหาข้าที" ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาคมคายอายุราว 17-18 ปี แหวกม่านกระโจนเข้ามาก่อนจะยกมือขึ้นประสานทำความเคารพจ้าวเยี่ยหยาง
องครักษ์คนนี้มีชื่อว่า ลู่ผิง อายุมากกว่าจ้าวเยี่ยหยางสองปี เป็คนของหมู่บ้านโต้ผิง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกโจรป่าบุกมาโจมตีหมู่บ้าน ทำให้เขาสูญเสียบิดามารดาและน้องชายไปในตอนนั้น และแม้แต่ตัวเขาเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ตอนนั้นเขาตกอยู่ในเงื้อมมือของหัวหน้าโจร คมดาบปลายแหลมกำลังเฉือนลงที่ลำคอของเขา
ทันใดนั้น ก็ได้มีธนูสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศปักเข้ากลางหน้าผากของหัวหน้าโจรป่าอย่างแม่นยำ ลู่ผิงพยายามตะเกียกตะกายหันไปมองผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต แต่กลับเห็นเพียงแค่เด็กหนุ่มสวมชุดทหารที่นั่งอยู่บนหลังม้าอย่างองอาจที่ค่อย ๆ ลดคันธนูลง เด็กหนุ่มควบม้ามาทางเขาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังว่า
‘หากยังอยากมีชีวิตรอด ก็จงลุกขึ้นสู้ซะ!’ ราวกับมีหินก้อนใหญ่ ทุ่มลงใส่บ่อน้ำ ประกายในแววตาของเด็กชายที่เดิมทีได้มอดดับและยอมรับกับชะตากรรมของตัวเองไปแล้ว ก็กลับมาลุกโชนอีกครั้ง
ตอนนั้นเป็เพราะกองทัพของจ้าวเสวียนเฟิง้ามุ่งหน้าไปตั้งค่ายที่ชายแดนฉู่โจว ทำให้ต้องเคลื่อนพลผ่านทางนั้น และได้ยินข่าวเกี่ยวกับโจรป่าบุกปล้นชาวบ้าน และกำลังทำลายหมู่บ้าน จึงได้กำจัดพวกนั้นและช่วยชีวิตชาวบ้านที่เหลือรอด
ลู่ผิงอยากจะเข้าร่วมกองทัพด้วย จึงมาโขกศีรษะขอร้องให้เด็กหนุ่มช่วยรับตนเข้าไปเป็ลูกน้อง เดิมทีจ้าวเยี่ยหยางไม่คิดจะสนใจ แต่เมื่อได้เห็นแววตาที่มุ่งมั่นของอีกฝ่าย
เขาจึงยอมใจอ่อนพาลู่ผิงติดสอยห้อยตามมาด้วย จากนั้นก็ทำการฝึกฝนอีกฝ่ายด้วยตัวของเขาเอง จนตอนนี้ลู่ผิงได้กลายมาเป็องครักษ์คนสนิทของจ้าวเยี่ยหยาง แถมฝีมือของเขาก็ยังยอดเยี่ยมมาก
"เ้าไปที่หมู่บ้าน ไปสืบหาดูว่าเด็กคนนี้เป็บุตรของใคร"
"ขอรับ" ชายหนุ่มรับคำ เจียงอี้หลินได้แต่มองตามหลังชายที่เพิ่งออกจากกระโจมไปพลางครุ่นคิดในใจว่า สั่งการแค่นี้ เขาจะไปตามหาพ่อแม่ของเด็กคนนี้ได้จริง ๆ เหรอ รูปสักใบก็ไม่มี
.
.จบตอน.
-------------------------------------------
นั่นนะสิ บางทีก็สงสัย ไม่มีรูปสักใบ แต่หาคนเจอได้ไงกัน