ั้แ่ที่ฉันเกิดใหม่มาในโลกใบใหม่ที่ฉันได้รู้จักโลกใบนี้มันก็ได้ผ่านมา6 ปีแล้วทีฉันได้อาศัยอยู่ที่นี่ฉันได้เรียนรู้สิ่งต่างๆซึ่งเป็พื้นฐานของโลกใบนี้มามากมายโดยเฉพาะเวทย์มนต์จากคุณแม่และวิชาดาบจากคุณพ่อ
ซึ่งฉันกับอังจังขอร้องให้พวกท่านสอนพวกเราจนคุณแม่กับคุณพ่อตกลงกันจึงยอมสอนให้พวกเรา
มันจึงทำให้เหล่าผู้ที่พบเห็นที่เป็พวกขุนนางส่วนมากรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากเพราะตระกูลขุนนางระดับสูงซึ่งปรกติพวกผู้หญิงที่เป็ขุนนางจะไม่ฝึกอะไรหนักๆแบบนี้ แต่ส่วนมากก็สอนเวทย์มนต์พื้นฐานให้ลูกขุนนางทุกคนอยู่แล้วแต่สิ่งที่ทำให้เหล่าขุนนางรู้สึกประหลาดใจจริงๆก็คือการที่ลูกสาวขุนนางที่เป็ผู้หญิงพี่น้องกันฝึกฟันดาบแบบนี้เป็ที่จับตามองเป็อย่างมาก
ซึ่งปรกติการฟันดาบจะเป็เื่ของพวกผู้ชายหรือไม่ก็สามัญชนปรกติเสียมากกว่า...
จึงทำให้พวกเราสองพี่น้องที่มีความรู้และความคิดไม่เหมือนใครในโลกนี้ที่มาจากชาติก่อนเป็ที่หน้าจับตามองของเหล่าขุนนาง
เพราะในอดีตเคยมีเื่เล่าที่เป็ตำนานของโลกใบนี้ว่า
ในอดีตการณ์เคยมีเหตุการณ์ที่เหล่าผู้กล้าและนักผจญภัยกับพวกอัศวินจาก3 ประเทศพันธมิตรจากอาณาจักรของเราที่มีผู้นำเป็าาหญิงคนเดียวในประวัติศาสตร์นั้นเคยนำกองทัพเข้าต่อกรกับกองทัพความมืดอันชั่วร้ายที่คอยทำลายที่สิ่งทุกอย่างและได้เสียสละตัวเองจากาอันโหดร้ายในครั้งนั้น
จนกลายเป็วีรบุรุษาครั้งนั้นถูกเรียกว่าาศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด
มันคงไม่ปลกที่ฉันกับอังจังถูกคิดว่าอาจจะเป็วีรบุรุษและาาแห่งอาณาจักรนี้
แต่ถึงฉันกับอังจังจะถูกเปรียบเทียบอย่างนั้นมันก็ทำให้พวกเราสองพี่น้องเป็ที่ยอมรับจึงเป็ผลดีกับพวกเรานิดหน่อยแต่ก็คงยังไม่มากพอเพราะขุมอำนาจในโลกใบนี้มันก็คงยังอันตลายเกินไปสำหรับพวกเราในตอนนี้..
แต่ตอนนี้พวกเราสองพี่น้องก็ยังไม่ได้สนใจอะไรในอำนาจมากนัก
แต่ฉันกับอังจังสนใจเื่หารปกครองมากกว่า..
และระหว่างที่ฉันได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบใหม่นี้ฉันก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างกับตาของตัวเองว่าโลกใบนี้เป็โลกที่สวยงามเป็อย่างมากมันทำให้ฉันชอบที่แห่งนี้
สถานที่ที่ ฉันอยู่เป็อาณาจักรที่ชื่อว่า อาณาจักร เซมิส แต่ถึงแม้ว่านี่จะไม่ต่างอะไรกับคำว่าประเทษเล็กๆแต่ทุกอย่างก็มากระจุกกันอยู่ที่เมืองหลวงซะเกือบจะทุกอย่างเป็ส่วนมากเป็แหล่งที่มีการค้าขายอันเป็เสรีอาณาจักรแห่งนี้จากมุมมองของคนที่มาจากอีกโลกหนึ่งอย่างฉัน กับ อังจัง แล้ว มันทำให้ฉันสามารถเปรียบเทียบได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มันเปรียบเสมือน ห้างสรรพสินค้า ชัดๆ!...
แต่ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็สถานที่ที่วิเศษแค่ใหนก็ตามแต่เมื่อได้ก้าวเท้าออกไปจากนอกเมืองหลวงซึ่งมีกำแพงที่สูงตระหง่าแล้วสถานที่พายนอกเมืองหลวงก็ไม่ต่างอะไรกับดินแดนกันดานที่มีทั้งสัตว์ป่าที่เป็อันตลายและรวมถึงกระทั่งมีพวกมอนส์เตอร์ อันดุร้ายที่คอยจ้องเล่นงานเหล่า นักเดินทางและชาวบ้าน อยู่ตลอดทุกที่ทุกเวลา....
ซึ่งไม่รวมคนที่ชั่วช้าต่างๆ ที่คอยข่มเหงผู้อื่นอยู่อีก
จึงทำให้โลกใบนี้จำเป็ต้องมีเหล่าผู้กล้าและนักผจญภัยที่เป็กิวล์ที่คอยรับงานต่างๆจากชาวบ้านที่คอบเดินทางไปที่ใหนใกลๆต่างๆ
นี่คุณพี่เอมิค่ะพวกเราสองพี่น้องในตอนนี้มีความทรงจำจากชาติก่อนที่สามารถพัฒนาประเทษแห่วนี้ได้ทำไมพวกเราไม่เสนอตัวละค่ะแต่ว่าถ้าเราออกตัวแรงจนเกินหน้าเกินตาคนอื่นในราชวงศ์หรือคนในอาณาจักรนี้มากเกินไปจนเป็ที่จับตามองของทุกคน
แล้วก็อาจจะเป็อันตลายต่อตัวของพวกเราได้นะคะ
อื้ม...ใช่แล้วละ อังจัง ถ้าเราคิดที่จะทำตามปรารถนาของพวกเราเองแล้วอาจเป็อันตลายต่อตัวของพวกเราเองจริงๆเราคงทำตัวบุ่มบ่ามมากไม่ได้สินะ
“….”
เห้อออ... เราคงทำอะไรมากไม่ได้สินะตอนนี้นะ...
ฉันได้พูดกับอังจังด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าหมอง
แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเราไม่ทำตามตามปรารถนาของพวกเราพวกเราคงจะอยู่ไม่สุขแน่ๆเพราะสิ่งที่เราทำมาจากช่ติก่อนในความทรงจำที่ถูกปะปนรวมด้วยกันแล้วนั้นคงจะน่าหงุดหวิดน่าดู
อังจังได้พูดกับฉันเกี่ยวกับระบบการปกครองต่าง ต่างซึ่งในโลกใบนี้ทุกประเทศจะมีระบบการปกคลองเป็แบบ ฟิวดัน ที่มีเ้าเมืองเป็ของตนเอง
นั่นสินะค่ะถ้าเราทำอะไรที่ขัดหูขัดตาคนที่มีอำนาจแล้วคงจะลำบากน่าดู
ระหว่างที่เด็กสาวแสนน่ารักสองคนกำลังสนทนากันแบบใกล้ชิดกันอยู่นั้นคุณแม่ก็ได้เดินมาหาลูกสาวสองคนอย่างช้าช้า
พอคุณแม่เดินมาถึงก็ได้เข้ามาหาลูกสาวของเธอก็ได้พูดคุยกับลูกสาวของเธอซึ่งก็คือพวกเราคุณแม่พูดด้วยสีหน้าที่แสนอบอุ่น ถ้าใครที่ได้เห็นใบหน้าของคุณแม่แบบนี้แล้วคงจะสุขใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
นี่ อังจังเอมิ ลูกๆ สองคนคุยอะไรกันอยู่หรอจ้ะ
เมื่อคุณแม่ได้ถามมาแบบนั้นแล้วฉันก็เลยทำตัวเป็เด็กไร้เดียงสาเพื่อตบตาคุณแม่และได้แอบไปสะกิดอังจังให้ทำตาม….
อะ อ......เอ่อออ คือ ไม่มีอะไรหรอกคะคุณแม่ คือ พวกหนูสองคนแค่กำลังเล่นกันเฉยๆคะ แฮะแฮะ...
แล้วคุณแม่ละคะมีอะไรหรอคะ?
ด้วยความสงสัยของฉันจึงได้ถามคุณแม่ไปแต่พอถามไปด้วยความหน้าสงสัยคุณแม่ก็เปลี่ยนท่าทีไปทำหน้าอึ้งๆนิดหน่อยเหมือนคุณแม่กำลังกังวลอะไรบางอย่าง...และคุณแม่ก็ได้ทำหน้าจริงจังเล็กน้อยอีกต่างหาก!!
แย่ละสิ....ใจเย็นไว้ ใจเย็นไว้ ตัวเรา
ซึ่งพอพวกฉันเห็นคุณแม่ทำสีหน้าแบบนั้นก็อดสังหรใจไม่ดีเลยว่าคุณแม่อาจจะรู้ความลับของเราว่าเราเป็ผู้ที่กลับชาติมาเกิด..
พวกเราคงไม่สงสัยเลยว่าถ้าคุณแม่ของพวกเราจะรู้คงไม่ใช่เื่แปลกเพราะคุณแม่มีพลังเวทย์มนต์ที่สูงเอามากๆแถมคุณแม่ยังเป็ถึงนักปราชย์ระดับสูงอีกต่างหาก!!
แย่ละสิ ถ้าเกิดคุณแม่รู้ขึ้นมาจริงๆเราจะทำยังไงกันดีละเนี่ย....
ฉันกับอังจัง พยายามทำหน้าตีเนียนเพราะไม่อยากทำให้คุณแม่หรือคนรอบข้างผิดสังเกตุมากนักเพราะพวกฉันในตอนนี้ก็มีความรู้สึกและสมองไม่ค่อยต่างอะไรกับคนที่เป็ผู้ใหญ่แล้ว...
แล้วทันใดนั้นหลังจากคุณแม่ทำหน้าจริงจังกับพวกเราเล็กหน้าก็ได้แหยะๆแล้วบอกกับพวกเราว่านี่เอมิ คือตอนนี้พวกลูกก็อายุ 6 ขวบแล้ว คือมันคงจะถึงเวลาแล้วที่พวกลูกจะต้องไปโรงเรียน....คุณแม่ยิ้มแบบแหยะแล้วมีน้ำตาไหลเล็กน้อยพอฉันกับอังจังก็รู้สุกใเล็กน้อยกับเื่แค่นี้
คุณแม่ได้ร้องให้แล้วได้พุ่งตัวมากอดพวกเราสองคน
........ ฮือ ฮือ ฮือออ แม่คงจะต้องเจอกับลูกน้อยลงแล้ว ฮือ ฮือ....
เอ๋....แค่เื่แค่นี้เองหรอ....
ฉันกับอังจังใเล็กน้อยที่คุณมีร้องให้แล้วพูดกับพวกเราแบบนั้น
มันทำให้พวกเรารู้ว่าคุณแม่คงเป็ห่วงและคิดถึงพวกเรามากแน่ๆจึงกลุ้มใจตแบบนี้...
อะเอ่ออ..คือคุณแม่ค่ะ พวกเราไม่เป็อะไรหรอกคะคุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ
ด้วยความที่ฉันรู้สึกเห็นอกเห็นใจคุณฉันจึงพูดปรอบใจคุณแม่ไปมันทำให้คุณแม่รู้สุกดีขึ้นมาเล็กน้อยและคุณแม่ได้พูดกับพวกเราว่า
“แม่รู้สึกดีนะที่ได้มีลูกสาวที่น่ารักสองคนแบบนี้...”
อ้า............เห็นคุณแม่ทีพูดด้วยสีหน้าดีอบอุ่นแบบนี้แล้วมันอดรู้สึกที่ดีสุดๆไม่ได้เลยโว้ยยยยยยย....
ใจเย็นๆนะตัวเรา นี่แม่เรา....แถมเราเป็ผู้หญิงฉันจะคิดแบบนี้ไม่ได้!!!!
อะ..อื้มถึงแม่ในใจเราก็จะแอบคิดกับคุณแม่นิดหน่อยก็เถอะเพราะคคุณแม่ทั้งสวยทั้งดูเป็กุลสตรีกว่าฉันสะอีก... เห้อบ้างที่ตัวเราเอวก็อดคิดจะเกรียจตัวเราเองจากชาติที่แล้วไม่ได้เลยแหะที่มีควาใทรงจำมาเจือปนเนี่ย...
แต่ถึงแม้ชาติก่อนของฉันจะเป็ผู้ชายแต่ชาตินี้ในโลกใบนี้ฉันเป็ผู้หญิง
เอ๊ะเดียวนะ...... ฉันเป็ผู้หญิงและฉันต้องมีลูก....ในอนาคต....
ทันใดนั้นพอฉันได้คิดเื่ในอนาคตว่าฉันอาจจะต้องมีความรักและมีครอบครัวมันทำให้ฉันในตอนนี้อดใจไม่ได้เลยที่จะนึกถึงมัน...
มันทำให้หัวใจของฉันร้อนใจของฉันมันเต้นตึกตึกเมื่อฉันคิดมัน...
อะอะไรกันนี่มันความรู้สึกของเด็กผู้หญิงงั้นหรอเนี่ย! แต่เดียวนะฉันว่าเด็กอายุปรกติมันก็ยังไม่คิดกับเื่แบบนี้ไม่ใช่หรือไงฟร้ะ!นี่หรือเพราะฉันมัน....
“โว้ยยยย”
ฉันได้เหม่อลอยกับความรู้สึกอันหมกมุ่นของตัวเองไปครู่หนึ่งก่อนที่ฉันจะได้สติอีกครั้งจากการสะกิดของอังจังที่เห็นฉันทำหน้าแดง..
พี่เอมิค่ะ พี่เอมิค่ะ เป็อะไรหรือเปล่าคะ?
ออ คือ..... เปล่าไม่มีอะไรนะ คือฉันแค่คิดอะไรนิดหน่อย...
หึหึเกือยไปแล้วใหมละเรา.. เรานี่ถึงจะเป็ผู้หญิงที่หน้าตาดีแค่ใหนแต่ก็ยังหมกมุ่นอยู่ดีสินะ...
“...”
แล้วหลังจากนั้นคุณแม่ก็ได้อธิบายต่อว่าโรงเรียนที่พวกเราสองพี่น้องจะเข้าไปเรียนนั้นเป็โรงเรียนเวทย์มนต์ที่จะคอยฝึกสอนและขัดเกลารวมกับการให้นักเรียนเข้าสู่สังคมได้เมื่อโตไป
พอคุณแม่อธิบายมาแบบนั้นแล้วก็ยิ่งทำให้ฉันกับอังจังยิ้มขึ้นมาทันทีเพราะ
สำหรับพวกเราถ้ายิ่งเรียนและเข้าสังคมไปปแล้วละก็ก็คงจะยิ่งรู้จักผู้คนมากมายจะทำให้พวกเราสามารถทำให้ตัวเองมาพวกพ้องที่คอยช่วยเหลือกันได้และถ้าเรียนจบก็ยังสามารถเข้ามาบริหารบ้านเมืองและเป็ขุนนางที่สูงส่งในอาณาจักรนี้ได้อย่างเต็มที่..
หลังจากที่ได้พูดคุยกับคุณแม่เสร็จฉันกับเอมิก็ได้ออกมาเดินเล่นนอกบ้าน
บ้านของฉันกว้างใหญ่มากซึ่งบ้านที่ฉันกับอังจังอาศัยอยู่นั้นเป็คฤหาสน์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็เื่ปรกติอยู่แล้วที่เหล่าขุนนางหรือผู้ที่เป็ชนชั้นสูงจะมีคฤหาสน์ที่เป็บ้านหลังใหญ่ของตัวเองอาศัยอยู่และยิ่งรวยและมีอำนาจมากแค่ใหนก็จะยิ่งมีคนรับใช้แต่โลกใบนี้ส่วนมากจะเรียกคนรับใช้ของตังเองว่าเมดกันพวกเมดที่คอยรับใช้ให้กับตระกูลขุนนางจะใส่ชุดสีดำและกระโปรงบานๆกันแถมบางคนถ้ายังอายุไม่มากหน่อยละก็จะใส่กระโปรงสั้นมากแถมหน้าตาดีกันหมดทุกคนเลยนี่สิ้...
“ว้าแค่คิดแค่นี้ตัวฉันเองก็ยิ่งเคลิ้มจนหน้าตังเองแดงหมดแล้ว...”
แล้วฉันกับอังจังก็ได้เดินเล่นในสวนหลังบ้านของฉันจนหระทั่งก็มีเื่เกิดขึ้น!!
เมื่อจู่ จู่ฉันก็ได้เห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อายุหน้าจะพอๆกับฉับและก็อังจังนอนหมดสติอยู่
แต่เนื้อตัวของเด็กผู้ชายคนนั้นเนื้อตัวมอมแมมที่ะโข้ามรั้วบ้านของฉันมาแล้วเดินเซมาแล้วดูเหมือนกำลังาเ็อยู่
เมื่อฉันกับอังจังเห็นสถานการณ์แบบนี้แล้วฉันกับอังจังจึงรีบวิ่งไปช่วยเหลือเด็กผู้ชายที่นอนหมดสติอยู่ตรงนั้นทันที!
เมื่อฉันวิ่งมาถึงเด็กผู้ชายที่าเ็แล้วหมดสติอยู่นั้นเองฉันก็ได้บอกให้อังจังรีบไปตามให้คนมาช่วยเหลือเด็กชายคนนี้โดยด่วน!
อังจังรีบไปตามคนมาช่วยเด็กคนนี้เร็วเข้าถ้าไม่รีบละก็เด็กคนนี้อาจจะตายก็ได้รีบไปตามคนมาช่วยเร็ว!!
เมืออังจังเห็นได้ยินที่ฉันพูดอังจังไม่รอช้าที่จะรีบไปตามคนมาช่วยทันที
อันจังรีบวิ่งโดยที่ไม่ดูตัวเองว่ากระโปรงของเธอได้ขาดไปเล็กน้อยจากการวิ่ง..
นี่นายทำใจดีๆเอาไว้นะ อย่าพึ่งเป็อะไรนะ!
“นี่นายตั้งสติไว่ก่อนเซ่!”
ฉันพยายามพูดให้เด็กคนนี้ได้สติเอาไว้เพราะถ้าเขาหลับเข้าอาจจะตายก็ได้..และแล้วเด็กชายคนนั้นก็พยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับฉัน
“อ.. อะ...อันตลาย...”
เด็กชายปริศนาที่ะโข้ามรั้วบ้านของฉันมาจากใหนก็ไม่รู้กำลังกำลังพูดกับฉันว่าอันตลายงั้นหรอ...??
ทั้งตัวของเด็กชายคนนี้เต็มไปด้วยเืและเนื้อตัวมอมแมม...
นี่นายเป็ใครกันแน่?!