ในที่สุดซากิก็ไล่ให้เครอสกลับไปนอนที่ห้องของตนได้สำเร็จเล่นเอาซะแทบหมดแรงเลย ตอนนี้เป็เวลาสี่ทุ่ม เขาต้องรีบไปหาไซลาสแล้วความร้อนรนครอบงำจิตใจ ซากิแอบออกไปเงียบๆคนเดียวในคืนนั้น เขาไม่รู้เลยว่าทุกย่างก้าวของเขาอยู่ภายใต้การจับตามองของเครอสโดยตลอด
เมื่อมาถึงโกดังร้างริมแม่น้ำสถานที่ที่นัดกันไว้ ไซลาสเองก็นั่งพ่นควันบุหรี่สีขาวขุ่นรออยู่ก่อนแล้วชายหนุ่มผิวขาวตัวสูงในชุดสูทสีดำปลดกระดุมเชิ้ตออกสองเม็ดเผยให้เห็นอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยสักเรือนผมสีหม่นถูกเซ็ตแสกข้างปล่อยปลายผมปกหน้าเล็กน้อยลำคอมีรอยสักดูเท่แบบป่าเถื่อน เขาคนนี้หล่อมากจริงๆ ซากิเองยังต้องชมเขา
“ไง”ไซลาสเอ่ยทักขึ้นพลางทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นด้วยปลายรองเท้าหนังขัดมัน
“มีอะไรจะให้ฉันงั้นเหรอ”ซากิเอ่ยถามอย่างไม่รีรอ ใจของเขาร้อนรนไปหมด
“มีสิตัวเป็ๆ เลยละ” ไซลาสกล่าว ก่อนจะลุกนำไป
ภายในโกดังที่มืดสลัวแสงไฟส่องสว่างไปยังร่างของชายสองคนตัวใหญ่บึกบึนที่ถูกมัดไว้ด้วยโซ่อย่างแ่าสภาพเืโชกไปทั้งตัว ใบหน้าปูดบวม บ่งบอกว่าผ่านการทรมานมาอย่างหนักหน่วง
“ฉันพยายามเค้นข้อมูลจากมันให้ได้มากที่สุดแล้วนะแต่แม่งก็เอาแต่พูดว่าไม่รู้...” ไซลาสบอกเล่าเื่ราวทั้งหมดน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย
“เห้อพวกมันอาจจะไม่รู้ข้อมูลคนสั่งการจริงๆ นั่นแหละหรือไม่ก็ภักดีจนยอมถวายหัวให้เลยแหละ” ไซลาสพูดพลางหันมามองซากิ
“มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกแต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าควรจะบอกนายเอาไว้”
ซากิยืนนิ่งกัดฟันกรอดมือของเขาสั่นระริกจนไซลาสเองก็รับรู้ได้
“มัน...พวกมันอยู่ที่นั่นคืนนั้น...พวกมันเป็คนเผาบ้านฉัน”ซากิกัดฟันกรอดอย่างเหลืออด น้ำเสียงกระเส่าแววตาเต็มไปด้วยความเ็ปและความโกรธแค้นที่อัดแน่นมานานนับสิบปี
ไซลาสเลิกคิ้วเล็กน้อยเขาเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของซากิก่อนที่ซากิจะเอ่ยเสียงต่ำสั่งให้ไซลาสช่วยแกะโซ่ที่มัดร่างทั้งสองออก ทันทีที่โซ่หลุดออกซากิก็โถมตัวเข้าใส่ร่างทั้งสองอย่างเหลืออด เพลิงแค้นที่ถูกกดทับมานานปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
หมัดแรกกระแทกเข้ากลางใบหน้าของชายคนแรกอย่างจังเสียงกระดูกแตกหักดังกร๊อบ ชายผู้นั้นล้มลงพร้อมเสียงร้องโอดครวญอย่างน่าสมเพชซากิไม่หยุด เขาทรุดตัวลงคร่อมร่างนั้นหมัดแล้วหมัดเล่าซัดเข้าใส่ใบหน้าและลำตัวอย่างบ้าคลั่งเืสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่ว ใบหน้าของซากิไร้ซึ่งความรู้สึกอื่นใดนอกจากความมืดมิดของความแค้น
ชายอีกคนพยายามคลานหนีด้วยความหวาดกลัวแต่ซากิไม่ปล่อยให้รอดพ้น เขาพุ่งเข้าหา ดึงร่างนั้นกลับมาอย่างรุนแรง เตะเข้าซ้ำๆที่ซี่โครงจนเสียงกระดูกลั่นดังระงมซากิใช้มือเรียวบีบคอของชายผู้นั้นอย่างแรงจนดวงตาถลน เสียงกรีดร้องขอชีวิตแ่ลงเรื่อยๆก่อนจะเงียบหายไปในที่สุด
แม้ร่างทั้งสองจะแน่นิ่งไปแล้วแต่ซากิก็ยังคงไม่หยุดเขายังคงซัดหมัดลงไปบนร่างไร้ิญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ปรานี ของเหลวอาบทั้งเรียวกลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วโกดัง ใบหน้าของซากิเปื้อนเื แต่ดวงตาของเขายังคงว่างเปล่าราวกับสติได้ขาดสะบั้นไปแล้วเหลือเพียงความแค้นอันดำมืดที่ครอบงำร่างนี้อยู่ ความอัดอั้นที่ถูกกดทับมานานปีถูกระบายออกมาอย่างบ้าคลั่งน่าสยดสยองจนไซลาสที่ยืนมองอยู่นั้นถึงกับตัวแข็งทื่อไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าผู้ที่เงียบสงบดั่งสายน้ำยามสติขาดสะบั้นจะน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
“ซากิ!”
เสียงทุ้มต่ำของเครอสดังก้องไปทั่วโกดังราวกับจะฉุดดึงสติของซากิให้กลับมาร่างสูงใหญ่ของเครอสพุ่งเข้าคว้าตัวซากิที่กำลังบ้าคลั่งอยู่กลางวงเืเครอสดึงร่างซากิเข้ามากอดแน่น พยายามรั้งร่างที่ยังคงสั่นสะท้านด้วยแรงแค้น
“พอแล้วซากิ”เครอสกระซิบเสียงอ่อนโยน พลางลูบเรือนผมนุ่มของซากิซ้ำๆ
“พอแล้ว...พวกมันตายแล้ว”
ซากิยังคงดิ้นรนในอ้อมกอดของเครอสแรงแค้นยังไม่จางหายไปง่ายๆ แต่เสียงของเครอส และััที่อบอุ่นนั้นค่อยๆซึมซับเข้าไปในจิตใจที่กำลังมืดบอดของซากิ
“มองฉันซากิ”เครอสจับใบหน้าของซากิให้เงยขึ้นสบตา
“มองฉันสิ…ตั้งสติหน่อย”ดวงตาคมกริบของเครอสเต็มไปด้วยความห่วงใยและความรักที่ส่งผ่านตรงไปถึงซากิแววตานั้นเป็เหมือนแสงสว่างที่ค่อยๆฉุดดึงซากิให้กลับมาจากห้วงลึกของความแค้น
ซากิมองเข้าไปในดวงตาของเครอสภาพของเครอสที่เต็มไปด้วยความห่วงใยค่อยๆซ้อนทับกับภาพความโหดร้ายที่เขาเพิ่งก่อไปสติที่ขาดสะบั้นค่อยๆกลับคืนมาทีละน้อย ร่างกายของเขายังคงสั่นสะท้านแต่แรงแค้นเริ่มจางลง
“เครอส...”ซากิเอ่ยชื่อเขาเสียงแ่ น้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบงันเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี
เครอสดึงซากิเข้ามากอดอีกครั้งกอดแน่นกว่าเดิม
“ไม่เป็ไรแล้วซากิไม่เป็ไรแล้ว” เขาพูดซ้ำๆพลางลูบหลังซากิอย่างปลอบโยนความรักที่เครอสมีให้ซากินั้นชัดเจนไม่ต้องมีคำพูดใดๆก็สามารถรับรู้ได้ว่าเครอสรักซากิมากแค่ไหนและพร้อมจะอยู่เคียงข้างซากิเสมอ ไม่ว่าซากิจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม
หลังจากที่ซากิสงบลงแล้วเครอสก็พาซากิกลับบ้าน เขาหันไปมองไซลาสที่ยังคงยืนนิ่งตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น
“จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อย”เครอสสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะควักธนบัตรปึกหนาจำนวนมากยัดใส่มือไซลาส
“นี่คือค่าปิดปากและค่าเหนื่อยของนาย”
ไซลาสรับเงินมาอย่างงงๆ
“อู้ววว…ครับท่าน!”เขาตอบรับด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแต่ในใจยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็นเมื่อครู่
เครอสพาซากิกลับมายังคฤหาสน์โดยไม่พูดอะไรอีกตลอดทาง ปล่อยให้ซากิได้อยู่กับตัวเองและคลายความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจเมื่อกลับถึงห้องเครอสก็ยังคงอยู่เคียงข้างซากิไม่ไปไหนปล่อยให้ซากิได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในอ้อมกอดของเขา