ตอนที่ 8
เมื่อรถไฟเดินทางมาถึงเมือง ชางโจ แล้วทุกคนจึงได้เดินลง มีคนของหมู่บ้านมารอรับแล้ว ที่จำได้คือหัวหน้าหมู่บ้านเป็ผู้ที่มารับด้วยตนเอง คือ ลุงสุ่ยเจียงหลง เป็ผู้นำหมู่บ้านที่ใจดีมีคุณธรรม จึงเป็ที่รักของชาวบ้าน เมื่อเดินลงมาจึงพยายามมองหา ท่านลุงสุ่ยเจียงหลง ว่าอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะได้กลับหมู่บ้าน และเธอเจอแล้วจึงได้เดินเข้าไปหา เพื่อที่จะถามถึงหมู่บ้าน ตงถง
"อ้าวหนูเป็ยุวชน ใช่ไหม จะไปหมู่บ้านไหนล่ะ" ผู้นำหมู่บ้านกล่าวทักทายเหมือนผู้ใหญ่ใจดี เพราะเห็นเด็กสาวที่ดูก็รู้ว่าเป็คนเมือง เข้ามาเหมือนจะมาถามถึงหมู่บ้านที่ตัวเองจะไป
"หนูเป็ยุวชน จากเมืองหลวง จะไปหมู่บ้าน ตงถงค่ะ ไม่ทราบว่าต้องไปติดต่อตรงไหน" ถามออกไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามาถูกที่แล้ว
"มาถูกที่แล้วแม่หนู ลุงเป็ผู้นำหมู่บ้าน มารับกลับหมู่บ้าน ลุงชื่อ สุ่ยเจียงหลง แล้วแม่หนูชื่ออะไร"
"หนูชื่อ จงเหมยอิงค่ะ"
ตอนนี้คนอื่นเดินตามมาที่เธอกันครบทุกคนแล้ว เพราะคงเห็นว่าเธอไปถามหาหมู่บ้านที่จะไปได้แล้ว
"หนูซูเหมยหวา ค่ะ"
"หนู ตู๋หลันหลันค่ะ"
"ผมกุ๋ยต้าซานครับ"
"ผมจูหลงเหลียงครับ"
"โอ้มาครบทั้ง 5 คนแล้ว ดีจริงที่จะมีคนมาช่วยทำงานแล้ว"
มองกลุ่มเด็กยุวชนที่มาจากเมืองหลวงที่รูปร่างแต่ละคนดูแล้วไม่ใช่คนที่จะมาใช้แรงงานเอาเสียเลย แล้วอย่างนี้แต้มที่ทำงานจะพอกินหรือเปล่า
"ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ / ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ"
"เดี๋ยวลุงจะพากลับหมู่บ้านไปพักผ่อนก่อนคงเดินทางมากันเหนื่อยมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยรายละเอียดกันว่าจะแบ่งงานกันอย่างไรนะ ลุงจอดเกวียนไว้ทางด้านนั้น ตามมาทางนี้ได้เลย"
เมื่อลุงให้ไปขึ้นเกวียนทุกคนจึงได้เดินตาม เธอเคยนั่งมาแล้วจึงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่คนที่อยู่แต่ในเมืองหลวงมาก่อนและนี่เป็การนั่งเกวียนครั้งแรก ถึงกลับทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
"ทนนั่งกันหน่อยนะ สักหนึ่งชั่วโมงก็ถึงหมู่บ้านแล้ว"
"หนึ่งชั่วโมง" ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกันยกเว้นเธอที่เคยชินแล้วกับการนั่งเกวียนไปและกลับ
ซูเหมยหวา มองเกวียนที่เธอต้องนั่งเข้าไปในหมู่บ้านด้วยจิตใจที่ไม่อยากยอมรับ เธออยู่กับความสบายมาโดยตลอด แม้จะเป็ลูกผู้หญิงแต่ทุกคนก็ตามใจเพราะเป็ลูกคนเล็ก แล้วให้เธอมาลำบากอย่างนี้ จะต้องทำอย่างไรดีนะ ส่วนคนอื่นก็คิดไม่ได้แตกต่างกัน เขาจะอยู่กันอย่างไร มันลำบากมากเลย นี่ยังไม่ได้ทำงานเลยด้วยซ้ำ
จงเหมยอิง มองดูเพื่อนยุวชน คนอื่นที่แบกของพะรุงพะรัง กันเพื่อมา ขึ้นเกวียนที่จอดอยู่เธอมานั่งรอแล้ว เพราะเอาของมาไม่มากและส่วนใหญ่ได้เก็บไว้ในมิติแล้วนั่นเอง
"จงเหมยอิง เธอช่วยฉันยกกระเป๋าหน่อยสิไม่เห็นหรือว่าฉันแบกของหนัก"
"แล้วเธอจะขนอะไรมามากมาย และของก็เป็ของ ของเธอทั้งนั้น เธอไม่ควรรบกวนคนอื่นนะ" จงเหมยอิง ว่าให้ ขนของมาเองแท้ๆ ยังจะลำบากคนอื่นอีก ถ้าเป็เธอคนก่อนคงรีบเข้าไปรับใช้อย่างเร็วแล้ว
"ก็ของจำเป็ต้องใช้ทั้งนั้น และบ้านฉันมีเงินซื้อก็เลยได้ของมาเยอะไม่เหมือนกับเธอ"
"อย่างนั้นก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว เธอก็แบกสมบัติของเธอต่อไปแล้วกัน ฉันไม่อยากยุ่ง ถ้าเกิดมันเสียหาย ฉันไม่มีปัญญาใช้คืนเธอหรอกนะ"
ส่วนทั้งสี่คนที่ขนของมาเยอะจึงพยายามขนของเพื่อขึ้นเกวียนได้สำเร็จ
"ถ้าขนของขึ้นมาหมดแล้วลุงจะไปแล้วนะ นั่งกันดี ดี ด้วยล่ะ ทางมันไม่ค่อยดี"
เห็นแต่ละคนขนของมาแล้วนึกว่าจะย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ถาวรเลย มีแต่เพียงหนู จงเหมยอิง คนเดียวที่ไม่ได้ขนอะไรมามากมายนัก
ลุง สุ่ยเจียงหลง มองดูทั้ง 5 คนด้วยความหนักใจ ไม่รู้ว่าจะมาช่วยกันทำงานหรือจะมาเป็ภาระกันแน่ ดูแล้วไม่น่าจะทำอะไรกันเป็ ยกเว้น หนูจงเหมยอิง ที่ค่อนข้างจะเป็คนที่เคยทำงานอยู่คนเดียว แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว
จงเหมยอิง มอง ผู้นำหมู่บ้าน ที่ลอบมองยุวชนทุกคน ที่มาทำงานในหมู่บ้าน และคงจะดูออกว่าแต่ละคน คงไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่แน่นอน และอาจจะเป็ภาระเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่เป็ผู้ใหญ่ใจดี จึงได้แต่มองเฉย และคงคิดว่าไม่สามารถทำอะไรได้
เมื่อนั่งเกวียนวัวเป็ครั้งแรก ทุกคนต่างบ่นกันมาตลอดทาง เนื่องจากทางเป็หลุม ทำให้เกวียนตกหลุมบ่อย และเกวียนยังโยกไปโยกมา ทำให้รู้สึกทรมานร่างกายเป็อย่างมาก และทำให้ปวดระบมตัว จากการที่เกวียนตกหลุม ดังนั้นกว่าที่จะถึง ทำให้ทุกคนสภาพแทบดูไม่ได้กันเลย แต่เธอดีหน่อยที่เคยนั่งเกวียนมาแล้วจึงปรับตัวได้ไม่ยากเท่าไร
"ถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้ว ลำบากกันหน่อยนะ คนที่ไม่เคยนั่งเกวียน ก็เป็แบบนี้ล่ะ เดี๋ยวได้นั่งบ่อยๆ แล้วก็จะชินกันไปเอง แต่หนู จงเหมยอิง นี่เก่งนะ ไม่เป็อะไรเลย ถ้าลุงไม่รู้ว่าเพิ่งมาถึง ลุงคงคิดว่าเคยอยู่ที่ชนบทมาก่อน"
"หนูเพิ่งมาเป็ครั้งแรกค่ะ และมันก็สนุกดีด้วยที่ได้นั่งเกวียนเป็ครั้งแรกก็เลยตื่นเต้นไปหน่อยค่ะ เลยลืมความลำบากไปเลย" จะให้บอกทุกคนได้อย่างไรฉันเคยนั่งเกวียนมาแล้ว เพราะฉันเคยอยู่ที่นี่มาก่อน ทุกคนคงงงหรือไม่ก็ว่าเราไม่ปกติแล้ว
"มันน่าสนุกตรงไหนฉันปวดตัวไปหมดแล้วเนี่ย" ซูเหมยหวาคิด ถ้าได้นั่งรถค่อยว่าไปอย่าง นี่นั่งไป โยกไป หัวสั่นหัวคลอนหมดแล้ว
"ใช่ฉันก็เจ็บไปหมดแล้วเนี่ย ไม่รู้พรุ่งนี้จะระบมหรือเปล่า" ใครจะถึกทนเหมือน จงเหมยอิง กันสามารถนั่งยิ้มเฉยไปตลอดทาง บ้าไปแล้ว
ส่วนพวกผู้ชายได้แต่เงียบ เดี๋ยวจะหาว่าเขาอ่อนแอกว่าผู้หญิง ทั้งที่ก็คิดไม่ต่างกันกับทุกคน เขาอยากกลับบ้านแล้ว ไม่อยากอยู่ที่นี่เลย นี่ยังไม่ได้ทำงานนะ แล้วเขาจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
"ถึงบ้านพักแล้ว แยกบ้านระหว่างผู้ชายและผู้หญิง คนละฝั่งนะ ในบ้านมีเพียง 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ครัวใช้ร่วมกันนะ จะกินด้วยกันหรือแยกกันกินก็แล้วแต่จะแบ่งกัน แต่ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะใช้ของร่วมกันนะ หวังว่าทุกคนคงจะเข้าใจ ส่วนทางด้านหลังของแต่ละบ้าน มีแปลงผักอยู่สามารถปลูกผักกินเองได้ แบ่งกันหรือทำร่วมกันก็ตัดสินใจกันเอา หวังว่าทุกคนจะสามารถอยู่ด้วยกันอย่าง สงบ และไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันนะ เพราะถ้าเป็อย่างนั้นก็คงต้องถูกรายงาน"
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง" จงเหมยอิง ขอบคุณผู้นำหมู่บ้านที่พูดได้ชัดเจนจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง และคนที่มีปัญหาก็คงไม่พ้น 2 คนที่จะอยู่กับเธอ พูดแบบนี้จะได้ตัดปัญหาไปได้
"ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับ" ทุกคนขอบคุณ ลุง สุ่ยเจียงหลง ที่ลำบากไปรับ และยังมาอธิบายเื่การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอีก
"ถ้าเข้าใจกันแล้วลุงกลับก่อนแล้วพรุ่งนี้เจอกันตอนเช้า จะอธิบายงานที่ต้องรับผิดชอบให้รับรู้"
เมื่อผู้นำหมู่บ้านได้กลับไปแล้ว เธอจึงได้เดินเข้าไปในบ้านซึ่งเป็บ้านดิน ที่แข็งแรงพอสมควรและมีห้องนอนสองห้อง ห้องใหญ่มีสองเตียง และห้องเล็ก 1 เตียง
"พวกเธอจะเอาเตียงไหน ให้เลือกก่อน" เธอใช้เตียงไหนก็ได้ และไม่อยากมีปัญหา เพราะเธออยากพักผ่อนเต็มทีแล้ว
"เราสองคนจะนอนห้องใหญ่กัน เธอนอนห้องเล็กไปก็แล้วกัน" เื่อะไรจะเอาห้องเล็กที่ทั้งเล็กทั้งแคบด้วยล่ะ
"ได้"
เมื่อเธอได้ห้องที่้าแล้วจึงได้เดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจทั้งสองคนที่พยายามจะนำของมากมายเข้าไปเก็บ และเธอ้าพักผ่อนจริงๆ และไม่สนใจใครแล้วเหมือนกันว่าจะทำอะไร และเย็นนี้เธอไม่ทำอะไรกินแล้วขอ กินซาลาเปาในมิติดีกว่า
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )