มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 148 ส่งเสริมสามสตรี

             ที่ผ่านมาถึงแม้นกังหลงสำเรํจลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติระดับสองทั้งสามารถรับน้ำหนักได้ถึงหนึ่งหมื่นชั่ง สำเร็จท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยระดับสองขั้นสุดจนสามารถแยกร่างได้ถึงแปดร่างรวมร่างจริง การใช้งานดาบอัคคีโลกันต์อเวจีที่หนักเพียงห้าพันชั่งก็ย่อมมิเป็นการยากต่อการใช้งานและกวัดแกว่งอีก

     

            แต่เนื่องด้วยก่อนหน้านั้นยังมิเคยเจอคู่มือที่แข็งแกร่งพอที่จะให้ตนใช้ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีสักครั้ง และตนก็จึงมิอยากเปิดเผยอาวุธอันร้ายกาจในรอบล้านปีที่จะมีขึ้นคราหนึ่งให้ใครได้เห็น ทั้งตนมิอยากเปิดเผยท่าไม้ตายให้ใครได้ล่วงรู้เพราะยิ่งเปิดเผยท่าไม้ตายออกไปมากมายเท่าไร ความน่ากลัวของตัวเองจะเริ่มลดลง ศรัตรูจะยิ่งมองออกทั้งรับมือได้ง่ายขึ้น และตนเองก็มิได้มีท่าโจมตีของดาบอัคคีโลกันต์อเวจีแม้สักท่าเดียว หากนำดาบออกมาใช้คงทำได้เพียงแค่กวัดแกว่งอย่างเดียวเท่านั้น

     

          ก่อนการเข้ามาในห้องกาลเวลาครานี้ เดิมทีกังหลงตั้งใจต้องจะเรียนรู้การใช้ดาบยักษ์เล่มนี้ให้ชำนาญ เพราะดาบเล่มนี้เหมาะสำหรับการกำจัดศรัตรูที่รุมล้อมเข้ามาเป็นกลุ่มได้ผลดีที่สุด และต้องการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ เพื่อให้ตนแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับภาริจที่ได้รับการฝากฝังได้ เมื่อยามเผชิญกับมังกรวาตะสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ์สงครามเข้า กังหลงจึงจำเป็นต้องนำดาบอัคคีโลกันต์อเวจีออกมาต่อสู้ในทันที

     

            ส่วนการใช้ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีขุดเจาะศิลาภายในถ้ำให้เป็นห้องหับของแต่และคนได้อาศัย ก็นับเป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง สร้างความแตกตื่นประหลาดใจต่อสตรีทั้งสามในความใหญ่โตและคมกริบของดาบประหลาดเล่มนี้เป็นอย่างยิ่ง เห็นดาบสามารถตัดเฉือนก้อนศิลาดุจตัดก้อนเต้าหู้ จึงต่างสอบถามความเป็นมาและขอทดลองใช้ดู แต่ทุกคนถึงกับหน้าเบ้มิมีใครสามารถยกดาบให้ขยับเขยื้อนได้แม้แต่คนเดียว ต่างมองดูกังหลงดุจสัตว์ประหลาดที่สามารถยกแล้วใช้งานดาบที่หนักขนาดนี้ได้ดุจถือพู่กันเขียนหนังสือก็มิปาน

     

            เมื่อห้องจัดที่พักเป็นทางเป็นที่ที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กังหลงเริ่มเรียกทุกคนมารวมตัวพร้อมกล่าว

     

            "ขอให้ทุกคนเปิดเผยพลังยุทธที่แท้จริงออกมา ข้าจะได้ดูว่าควรจะส่งเสริมจะปรับปรุงด้านใดให้แต่ละคน .." 

     

            ได้ยินเช่นนั้นต่างปลดวัตถุที่ปิดบังพลังยุทธของตนออกพร้อมสำแดงพลังที่แท้จริงออกมา เยี่ยนฟางนั้นมิได้ปิดบังพลังยุทธใด ๆ เนื่องจากปัจจุบันระดับปราณของนางเพียงอยู่ที่ระดับปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุด  หยางเสี่ยวเอ๋อร์สำแดงพลังออกมาที่ปราณระดับครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุด และนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะสำแดงพลังออกมาที่ปราณราชันย์ระดับหนึ่งขั้นสุด กังหลงก็ถอดสร้อยปกปิดระดับปราณออกเช่นกัน พลังปราณที่สำแดงออกขณะนี้อยู่ที่ ปราณราชันย์ระดับแปดขั้นสุดเมื่อต่างคนต่างได้ทราบระดับปราณด้วยกัน

     

            ผู้ที่แตกตื่นที่สุดย่อมเป็นเยี่ยนฟางที่เพิ่งจะทราบว่าทั้งกังหลงและนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ ต่างอยู่ในระดับปราณราชันย์แถมพี่ชายของนางที่ก่อนหน้านี้ถูกผู้อื่นมองว่าเป็นขยะ เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงหกเดือน กลับเปลี่ยนจากปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเป็นปราณราชันย์ระดับแปดขั้นสุดไปแล้ว กระทั่งผู้ติดตามของกังหลงนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะก็เป็นถึงระดับปราณราชันย์ หยางเสี่ยวเอ๋อร์ก็อยู่ที่ปราณระดับครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุดอีกไม่นานก็จะก้าวไปสู่ปราณราชันย์ได้แล้ว หันมามองตัวเองที่เคยถูกผู้คนเทอดทูนว่าเป็นอัจฉริยะของตระกูลแต่กลับอยู่แค่ปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุดเท่านั้น จึงมีสีหน้าสลดหดหู่ลงในทันที

     

            ก่อนหน้านี้ตอนกังหลงเปิดเผยปีกยุทธและปีกฟ้าวายุคำรณ ด้วยความตื่นตกใจที่โดนมังกรวาตะพุ่งโจมตี ฟางเหม่ยลืมนึกถึงระดับพลังฝีมือของกังหลงไปถนัด มีแต่นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ่อร์ที่ทราบว่ากังหลงมีพลังปราณระดับราชันย์ แต่ก็มิทราบว่าเป็นปราณราชันย์ระดับใด เวลานี้สิ่งที่ทั้งสามสงสังยิ่งคือปีกค้างคาวยักษ์สีขาวโปร่งใสนั้นคืออะไรกันแน่ นงคราญสุรางค์สวรรค์จึงกล่าวถามขึ้น

     

            "ข้าขออนุญาตถามคุณชายได้รึไม่ว่า ปีกค้างคาวยักษ์สีขาวโปร่งใสนั่นและดาบยักษ์เล่มนี้คืออะไรกัน หรือปราณราชันย์จะสามารถมีปีกเช่นนี้ขึ้นอีก ส่วนดาบเล่มนี้ทำไมถึงได้หนักและคมกริบปานนี้ได้"

     

            เจอคำถามแบบนี้กังหลงถึงกับเป็นใบ้ไปชั่วครู่เช่นกันก่อนจะกล่าวต่อ

     

            "ปีกค้างคาวยักษ์สีขาวโปร่งใส สิ่งนี้เรียกว่า ปีกฟ้าวายุคำรณ..!!  อันเกิดจากการสร้างขึ้นอย่างอัตโนมัติโดยเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุ ข้าบังเอิญได้มาเมื่อคราที่สองที่เข้ามายังตำหนักนิลกาลจน์ ส่วนดาบยักษ์เล่มนี้ก็คือดาบอัคคีโลกันต์อเวจี ซึ่งทำมาจากแก่นอัคคีโลกันต์อเวจีเป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ของข้ามอบไว้ให้ ท่านอาจารย์เป็นเจ้าของตำหนักนิลกาลจน์รุ่นก่อนหน้านี้"

     

            "โอ้..!!  ปีกฟ้าวายุคำรณ..!!  สิ่งเหล่านี้ถึงกับยังมีอยู่จริง ..มิน่า..การโจมตีอันรุนแรงต่าง ๆ หลายคราที่ข้าไม่คาดคิดว่าคุณชายจะรับได้ ถึงไม่มีผลใด ๆ ต่อคุณชายเลยแม้แต่น้อย..ส่วนดาบนั่นมิน่าถึงได้หนักและคมกริบ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ข่มต่อสัตว์อสูรทั้งปวง อันทำมาจาก แก่นอัคคีโลกันต์อเวจี "

     

             นงคราญสุรางค์สวรรค์กล่าวขึ้น กังหลงมินึกว่านงคราญสุรางค์สวรรค์จะมีความรอบรู้และรู้จักสิ่งนี้ด้วย ซักถามไปจึงได้ทราบว่า ปีกฟ้าวายุคำรณ เม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุและแก่นอัคคีโลกันต์อเวจีล้วนมีกล่าวไว้ในบันทึกโบราญของบรรพชนนงคราญสุรางค์สวรรค์เช่นกัน สิ่งวิเศษที่ยากจะพบพานเฉกเช่นแก่นอัคคีโลกันต์อเวจีและเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุ ต่างเป็นสิ่งของในตำนานเท่านั้นยากจะพบพานได้ มินึกว่าตนเองถึงกับมีวาสนาได้ครอบครองทั้งสองอย่างแล้ว จึงกล่าวกับทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


            "สิ่งที่ข้าบอกกล่าวไปนี้และเรื่องราวในตำหนักนิลลกาลจน์ห้ามมิให้ทุกท่านบอกกล่าวแก่ผู้ใดเด็ดขาด เพราะหากสิ่งเหล่านี้ได้ถูกเปิดเผยไปเมื่อใดก็จะนำพาให้เกิดมรสุมการค้นหาแก่่งแย่งช่วงชิงกันจนยากจะควบคุมได้ตอนนี้เมื่อข้าได้ทราบระดับปราณของแต่ละท่านแล้ว ข้าจะได้ส่งเสริมทุกท่านได้อย่างถูกต้องโดยจะใช้โอสถเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกคนได้ยกระดับพลังฝีมือขึ้นให้มากที่สุดตลอดระยะเวลาที่พวกเราฝึกฝนในห้องกาลเวลาแห่งนี้บัดนี้ข้าขอตรวจจุดชีพจรของพวกท่านว่าจุดชีพจรได้รับการเปิดออกแล้วทั้งสิ้นกี่จุด"

     

           ทั้งสามให้คำมั่นและปฏิบัติตามที่กังหลงกล่าวทุกประการผลการตรวจสอบ เยี่ยนฟางนั้นมีจุดชีพจรที่เปิดออกสิบหกจุด  หยางเสี่ยวเอ๋อร์นั้นมีจุดชีพจรที่เปิดออกสิบแปดจุดและนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะนั้นมีจุดชีพจรที่เปิดออกยี่สิบจุด 


           การเปิดออกของจุดชีพจรตามธรรมชาติตั้งแต่แรกเกิดโดยธรรมดาทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณห้าหรือหกจุดแต่หากผู้ใดที่พอมีพรสวรรค์จุดชีพจรจะเปิดเองตั้งแต่แรกเกิดตั้งแต่สิบจุดขึ้นไปการที่สามสาวมีจุดชีพจรที่เปิดออกตั้งแต่สิบหกจุดขึ้นไปนับว่าเป็นพรสวรรค์ที่หายากยิ่งแล้วหากแม้นได้รับการส่งเสริมที่ดีความก้าวหน้านั้นยากที่ผู้คนจะคาดคิดถึง

     

           กังหลงต้องการส่งเสริมให้สามสาวมีความก้าวหน้าในระดับเดียวกันจึงใช้ผลอุทกศิลาเปิดจุดลมปราณเพิ่มให้ทั้งสามโดยให้แต่ละคนมีจุดลมปราณที่เปิดออกรวมทั้งสิ้นคนละยี่สิบสี่จุดจึงใช้ผลอุทกศิลาไปทั้งสิ้นสิบแปดผลเพื่อให้การฝึกปรือพลังฝีมือของทั้งสามรุดหน้าอย่างรวดเร็ว และได้ปรุงโอสถต่าง ๆเสริมให้ทั้งสาม