“แกรนด์ ตื่นได้แล้ว วันนี้เป็วันที่จะไปทดสอบพลังเพื่อเข้าโรงเรียนนะ”
เสียงที่ฟังดูอ่อนโยนกล่าวขึ้นเพื่อปลุกเด็กชายขึ้นจากเตียงนอน วันนี้เป็วันสำคัญวันหนึ่งของบ้าน วันทดสอบพลังประจำเมืองกลอเซน เด็กที่อายุครบ 10 ขวบจะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบพลังเพื่อเข้าเรียนในสถาบันศาสตร์การต่อสู้ประจำเมืองกลอเซน เป็วันที่เหล่าเด็กๆ จะได้เข้ารับการทดสอบสายพลังที่ตนเองมีในร่างกาย
แกรนด์ เด็กชายหน้าตาใสซื่อตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย แม้จะยังเด็กแต่ดวงตาสีฟ้าทั้งคู่นั้นกลับฉายแววถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
“แม่เตรียมอาหารเช้าไว้แล้ว กินก่อนค่อยไปนะ”
“ครับท่านแม่” แกรนด์ตอบรับด้วยเสียงกระตือรือร้นแล้วรีบออกไปเตรียมตัว
ที่แห่งนี้คือบ้านตระกูลฟลูตัน ตระกูลผู้ใช้พลังเวทย์ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองกลอเซน ตระกูลฟลูตันเป็ตระกูลผู้ใช้เวทย์ไฟที่ทรงพลัง และเป็ที่รู้กันว่าพลังไฟของตระกูลฟลูตันนั้นเป็เวทย์ที่มีความเฉพาะตัวเป็อย่างมาก ว่ากันว่าเป็เวทย์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากสัตว์เทวะที่สถิตอยู่ในหุบเขาอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยแม็กม่าที่พวยพุ่งออกมาจากปล่องูเาไฟตลอดเวลา เป็เวทย์ที่ถ่ายทอดกันทางสายเื คนภายนอกไม่อาจฝึกได้ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน
“ดูเอล ฟูลตัน” หนึ่งใน10สมาชิกภาคีเวทย์แห่งเมืองกลอเซน มีลูกที่เกิดจากภรรยาทั้ง 2 คน คือ เอลรอนกับเอลซ่า ลูกฝาแฝดชายหญิงที่เกิดกับมาเรียน่า และแกรนด์ ลูกชายอีกคนที่เกิดกับเลล่า ซึ่งลูกทุกคนก็อายุครบ 10 ขวบในปีนี้ และวันนี้ทั้ง 3 คนมีคุณสมบัติที่จะไปทดสอบพลังเพื่อเข้าเรียนในสถาบันศาสตร์การต่อสู้
มาเรียน่านั้นมาจากตระกูลขุนนางซึ่งมีอำนาจพอสมควรในเมืองกลอเซน ส่วนเลล่ามาจากตระกูลชาวสวนซึ่งมีความสามารถโดดเด่นจนได้รับฉายาว่าผู้ใช้เวทย์อัจฉริยะแห่งกลอเซน 10 ปีที่แล้วเลล่าได้รับจดหมายจากทางบ้านว่าพ่อของเธอถูกสัตว์อสูรทำร้ายในขณะที่ไปหาสมุนไพรในป่า จึงได้บอกกับสามีว่าจะไปอยู่ดูแลพ่อที่บ้านสักพัก เลล่าได้คลอดลูกและพักฟื้นที่นั่นหนึ่งเดือน ขากลับถูกกลุ่มโจรแมงป่องดำดักปล้นระหว่างทาง เลล่าได้ต่อสู้จนสามารถเอาชีวิตรอดมาได้พร้อมกับลูกน้อยอย่างฉิวเฉียด แต่จากการต่อสู้ครั้งนั้นทำให้แก่นพลังเวทย์แตกสลาย จากผู้ใช้เวทย์ผู้เก่งกาจกลายเป็คนธรรมดาแถมยังร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไป และั้แ่วันนั้นบุคลิกของเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป กลายเป็คนที่ไม่ชอบเข้าสังคม หลีกหนีจากผู้คน มักจะอยู่ตามลำพัง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสามีก็ยิ่งเหินห่าง มีแต่แกรนด์ที่ทำให้เธอมีความสุข ได้ยิ้มและหัวเราะอย่างเป็ธรรมชาติ
มาเรียน่านั้นไม่ค่อยชอบเลล่าสักเท่าไหร่ เพราะถือว่าตนมาจากชนชั้นสูง เลล่ามาจากชนชั้นล่าง แต่ก่อนเพราะฉายาผู้ใช้เวทย์อัจฉริยะทำให้สถานะของเลล่านั้นสูงส่งจนมาเรียน่ารู้สึกหวั่นใจเมื่อพบหน้าเลล่า แต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็เช่นนั้นแล้ว เลล่าสูญเสียทั้งพลังเวทย์และสุขภาพยังทรุดโทรม ความริษยาในใจของมาเรียน่าเพิ่มพูนขึ้นจนถึงขีดสุด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอพยายามที่จะหาเื่กลั่นแกล้งเลล่าเป็ประจำ ถึงขั้นปลูกฝังลูกแฝดทั้งสองของเธอให้มองแกรนด์เป็แค่ส่วนเกินในบ้าน
ที่สถาบันศาสตร์การต่อสู้แห่งเมืองกลอเซน
สถาบันแห่งนี้เป็แหล่งผลิตผู้มีความสามารถเพื่อให้เป็กองกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้กับเมือง โดยจะคัดเลือกเด็กที่มีความสามารถให้เข้ามาเรียน แต่ในความเป็จริงแล้ว เหล่าผู้ที่เข้ามาเรียนได้ก็ล้วนแต่เป็ลูกหลานของผู้มีเงินหรือผู้มีอิทธิพลในเมืองนี้ทั้งนั้น เพราะค่าเล่าเรียนต่อปีแพงพอสมควร เหล่าชาวบ้านคนธรรมดาล้วนไม่กล้าส่งลูกหลานเข้ามาเรียน เพียงแต่ส่งมาทดสอบพลังเท่านั้น เพราะผู้ที่มีพร์มากพอเท่านั้นถึงจะได้รับสิทธิ์ในการยกเว้นค่าเรียน
“เ้าคิดว่าพวกเราจะผ่านการทดสอบมั้ย?”
เอลซ่าเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้ามาใกล้ลานกว้างของโรงเรียน
“เฮอะ ของมันแน่อยู่แล้ว เรามาจากตระกูลฟลูตันนะ” เอลรอนตอบอย่างมั่นใจ
แกรนด์ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเอลรอน
“พวกเรามาพนันกันมั้ยว่าใครจะได้พลังจิติญญาสูงที่สุดในการทดสอบนี้ ใครได้ต่ำสุดต้องเป็เบ๊ให้คนชนะทั้งสองคน คนละหนึ่งวันเต็ม แบบนี้เป็ไง?”
เอลรอนนึกสนุกจึงเสนอความคิดเห็นในการเดิมพันออกมา
“แกรนด์ กล้ารึเปล่า ไม่ใช่ป๊อดอีกหรอกนะ” เอลรอนเหน็บแกรนด์
“ทำไมจะไม่กล้า ข้าเอาด้วย” แกรนด์ตอบกลับด้วยความจำยอม
“นี่ๆ พวกเ้าดูสิ ท่านพ่อมาดูพวกเราด้วยแหละ”
เอลซ่าชี้ไปทางที่นั่งรับรองไว้สำหรับแขกพิเศษที่มาร่วมในงานครั้งนี้ ทั้งสามหันไปทางที่นั่งรับรองเห็นดูเอลส่งยิ้มเล็กๆ ให้
เกร็งงงงงงงงงง!!!
เสียงระฆังดังขึ้น เป็สัญญาณว่าถึงเวลาในการทดสอบแล้ว โดยลำดับที่ในการทดสอบจะจัดตามลำดับผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนใน่เช้าก่อนเข้ามายังลานกว้าง ใครมาลงทะเบียนก่อนได้ทดสอบก่อน
สักพักมีชายวัยกลางคน หัวโล้น รูปร่างกำยำน่าเกรงขามเดินออกมาจากหอระฆังแล้วหยุดตรงที่ลานกว้าง
“ผู้เข้ารับการทดสอบปีนี้จงฟัง!!” เสียงกึกก้องดังขึ้นจากชายคนนี้ เสียงดังก้องกว่าเสียงคนปกติกว่าสิบเท่า
“นี่มันเวทย์ขยายเสียง ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือ” เอลซ่าหันไปบอกเอลรอนกับแกรนด์อย่างตื่นเต้นและภูมิใจในภูมิรู้ของตัวเอง
“ฟังสิ่งที่ข้าจะพูดให้ดี เพราะว่าข้าจะพูดเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น วันนี้เป็วันทดสอบพลังของผู้ที่มีอายุครบ 10 ปีบริบูรณ์เท่านั้น ใครอายุยังไม่ถึงหรืออายุเกิน เคยทดสอบปีที่แล้วแอบเนียนมาทดสอบใหม่จงออกไปซะ ถ้าจับได้ในภายหลังพวกเ้าจะถูกลงโทษตามกฎของทางสถาบัน!”
สิ้นเสียงพูดของผู้ดำเนินการสอบมีบางคนที่อยู่ในสนามถึงกับหน้าซีด บรรยากาศชวนอึดอัดอยู่ชั่วครู่ก็มีเด็กคนหนึ่งเดินออกจากลานกว้าง จากนั้นก็มีเด็กราวเจ็ดแปดคนทยอยเดินออกจากลานด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
“ข้าจะขออธิบายต่อแล้วกัน สถาบันศาสตร์การต่อสู้แห่งเมืองกลอเซนจะทดสอบผู้ที่มีสายพลังและระดับจิติญญา ซึ่งจะแบ่งนักเรียนตามเกณฑ์ของคะแนนที่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าได้คะแนนสูงย่อมได้เข้าเรียนในชั้นเรียนพิเศษ ในการทดสอบพลังของมนุษย์เราจะมี 2 ประเภทคือ พลังกายและพลังเวทย์ คนที่จะเข้าเรียนในสถาบันได้ต้องมีพลังอย่างใดอย่างหนึ่ง 10 จุดขึ้นไปเท่านั้น ถ้าต่ำกว่านี้จะถูกตราว่าเป็คนธรรมดา ไม่มีสิทธิ์เข้าเรียนในสถาบันนี้และถ้าใครมีพลังอย่างใดอย่างหนึ่งเกิน 15 จุดจะนับได้ว่าเป็ผู้มีพร์ จะได้รับงดเว้นการจ่ายค่าเล่าเรียน สำหรับผู้ที่ทดสอบผ่านพลังกายจะได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนนักรบ ผู้ที่ผ่านการทดสอบพลังเวทย์จะได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนผู้ใช้เวทย์ และการทดสอบพลังจิติญญาจะแบ่งออกเป็ 10 ระดับ ซึ่งผู้ที่จะเข้าเรียนในชั้นเรียนพิเศษจะคัดเอาจากผู้ที่ผ่านการทดสอบและมีพลังจิติญญาสูง ยิ่งพลังจิติญญาสูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีพลังแฝงอย่างเช่น ผู้ฝึกเวทย์หรือนักสู้ที่มีจิติญญาสูงสามารถใช้พลังจิตข่มขวัญศัตรูได้ ส่วนวิธีการทดสอบในครั้งนี้ให้ผู้เข้ารับการทดสอบเอามือไปแตะที่ศิลาที่อยู่ใจกลางการทดสอบนั้น ผลที่ออกมาจะปรากฏเป็ตัวเลขบนศิลา เอ้า! จวนจะได้เวลาแล้ว เข้าแถวตามป้ายหมายเลขที่ได้รับตอนเข้ามา จุดทดสอบจะแบ่งเป็ 4 จุด หมายเลข 1-500 ไปจุดที่ 1 หมายเลข501-1000 ไปจุดที่ 2 หมายเลข 1001-1500 ไปจุดที่ 3 ั้แ่ 1501 ขึ้นไป ไปจุดที่ 4 เข้าใจแล้วก็แยกย้ายไปได้!”
เอลรอน เอลซ่าและแกรนด์ได้รับหมายเลขติดกัน คือ 105,106,107 ปีนี้มีผู้เข้าทดสอบทั้งหมดร่วมสองพันคน เมืองกลอเซนเป็เมืองขนาดกลางที่มีประชากรประมาณแปดแสนคน ในแต่ละปีทางสถาบันศาสตร์การต่อสู้จะรับบุคคลผู้มีความสามารถเข้ามาเรียนแค่ไม่เกิน 100 คนเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็อัตราส่วนที่น้อยมาก ผู้ที่จบการศึกษาจากที่แห่งนี้จะได้รับตำแหน่งที่สำคัญไม่ก็เป็หัวหน้าหน่วยทหารในเมืองกลอเซน เด็กแทบทุกคนมุ่งมั่นที่จะเข้ามาเรียนในที่แห่งนี้ พ่อแม่บางคนถึงขนาดฝากความหวังทั้งหมดไว้กับลูก ซึ่งถ้าใครที่จบการศึกษาจากสถาบันและเข้าร่วมกับกองกำลังเมืองกลอเซน ครอบครัวของคนผู้นั้นจะได้รับเลื่อนสถานะเป็ชนชั้นขุนนางทันที แต่ในความจริงแล้วถึงจะมีผู้ผ่านการทดสอบ ได้เข้าไปเรียน แต่คนที่จบแต่ละรุ่นจะมีประมาณแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นและส่วนมากจะเป็คนในตระกูลขุนนางที่มีพื้นฐานที่ตระกูลสอนก่อนเข้าไปเรียนในสถาบันมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว
ณ จุดที่ 1
“คนแรกคล็อกซ์ ดอลสัน”
เมื่อได้ยินผู้คุมสอบเรียกเด็กชายก็ขึ้นไปยังแท่นทดสอบ เด็กชายยื่นมือไปแตะที่ศิลาทดสอบ ศิลามีแสงสีฟ้าวูบขึ้นเล็กน้อย จากนั้นที่ศิลาได้ปรากฏตัวเลขขึ้น 2 ค่า
“พลังกาย 4 พลังเวทย์ 2 ต่ำเกินไป ไม่ผ่าน!”
โฮ่วววววววว! เสียงผู้ชมที่คอยลุ้นอยู่ข้างจุดทดสอบที่ 1 อุทานออกมาแทบจะพร้อมๆ กัน สร้างความกดดันให้ผู้เข้าทดสอบที่เหลือยิ่งขึ้นไปอีก
“ลำดับ 6 กาเรน ดรอว์ พลังกาย 8 พลังเวทย์ 1 ไม่ผ่าน!”
“ลำดับ 21 คารอน กาเลโอ พลังกาย 3 พลังเวทย์ 4 ไม่ผ่าน!”
“ลำดับ 59 โทมัส สเวนคอน พลังกาย 11 พลังเวทย์ 3 ผ่านเข้าชั้นเรียนนักรบ ระดับจิติญญา 2 อืม พอใช้”
ผ่านไปคนแล้วคนเล่า แกรนด์รอคอยอย่างตื่นเต้น เมื่อลำดับการทดสอบเริ่มขยับเข้ามาใกล้ตนทีละนิด มือที่กำไว้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสียงเชียร์และโห่ร้องของผู้ชมดังกึกก้องเป็ระยะๆ เมื่อมีผู้ผ่านการทดสอบ
“ลำดับ 94 เอเลน่า เกรเยอร์ พลังกาย 5 พลังเวทย์ 29!!!”
โอ้ววววววววววววว!!! เสียงตะลึงงันของผู้ชมดังขึ้นจนผู้ที่อยู่สนามทดสอบอื่นต้องหันมามอง
“ระดับจิติญญา 5!!”
เสียงผู้คุมสอบสนามที่ 1ประกาศด้วยน้ำเสียงที่ตะลึง นอกจากพลังเวทย์ที่สูงไปไกลเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกัน และยังมีจิติญญาระดับ 5 โดยปกติแล้วระดับจิติญญาจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ความสามารถและประสบการณ์ของบุคคลผู้นั้น แต่เด็กคนนี้กลับมีระดับ 5 ั้แ่อายุแค่ 10 ขวบ ทั้งพลังเวทย์และิญญากระทั่งเหนือกว่าเลล่าในครั้งอดีตอย่างมาก นี่คือบุคคลที่ควรได้รับการขนานนามว่า “ผู้ใช้เวทย์อัจฉริยะ” คนใหม่
ทุกคนจ้องมองไปที่เด็กหญิงด้วยสายตาที่ชื่นชมและอดที่จะอิจฉาไม่ได้ เด็กสาวคนนี้คือว่าที่ผู้ใช้พลังเวทย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งกลอเซนอย่างไม่ต้องสงสัย เอเลน่าเป็ลูกสาวของหมอฮาเวิร์ด หมอที่มีฝีมืออันดับต้นๆ ของเมืองกลอเซน
แกรนด์จ้องไปที่เอเลน่าอย่างไม่ละสายตาและตื่นตะลึง เด็กสาวผมทอง สวมแว่นหนาเต๊อะ ใส่ชุดเดรสสีชมพูน่ารักๆ ยิ้มแย้มท่าทางเป็มิตรกับทุกคนคือผู้ที่มีพลังสูงขนาดนั้น?
“ใกล้เข้ามาแล้วสินะ ข้าต้องไม่ยอมแพ้เหมือนกัน”
แกรนด์พูดกับตัวเองเบาๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายความตื่นเต้นลงได้บ้าง การทดสอบยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ผ่านคนแล้วคนเล่า จนกระทั่ง
“ลำดับ 105 เอลรอน ฟลูตัน พลังกาย 4 พลังเวทย์ 17 ผ่านเข้าชั้นเรียนผู้ใช้เวทย์ พลังจิติญญา 3 ยอดเยี่ยม!”
ผู้คนส่งเสียงชื่นชมกันทั้งสนามที่ 1 เพราะถ้าพลัง 15 ขึ้นไปจะถือว่าเป็ผู้ที่มีพร์ ดูเอลที่อยู่้ามองดูลูกชายแล้วส่งยิ้มให้ด้วยความพึงพอใจ
“ลูกของท่านช่างยอดเยี่ยมเหมือนตัวท่านในอดีตจริงๆ”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่นั่งข้างๆ ได้เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงชื่นชม เขาเป็ 1 ใน 10 สมาชิกภาคีเวทย์แห่งกลอเซนเช่นเดียวกันกับดูเอล
“ท่านชมข้าเกินไปแล้ว”
ดูเอลตอบกลับ แม้จะเป็คำตอบเหมือนถ่อมตัวแต่สีหน้าของเขามีความยินดีอย่างเห็นได้ชัด
เอลรอนเดินลงมาจากแท่นทดสอบ และมาหยุดอยู่ข้างแกรนด์แล้วกล่าวว่า
“เ้าเห็นพลังของข้ารึเปล่า เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะ ถ้าเ้ารู้สึกกลัว ฮ่าๆ ๆ”
ด้วยคำพูดและการทำหน้าตาล้อเลียนที่กวนบาทาของเอลรอนทำให้แกรนด์รู้สึกอยากเอากำปั้นเลาะฟันมันออกสักซี่สองซี่แต่ก็ยังนิ่งไว้และจดจ่ออยู่กับการทดสอบของคนต่อไป
“ลำดับที่ 106 เอลซ่า ฟลูตัน พลังกาย 4 พลังเวทย์ 17 ผ่านเข้าชั้นเรียนผู้ใช้เวทย์ พลังจิติญญา 3”
“หืม? เด็กสองคนนั้นพลังทุกอย่างเท่ากันงั้นหรอ?”
ชายวัยกลางคนที่นั่งข้างดูเอลพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย
“สมกับเป็ตระกูลฟลูตัน เป็ผู้มีพร์ทั้งสองคนจริงๆ ด้วย”
“สุดยอด ข้าอิจฉาคนตระกูลนี้จริงๆ”
“พวกเขาเป็สายเืตระกูลผู้ใช้เวทย์เก่าแก่นี่นา”
“พวกเขาเป็ฝาแฝดกัน พลังเท่ากันก็ไม่เห็นแปลก”
เหล่าผู้ชมต่างพูดคุยกันไปต่างๆ นาๆ
“ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ท่านดูเอล ลูกชายกับลูกสาวของท่านล้วนเป็ผู้ที่มีพร์ ข้าล่ะดีใจแทนจริงๆ”
ชายชราอีกคนที่นั่งใกล้ๆ กันได้เอ่ยขึ้น
“ขอบคุณท่านมาก คืนนี้เชิญพวกท่านมาที่บ้านของข้า ข้าจะจัดงานเลี้ยงฉลองค่ำวันนี้”
ดูเอลสีหน้าดีใจอย่างถึงที่สุด วันนี้เป็วันที่เขารู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจที่สุดวันหนึ่งเลยก็ได้ เขาหันหน้ามายังลูกๆ แล้วส่งยิ้มให้
“ถึงตาเ้าแล้วนะแกรนด์” เอลซ่าเดินลงมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจ
“ลำดับ 107 แกรนด์ ฟลูตัน” สิ้นเสียงประกาศแกรนด์เดินขึ้นไปบนแท่นทดสอบ เด็กน้อยสูดหายใจเข้าลึกเพื่อขับไล่ความตื่นเต้น และเอามือแตะที่ศิลา สักพักมีแสงสีฟ้าวูบขึ้นมาพร้อมกับมีตัวเลขวิ่งขึ้น
“หืม???” ผู้คุมสอบถึงกับขมวดคิ้ว
“พลังกาย 1 พลังเวทย์ 0”
ผู้ชมทั้งสนามเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดเอ่ยออกมาแม้สักคำ ความเงียบนี้กระทั่งสนามทดสอบอื่นๆ ยังต้องหันมามองอีกครั้ง
“เป็ไปได้ไงกัน เป็แบบนี้ได้ยังไงกัน” แกรนด์พึมพำกับตัวเอง
“นอกจากนี้ ระดับจิติญญาของเขาคือ 0” ผู้คุมสอบกล่าวต่อ
ดูเอลที่นั่งดูอยู่้าสีหน้ามืดครึ้มลงทันที