หลิวชุนฮวาเดิมทีก็หงุดหงิดใจเรื่องอาการบาดเจ็บของจิ่งเจี้ยนกั๋วอยู่แล้ว จึงถามออกไปตามตรง “จิ่งซูจวง จะด่าก็พูดให้ชัดหน่อย อะไรที่ว่าฉันทำให้ครอบครัวเธอเดือดร้อน?”
เธอคิดว่าช่วงนี้เธอสงบปากสงบคำดี ไม่ได้ก่อเรื่องวุ่นวายอะไร อีกอย่าง อาหญิงใหญ่จิ่งก็อยู่ในเมือง ส่วนอู๋ต้าเฉิงก็เป็นแค่หัวหน้าเล็กๆ ต่อให้เธออยากจะวางแผนเล่นงานอาหญิงใหญ่จิ่ง ก็ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถมากพอ
ถ้าเธอทำได้ เธอคงทำไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้อาหญิงใหญ่จิ่งพูดจาเสียดสีเธอทุกครั้งที่เจอหน้ากันหรอก
อาหญิงใหญ่จิ่งกัดฟันพูด “ก็ไม่ใช่เพราะจิ่งเยี่ยนกุยหรอกหรือ!”
พอพูดถึงเรื่องนี้ อาหญิงใหญ่จิ่งก็รู้สึกหงุดหงิดใจจนแทบทนไม่ไหว เธออุตส่าห์คิดแผนที่จะช่วยให้อู๋ต้าเฉิงได้เลื่อนตำแหน่ง เพื่อให้มีสถานะมั่นคงในบ้าน จะได้ทำให้แม่สามีที่ไม่ชอบหน้าเธอเลิกจับผิดเสียที แต่เพราะจิ่งเยี่ยนกุยคนเดียว ทุกอย่างก็เลยพังไม่เป็นท่า!
หลิวชุนฮวาอดไม่ได้ที่จะถาม “จิ่งเยี่ยนกุยทำไมอีก?”
พอถามจบ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอกับอาหญิงใหญ่จิ่งร่วมมือกันขายจิ่งเยี่ยนกุย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง “เรื่องนั้นไม่สำเร็จเหรอ?”
“สำเร็จบ้าอะไร!” ช่วงนี้อาหญิงใหญ่จิ่งหงุดหงิดมาก จึงระเบิดออกมาด้วยความโมโห “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ไม่รู้ว่ายัยคนชั้นต่ำนั่นไปพัวพันกับใคร หัวหน้าใหญ่ท่านนั้นเกิดเรื่องขึ้นแล้ว!”
ฟางเสียนจือทำตัวติดดิน แต่กลับลงมือรวดเร็วและเด็ดขาด เพียงไม่กี่วัน อวี๋ซือเหยี่ยกับตระกูลอวี๋ก็ล้มไม่เป็นท่าแล้ว ด้วยเส้นสายของอาหญิงใหญ่จิ่ง ทำให้ไม่สามารถสืบหาเรื่องราวเบื้องหลังได้
สุดท้ายเป็นพ่อสามีของเธอที่ใช้เส้นสายสืบได้ความมาบ้างว่า ที่อวี๋ซือเหยี่ยต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ ก็เพราะว่าเขาไปยุ่งกับสาวบ้านนอกคนหนึ่ง สาวบ้านนอกคนนั้นแม้จะดูไม่โดดเด่น แต่กลับมีอิทธิพลอย่างมาก ไม่รู้ว่าไปหาคนใหญ่คนโตมาจากไหน ถึงได้จัดการทั้งตระกูลอวี๋จนเสียสิ้นท่า
อู๋ต้าเฉิงรู้ว่าช่วงนี้อวี๋ซือเหยี่ยสนใจสาวบ้านนอกอยู่แค่คนเดียว นั่นก็คือจิ่งเยี่ยนกุย!
พอเขาพูดเรื่องนี้ออกมา ทั้งตระกูลอู๋ก็ตกใจกลัวมาก คุณปู่และคุณย่าของตระกูลอู๋ก็ด่าอาหญิงใหญ่จิ่งเป็นการใหญ่ บอกว่าเธอเป็นตัวสร้างปัญหา คอยแต่จะหาเรื่องให้ตระกูลอยู่ตลอด!
ช่วงไม่กี่วันมานี้ ทั้งตระกูลอู๋ก็หวาดระแวงกันอย่างหนัก เพราะเรื่องจิ่งเยี่ยนกุยในครั้งนี้ตระกูลอู๋เป็นคนริเริ่ม จิ่งเยี่ยนกุยก็รู้ว่าอวี๋ซือเหยี่ยเป็นคนที่อาหญิงใหญ่จิ่งลากเข้ามาเกี่ยวข้อง
ถึงแม้อาหญิงใหญ่จิ่งจะวางท่าโอ่อ่าในบ้านตระกูลจิ่ง แต่ในตระกูลอู๋นั้นสถานะของเธอไม่ได้สูงอย่างที่คิด หรือจะพูดได้ว่าค่อนข้างต่ำ พอโดนพ่อแม่สามีด่าแล้ว ยังต้องโดนอู๋ต้าเฉิงด่าซ้ำอีก เธอจึงรู้สึกคับแค้นใจอย่างมาก เลยใช้จังหวะที่คนตระกูลอู๋ไม่อยู่ โทรศัพท์มาด่าหลิวชุนฮวา
หลิวชุนฮวาได้ยินอาหญิงใหญ่จิ่งพูดก็งงไปหมด จึงรีบถาม “พวกเธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? จิ่งเยี่ยนกุยก็แค่คนขี้ขลาด จะไปรู้จักคนใหญ่คนโตแบบนั้นได้ยังไง?”
ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะจัดการหลิวชุนฮวามาหลายครั้งแล้ว แต่ในใจของหลิวชุนฮวา ก็ยังคงดูถูกจิ่งเยี่ยนกุยอยู่ดี เพียงแต่ไม่กล้าที่จะหาเรื่องเหมือนเมื่อก่อนแล้วเท่านั้นเอง
อีกทั้งจิ่งเยี่ยนกุยเมื่อก่อนก็อยู่ภายใต้การควบคุมของหลิวชุนฮวา ทำแต่งานในไร่ในนา ไม่มีโอกาสหรือทางที่จะไปรู้จักคนใหญ่คนโตที่ไหนได้ แต่ช่วงสองเดือนนี้ จิ่งเยี่ยนกุยหลุดจากการควบคุมของเธอไปแล้ว แต่แค่สองเดือน ต่อให้จิ่งเยี่ยนกุยจะมีอิทธิพลขนาดไหน ก็ไม่มีทางที่จะไปรู้จักคนใหญ่คนโตขนาดนี้ แล้วมาช่วยเธอได้หรอก!
จริงๆ แล้วอาหญิงใหญ่จิ่งก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นฝีมือของจิ่งเยี่ยนกุย แต่เมื่ออู๋ต้าเฉิงพูดแบบนั้น เธอจะไม่เชื่อก็ไม่ได้ จึงกัดฟันพูดออกมาว่า “เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว เธอจะเชื่อหรือไม่ก็ช่าง! ฉันจะบอกให้นะหลิวชุนฮวา ถ้าเรื่องนี้มันลากเข้าไปถึงตระกูลของอู๋ต้าเฉิงละก็ จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็เตรียมตัวโดนไล่ออกจากโรงเรียนได้เลย!”
พูดจบ อาหญิงใหญ่จิ่งก็วางสายอย่างไม่สบอารมณ์ เธอหงุดหงิดใจแทบตาย เธออยากใช้ชีวิตเหนือกว่าคนอื่นมาโดยตลอด เธอจึงใส่ใจเรื่องการเลื่อนตำแหน่งของอู๋ต้าเฉิงมากกว่าตัวอู๋ต้าเฉิงเสียอีก
ถึงแม้เมื่อกี้เธอจะด่าหลิวชุนฮวาอย่างรุนแรง แต่ในใจของเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะมีความสามารถมากขนาดนั้น
ตอนบ่าย หลังจากที่อู๋ต้าเฉิงกลับจากที่ทำงาน อาหญิงใหญ่จิ่งก็พูดกับเขาว่า “ฉันคิดไปคิดมาแล้ว ก็รู้สึกว่าเรื่องของอวี๋ซือเหยี่ยไม่น่าจะเป็นฝีมือของจิ่งเยี่ยนกุยหรอก เธอเป็นคนยังไง เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว เธอจะไปมีความสามารถแบบนั้นได้ยังไง…”
เธอยังพูดไม่ทันจบก็โดนอู๋ต้าเฉิงตบหน้า “ยัยโง่เอ๊ย จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องอีก ต่อให้หล่อนจะไม่มีความสามารถแบบนั้น ตอนนี้เรื่องมันถึงขั้นนี้แล้ว ตระกูลอวี๋ล่มจมแล้ว! ก่อนหน้านี้ฉันสนิทกับอวี๋ซือเหยี่ยมาก คนในที่ทำงานต่างก็เข้าใจว่าฉันเป็นคนของอวี๋ซือเหยี่ย!”
“ตอนนี้หัวหน้าคนใหม่ก็เป็นศัตรูกับอวี๋ซือเหยี่ย วันนี้ฉันยังถูกหัวหน้าเรียกไปคุยแล้ว!”
สีหน้าของอาหญิงใหญ่จิ่งดูแย่ลงทันที รู้สึกคับแค้นใจแต่ก็ไม่กล้าร้องไห้ จึงถามว่า “แล้วเรื่องเลื่อนตำแหน่งของคุณเป็นยังไง?”
“เลื่อนตำแหน่ง?” อู๋ต้าเฉิงโกรธจัด “ตอนนี้แค่รักษาตำแหน่งไว้ให้ได้ยังยากเลย จะไปเลื่อนตำแหน่งอะไรได้ล่ะ!”
อาหญิงใหญ่จิ่งไม่คิดว่าเรื่องมันจะร้ายแรงขนาดนี้ จึงรีบร้อนถาม “แต่คนที่ทำผิดคืออวี๋ซือเหยี่ย มันเกี่ยวอะไรกับคุณ?”
เกี่ยวอะไรเหรอ? เกี่ยวกันมากสิ! อู๋ต้าเฉิงได้แต่คำรามในใจ
แต่เรื่องในที่ทำงานพวกนี้ เขาคิดว่าคุยกับอาหญิงใหญ่จิ่งไปก็คงไม่เข้าใจ เขาจึงถอนหายใจแล้วพูดว่า “ไปเตรียมตัวซะ พรุ่งนี้เราจะไปหมู่บ้านอิ๋นซานกัน”
อาหญิงใหญ่จิ่งรู้สึกไม่ดีกับการไปหมู่บ้านอิ๋นซานทั้งสองครั้ง เธอไม่อยากไป!
แต่เมื่อเห็นสีหน้าของอู๋ต้าเฉิง เธอจึงไม่กล้าบอกว่าไม่อยากไป และขานรับออกไป
เมื่ออู๋ต้าเฉิงได้ยินเสียงของเธอก็รู้สึกว่าเธอทำไปอย่างขอไปที จึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่าทำเหมือนเมื่อก่อนที่ซื้อแต่ลูกกวาดฟักสองห่อกับเหล้าขวดเดียว คราวนี้ต้องใช้เงินสักสิบกว่าหยวน ซื้อเหล้าดีๆ ไปสักสองขวด”
อาหญิงใหญ่จิ่งไม่ค่อยเต็มใจ “เดือนนี้งบประมาณของบ้านเราเกือบจะเกินแล้วนะ!”
“จิ่งซูจวง นี่ไปบ้านแม่เธอนะ!” ตอนที่อู๋ต้าเฉิงแต่งงานกับเธอ เขาก็เคยกลัวว่าเธอจะแอบเอาเงินไปจุนเจือญาติพี่น้อง แต่ภายหลังก็พบว่าเธอขี้เหนียวกับพวกญาติพี่น้องของเธอมาก เขาเลยคิดว่าเธอรู้จักที่จะทำตามความเหมาะสม แต่พอได้ยินคำพูดนี้ เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
อาหญิงใหญ่จิ่งเห็นสีหน้าของเขา แม้ว่าในใจจะไม่เต็มใจ ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาอีก
ในวันรุ่งขึ้น เมื่อทั้งสองไปถึงหมู่บ้านอิ๋นซานแต่ไม่เจอจิ่งเยี่ยนกุย เพราะเธอไปส่งฟางเสียนจือจึงไม่ได้อยู่ที่บ้าน ส่วนหยางหว่านซิ่วกับจิ่งจงอี้ พอเห็นทั้งสองคนมาก็หน้าบึ้งทันที
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้ปิดบังเรื่องที่อาหญิงใหญ่จิ่งทำกับเธอ เพราะเธอรู้ดีว่าอาหญิงใหญ่จิ่งและครอบครัวเป็นคนแบบไหน หลังจากที่ล้มเหลวในครั้งนี้ใครจะรู้ว่าต่อไปจะทำเรื่องอะไรอีกหรือไม่ จะใส่ร้ายป้ายสีเธออีกหรือเปล่า
ดังนั้นหลังจากที่อู๋ต้าเฉิงพาอวี๋ซือเหยี่ยมาดักรอเธอที่ร้านขายยา เธอก็เอาเรื่องนี้ไปบอกหยางหว่านซิ่วแล้ว
หยางหว่านซิ่วรู้ว่าอาหญิงใหญ่จิ่งนิสัยเสียไปแล้ว และรู้ว่าทางครอบครัวอู๋ก็ไม่ได้ดีอะไร แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงมาก พวกเขาคิดเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างไรกัน!