กว่ารถยนต์จะแล่นมาถึงไร่กุหลาบภูผาหมอกที่เชียงรายก็เกือบฟ้าสางเพราะออกจากกรุงเทพฯบ่ายคล้อย เขายอมขับรถช้าเพื่อความปลอดภัยเพราะรู้แก่ใจดีว่ารถยนต์คันที่ใช้งานขับไปรับหญิงสาว มันเป็รถคันเก่าผ่านการใช้งานมาหลายปีถึงเครื่องยนต์ยังดีแต่ก็ไม่อาจวางใจได้สาเหตุที่เขาเลือกคันปุโรทั่งเอาไว้ใช้ขับในไร่ไปรับหล่อนก็แค่อยากดูปฏิกิริยาโต้ตอบว่าที่เมียคนสวยจะแสดงออกรังเกียจขนาดไหน
เอาจริงๆแล้ว ไลลาก็เป็ผู้หญิงที่เข้าขั้นสวยเกินกว่าคาดผิวขาวผ่องละเอียดนวลเนียนจนเขาอยากจะเอื้อมมือไปััลูบไล้แต่ขืนทำแบบนั้นก็คงเข้าข่ายโรคจิตแน่ ก็เลยข่มใจมาตลอดทางที่รถยนต์แล่นแม้ของหวงภายใต้กางเกงยีนสีดำซีดที่สวมมันจะไม่ยอมเชื่อฟัง
ในตอนที่รถแล่นออกมา ตลอดทางเขามีเื่กวนประสาทหล่อนไม่รู้จบสิ้นสิ่งที่ได้รับคือการเถียงคำไม่ตกฟากทำให้เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้แม้ท่าทางภายนอกอาจดูสวยแรดอย่างที่เขาปรามาสแต่แรกทว่าลึกๆเขากลับรู้สึกว่าหล่อนเป็คนบอบบาง
จะติดใจก็ตรงเื่เงิน!
หล่อนไม่ยอมปริปากว่า้าเงินจำนวนสามสิบล้านไปทำไมแต่ให้เดาก็คงเื่หนี้สิน ซึ่งเขาคงต้องสืบหาความจริงต่อไป
เขาขับรถช้าๆระหว่างนั้นก็ประมวลผลในหัวั้แ่แรกที่หล่อนตอบรับคำขอเป็เพื่อนในเฟซบุคกลับมาจนถึงตอนนี้ก็มีเพียงแค่หล่อนคนเดียวเท่านั้นคนอื่นก็คงมองสถานะหาเมียแบบนั้นว่าเป็พวกโรคจิตเขาจึงสำรวจทุกสิ่งในเฟซบุคของหล่อนแอบขุ่นขวางในใจทีเดียวที่เห็นภาพคู่ของหล่อนกับผู้ชายคนหนึ่งเป็จำนวนมากดูจากรูปและแคปชั่นต่างๆนานาก็เดาไม่ยาก หมอนั่นคงจะเป็แฟนของหล่อนแน่แต่คาดคั้นถามกี่ครั้งหล่อนก็ยืนยันว่าโสด
เขาสืบไม่ยากหรอกเื่แค่นั้น จะคอยดูว่าโกหกหรือพูดจริง
ระหว่างทางก็คอยแอบชำเลืองมองหญิงสาวเป็ระยะท่าทางหล่อนคงจะเพลียไม่น้อยจึงหลับั้แ่่นคร์จนมาถึงทางขึ้นเขาซึ่งเป็ดินขรุขระหล่อนสะดุ้งตื่นเมื่อรถกระดอนผ่านหลุมบ่อผวากอดกระเป๋าสะพายแน่นตอนหันมามองเขาเหมือนตื่นกลัวไม่ไว้ใจ จนสติเข้าที่มองไปรอบๆทางเห็นมีแต่ความมืดที่โรยตัวสนิทกับพงหญ้ารกสูงท่วมหัวก็เริ่มนั่งตัวเกร็ง ไม่ยอมพูดจาเพราะความระวังตัว กระทั่งรถแล่นเข้าเขตไร่กุหลาบหล่อนก็ให้ความสนใจกับแวดล้อมจนรถมาจอดสนิท
“นี่มันที่ไร่กุหลาบนี่คะคุณ”
ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก “ผมก็นึกว่าจะนั่งเป็ใบ้ไม่ถามซะอีก”
“อะไรกันคะมาถึงก็กวนประสาทก่อนเลย”
“ผมเห็นนั่งกอดกระเป๋าแน่นกลัวผมจะพามาฆ่าหมกป่ารึไง”
“เปล่าซะหน่อย”
ฝ่ายหญิงก้าวลงจากรถก็ยืดตัวคลายเมื่อยสูดอากาศยามใกล้รุ่งด้วยท่าทางคลายกังวล มองไปรอบๆอย่างตื่นตา หันมาถามย้ำอีกที
“ฉันนึกว่าคุณทำไร่อ้อยไร่ข้าวโพดอะไรแบบนั้นซะอีก ไม่นึกว่าจะเป็ไร่กุหลาบ”
“ทำไมหน้าตาผมมันฟ้องยี่ห้อนั้นเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิใครจะคิดว่าคุณจะทำไร่กุหลาบ ดูไม่เข้ากัน”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะพาไปดูทั่วๆไร่คุณจะได้รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ นอกจากเป็เมียผม สิ่งที่คุณต้องทำมีอะไรบ้างในกิจวัตรประจำวัน”
“ย้ำจังนะคะ เื่เป็เมีย”
“เผื่อคุณความจำสั้นไง”
“จำได้หรอกค่ะ คุณคนเถื่อน”
‘คนเถื่อน’แอบอมยิ้มพลางเดินไปหลังรถทยอยขนกระเป๋าสัมภาระของหล่อนลงวางกับพื้นทว่าว่าที่เมียของเขากลับชี้นิ้วไปทางหน้าบ้าน พร้อมคำถามใหม่
“แล้วนั่นรถใครกันคะ”
หล่อนหมายถึงรถกระบะสี่ประตูรุ่นใหม่สีดำที่ค่อนข้างเขรอะขี้ฝุ่นและดินผสมกันจอดสนิทอยู่ไม่ไกลซึ่งเป็รถที่เขาใช้มาไหนไปไหนปกติ
“รถของผมสิคุณไม่ได้ไปขโมยใครมาจอดเท่ๆหรอกน่า”
“แล้วทำไมคุณไม่เอารถคันนั้นไปรับฉันล่ะรู้ไหมว่าฉันนั่งเมื่อยตัวมาตลอดทาง”
“เมื่อยอะไร ผมนี่คนขับไม่ได้นอนสักงีบ ส่วนคุณเอาแต่นอนหลับน้ำลายยืด อ้าปากหวอ น่าเกลียดชะมัด”
“ทุเรศ!”
หล่อนด่าเขาซึ่งตอนนี้ก็ชินซะแล้ว
แล้วหล่อนก็รีบเช็ดมุมปากเดินย่ำเท้าแรงๆอย่างหงุดหงิดไปทางเข้าบ้านหน้าตาเฉย โดยลืมที่จะมาช่วยขนกระเป๋าทว่าความมืดในบริเวณนั้นทำให้หล่อนถึงกับสะดุดก้อนหินขัดขาตัวเองจนล้มลงไปกองกับพื้นร้องเสียงโอดโอย เขาได้แต่ยืนหัวเราะ เพราะสองมือก็ยังถือกระเป๋าของหล่อนไม่มีจังหวะจะะโไปรับแบบในละครน้ำเน่าหรอก
“เจ็บไหมคุณเมีย”
“เจ็บสิ ถามได้”
“ก็คุณเดินไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนั้นมืดก็มืด ระวังงูจะฉกเอานะ แถวนี้งูยิ่งชุมอยู่”
เท่านั้นแหละหล่อนมีเรี่ยวแรงลุกทันใด โผะโผลุงเข้ามาเกาะแขนเขาทำท่าขนลุกขนพองอย่างลืมตัวว่าหล่อนก็ชอบทำหน้าตากลัวเขาไม่แพ้กลัวงู
เขาได้แต่นึก จะเก่งกล้าแค่ไหนแต่ผู้หญิงก็คือผู้หญิงวันยังค่ำ
/////////////////////////////////////////