เสี่ยวหลินยืนกำกับให้ท่านอาของนางแล่เอาหนังหมูจากเ้าหมูอ้วนมาสองตัว นางให้เอาหนังไปต้มกับเกลือนิดหน่อยแล้วใช้มีดขูดเอาส่วนดำๆ ของมันออก นางตั้งใจจะทำแคปหมูเอาไว้กิน
"มันจะทำของอร่อยได้จริงๆ หรือเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินมือก็ทำงานไปแต่ปากก็เอ่ยถามหลานสาวอย่างข้องใจ
"เสี่ยวหลินยังไม่เคยเห็นท่านอาบ่นว่าอะไรไม่อร่อยเลย"
"โถ่ อาจะรอชิมก่อนก็แล้วกัน" เด็กหนุ่มรีบขูดหนังหมูแล้วเอามาหั่นเป็เส้นยาวตามที่หลานสาวบอกไว้ก่อนหน้านี้ พอหั่นเสร็จก็ใส่เกลือคลุกเคล้าเพิ่มรสชาติสักหน่อยก่อนจะเอาไปตากแดดเอาไว้
"อาห้าวเอาไส้ไปล้างเร็วเข้า" เทียนหรงยกถังใส่ไส้หมูให้หลิวห้าว หลิวห้าวก็ยกไปที่ริมลำธารพร้อมกับถังอีกใบ ยกไปล้างที่นั่งสะดวกกว่า เพราะต้องล้างหลายน้ำ จะได้ไม่ต้องเดินไปตักน้ำบ่อย ตักล้างริมลำธารรวดเร็วกว่า
"ตับหมูเยอะขนาดนี้จะกินกันยังไงหมดล่ะเนี่ย" ฮุ่ยสงยืนเท้าเอวมองตับหมูที่กองอยู่ในถัง
"เอาไปต้มแล้วค่อยตากแห้งเก็บไว้เ้าค่ะ หรือจะรมควันดีเ้าคะ น่าจะทำได้นะเ้าคะ" เด็กตัวอ้วนพูดแล้วก็ทำปากจู๋ มือป้อมลูบคางทำท่าคิดจนคิ้วขมวด
"เดี๋ยวลองดูก็แล้วกัน"
ส่วนขาหมูเค็มมารดากับท่านยายของนางทำเป็ เด็กอ้วนเลยไม่ได้เข้าไปวุ่นวาย ดีเหมือนกันเพราะนางเองก็ไม่รู้วิธีทำ
เด็กสามคนละความสนใจจากทุกสิ่งแล้วมานั่งล้อมกองไฟมองดูคอหมูย่างที่หลิงเหิงกำลังย่างอยู่ ส่วนเหล่าสตรีนั้นกำลังช่วยกันหั่นมันหมูเพื่อจะนำไปเจียวเอาน้ำมัน ท่านยายหลิวเองก็ตามมาช่วยด้วยเช่นกัน
"แล้วจะแบ่งขาหมูเค็มกันยังไงหรือ" จางรั่วเอ่ยถามขึ้นมา
"อาห้าวจะเอาสองขา ที่เหลือก็ให้เราทั้งหมด" ฮุ่ยสงเอ่ยบอกภรรยา
"ทำไมเหลือเยอะนักล่ะ ท่านยายแบ่งไปอีกสักขาเถอะเ้าค่ะ" ฮุ่ยหนิงหันไปเอ่ยกับยายหลิวที่นั่งอยู่ด้านข้าง
"ข้าอยู่กันเพียงสองยายหลาน กินกันไม่หมดหรอก ไหนจะอาหารตากแห้งอีก" หญิงชราโบกมือปฏิเสธ
"เดี๋ยวแม่เอาไปแบ่งป้าจางสักขาก็แล้วกัน" จางรั่วเอ่ยขึ้นมา บ้านนั้นเองก็ลำบากไม่ต่างกันหรอก สองผัวเมียมีบุตรชายกับบุตรสาวอย่างละคน บุตรสาวหลังจากแต่งงานกับพ่อค้าเล็กๆ แล้วก็เงียบหายไปหลายปี ส่วนบุตรชายก็ต้องออกไปรับจ้างในเมืองทุกวัน
"อย่างนั้นก็ดีเลยเ้าค่ะ"
"ท่านตา เราทำเพิงขายของเล็กๆ ที่หน้าบ้านดีไหมเ้าคะ เสี่ยวหลินอยากขายอาหารตากแห้ง ตอนที่เราขุดมันเทศจะได้มีที่วางขายด้วยเ้าค่ะ" ร่างป้อมเดินเข้ามาพูดคุยกับท่านตาที่กำลังหั่นตับหมูเตรียมเอาไว้ให้บุตรสาวนำไปผัด
"ได้สิ เดี๋ยวตาทำให้นะ"
"เนื้อหมูก็เยอะแยะ ส่วนไหนที่เราไม่ได้้าเก็บไว้ก็แบ่งไปขายในหมู่บ้านได้นะเ้าคะท่านตา เรากินกันไม่หมดหรอกเ้าค่ะ"
"โอ้ แม่ค้าน้อยจะเริ่มทำการค้าแล้วรึ" เทียนหรงเอ่ยเย้าขึ้นมา เด็กน้อยปิดปากหัวเราะคิกคัก
"อย่างนั้นก็ดีเหมือนกันนะ" ฮุ่ยสงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากมื้อเที่ยงจะให้ฮุ่ยสงกับจางรั่วนำเนื้อหมูกับกระดูกหมูที่เหลือไปขายชั่งละ 20 อีแปะ เพราะทั้งสองคุ้นเคยกับชาวบ้านมากกว่าพวกเขาที่แยกตัวออกมาอาศัยอยู่เขตนอก ขายไม่แพงนักเพราะชาวบ้านเองก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง ถือว่าแบ่งกันกิน
"เอาซี่โครงหมูไปทอดกระเทียมด้วยเ้าค่ะ" เด็กตัวอ้วนเดินพุงป่องมาชี้ยังซี่โครงหมู
เทียนเฉินรีบวิ่งมารอฟัง จึงถูกหลานสาวสั่งให้สับกระดูกซี่โครงให้เป็ชิ้น หมักด้วยกระเทียมกับซีอิ๊วเตรียมทอด
"อาว่ามันต้องอร่อยแน่ๆ" เด็กหนุ่มมองดูซี่โครงหมักฝีมือตัวเอง
"ต้องอร่อยแน่เ้าค่ะ เพราะเสี่ยวหลินเป็คนบอก ถ้าท่านอาหมักเองจะต้องเค็มแน่ๆ" นางหรี่ตามองเทียนเฉินที่ยืนหัวเราะ ยังดีที่นางหันมาเห็นตอนเขากำลังจะเทซีอิ๊วพอดี ไม่อย่างนั้นเขาคงจะใส่ลงไปหมดไหเล็กๆ นั่นแล้ว
"อาไม่เคยทำกับข้าวนี่นา" เขายกมือเกาหัวแก้เก้อ
"เสี่ยวหลินต้มน้ำแกงกระดูกหมูดีไหมเ้าคะ ต้มใส่เห็ดตากแห้งที่เสี่ยวหลินเก็บมาคราวก่อน อร่อยมากๆ เลยนะเ้าคะ"
"ทำเลยสิ! เรามีกันตั้งหลายคน ทำเยอะๆ เลย"
เสี่ยวหลินหรี่ตามองผู้เป็อา ที่อยากให้ทำน่าจะเป็เพราะเขาอยากกินมากกว่านะ เด็กน้อยเดินออกไปหาบิดา ขอให้เขาสับกระดูกซี่โครงให้อีก เทียนเฉินก็สับเป็ท่อนใส่ในชามให้บุตรสาว
"มีอะไรให้ทำกินอีกนะ"
ร่างอวบถือชามซี่โครงเดินกลับไปยังครัว หัวน้อยๆ ก็ครุ่นคิดถึงอาหารที่ทำจากเนื้อหมู นอกจากซี่โครงทอดกระเทียมแล้ว ที่ทุกคนจะกินกันก็มีตับผัดต้นหอมป่า คอหมูย่าง ไส้ย่าง น้ำแกงซี่โครงหมู
จริงสิ! ลาบไง!
"แจ๊บๆ ลาบกับน้ำตกหมู ซู๊ด" เด็กอ้วนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รีบวิ่งดุ๊กๆ เข้าไปร้องให้มารดาสับหมูให้ ก่อนจะออกไปขอคอหมูย่างจากหลิงเหิงมาหลายชิ้น จนสองพี่น้องบ้านหลิงมองตามคอแทบหัก
"เสร็จแล้วลูก จะทำอะไรหรือ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามบุตรสาว
"ท่านแม่นำพริกแห้งไปคั่วเ้าค่ะ"
ฮุ่ยหนิงเองก็ทำตามอย่างไม่อิดออด ส่วนเทียนเฉินนั้นถูกใช้ให้ไปเก็บหัวหอมที่สวนของบ้านฮุ่ย เขาสับขาเร็วๆ จนฝุ่นตลบ นอกจากพริกแห้งเสี่ยวหลินยังบอกให้มารดาเอาข้าวสารลงไปคั่วด้วยเล็กน้อย
"จากนั้นก็เอาพริกกับข้าวคั่วมาตำ เอ่อ ทุบๆ แล้วสับเอาก็ได้เ้าค่ะ ให้ละเอียดนะเ้าคะ" เสี่ยวหลินยืนอยู่บนเก้าอี้คอยกำกับมารดาให้ทำตามที่นางบอก
หลังจากเตรียมพริกป่น หัวหอมซอย กับต้นหอมป่าซอยเรียบร้อยแล้ว หมูสับก็ถูกนำไปลวกแล้วคลุกกับของที่เตรียมไว้ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว
"หน้าตามันน่ากินดีนะเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินมายืนเกาะไหล่หลานสาวมองดูอาหารแปลกตาที่พี่สะใภ้กำลังทำการคลุกเคล้าอยู่
"อึก หอมมะนาว" ดวงตากลมๆ จดจ่ออยู่กับลาบสีสันสวยงาม พลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"แล้วเนื้อย่างที่ลูกเอามาเล่า" ฮุ่ยหนิงหันมาถามเด็กน้อย ก่อนจะพบกับสองอาหลานที่จ้องชามในมือของนางไม่วางตา
"หั่นเป็ชิ้นบางๆ เ้าค่ะ เสร็จแล้วก็ปรุงเหมือนหมูสับเลย"
ฮุ่ยหนืงลงมือทำอย่างรวดเร็ว เพราะมันไม่ได้ทำยากนัก แค่หยิบทุกอย่างมาใส่ชามแล้วปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากันก็เสร็จแล้ว
ถึงเวลาที่สองอาหลานตัวตะกละรอคอย ทั้งคู่หยิบตะเกียบมาคีบอาหารจานใหม่เข้าปากก่อนจะหันมองหน้ากันทำตาโตเท่าไข่ไก่ ฮุ่ยหนิงเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเสียงใส
"จริงๆ เลยสองคนนี้ รีบยกออกไปเร็วเข้า"
"พี่สะใภ้ เดี๋ยวข้าเอาไส้ย่างมาให้ท่านทำแบบนี้ได้หรือไม่ขอรับ" เด็กหนุ่มมองพี่สะใภ้ด้วยสายตาเป็ประกาย พอเห็นฮุ่ยหนิงพยักหน้ารับเขาก็รีบวิ่งออกไปด้านนอก
"อาหย่อยย" เ้าเด็กอ้วนคีบลาบกินไม่หยุดจนมารดาต้องอุ้มมาเหน็บเอวแล้วพาออกไปด้านนอก เดี๋ยวเ้าเด็กคนนี้จะกินหมดเสียก่อน
"รออยู่ข้างนอกนี่แหละเดี๋ยวแม่จะไปทำอาหารเอง" ฮุ่ยหนิงวางบุตรสาวลงที่พื้นด้านหลังบ้าน มือเรียวจิ้มจมูกเล็กๆ อย่างเอ็นดู
"แต่เสี่ยวหลินจะทำน้ำแกงซี่โครงหมูนะเ้าคะ" เด็กอ้วนยู่ปากจนแทบชิดจมูก ฮุ่ยหนิงหัวเราะกับภาพนั้น
"บอกแม่มาสิจ๊ะ ว่าต้องทำยังไงบ้าง"
"ก็ได้เ้าค่ะ ก็แค่ต้มซี่โครงหมูแล้วใส่กระเทียมทุบ กับพริกไทย แล้วก็เห็ดที่เสี่ยวหลินตากไว้เ้าค่ะ"
"เห็ดสีดำน่ะหรือ" เสี่ยวหลินพยักหน้ารับ
"ปรุงรสด้วยเกลือกับซีอิ๊วใช่ไหมจ๊ะ"
"ใช่เ้าค่ะ"
"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวแม่ไปทำให้นะ" หญิงสาวบีบแก้มเด็กอ้วนอย่างมันเขี้ยวก่อนจะเดินกลับเข้าครัวไป
เสี่ยวหลินมองตามหลังมารดาตาละห้อย นางยังอยากกินลาบกับน้ำตกหมูอีกนี่นา ร่างกลมถอนหายใจก่อนจะเดินตุ้บตั้บไปนั่งเฝ้าหลิงเหิงย่างหมู
จากตอนแรกที่ตั้งใจจะไม่ทำอาหารแต่ตอนนี้กลับมีจานอาหารเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ฮุ่ยสงยังใจดีให้บุตรสาวทำตับผัดต้นหอมกระทะใหญ่แบ่งไปให้คนงานก่อสร้างด้วย พวกเขาขอบอกขอบใจอยู่นาน เพราะส่วนใหญ่อาหารกลางวันที่พวกเขาเตรียมทาก็มีแค่หมั่นโถว กับผักดอง บางคนก็มีแผ่นแป้งกับเนื้อแห้งกลิ่นเหม็นหืน
กลิ่นอาหารหอมๆ ทำให้คนที่เพิ่งเดินมาถึงท้องร้องเสียงดัง เขายืนสูดดมกลิ่นหอมเข้าปอดก่อนจะะโเรียกคนในบ้าน เทียนหรงเป็คนออกมาต้อนรับเพราะเขาจำได้ว่าเป็ผู้เฒ่าลั่ว ซึ่งเป็หัวหน้าหมู่บ้านนั่นเอง
"ท่านปู่ลั่ว มีธุระอะไรหรือขอรับๆ เชิญๆ พวกเรากำลังจะกินมื้อเที่ยงกันเลยขอรับ" เทียนหรงผามือเชิญชายชราเข้ามาด้านใน ลั่วหานขมวดคิ้วเล็กน้อย ั้แ่มีเงินซื้อที่ดินกับสร้างบ้านใหม่ ดูเหมือนคนบ้านนี้จะมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นมาก ปกติชาวบ้านที่ไหนจะกินข้าวมื้อกลางวันกัน
"ชาวบ้านเขาสงสัยว่าพวกเ้าปลูกอะไรกันตั้งยี่สิบหมู่ เห็นว่าเจริญงอกงามดีจึงอยากให้ข้ามาถามน่ะ" ชายชราเอ่ยถามอย่างเกรงใจ แต่เพราะอยากให้ชาวบ้านมีอาชีพที่มั่นคงจึงได้เสียมารยาทมาถามถึงหน้าบ้านคนอื่น แต่เทียนหรงไม่ได้คิดมากอะไร เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะบอกให้ชาวบ้านคนอื่นรู้อยู่แล้ว
"ข้าปลูกมันเทศขอรับ ข้าตั้งใจจะลองปลูกดูก่อน ถ้าหากมันได้ผลดีข้าจะบอกต่อแน่นอนขอรับ วานท่านปู่บอกชาวบ้านว่าไม่ต้องกังวล" เทียนหรงพูดบอกพร้อมกับรอยยิ้ม เขาเชื้อเชิญชายชราให้เข้าไปยังด้านหลังบ้าน
"อ้าว หัวหน้าหมู่บ้านหรอกหรือ เชิญๆ ขอรับ อาหารเยอะแยะเลยวันนี้" ฮุ่ยสงเองก็ออกมาต้อนรับอย่างเป็กันเอง จนคนที่มารบกวนถึงกับรู้สึกเกรงใจมากขึ้นไปอีก
"นี่พวกเ้าฉลองอะไรกัน เหตุใดอาหารจึงเยอะถึงเพียงนี้"
"ไม่ได้ฉลองอะไรหรอก พวกคนหนุ่มเขาไปล่าหมูป่ากันน่ะ" ยายหลิวเดินออกมาจากครัวพร้อมกับจานกากหมูสีเหลืองหอม
"อ้าว ยายเฒ่าหลิวก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ"
"มาๆ อย่ามัวแต่พูดคุยกันเลย กินก่อนเื่คุยเอาไว้ทีหลังขอรับ"
แคร่หลังบ้านไม่เพียงพอให้คนจำนวนมากนั่งกินได้หมด ฮุ่ยหนิงจึงลุกไปหยิบเสื่อฟางมาปูที่พื้นเอาไว้สำหรับนาง ครอบครัวหลิง และบุตรสาวตัวน้อยกับน้องสามี
หลิวห้าวเองก็ขอมานั่งด้วยเพราะไม่อยากนั่งฟังผู้ใหญ่คุยกัน เขาขอมานั่งกับเด็กน้อยตัวอ้วนดีกว่า สองหนุ่มหลิวห้าวกับเทียนเฉินนั่งขนาบข้างเ้าเด็กตัวกลม คอยตักอาหารให้จนเต็มจานไปหมด
"พอเอาไส้ย่างมาคลุกเครื่องปรุงแบบนี้แล้วก็อร่อยไปอีกแบบนะขอรับพี่สะใภ้" หลิวห้าวเคี้ยวลาบไส้ย่างกรุบๆ
"ใช่ไหมขอรับพี่ห้าว ข้าคิดแล้วว่ามันต้องอร่อย" เทียนเฉินคีบอาหารเข้าปากไม่หยุด
"พวกท่านก็กินเยอะๆ นะเ้าคะ ไม่ต้องเกรงใจ เสี่ยวไห่กับเสี่ยวหานด้วยนะ เดี๋ยวไม่ทันตัวตะกละสองคนนี้" ฮุ่ยหนิงแอบเหน็บแนมสองหนุ่มที่กินไม่หยุดปาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร นอกจากอาหารแสนอร่อย
"อร่อยมากๆ เลยขอรับท่านน้า" หลิงไห่พูดออกมา ั้แ่เกิดมาจนอายุสิบขวบ เขาไม่เคยได้กินเนื้อหมูเลย เด็กชายน้ำตาซึม มือก็คอยคีบเนื้อส่งให้น้องชายตลอด
"กินเยอะๆ เลยจ้ะ ถ้าไม่อิ่มก็ยังมีอีก"
"ขอบคุณมากเลยนะจ๊ะ น้องฮุ่ยหนิง" มี่ฮวาที่ทำความรู้จักกับฮุ่ยหนิงก่อนหน้านี้แล้ว พวกนางต่างก็ไม่มีเพื่อน จึงค่อนข้างจะพูดคุยกันถูกคอ
"ไม่ต้องเกรงใจเ้าค่ะพี่สาว"
"ถ้าพี่สาวจะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้จะได้หรือไม่" มี่ฮวาเอ่ยขึ้นมา ก่อนหน้านี้สามีมาปรึกษานางแล้ว นางเองตอนแรกก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ แต่พอเจอนางเหนียงมาะโด่าปาวๆ ก็รู้สึกไม่สบายใจ ชาวบ้านที่นั่นก็ไม่ค่อยสนใจใครต่างคนต่างอยู่
"ได้สิเ้าคะ ที่ดินที่นี่ราคาหมู่ละสิบตำลึงเงิน ส่วนบ้านถ้าจ้างชาวบ้านสร้างก็ราคาไม่แพงเลยเ้าค่ะ" ได้ยินอย่างนั้นมี่ฮวาก็หันไปมองสามี หากพวกนางตัดสินใจขายบ้านเดิมกับที่ดินสองหมู่ก็เพียงพอจะซื้อที่ดินใหม่กับสร้างบ้ายหลังเล็กๆ
"ยังไงก็ต้องไปพูดกับหัวหน้าหมู่บ้านโดยตรง เขาเป็คนดีพอสมควร แต่ข้อเสียก็คือเขาไม่กล้าที่จะขัดภรรยา เราคงต้องวางแผนให้ดีๆ ไม่งั้นคงได้เงินไม่คุ้มค่าที่" ด้วยข้อกฎหมายของเจียงหนาน ผู้ใด้าขายที่ดิน ที่ผืนนั้นจะต้องถูกคืนให้กับทางการจนกว่าจะมีเ้าของใหม่ พวกเขาจึงไม่ต้องคิดกังวลว่าจะขายแล้วไม่มีคนซื้อ
ฮุ่ยหนิงไม่ได้กล่าวอะไร นางปล่อยให้สองสามีภรรยาปรึกษากันเอาเอง แต่คนที่แสร้งทำเป็กินหงุบหงับกลับกางหูฟังมานานสองนานแล้ว นางเองก็จะปล่อยให้ผู้ใหญ่จัดการกันเอาเอง จะช่วยมากเกินไปก็คงจะไม่ดี อย่างไรก็เพิ่งจะรู้จักกัน
หลังมื้อเที่ยงหลิงเหิงก็ถือโอกาสเข้าไปพูดคุยกับลั่วหาน ชายชราเองก็แนะนำให้เดินดูที่ดินที่สนใจก่อน หากเป็เขตนอกเหมือนกับบ้านถังและบ้านหลิวก็จะราคาถูกกว่าและมีความเป็ส่วนตัวกว่า หากมีเงินแล้วก็ให้ไปติดต่อที่บ้านเขาได้ตลอดเวลา
ชายชราจากไปพร้อมกับเนื้อหมูสองชั่ง เขาเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี นอกจากได้กินของอร่อยแล้วยังได้เนื้อกลับไปฝากลูกหลานอีก
"อย่างนั้นเดี๋ยวพวกเราไปช่วยสร้างบ้านก็แล้วกันนะ สร้างบ้านดินหลังเล็กไปก่อน ทำให้แข็งแรงสักหน่อยจะได้พ้นหน้าหนาวนี้ไปได้" ฮุ่ยสงตบบ่าหลิงเหิง เขาเข้าใจดีว่านางเหนียงร้ายแค่ไหน
"ขอบพระคุณพวกท่านมากเลยขอรับ พวกเราเพิ่งจะรู้จักกันแท้ๆ" ชายหนุ่มมองคนบ้านถังอย่างซาบซึ้ง ขนาดคนในหมู่บ้านที่เขาอยู่มาั้แ่เกิด ยังไม่เคยแม้แต่จะถามไถ่ มีเพียงนินทาสนุกปากเท่านั้น
"ไม่ต้องคิดมากหรอก ไปๆ แบ่งเนื้อกลับไปกินให้มากหน่อย บุตรพวกเ้าตัวผอมแห้งมากเกินไปแล้ว ถ้าขายบ้านได้แล้วระหว่างนี้ก็ไปพักที่กระท่อมชายทะเลก่อนก็แล้วกัน บ้านใหม่พวกข้ายังทำไม่เสร็จจึงไม่มีที่พักเพียงพอ" ฮุ่ยสงบอกกล่าวกับคนบ้านหลิง เดิมทีบ้านเขาเองก็มีเพียงสองห้อง แต่พอบุตรสาวแต่งออกเขาก็เปลี่ยนห้องนั้นเป็ห้องเก็บของ ซึ่งยามนี้ก็ผุพังมากแล้ว
"เพียงเท่านี้ก็ดีมากแล้วล่ะขอรับ"
"ท่านกลับไปจัดการเื่ที่บ้านให้แล้วเสร็จก่อนก็ได้นะขอรับ เื่งานค่อยว่ากันอีกที ถึงเวลานั้นจะได้ทำงานอย่างไร้กังวล"
เทียนหรงได้ฟังก็เห็นใจ ถึงเมื่อก่อนเขาจะลำบาก แต่ชาวบ้านก็ไม่ถึงกับทอดทิ้งพวกเขา นานๆ ครั้งก็ยังแบ่งพืชผักป่ามาให้บ้าง เพราะชาวบ้านเองก็ลำบากเช่นเดียวกัน
"ขอรับ คงจะใช้เวลาสักสองสามวัน"
ครอบครัวหลิงจากมาพร้อมกับเนื้อหมูชิ้นใหญ่ ฮุ่ยหนิงแนะนำให้มี่ฮวาหั่นยาวแล้วหมักเกลือตากแดดไว้หนึ่งหรือสองวัน หลังจากนั้นก็เก็บใส่ไหไว้
เดินเข้ามาในหมู่บ้านได้ไม่เท่าไหร่พวกเขาก็ได้ยินเสียงแว้ดๆ ดังไล่หลังมาจึงต้องหยุดแล้วหันกลับไปมอง จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเหนียงซิน
"แหม ออกไปไหนกันมาล่ะ หรือว่าไปหางานทำกันทั้งบ้าน อีกไม่นานก็คงจะรวยกันแล้วล่ะสิ ดีเลย รวยแล้วก็รีบๆ ไสหัวออกไปจากหมู่บ้านของข้า" ร่างอวบอ้วนเดินเข้ามามองดูคนบ้านหลิงั้แ่หัวจรดเท้า
"ข้าขอถามท่านสักคำเถิด นี่ข้าแค่หยุดทำงานให้ท่านมันผิดมากหรือ" หลิงเหิงถามออกมาอย่างหมดความอดทน ในเมื่อเขาตั้งใจจะไม่อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็ที่จะต้องพูดคุยดีๆ กับคนพาลอีกแล้ว
"หนอย ที่ข้าจ้างงานเ้า ทำให้เ้ามีกินมีใช้มันก็ถือว่าเป็บุญคุณล้นหัวพวกเ้าแล้วนะ!"
"อ๋อ อย่างนั้นหรือ เงินค่าจ้างวันละไม่ถึงสิบอีแปะ หาเื่หักเงินได้ไม่เว้นแต่ละวัน หนึ่งสัปดาห์ได้เงินไม่ถึงห้าสิบอีแปะด้วยซ้ำ นี่มันบุญคุณหรือว่าโกงกันแน่ขอรับ"
"นี่เ้า!!" เหนียงซินโกรธมาก นางหายใจแรงจนไขมันกระเพื่อม
"ไม่ต้องพูดมากหรอก ถ้าอยากให้พวกข้าออกไป พวกข้าก็จะออก" หลิงเหิงพูดจบก็บอกให้ลูกเมียเดินกลับบ้านไป หลังจากนี้นางเหนียงต้องออกไปอาละวาดกับคนงานที่ชายทะเลแน่นอน เขาจะใช้โอกาสนี้เข้าไปพูดคุยกับสามีของนาง
หลิงเหิงมาหาสามีของนางเหนียงซินแล้วเอ่ยเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ชายชราขมวดคิ้วมุ่น เขารู้จักนิสัยภรรยาดีแต่ก็ไม่คิดว่านางจะเอาเปรียบคนอื่นได้ถึงขนาดนี้
"ข้าขอโทษแทนนางจริงๆ ส่วนที่เ้าจะย้ายออกไปข้าก็ไม่ห้ามหรอกนะ แต่ข้าจะชดเชยให้ เ้าเองก็ทำงานกับบ้านข้ามาหลายปี"
"ขอบพระคุณท่านมากขอรับ" หลิงเหิงมองหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านที่ขมวดคิ้วแน่น เขาดูชราขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก
ที่ดินสองหมู่กับบ้านหนึ่งหลังเขาขายได้ราคายี่สิบสองตำลึง ยังมีค่าชดเชยจากหัวหน้าหมู่บ้านอีกหนึ่งตำลึง เขายังต้องรอเอกสารอีกหนึ่งวันจึงยังไม่สามารถย้ายออกในทันทีได้
"ใจหายเหมือนกันนะเ้าคะท่านพี่ เราอยู่ที่นี่มาั้แ่เกิด" มี่ฮวาเอ่ยกับสามี ทั้งสองคนเป็กำพร้าด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งชาวบ้านส่วนหนึ่งก็เป็กำพร้ากันทั้งนั้น เพราะบรรพบุรุษออกเรือกันมาหลายสิบปี สูญหายไปกับทะเลก็ไม่น้อย
"ถือว่าเริ่มต้นใหม่ก็แล้วกัน ชีวิตเราต้องดีกว่าที่เคยเป็นะ" หลิงเหิงตบเบาๆ ที่มือของภรรยา ทั้งคู่หันมองบุตรชายทั้งสองที่กินอิ่มท้องแล้วนอนหลับกลางวันอย่างอุ่นใจ
"ไปเก็บของเตรียมไว้กันเถอะ วันพรุ่งนี้่บ่ายก็น่าจะต้องย้ายออกกันแล้วล่ะ"
สองสามีภรรยาแยกย้ายกันไปเก็บของ ซึ่งก็มีไม่มากนัก มีเพียงชุดเก่าๆ ฟูกนอน และอาหารแห้งอีกเล็กน้อย พอถึง่บ่ายของวันต่อมา สี่คนพ่อแม่ลูกก็หอบหิ้วของพากันเดินทางไปยังหมู่บ้านเซินหลินที่ห่างออกไปราวสี่ลี้
ทั้งสี่คนต่างยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ที่ในที่สุดก็ได้หลุดพ้นจากที่นี่เสียที หวังว่าชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้นกว่านี้นะ
##############################################
ลืมแจ้งค่าเงินนะคะ เราจะใช้แค่เงินอีแปะ ตำลึงเงิน แล้วก็ตำลึงทอง ถ้าใช้พวกเหวิน ก้วน และอื่นๆ ด้วยเดี๋ยวสับสน (คนสับสนก็เราเองนี่แหละ)
ค่าเงินมีดังนี้ค่ะ
1,000 อีแปะ = 1 ตำลึงเงิน
100 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง
ขอโทษที่ไม่ได้แจ้งั้แ่แรกจ้า
ปล. เจอคำผิดเตือนเราด้วยน้าา ช่วยๆ กันทำมาหากิน (ได้หรอ??)