ปึ้งๆ เสียงเคาะดังขึ้น
หนิงเอ๋อสะดุ้งเฮือก
เสียงข้างนอกกล่าวขึ้น
“เซี่ยวเอ๋อ เ้าเป็อะไร?”
ไม่มีเสียงตอบ
“ข้า..ไม่ได้ตั้งใจ คือ....”
“คุณชายไม่ผิดหรอกค่ะ ... คุณชายถือว่าอดทนได้มากแล้ว ถ้าเป็คนอื่นป่านนี้คง...”
“ถ้าเป็คนอื่น? เ้าเคยถูกข่มเหงรังแก?”
“ไม่ใช่ค่ะ คือข้า.....”
“ให้ข้าเข้าไป”
เสียงเงียบไป
สักครู่กลอนประตูถูกงัดขึ้น ห้องเปิดออก
ลู่เอินเดินเข้ามา พบว่าหนิงเอ๋อเหงื่อชุ่มตัว เหงื่อนางไม่ได้หอมแบบในบทกวีเพ้อเจ้อที่บรรยายถึงสตรีที่ไม่มีอยู่จริง แต่มันก็ไม่เหม็นซ้ำยังชวนให้เขาอยากเข้าไปพันพันนาง
“ไม่เป็ไร ข้าไม่ทำร้ายเ้า”
ลู่เอินค่อยๆ ยื่นมือมาลูบหัวนางเบาๆตาปราดมองไปพบว่ามีเตี่ยวสำหรับปิดที่ของสงวนวางบนเตียง
ลู่เอินเดินเข้าไปหยิบขึ้นมา คราบนี้เปียกทั่วบริเวณ กลิ่นหอมรันจวน จนเขากล้ำกลืนกลืนน้ำลายเพื่ออดกลั้น แล้ววาง
“เล่าเื่ของเ้ามาสิ”
“เรียนคุณชายตามตรง ข้า...ข้ากับพี่สาวนั้นเกิดมาด้วยดวงไม่ปกติ ร่างกายดึงดูดบุรุษเพศอย่างยิ่ง”
“อันนี้ข้าเข้าใจ วันนี้ข้าไปหาเ้าที่จริงก็เพื่อเอาขวดยาเพิ่มกลิ่นตัวไปให้เ้า”
“ทราบทราบได้ยังไงคะ?”
“ข้า.....ตอนที่โอบเ้าข้า......ข้าไม่เคยสะท้านกับััเหล่านี้”
“ค่ะ เพระข้ากับพี่สาวมีเนื้อตัวที่พึงปรารถนาที่สุด เมื่อครู่ท่านเดินไปหยิบสิ่งนั้นมาดู นั่น......”
“นั่นคือปัญหาของเ้ากับพี่สาว”
“ค่ะ”
“ท่านผ่านมาพวกเ้าคงลำบากมาก”
“ที่ผ่านมา เป็พี่สาวข้าที่ลำบาก นางเสียสละเพื่อข้ามาตลอด เรือนร่างนางถูกใช้เพื่อเอาความมั่งมีมาจากบุรุษมาจุนเจือปกป้องข้า นางรู้ว่าข้าชอบวิชาความรู้จึงไม่เหมาะจะตกแต่งอยู่กินรับใช้บุรุษเพศเพื่อให้เขาเลี้ยงดู”
“แล้วพี่สาวเ้าล่ะ”
“ตอนนี้นาง เป็อนุภรรยาของเกาเฉิง อยู่ยังจิ๋วค่ะ ครานั้นเพื่อปกป้องพี่เขย นางถึงกับเอาตัวเข้าแลก”
หนิงเอ๋อยังไม่กล้าเล่าถึงที่มาของพวกนาง ทั้งยังไม่กล้าเล่าว่าพี่สาวนางจะหาทางเข้าถึงแม่แท้ๆของตนที่ตอนนี้น่าจะเป็ไทเฮาอยู่
ลู่เอินกล่าวขึ้น
“เกาเฉิง..?.... ออ ..แม่ทัพยังจิ๋ว”
“ค่ะ”
“เ้า ... ยัง ...รู้สึกมั้ย?”
หนิงเอ๋อไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าหายใจหอบสั่น หน้าแดงกำไปถึงลำคอ ปลายถันชูชันดันเสื้อของนางจนเด่นชัด มือหนึ่งกำเต้าถัน มือหนึ่งกุมส่วนสำคัญที่หว่างขา ถ้าขืนยังอยู่กันสภาพนี้เขาไหนเลยจะทนไหว จึงรีบคว้าข้อมือนางปรี่ออกมา
“คุณชาย จะพาข้าไปไหนคะ...อ่าห์”
นางยามนี้เมื่อเนื้อกายต้องมือบุรุษหนุ่มที่ทั้งดูดี ล่ำสัน องอาจมาจับเนื้อต้องตัวยิ่งสุดจะทานทน
ลู่เอินจูงนางมาที่บ่อ
“ลมเย็นมาก แม้จะไม่ถึงกับหนาว แต่น้ำในนี้เพียงพอจะทำให้หนาวสั่นได้ คนเราเมื่อหนาวมากๆอารมณ์ทางเพศจะหดหาย มาดูกัน”
ลู่เอินเร่งกำลังดึงถังน้ำขึ้นมา ราดใส่หนิงเอ๋อ
ซู่ว์
“ว๊าย!!!”
ตักอีกถังราดตัวเอง
ซู่ว์
“ซี๊ด ~~~ อ่าห์ ~~~ อั่กก.ก.ก.”
ทั้งคู่ห่อไหล่กัดฟัน ระบายลมจากปาก ฟู่ใหญ่
“วู้~ โอย เย็นๆๆๆ”
หนิงเอ๋อบ่นไปกอดตัวเอง เขย่าตัวไป
ลู่เอินสั่งเสียงสั่น
“เ้าไปต้มน้ำอาบ”
“แล้วคุณชายล่ะคะ”
นางถามเสียงสั่น
“ข้าจะต้มของข้าเอง รีบไป”
ลู่เอินเข้าไปหยิบชุดคลุมมาคุมร่างนางเพราะตัวเปียกทำให้เห็นสัดส่วนเด่นชัดเกินไป
ส่วนที่แข็งที่สุดของเขายามนี้หดลงแล้ว
ได้ผล
กว่าน้ำจะร้อนอุ่นพอจะอาบ ราดตัว แล้ววิ่งกลับมาทั้งที่ตัวเปียก จากนั้นต่างคนต่างเข้าห้องไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเองอย่างเร่งรีบ กว่าจะถอดผ้าเปียก กว่าจะเช็ดตัว กว่าจะสวมใส่เสื้อผ้า เล่นเอาปากสั่น
พักใหญ่ทั้งคู่เดินออกมา มองหน้ากัน
หนิงเอ๋อหัวเราะคิกคักลู่เอินหัวเราะเบาๆ เพียงเล็กน้อย
“ดูคุณชายสิ ท่านต้องเห็นท่วงท่าของท่านตอนวิ่งไปหนาวสั่นไป โก่งขาง่องอเข่าอย่างกับลิงแหน่ะ”
“หึ ทำเป็พูดดีไป เ้าเองก็....”
“ข้าเป็แค่บ่าวไพร่สาวใช้ จะดูไม่ดีไปบ้างก็ธรรมดา แต่ท่านแม่ทัพเซียวนี่สิ ฮิฮิ”
ลู่เอินส่ายหัวเริ่มขยับตัวแก้หนาว จริงๆ แค่ลมเย็นๆ หนาวบ้างสบายบ้าง ถ้าไม่เอาน้ำในบ่อลึกมาราดตัว
“คุณชาย ...เรายังไม่ฝึกกระบี่เลย ฝึกกันมั้ยคะ ร่างกายจะได้อุ่น”
“อืม ก็ดี...มือเ้าเป็ไงบ้าง?”
“ได้ทั้งซ้ายทั้งขวาค่ะ แต่ท่านต้องเบามือนะคะ ข้าเจ็บอีก ท่านจะได้กินแต่ไข่เจียวไม่รู้ด้วยนะ”
“เ้าทำมาข้าก็กินหมดแหล่ะ”
“....”
หนิงเอ๋อนิ่งไปไปใหญ่ นางพยามกลอกตาไปทางอื่นเมื่อไดยินคำนี้ ยิ้มขึ้นมานิดๆ ลู่เอินรีบทำลยความเงียบ
“แต่ถ้าขาดคนทำบัญชีก็ยิ่งแย่ ข้าไม่ว่างพอจะมานั่งทำเองด้วย”
“ฮึ...ใช้คนเก่งจริงๆ”
“ว่าไงนะ”
“ข้าพูดอีกทีก็ได้ ใช้คนเก่งจริงๆ”
“หนอย”
ลู่เอินเอากระบี่ไม้ไล่ตี หนิงเอ๋อวิ่งหนี
สักครู่ทั้งสองก็หยุด เพราะรู้ตัวอีกทีคนของลู่เอินกับทหารในค่ายยืนดูกันรอบๆ ยิ้มมองมาทางพวกเขากัน
“พวกเราอย่าไปจ้องท่านแม่ทัพสิ ไม่เห็นเหรอว่าท่านแม่ทัพหยอกเย้ากับเซี่ยวเอ๋ออยู่น่ะ”
“ไปๆ ไปได้แล้ว ใช้ไม่ได้เลย มายืนดูเ้านายกำลังพักผ่อนสำราญกับสาวงามได้ไง”
“เอ...ก็พวกเราเห็นท่านแม่ทัพหน้าตึงมาตลอด วันนี้วิ่งเล่นหยอกเย้าบ้างก็อยากดูนี่นะ”
จากนั้นก็พากันหัวเราะ
ลู่เอินเองก็เขิน ชี้กระบี่ไม้กวาดไปรอบ
“พวกเ้า....ฮึ่ย”
พวกเขาพากันวิ่งหนีไป หัวเราะไป
หนิงเอ๋อเองก็ก้มเขิน
ลู่เอินหันมา
“ฝึกกระบี่กันจริงๆ เถอะ”
“ค่ะ”
....................
“หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ร่ายรำกระบี่เคียงคู่กัน ลมหนาวพัดชายผ้าและเสื้อคลุมปลิวพลิ้วไสว ช่างงดงามยิ่งนัก”
ผู้กล่าวคือองค์ชายห้า
ยามนี้พวกเขาประชุมกันที่หอเหมยกุย
ลู่เอินขมวดคิ้ว
“ประการแรก เ้าไม่รู้ว่าข้าคุยอะไรกับนางในห้อง ก่อนวิ่งออกมาเอาน้ำราด ประการที่สอง ข้าฝึกเพลงกระบี่ของข้าให้นาง ไม่มีการร่ายรำเคียงคู่อะไรทั้งนั้น”
ฟางเหนียงกล่าวขึ้น
“ฮุ่ยซิ่วท่านนี่ก็สู่รู้เื่ของเขาจริงๆ นะ”
องค์ชายจ้าวฮุ่ยซิ่วกล่าว
“ก็ข้าอยากดูว่า หนิงเอ๋อจะถูกเ้าหน้าตายนี่จิกใช้ทารุนอะไรอีก นางเพิ่งจะหายเจ็บมือเ้ายังเอาน้ำเย็นไปราดนาง มิคาด แค่ตามไปดู ก็พลันพบว่าราดน้ำหยอกเย้ากันสนุกสนาน เอากระบี่ไม้มาวิ่งไล่กัน ฟางเหนียง ท่านต้องเห็นเขาวิ่งไล่กับนาง ข้าไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็น”
ลู่เอินแย้ง
“ข้าก็ราดตัวเองด้วย แล้วเพื่อไม่ให้นางเครียด”
“ช่างหยอกเย้าเล่าเล่นกันดีจริงๆจะแต่งนางเป็เมียหลักเลยมั้ย”
“เพ้อเจ้อ... คุยแผนได้แล้ว”
ฟางเหนียงกล่าว
“ั้แ่มีนาง ท่านไม่บ่นเื่บัญชีเลยนะ”
“ก็ข้าใช้นางทำ”
“นี่ท่านใช้นางทำอะไรบ้างเนี่ย? ปกติคนทำงานบัญชีพวกนี้ ไม่มีใครเขาจับงานหุงต้มซักล้างกันแล้วนะ นี่จับนางฝึกกระบี่อีก ไฮ้ ..มิทราบนางติดค้างอะไรท่านหนักหนา”
“นางติดค้างรูปวาดของพ่อข้า”
“ยึดติดกับสมบัติผู้วายชนม์ เดือนร้อนคนเป็ บุรุษที่ใช้ไม่ได้”
ลู่เอินไม่ต่อปากต่อคำอีก
ถุ้มเถียงสตรี หากมิใช่เชิงวิชาการ อย่าคาดคิดว่าจะชนะ มิเช่นนั้นท่านก็พ่ายแพ้แล้วแต่แรก
จ้าวฮุ่ยซิ่วกล่าว
“ถ้าไม่รีบหยุดยั้งเฉินเซียว การสังขุดลอกคูคลองต้องเริ่มแน่ จะกราบทูลเสด็จพ่อตรงๆก็ต้องมีเหตุผลมาหักล้าง จะร่ายเหตุผลที่เราคุยกันคราวก่อน ก็พอได้อยู่ แต่ก็เท่ากับเปิดเผยตัวตนข้า ว่าข้าพร้อมปะทะกับองค์ชายคนอื่นแล้ว”
ลู่เอินกล่าว
“นอกจากขุนนางท้องถิ่นแล้ว ในวังหลวงไม่มีใครเชื่อถือภาพลักษณ์นั้นของเ้า จะให้ใครเข้าเฝ้าทูลขออกปากแทน?”
“ก็องค์ชายนั่นแหล่ะค่ะที่ต้องเข้าเฝ้า”
ทุกคนหันไปตามเสียง กล่าวพร้อมกัน
“เซี่ยวเอ๋อ!?”