จวงอวี๋มองตามแผ่นหลังไร้เยื่อใยของมู่เฉิน ั์ตาทอประกายแปลกไป
เฉินม่อหรานเห็นสีหน้าของจวงอวี๋ อดรู้สึกขุ่นเคืองใจขึ้นมาไม่ได้
“อาอวี๋ เ้าเป็อะไรไป” เฉินม่อหรานจับมือจวงอวี๋พร้อมเอ่ยปากถาม
จวงอวี๋ยิ้มบางๆ ตอบ “ไม่มีอะไร ข้าเพียงรู้สึกว่าท่าทีที่มู่เฉินมีต่อข้านั้นเปลี่ยนไป บางที ภายหน้าเขาคงไม่มาตอแยข้าแล้วละ”
อารมณ์จวงอวี๋ค่อนข้างซับซ้อน เขารังเกียจการตอแยของมู่เฉินมาโดยตลอด ทว่าท่าทีของมู่เฉินในวันนี้ กลับทำให้หัวใจเขาโล่งโหวงเหวง
เฉินม่อหรานเบ้ปากดูแคลน พูดขึ้น “อาอวี๋ เ้ายังไม่รู้จักมู่เฉินอีกหรือ เขามันก็แค่แผ่นแปะหนังสุนัข[1] เซ้าซี้รับมือยากยิ่งนัก ข้าว่าวันนี้ไม่พ้นเป็กลยุทธ์แสร้งปล่อยเพื่อจับ ้าเรียกร้องความสนใจจากเ้าก็เท่านั้น”
จวงอวี๋หันมองเฉินม่อหราน ก่อนถาม “กลยุทธ์แสร้งปล่อยเพื่อจับหรือ”
“แน่นอน ข้ารู้จักเ้านี่มากว่าสิบปี แค่เขาขยับคิ้ว ข้าก็รู้แล้วว่าเขาคิดทำการใด” เฉินม่อหรานตอบอย่างภาคภูมิใจ
เมื่อได้ฟังคำพูดเฉินม่อหราน ในใจจวงอวี๋รู้สึกดูแคลน มองไปทางที่มู่เฉินจากไป แววตาเจือความรังเกียจเดียดฉันท์อยู่หลายส่วน
…
มู่หย่วนหางขมวดคิ้ว ฟังรายงานจากผู้ใต้บัญชา “เ้าบอกว่า มู่เฉินกับเฉินม่อหรานขัดแย้งกัน ทว่าทั้งคู่กลับไม่ได้ลงมือ”
“ขอรับ” เงาดำที่คอยจับตาดูมู่เฉินเอ่ยตอบ
มู่หย่วนหางหรี่ตา “มู่เฉินเ้าเด็กนี่ เปลี่ยนไป!”
“และดูเหมือนว่าฉีซื่อที่อยู่ทางนั้นจะเสียความโปรดปรานจากมู่เฉินแล้วขอรับ” เงาดำเอ่ยต่อ
“ใช่!” มู่หย่วนหางรู้สึกแค้นเคืองใจ
ฉีซื่อเ้าคนไร้ค่านั่น กับอีแค่มู่เฉินยังเกลี้ยกล่อมไว้ไม่ได้ กลับทำให้มันเรียกเหรินซานกลับมา หวังว่าเ้านี่จะไม่เผยพิรุธใด ที่ทำให้มู่เฉินเกิดสงสัยมาถึงตัวเขาแล้วกัน
“เ้าออกไปก่อนไป” มู่หย่วนหางพูด
เงาดำพยักหน้า เร้นกายจากไปอย่างเงียบเชียบ
…
มู่เฉินเพิ่งกลับมาถึงเรือน ก็ต้องต้อนรับมู่หย่วนหางแขกผู้ที่นานทีจะมาเยือน
“ท่านลุง” มู่เฉินร้องทัก ความสัมพันธ์ระหว่างเ้าของร่างเดิมกับมู่หย่วนหางนั้นค่อนข้างดี มู่หย่วนหางมักจะเอ็นดูและตามใจเ้าของร่างเดิมอยู่เสมอ
“เฉินเอ๋อร์ เ้ากลับมาแล้ว” มู่หย่วนหางยิ้มทัก
มู่เฉินพยักหน้าตอบ “ขอรับ!”
“่นี้สบายดีหรือไม่เล่า” มู่หย่วนหางถาม
“ก็พอไหวขอรับ” มู่เฉินตอบเรียบๆ
“เ้าคือบุตรชายตระกูลมู่ ตระกูลมู่เป็ผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของเ้า เ้าคิดอยากทำสิ่งใด ก็ทำตามนั้น ตระกูลมู่ย่อมปกป้องเ้าอย่างแน่นอน จะทำการใด ล้วนไม่จำเป็ต้องกลัวหน้ากลัวหลัง” มู่หย่วนหางกล่าว
มู่เฉินแย้มยิ้มเก้อเขินตอบ “ข้าทราบแล้ว”
มู่เฉินยิ้มหยันในใจ คิดขึ้นมาเงียบๆ ‘เื่ที่เขาหลบเลี่ยงเฉินม่อหรานในวันนี้ มู่หย่วนหางคงจะรู้แล้ว ความหมายของมู่หย่วนหางก็คือ เดิมเขาควรจะสู้กับเฉินม่อหราน แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ประมือกัน ทำให้ตระกูลมู่ต้องอับอายขายหน้า’
“ได้ยินว่า เ้าเรียกตัวเหรินซานกลับมาแล้ว เ้าไม่ใช่ว่าไม่ชอบเขาหรอกหรือ” มู่หย่วนหางถามต่อ
มู่เฉินยักไหล่ ตอบแบบไม่ยี่หระ “เหรินซานน่ะ แม้จะไม่เป็ที่ชื่นชอบ ทว่า อย่างไรก็ทนไม้ทนมือ ไม่เหมือนฉีซื่อ ทุกครั้งที่มีเื่ก็เอาแต่หลบอยู่ข้างหลัง หวังให้ข้าที่เป็คุณชาย ปกป้องข้ารับใช้เช่นเขางั้นหรือ เขาถือเป็สิ่งใดกัน!” พูดจบ สีหน้าของมู่เฉินก็เจือด้วยความรังเกียจอยู่หลายส่วน
ฉีซื่อที่หลบอยู่ด้านหนึ่งมาโดยตลอด เมื่อเห็นสถานการณ์ ได้ยินคำพูดมู่เฉิน สีหน้าของฉีซื่อเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีดโดยพลัน
ผู้คนรอบด้านดูเหมือนยุ่งอยู่กับงานของตน แต่แท้จริงกำลังเงี่ยหูฟังอย่างจดจ่อ ในใจไม่พ้นดีดลูกคิดรางแก้ว[2]
“ฉีซื่อ อย่างไรก็ยังเยาว์ คงจะขี้ขลาดไปบ้าง” มู่หย่วนหางตอบนิ่งๆ
มู่เฉินแค่นเสียงเย็น พูดขึ้น “ขี้ขลาด ก็เปลี่ยนเอาคนที่กล้าหาญเสีย หรือว่าคุณชายเช่นข้า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามข้ารับใช้คนหนึ่ง”
มู่หย่วนหางเห็นสีหน้าของมู่เฉินไม่ดีนัก ก็หัวเราะตอบ “แล้วแต่เ้าเถอะ”
เชิงอรรถ
^ อุปมาว่า ตบตา หลอกลวงผู้คน^ แอบคิดคำนวณเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว