บทที่ 3 อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ คุณคิดจะทำอะไร !
ก่อนหน้านี้ถังซีเหมียนนอนบนเตียงเตา ส่วนฉู่เจียงชวนนอนบนม้านั่งยาว แต่ตอนนี้พวกเขาได้คุยทุกอย่างชัดเจนแล้ว...
"เดี๋ยวก่อน" ถังซีเหมียนให้กำลังใจตัวเอง แล้วดึงแขนฉู่เจียงชวนที่กำลังเดินไปทางม้านั่งยาว "นอนบนเตียงเถอะ !"
ดวงตาของฉู่เจียงชวนเป็ประกายแวววับ "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไร ?"
"ฉันแค่บอกให้คุณนอนบนเตียง ไม่ได้บอกให้คุณนอนกับฉัน..." ถังซีเหมียนพูดเสียงแ่ลงเรื่อย ๆ "คุณเข้าใจผิดแล้ว !"
ฉู่เจียงชวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "ยัยเด็กโง่"
เป็ครั้งแรกเลยที่ถังซีเหมียนนอนบนเตียงเดียวกับผู้ชายจริง ๆ แม้ว่าเธอจะรู้สึกขอบคุณฉู่เจียงชวน และรู้ว่าเขาชอบเธอ แต่ว่า...
"คุณวางใจได้ ถ้าคุณไม่อยาก ผมจะไม่แตะต้องคุณเด็ดขาด" ฉู่เจียงชวนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "พวกเราก็ถือว่า...เป็การเริ่มต้นที่ดีแล้วนะ"
ถังซีเหมียนตอบรับเบา ๆ "อืม...ก็ใช่! ใช่แล้ว วันนี้คุณแช่เท้าน้อยไปหน่อยนะ พรุ่งนี้ต้องเพิ่มเวลาให้นานขึ้นนะ"
"เข้าใจแล้ว พวกเรานอนเถอะ"
แม้ว่าระยะห่างของพวกเขาจะเท่ากับคนทั้งสอง แต่พวกเขาต่างก็หลับสนิท
ถังซีเหมียนนอนหลับฝันหวาน เมื่อตื่นขึ้นมาฟ้าก็สว่างแล้ว
สวี่กว่างเฟินกำลังคัดเมล็ดข้าวสาลีอยู่ ส่วนถังซีเหมียนรีบลุกขึ้นไปทำอาหาร
"ตื่นเช้าจังนะ ?" หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน ท่าทีของสวี่กว่างเฟินก็อ่อนลงมาก
"ค่ะ เดี๋ยวฉันทำอาหารเอง" ถังซีเหมียนมองแม่สามีด้วยรอยยิ้ม
แม่สามีคนไหนจะพอใจ ถ้าได้สะใภ้ที่ไม่พอใจกับสถานะปัจจุบัน เธอเข้าใจความเข้มงวดของแม่สามีที่มีต่อเธอในชาติก่อน
สวี่กว่างเฟินรู้สึกเหมือนตัวเองยังตื่นไม่เต็มตา จึงอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาขยี้ตา
ฉู่เจียงชวนจัดการตัวเองเสร็จแล้วลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ "แม่ครับ เหมียนเหมียนอยู่ไหน ?"
"อยู่ในห้องครัว" สวี่กว่างเฟินบ่นว่า "ขึ้นเตียงจำหน้าเมีย ลงเตียงจำแต่รองเท้า !"
ฉู่เจียงชวนหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินเข้าห้องครัวไปช่วยถังซีเหมียนก่อไฟ
ถังซีเหมียนมองดูว่าในบ้านยังมีไข่เหลืออยู่กี่ฟอง จึงทำการต้มไข่ 3 ฟอง และอุ่นแผ่นแป้งทอดสองสามชิ้น
สวี่กว่างเฟินเห็นว่ามีไข่ก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ช่างมันเถอะ ทุกคนต้องทำงานกันอยู่แล้ว คุณหนูคนนี้นาน ๆ จะมีน้ำใจทำอาหารสักที เธอก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากนัก แค่ไม่ทะเลาะกันก็พอแล้ว
"แม่คะ วันที่เราจะหาเงินได้ยังอยู่อีกไกลนะค่ะ"
ถังซีเหมียนพูดเพียงประโยคเดียว
สวี่กว่างเฟินไม่เชื่อคำพูดของเธอเลยสักนิดหวัง แค่ว่าเธอจะไม่ก่อเื่วุ่นวายก็พอใจแล้ว
ใครจะไปห้ามหัวใจลูกชายได้กันล่ะ ?
วันนี้มีงานเยอะหน่อย พอถึงเวลาอาหารกลางวัน ถังซีเหมียนอาสาจะกลับไปทำอาหาร "แม่คะ เจียงชวน วันนี้ฉันจะต้องทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทุกคนกินอย่างอิ่มหนำ บ้านเรายังมีข้าวสารอยู่นิดหน่อยใช่ไหม ? ฉันจะผัดผักให้พวกเรากินเองค่ะ"
สวี่กว่างเฟินอดไม่ได้ "เหมียนเหมียน เราไม่ควรใช้ฟุ่มเฟือยแบบนี้นะ! กินแป้งทอดก็อิ่มแล้ว"
ถังซีเหมียนหันไปมองฉู่เจียงชวน "แต่ฉันเป็ห่วงเจียงชวนน่ะค่ะ"
พอได้ยินแบบนั้น สวี่กว่างเฟินก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เพราะลูกชายเปรียบดั่งชีวิตจิตใจของเธอเลยนี่นา
ถังซีเหมียนยิ้มอย่างมีชัย ส่งสายตาให้ฉู่เจียงชวนแล้วหมุนตัวเดินกลับไป
ระหว่างทางก็เจอฟางเจวียนที่รออยู่โดยเฉพาะ
"เหมียนเหมียน เธอจะแต่งงานกับไอ้ขาเป๋นั่นจริง ๆ เหรอ ?" ฟางเจวียนมองด้วยสายตาเ้าเล่ห์ "เธอไม่ควรจำกัดตัวเองอยู่แค่ที่แคบ ๆ แบบนี้นะ"
"เธอด่าใครว่าขาเป๋ ?" ถังซีเหมียนสีหน้าเคร่งขรึม "ฟังให้ดีนะ ฉันเป็ภรรยาของฉู่เจียงชวน ถ้าเธอกล้าพูดถึงเขาต่อหน้าฉันอีกก็ลองดู !"
"แต่เธอกับเซี่ยเหวินปัว..."
"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ว่าเธอคิดจะทำอะไร!" ถังซีเหมียนไม่อยากคุยกับเธออีก จึงเดินผ่านไป
ฟางเจวียนจ้องมองร่างที่เดินจากไปด้วยสายตาเคียดแค้น ทำไมเธอถึงเปลี่ยนใจกะทันหัน? แล้วตัวเธอจะแต่งงานกับฉู่เจียงชวนได้ยังไง ? ชีวิตที่ดีในอนาคตจะกลายเป็ของเธอคนเดียวงั้นเหรอ? แล้วคำพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง ?
ไม่ !
เกิดใหม่อีกครั้ง เธอไม่อยากติดอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ไปทั้งชีวิต...
เมื่อกลับถึงบ้านถังซีเหมียนก็เริ่มหุงข้าว เก็บแตงกวา และ ถั่วฝักยาวจากสวนหน้าบ้าน แล้วไปซื้อเนื้อหมูหนึ่งจินจากร้านขายของชำ
เธอทุบแตงกวา หั่นถั่วฝักยาวเป็เส้นผัดกับเนื้อ เหลือแค่รอข้าวสุกอาหารทุกอย่างก็เสร็จพอดี
ถังซีเหมียนจัดใส่กล่องข้าวขนาดใหญ่สองกล่อง แล้วรีบตรงไปที่คันนา
เธอหั่นเนื้อหมูทั้งจินใส่ลงไปในอาหาร !
เมื่อเปิดฝากล่องเห็นแตงกวาทุบ สวี่กว่างเฟินยังพอทำใจได้ แต่พอเห็นเนื้อจำนวนมากที่ผัดรวมกับถั่วฝักยาว เธอโมโหจนทนไม่ไหว "นั่นมันเงินนะ !"
"ขายข้าวสาลีก็ยังมีเงินอยู่นะคะ!" ถังซีเหมียนไม่ยอมอ่อนข้อ "ฉันให้แม่กิน ให้สามีกินแล้วมันไม่สมควรตรงไหน ?"
ดวงตากลมโตของเธอจ้องตรงไป "ถ้าแม่ไม่พอใจก็กินเยอะ ๆ สิคะ"
"เอาเถอะ ทำไปแล้วก็กินก่อนกินอิ่มแล้วค่อยทำงานเยอะ ๆ หน่อยก็ได้ครับ" ฉู่เจียงชวนพูดพลางจับแขนแม่ของตนไว้
ที่ดินแปลงนี้อยู่ติดกับที่ดินของผู้ใหญ่บ้าน เมื่อผู้ใหญ่บ้านเห็นภาพตรงหน้าก็รู้สึกปลื้มใจอย่างหาได้ยาก "เหมียนเหมียนของเราโตเป็ผู้ใหญ่แล้วนะ"
ถังซีเหมียนคีบผักสองสามคำ และ ตักข้าวอีกคำเดินเข้าไปหา "ลุงคะ ขอบคุณที่คอยดูแลพวกเรามาตลอดหลายปีนะคะ"
หลินจื้อกั๋วส่ายหน้า "เอากลับไปกินเองเถอะ พวกเธอก็ลำบากอยู่นะ"
"กินเถอะค่ะ พวกเราไม่ได้ขัดสนอะไรหรอก แค่อยากให้ลองชิมดู!" ถังซีเหมียนพูดพลางยื่นมือไปหยิบแผ่นแป้งทอดให้ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน "ขอชิมของที่ป้าทำสักชิ้นนะคะ"
หญิงสาวโบกมือ "ไปก่อนนะคะ !"
เห็นท่าทางของเธอแบบนั้น ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านพูดเบา ๆ "แบบนี้ดูดีกว่าแต่ก่อนตั้งเยอะเลยนะ"
"ใช่..."
ข้าวขาวนุ่ม ๆ ผัดถั่วฝักยาวใส่หมูหอมฟุ้ง แถมด้วยแตงกวาดอง ฉู่เจียงชวนอดไม่ได้ที่จะชม "อร่อยจริง ๆ !"
หลินซงลูกชายของหลินจื้อกั๋วพูดว่า "พี่ชวน! พี่สะใภ้ทำอาหารอร่อยมาก เปิดร้านอาหารเลยดีไหม !"
แม้ว่าสวี่กว่างเฟินจะบ่นว่าเสียดายเงิน แต่ข้าวสองกล่องใหญ่ก็ถูกกินจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ข้าวเม็ดเดียว
หลังจากทำงานมาทั้งวัน คันนาสองหมู่ก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว พวกเขากลับมาตอนที่ต้องจุดตะเกียง แต่ยังไม่ทันได้เข้าประตูถังซีเหมียนก็ใกับร่างที่นั่งขดตัวอยู่ข้างกองฟืน
"ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ ?"
ยังพูดไม่ทันจบ ฉู่เจียงชวนก็ก้าวมาบังเธอไว้ด้านหลัง
"ฉันเอง !"
เป็ผู้หญิงคนนึงเธอเดินออกมาภายใต้แสงตะเกียงที่ส่องแสงสลัว เห็นใบหน้าที่คล้ายคลึงกับฉู่เจียงชวนอยู่ไม่น้อยเลย
"พี่ ?!"
ฉู่เจียงชวนถึงกับตะลึง "ทำไมพี่กลับมาเวลานี้ล่ะ ?"
ถังซีเหมียนรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้คือพี่สาวของฉู่เจียงชวน ชาติที่แล้วเธอเคยพบอีกฝ่ายครั้งนึง แต่ตอนนั้นถังซีเหมียนสนใจแต่เซี่ยเหวินปัวเท่านั้น จึงไม่ได้สังเกตเห็นเธอ
"ฉัน..." หญิงสาวเพิ่งจะเอ่ยปากก็ร้องไห้ออกมา
"พี่คะ เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ" ถังซีเหมียนเอ่ยปากชวน
ฉู่เจียงหรงแต่งงานเข้าตระกูลหลูที่หมู่บ้านข้าง ๆ เมื่อสองปีก่อน เธอคลอดลูกสาวให้บ้านตระกูลหลูหนึ่งคน
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เด็กคนนี้ร่างกายไม่แข็งแรงมาั้แ่เด็กมักจะหายใจถี่และหน้าซีดบ่อย ๆ ทำให้ต้องเสียเงินกับค่ารักษามากมาย ทุกคนต่างบอกว่าเด็กคนนี้ไม่รอดแน่
"แม่คะ ปีนี้ฉันทนลำบากมาก หลูต้าจ้วงเขา..."
หลูต้าจ้วงรังเกียจที่ฉู่เจียงหรงไม่ได้ให้กำเนิดลูกชาย แต่มีลูกสาวที่ป่วยออด ๆ แอด ๆ เขามักรังแกเธอ คำหวานที่เคยพูดตอนแรก ๆ ก็ลืมไปหมดแล้ว ครั้งนี้เป็เพราะฉู่เจียงหรงเถียงกลับ ประกอบกับยายแก่คอยยุแหย่อยู่ข้าง ๆ หลูต้าจ้วงจึงลงมือทำร้ายเธอ
ฉู่เจียงหรงจึงวิ่งหนีออกมา เธอพาลูกออกมาด้วยไม่ได้เพราะดึกแล้ว ไม่กล้ารบกวนคนอื่น จึงได้แต่คอยอยู่ที่นี่
"หลูต้าจ้วง..." ฉู่เจียงชวนกัดฟันกรอด