“หยุดเถอะนะครับคุณหนูฟ่ง” ”
ชายในชุดสูทเรียบหรูคนหนึ่งในกลุ่มที่โผล่มายืนดักหน้าล้อมหลังร่างของหญิงสาวหน้าหมวยหุ่นประหยัด (ยกเว้น น. นมนาง) กะทัดรัด กำลังดีนางหนึ่ง…
“บ้าบอที่สุด! ...”
เ้าของร่างใซส์ประหยัดสบถออกมาเป็ภาษาแม่ของตนด้วยความขุ่นเคืองสุดกำลัง
“พวกแกจะอะไรกับฉันกันหนักกันหนาเว๊ยเ้าพวกปลาเน่า เ้าพวกตะไรไส้แมว! ตกลงนายของพวกแก่นี่จะจองเวรกันจริงๆ เลยว่างั้น?”
ครั้งนี้หญิงสาววัน21ปีผู้ถูกเอ่ยขานว่า “คุณหนูฟ่ง” หรือก็คือ “ฟ่งอวิ๋นเซียง” ลูกสาวนอกสมรสระหว่าง “ฟ่งเหยียน” เ้าพ่อแห่งเอเชียอาคเนย์กับ “จิรดา สุริยะฉาย” ดาราสาวดาวค้างฟ้าชาวไทยถึงพ่นภาษาของฝ่ายบิดาชนิดดุเดือดออกมาหนึ่งชุดพอหอมปากหอมคอให้ไอ้พวกชายชุดดำตามสไตร์มาเฟียแบบว่าของมันต้องมีอะไรเทือกนั้นเลยทีเดียวสงเคราะห์ให้พวกมันฟังออกรู้เื่ไปด้วยเพราะด่าเธอเป็ภาษาไทยฝ่ายมารดาต่อไปเห็นทีคงจะได้เจ็บคอฟรีเป็แน่…
หลังจากนั้นเ้าของนามว่าคุณหนูฟ่งทำเสียงชนิดหนึ่งในลำคอ แล้วเลยนึกบ่นถึงบิดาไปด้วย พ่อนะพ่ออาชีพอื่นมีเยอะแยะไม่รู้จักทำนึกไงมาทำอาชีพมาเฟีย เห็นไหมสุดท้ายใครเดือดร้อน ขอลาออกจากการเป็พ่อลูกกันทันไหมอ่ะ ขอบอกอาเซียงเซ็งเท่าคฤหาสน์ฤดูร้อนยังประเทศบราซิลเลยทีเดียว…
“คุณชาย ว่าน้าจะคุยด้วยครับคุณหนูฟ่ง”
‘ถามเธอก่อนไหมว่าเธอนั่นพร้อมอยากจะคุยกับไอ้คุณชายหน้าปลากระเบนนั่นด้วยหรือเปล่าไอ้หื่นตัวพ่อไอ้บ้าหม้อหน้าปลาหมอป่วยโควิค ระยะสุดท้ายเอ๊ย! ...ชีวิตนี้จ้องแต่จะผสมพันธุ์กับคนตระกูลฟ่งจริงจังเหลือเกิ๊น’
...เซ็งตัวเท่าสนามบินทันไหม...
“บอกเ้านายของพวกแกไปว่าฉันคุณหนูฟ่งยังไม่มีอันใดต้องคุยด้วยอีกเพราะที่จะพูดฉันก็พูดไปหมดแล้วหรืออยากฟังเสียงแสนแซ่บของฉันบ่อยๆ เพราะกระเดือกหูฉลามไม่ลงก็ช่วยทำเป็ซีดีเอาไว้ฟังคงจะได้อารมณ์เดียวกันเพราะคำตอบจะวันนี้หรือโลกมิดดับลงไปตอนนี้คำตอบของฉันก็ยังคงเหมือนเดิมคือ ‘ฉัน ฟ่งอวิ๋นเซียง’ ไม่นิยมบริโภคพวกปลามีพิษชัดเจนนะ เข้าใจตรงกันตามนี้ และตอนนี้ฉันรีบไม่ว่างเล่นด้วยไปล่ะ”
ตอบเสียงเรียบ พร้อมเดินหลีกไปอีกทางอย่างแสนสุดจะเบื่อหน่าย แต่เชื่อกาแฟกินได้เลย พวกนี้ยังมีลูกดื้ออีกเป็ล้านๆ วิธีจนใครเกินจะคาดเดาว่าพวกลูกสมุนมาเฟียจะยอดหน้าด้านหน้าทนได้เยี่ยมยอดกว่าเซลล์ฯ ขายประกันอีกคุณเอ๊ย…
“คุณชายของเราบอกว่าถ้าคุณหนูฟ่งไม่คุยจะมาเสียใจที่หลังไม่ได้นะครับ”
นั่นไงแม่นยิ่งกว่าหมอดูตาทิพย์เลยใช่ไหมเล่าไอ้คุณชายบ้าหม้อนั่นก็โคตรจะแมนเลยเ้าพวกบ้าเอ๊ย!
“อย่างนั้นก็เอามาสิ!”
เสียงและสีหน้าครั้งนี้บอกชัดว่าเซ็งตับหานมากแม่และยามนี้ฟ่งอวิ๋นเซียงก็สุดแสนจะทนแล้ว...แต่ก็ยังไม่อยากให้เกิดมีการนองเืเกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะซึ่งอาจเกิดอันตรายกับชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ตาดำๆ เอาได้ ยิ่งหากมาเฟียสามก๊กใหญ่ๆ มาเจอกันตรงนี้คงไม่ดีแน่ฟ่งอวิ๋นเซียงคิด
“เอ้า มีอะไรจะบลาๆๆ อีกก็ว่ามาฉันจงรีบจัดมา”
กรอกเสียงส่งไปทันทีบ่งบอกตามที่พูดว่าตนเองเร่งรีบจริงๆ
“แหม...ทำไมรีบจังเวลาคุยกับว่าที่สามีนะ รู้ไหมที่รักคุณควรออดอ้อนผมให้มากๆ นะ”
...ไอ้สถุลเอ๊ย! ...
“เดี๋ยวนะฉันจำได้ว่าเคยพบหน้านายแค่ครั้งเดียว เอาจริงๆ นะฉันนี่ยังจำหน้าสลับกับใครนะ...อ่อคุณชายเสิ่นชุ่นสินะ แล้วก็พอจะจำได้ฉันตอบไปชัดเจนทุกคนว่าฉันยังไม่อยากมีผ. อัวผัวเป็ตัวเป็ตนในตอนนี้มันไม่ชัดเจนตรงไหนเรอะไอ้คุณชายวานไปเกิดใหม่”
ถ้าไม่มีของแถมก็หาใช่อาเซียงตัวตนจริงๆ ไม่ฮึๆๆ
“ฟ่งอวิ๋นเซียง! มันจะเกินไปแล้วนะฉันอุตส่าห์พูดดีๆ ด้วยแล้วยังไม่ สำเหนียก เงา หัว อีก เรอะ!”
เสียงปลายสายโกรธาแทบไฟแล็บออกมาจากลำโพงมือถือ
“เอ้า!!! จริงดิ? ทำไมฉันไม่ยักรู้สึกเลยอ่ะไอ้ความเมตตาปรานีอะไรอย่างที่นายพูดมาน่ะไม่ทราบซึ่งเลยสักกะจี๊ดเดียววะหากไอ้การคุยด้วยดีๆ ที่แกว่านั่นก็คือการส่งนักฆ่ามากันเป็ฝูงนี่ละก็โอเคนะขอบน้ำใจคุณชายว่านเป็อย่างสูงแต่...ทีหลังอย่ามาหวังดี ฉันจะยิ่งขอบคุณมากกว่านะคะไอ้หมูโสโครก!”
จากที่อยากจะพูดสุภาพด้วยพอมันมาจี้จุดโดนใจภาษารุ่นคุณยายที่ส่งต่อมาแบบรุ่นสู่รุ่นก็บังเกิดมาเสียหนึ่งชุดใหญ่ๆ
“เธอ…”
“เธออะไร? ถ้ายังนึกคำด่าไม่ออกให้เวลากลับไปขุดพงศาวดารของบรรพบุรุษนายมาด่าโอกาสหน้าก็แล้วกัน ไอ้คุณชายสว่านวานไปเกิดใหม่เอ๊ยบายนะจุ๊ฟๆๆ”
ตัดสายทิ้งเสียเลยก่อนที่จะ…
“อุ้ย! ...หลุดมือ”
ชายชุดดำทั้งผมหงอกผมดำถึงกับตาเหลือกเมื่อมือถือยี่ห้อดังฝั่งเพชรตัวเครื่องดูด้วยสายตาเฉียบคมของเธอปราดเดียวก็รู้ว่าทำมาจากทองคำขาวแท้หล่นลงพื้นแตกกระจาย แถมเธอยังกระทืบซ้ำไปอีก ฮึ...ฮึ...ฮึ... หางตาทันได้เห็นเพชรเม็ดเขื่องน้ำงามกระเด็นไปไกลจนพวกนั้นวิ่งตามเก็บด้วยใบหน้าไร้สีเื
...ค่อยสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย...
แล้วหญิงสาวก็เดินซอยเท้าถี่ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็วิ่งโกยอ้าวดังนั่งวิ่งลมกรดของทีมชาติของประเทศบิดายังต้องหลีกทางให้ เพราะนี่เพิ่งมาได้เจอแค่ก๊กเดียวเท่านั้นเธอไม่เชื่อหรอกถ้าก๊กว่านนี่โผล่มา อีกสองก๊กหรือจะพลาดวิ่งออกมาถึงลานจอดรถอีกโซนเท่านั้น ก็เป็จริงดังคาด เ้าพวกชุดดำิ่ตงฝาน มาดักรอยิ่งกว่าพวกตามเก็บดอกเงินกู้รายวันเสียอีกหูผีจมูกมดกันจริ๊ง…ดูสิมายืนดักหน้ารอต้อนรับด้านหน้าของเธอมากกว่า50ชีวิตอาวุธครบมาเชียวเฮ้อ! เซ็งได้อีก...
อยากรู้เสียจริงว่าไอ้คนพวกนี้มันถูกเพาะเนื้อเยื่อมาหรือไงเยอะฉิบ!
ฆ่าไป100มันเพิ่มมาเป็300เฉย งานนี้’ อาเซียง’ ’จะไม่ขอทนอีกแล้วเช่นกัน!
ไม่ค่อยจะชิวแล้วนะ… ร่างเล็กในชุดกางเกงผ้าสามส่วนสีครีมกับเสื้อยืดพอดีตัวสีน้ำเงินเข้มกับกระเป๋าเป้หนังสีน้ำเงินเข้าชุดกับตัวเสื้อนึกบ่นเสียงขรมในใจ
ก่อนที่หญิงสาวจะพ่นลมหายใจออกทางปากจนผมหน้าม้ากระเจิงเล็กน้อย อาวุธไม่ต้องพูดถึงคงจัดหนักจัดเต็มมาให้เธออย่างแน่นอนแต่…
เอาเถอะ'คุณหนูฟ่ง'เสียอย่างไม่ได้กลัวอะไรอยู่แล้วขอมาน้องก็จะค่อยๆช่วยจัดไป….
ร่างเล็กอาจวิ่งได้เร็วกว่าก็จริง แต่สองเท้าหรือจะสู้สี่ล้อ ฟ่งอวิ๋นเซียง เร่งฝีเท้าไปยังที่ตนเองจอดมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ซุกซ่อนเอาไว้ เมื่ออาทิตย์ก่อน ที่ตนเองจะเดินทางไป จัดการปัญหาให้บิดา ที่เกาหลีใต้
เมื่อพบเธอก็ไม่รอช้าที่จะขับออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งชนิดที่ความเร็วพุ่งแตะ160กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
“รู้อย่างนี้ ให้คนมารอรับก็ดีแล้วฉัน ซวยแท้ต้องมาเจอไอ้พวกกากทั้งหลาย”
ต่อให้มากมีฝีมือแต่ฟ่งอวิ๋นเซียงล้วนยังมีมันสมองอยู่จะให้เข้าแลกหมัด กับคนเป็ฝูงเธอไม่ใช่นางเอกภาพยนตร์แอ็คชั่นเสียหน่อย จึงต้องรักษาชีวิตตัวเอง เอาไว้ก่อน
แต่พอเหลือบสายตาไปยังกระจกมองหลัง กลับพบเห็นว่ายังสลัดพวกของสกุลว่านไม่หลุด มือเล็กจึงเพิ่มความเร็วยิ่งขึ้นจนหวิดแตะที่180กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นยามที่ ได้พบเห็นว่าด้านหน้ามีอุบัติเหตุขวางอยู่กลางถนน ฟ่งอวิ๋นเซียงจึงยากจะควบคุมบิ๊กไบค์คันเก่งของตนเองได้...
หญิงสาวซึ่งยังมีวัยเพียง21ปี มองเห็นรถพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ ด้านหน้าดังมองเห็นพญามัจจุราชกำลังเอื้อมมือออกมาเชื้อเชิญรอคอย
...โครม!!! ...
…. บึ้ม! ...
...ภาพทุกอย่างตรงหน้าของลูกสาวมาเฟียใหญ่ดับลงทันใด ดังกับทีวีถูกถอดปลั๊กก็ไม่ปาน...
ไม่มีโอกาสได้เสียดายชีวิต ไม่ทันรู้ตัวทั้งสิ้นหนึ่งชีวิตกลับจบลงอย่างง่ายดาย นี่หรือคือหนึ่งชีวิตของมนุษย์โลก