การเปิดตัวพี่สาวในงานเลี้ยงของประมุขประสบผลสำเร็จได้ด้วยดี ยังดีที่ได้พี่สาวไมอามาเป็นผู้นำพาพี่สาวให้เข้าหาบุคคลต่างๆในฐานะหญิงสาวที่เป็นหัวหน้าตระกูลได้ดี
ดูเหมือนว่ารูปโฉมของพี่สาวมันจะดึงดูดแขกในงานมากเกินไปโดยเฉพาะชายหนุ่มที่ยังไม่มีคู่ครองทั้งหลายให้เข้าหา
เธอคิดว่าการเปิดตัวพี่สาวแบบนี้งานสังคมต่างๆต้องออกมาได้ดีแน่ๆกลับกลายเป็นว่ามีผู้ประสงค์ร้ายกับพี่สาวปรากฏตัวออกมากะทันหัน
ข่าวที่ว่าพี่สาวโดนคำสาปร้ายก็แพร่ออกไปในงานเลี้ยงอย่างรวดเร็วตอนนี้เธอกับพี่สาววิคตอเรียก็เร่งฝีเท้าเพื่อตามหาพี่สาวของเธอที่ถูกชายคนหนึ่งอุ้มออกไปกลางงาน
ทันใดนั้นเองหญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายหมอก็ปรากฏออกมาระหว่างทางเดิน
เมญ่ามองดูก็รู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าน่าจะรู้ว่าพี่สาวอยู่ที่ไหน
"เธอเป็นใคร?"
"ดิฉันมีชื่อว่า ซาเรีย ค่ะ เป็นหนึ่งในผู้ติดตามของนายท่านเช่นเดียวกับไมอา"
"พี่สาวฉันอยู่ที่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้"
"ทำใจให้เย็นก่อนค่ะคุณหนู คำพูดของคุณหนูมันเริ่มที่จะไม่ใช่เลดี้ที่สง่างามแล้วนะคะ"
"ถ้าอย่างนั้นท่านพี่เป็นอย่างไรบ้าง"
"อาการดีขึ้นแล้วค่ะ ถึงบอกไปแบบนี้ท่านเมญ่าก็คงไม่สบายใจเพราะฉะนั้นแล้วตามดิฉันมาเถอะ"
เมญ่าก็ยอมเดินตามหลังของซาเรียไปแต่โดยดีจนไปถึงห้องที่มีพี่สาวนอนหลับอยู่
“พี่สาว ค่อยยังชั่วที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก”
“ความจริงแล้วนายหญิงโนอาห์ไม่ได้เป็นอะไรมากก็จริงร่างกายค่อยๆฟื้นตัวกลับมาแล้วแต่ว่ายังคงอยู่ในอาการหลับลึกไม่ยอมตื่นขึ้นมา ดิฉันเองก็พยายามหาคำตอบในเรื่องนี้เหมือนกัน”
จากนั้นประตูห้องก็ถูกไมอาที่ร่างกายโชกเลือดเปิดประตูเข้ามาแล้วล้มลงตรงนั้น
“พลาดท่าให้พวกมันซะแล้วสิ...”
“ไมอา”
ซาเรียรีบวิ่งไปหาไมอาก่อนที่จะอุ้มร่างของไมอามาวางไว้ที่เตียงอีกเตียงปิดม่านรอบเตียงเอาไว้ก่อนที่จะตรวจร่างกายแล้วรักษาอาการบาดเจ็บของไมอาอย่างรวดเร็ว
เมญ่ากับวิคตอเรียที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็ตกใจขึ้นมา
ในความคิดของเมญ่าคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมาและมันก็น่าจะเป็นความจริงที่ทุกคนมองข้าม คนที่ทำเรื่องแบบนี้ได้โดยไม่สนว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็มีแต่สองสามีภรรยาพวกนั้น โอเว่นกับเอเวลิน
ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงซาเรียที่รักษาไมอาเสร็จก็เดินออกมา
“ซาเรีย พวกเธอคิดตื้นเกินไปแล้วสองสามีภรรยาคู่นั้นไม่ใช่คนที่จะไปเล่นด้วยได้่ อย่าลืมสิว่าพวกเขาเคยแม้กระทั่งลงมือสังหารเพื่อนของตัวเองเพื่อกำจัดคนที่ขวางทางเดินของตนเองออกไป”
“อย่าบอกนะว่าที่ผู้กล้าไร้พลังไปแล้วเป็นเพราะสองคนนี้”
“ใช่แล้ว ที่ท่านพี่ไร้พลังไปก็เพราะฝีมือของพวกเขาสองคน และดูเหมือนนายท่านของพวกเธอจะไม่ได้สืบหาความจริงในเรื่องนี้ก่อนที่จะลงมือยังดีที่ไมอารอดมาได้ เห็นพวกเขามาที่นี่ก็อย่าประมาทคิดว่าเป็นแค่บุคคลธรรมดาสิพวกเขาสองคนก็เหมือนพวกที่เล่นเป็นหมูกินเสือนั่นแหละ”
“ขอบคุณคุณหนูที่เตือน พวกเราคงประมาทไปจริงๆไมอาเองก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีฝีมืออะไรเธอออกจะแข็งแกร่งในบรรดาผู้ติดตามด้านต่อสู้ยังตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสได้ขนาดนี้”
“เอาละในเมื่อท่านพี่ปลอดภัยแล้ว ฉันก็ขอตัวก่อนเพราะยังไงก็ต้องไปกล่าวลาท่านประมุขถ้าออกมาเฉยๆแบบนี้มันจะเป็นการเสียมารยาทเกินไป ท่านพี่วิคตอเรียก็คอยเฝ้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”
วิคตอเรียผงกหัวรับ
เมญ่าเดินออกจากห้องไปแววตาที่แสนจะเย็นชาใบหน้าที่เรียบเฉยของเธอก็ปรากฏออกมาพร้อมกับอารมณ์โกรธเคืองที่มีให้สองสามีภรรยาคู่นั้น
เห็นทีจะไม่อยากอยู่ร่วมโลกกันได้แล้วสินะ...
..........
“นี่เจ้าตื่นขึ้นมาสักทีสิ พึ่งจะได้รับสืบทอดจากข้าความหวังของข้าไปอย่าพึ่งรีบตายไปเพราะคำสาปที่อ่อนแอแบบนั้นสิ ลืมไปแล้วเหรอเจ้าเป็นแวมไพร์ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชันแห่งความมืดผู้ยืนอยู่เหนือทุกสิ่งนะ”
นั่นเสียงของใคร...
“เจ้าจะนอนอยู่แบบนั้นไม่ได้นะโนอาห์ เจ้าไม่อยากแก้แค้นแล้วเหรอ”
แก้แค้น? ใช่สิเธอยังมีสิ่งที่ต้องทำนั่นคือการแก้แค้น…
“ดีมาก ค่อยๆนึกให้ออกว่าสิ่งที่เจ้าต้องทำมันคืออะไร การแก้แค้น ความฝัน ความปรารถนา เจ้าคิดจะละทิ้งมันแล้วตายไปทั้งแบบนั้นไม่ได้ จงตื่นขึ้นเถิด”
เปลือกตาของโนอาห์ก็เปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือโลกสีดำแห่งนั้นที่มองอะไรไม่เห็นนอกจากความมืดมิด และเสียงที่คอยปลุกโนอาห์ให้ตื่นขึ้นมาก็คือแวมไพร์ตนนั้น ออโรร่า คนที่ให้ชีวิตใหม่กับเธอ
“กว่าจะตื่นได้นะ ข้ารอตั้งนาน”
“พวกนั้นเล่นงานฉันแบบนี้อีกแล้ว แต่คราวนี้แย่กว่าเดิม ฉันไม่สามารถตอบโต้อะไรกลับไปได้เลย ฉันนี่มันอ่อนแอของแท้เลยด้วยกำลังของตนเองก็ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ต่อให้ได้พลังกลับมาก็คงไร้ประโยชน์เหมือนเดิม”
“เอ่อ...คือว่า ความจริงแล้วแวมไพร์มีวิธีฝึกฝนที่ไม่เหมือนใคร ตอนนั้นดูเหมือนว่าข้าจะลืมบอกเจ้าไปด้วย หวังว่าจะไม่โกรธกันนะ...”
โนอาห์ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน
“อย่าบอกนะว่าที่ฉันฝึกฝนไม่คืบหน้าเลยเพราะฉันฝึกฝนไม่ถูกวิธี”
โนอาห์ไม่ได้มีอารมณ์โกรธเคืองออโรร่าเลยแม้แต่น้อยกลับดูโล่งใจด้วยซ้ำที่ได้ยินว่าวิธีแบบมนุษย์ไม่ใช่ทางที่โนอาห์สามารถฝึกมันได้ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นไม่ว่าโนอาห์จะลองวิธีไหนตั้งใจสักแค่ไหนหรือใช้วิธีลัดไปก็แล้ว มันก็ยังไม่มีความคืบหน้าทำให้เธอต้องตัดสินว่าร่างกายที่เป็นหญิงสาวนั้นไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกฝน
“ใช่แล้ว...ความจริงแล้วแวมไพร์เป็นตัวตนที่อยู่ได้ด้วยเลือดแต่เพราะสายเลือดที่อยู่ในกายของเจ้ามันพิเศษและเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ที่สืบทอดจากข้าโดยตรงฉะนั้นแล้วต่อให้ไม่ดื่มเลือดเลยก็ไม่มีปัญหาไปสักเดือนสองเดือน แต่ถ้าทำแบบนั้นยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย อย่างที่ข้าได้บอกเจ้าไปแวมไพร์คือตัวตนที่อยู่ได้ด้วยเลือดทางที่ดีเจ้าควรหาผู้ติดตามประจำตัวไว้คอยให้เลือดเจ้าเป็นประจำจะดีกว่านะ แม่หนูนั่นก็ไม่เลวนะคนที่ชื่อวิคตอเรียเธอเป็นเลือดหายากที่พบได้น้อยมากเสียด้วย หลังจากตื่นขึ้นมาแล้วก็ดูดเลือดแม่หนูนั่นซะหลังจากนี้ก็ให้ทำแบบนั้นให้เป็นชีวิตประจำวันไปเลยแล้วเจ้าจะเข้าใจถึงพลังแวมไพร์เอง ส่วนการฝึกฝนนั้นก็จำเป็นต้องใช้เลือดเหมือนกันไม่สามารถใช้วิธีปกติได้”
“ฉันเข้าใจแล้วเป็นแบบนี้นี่เอง”
“จากนี้ไปก็ดูแลตัวเองให้ดีๆละ ข้าเองก็มีงานมากมายที่ต้องทำเหมือนกันไม่มีเวลามาช่วยเจ้าได้ตลอดเวลาหรอกนะ ไว้พบกันใหม่ในสถานที่เหมาะสมถึงเวลานั้นเจ้าจะได้พบเจอกับร่างที่แท้จริงของข้าและความเป็นจริงของโลกใบนี้เอง”
“เดี๋ยวสิ ฉันยังเหลือคำถามอีกหลายคำถามที่จะถามนะ...”
กลิ่นอายของออโรร่าก็หายไปอย่างรวดเร็วไม่ทันที่เสียงของโนอาห์จะส่งไปถึง
“เฮ้อ ไปเร็วมาเร็วจริงๆ ช่างเถอะไว้ค่อยถามรอบหน้าที่เจอหน้ากันก็แล้วกัน ตอนนี้ได้วิธีฝึกฝนที่ถูกต้องมาแล้วด้วยจากนี้ไปก็คงได้ฝึกฝนมันจริงๆสักที รอก่อนเถอะโอเว่น เอเวลิน ครั้งหน้าฉันจะไปคิดบัญชีแค้นที่มีทั้งหมดไม่ให้เหลืออีกต่อไป…” . . .