จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 132 จ้าวลู่เสียนถีบสตรี

    จ้าวลู่ชิงขมวดคิ้วกับเหตุการณ์ที่เกิด นางไม่ได้ตามไปชมความสนุก นางส่งซูเซียงไปแทน พอคนสลายกลุ่มนางจึงเห็นว่ามีพี่ชายตนเองยืนอยู่ที่นี่ด้วย

    “ท่านก็มาชมเรื่องสนุกด้วยหรือ”

    “ข้าแค่ผ่านทางมาก็เลยแวะดูสักหน่อย”

    “เดี๋ยวนี้หมู่บ้านเราเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยมากเลยเจ้าค่ะ” ซูเจินที่คลุกคลีอยู่กับสตรีในเรือนผลิตยาเอ่ยขึ้น

    “หืม เกิดบ่อยหรือ”

    “ใช่เจ้าค่ะ ช่วงที่ผ่านมา สองสามครอบครัวที่แต่งลูกสะใภ้เข้ามา ล้วนแต่เป็นเพราะเกิดเหตุแตะเนื้อต้องตัวกัน”

    “คุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้บุรุษในหมู่บ้านซานเป่ยต่างเป็นที่หมายปองของสตรีจากหมู่บ้านอื่น หมู่บ้านอื่นใช้ชีวิตอย่างอดอยากแต่หมู่บ้านซานเป่ยร่ำรวยขึ้นทุกวัน

    แถมยังมีเงินส่งบุตรหลานเรียนในสถานศึกษา ช่วงนี้คุณชายรองพบเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่หลายครั้งขอรับ” หลิวเล่อกล่าวฟ้องคุณหนูโดยไม่สนสายตาห้ามปรามของผู้เป็นนาย

    “ท่านพี่ก็พบเจอเหตุการณ์แบบนี้หรือเจ้าคะ”

    “ก็ไม่เชิง”

    “ก็ไม่เชิงหมายความว่า?”

    “ข้าไม่ได้วิ่งไปชนสตรีเหมือนที่เด็กคนนั้นทำ”

    “แต่เป็นสตรีที่วิ่งมาชนท่าน?”

    “ไม่ชน”

    “คุณชายหลบทันขอรับ บางรายก็ถูกเท้าคุณชายถีบจนกระเด็นก่อนที่สตรีพวกนั้นจะเข้าถึงตัว” หลิวเล่อรีบบอกเล่า คุณชายของตนปากหนักกว่าจะรู้เรื่องก็คงอีกหลายคำถาม

    “ท่านถีบสตรีหรือ”

    “ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ใบหน้านิ่งเหมือนไม่ใส่ใจ

    จ้าวลู่ชิงตกใจ พี่ชายนางกลายเป็นคนป่าเถื่อนไปแล้ว แต่พอคิดว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้นางคงได้พี่สะใภ้ไม่มีหัวนอนปลายเท้าก็โล่งอก

    “หมู่บ้านซานเป่ยอยู่ยากเสียแล้ว ทุกคนต้องระวังตัวให้ดี ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง” ความร่ำรวยก็น่ากลัวอย่างนี้นี่เอง

    สมัยนี้ถ้าทำให้ชื่อเสียงของสตรีเสียหายไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจบุรุษก็ต้องรับผิดชอบสตรีผู้นั้น

    “พี่ลู่ชิง หรงหรงกลับด้วย” เสียงเด็กชายตัวน้อยเรียกทำให้จ้าวลู่ชิงหันกลับไปมอง

    “หรงหรงเลิกเรียนแล้ว พวกเรากลับบ้านกัน” อุ้มเด็กชายขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับบ้าน

    กลับไปถึงบ้านจ้าวลู่ชิงรีบบอกเล่าเหตุการณ์ที่ไปเจอมาให้ท่านย่า ท่านแม่ และโหลวเจินจูฟัง

    ทุกคนต่างอกมือขึ้นทาบอก ท่านย่าสอนสั่งพวกนางให้ระมัดระวังตัวอย่าให้ผู้ใดเข้าใกล้

    “ข้าสงสารท่านปู่กับท่านพ่อมาเลยเจ้าค่ะ ตอนที่ข้าไปถึงท่านปู่กับท่านพ่อมีสีหน้าไม่สู้ดี คงโมโหหญิงชราผู้นั้นมากแน่ แต่ทำอันใดไม่ได้”

    “ตาเฒ่านั่นคงขบฟันจนหักแล้วกระมัง เรื่องเช่นนี้ต้องค่อยพูดหาทางออก เกิดฝ่ายหญิงนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้องขึ้นมาอนาคตบุรุษคงมืดมน เส้นทางขุนนางต้องก้าวเดินอย่างใสสะอาด หากมีเรื่องเช่นนี้มาขัดขวางคงหมดสิทธิ์จะก้าวขึ้นรับราชการ”

    หญิงชรากล่าวออกมาก่อนจะถอนหายใจ ไม่ว่าคนชนชั้นใดต่างอยากให้บุตรหลานอยู่อย่างสุขสบาย หมู่บ้านซานเป่ยแตกต่างจากอดีต ทุกหลังคาเรือนร่ำรวยขึ้นสตรีจากหมู่บ้านอื่นต่างหมายปอง

    “หรงหรงสนุกหรือไม่” หลานชายตัวน้อยไปเรียนร่วมกับเด็กคนอื่น แม้ว่าเด็กพวกนั้นจะมีอายุมากกว่าแต่เด็กชายตรงหน้าก็หัวเร็ว อ่านตัวอักษรออกหลายตัว

    “สนุก หรงหรงชอบ มีเพื่อนเยอะมาก”

    แค่ก แค่ก

    เสียงไอเหมือนสำลักของโหลวมู่หรงทำให้จ้าวลู่ชิงที่อยู่ใกล้รีบเข้าไปดูอาการ

    รอยยิ้มสดใสแจกจ่ายให้กับทุกคนเมื่อหยุดไอ ใบหน้าแดงก่ำขนาดนี้ยังยิ้มออกได้

    “ค่อย ๆ เคี้ยว” หญิงชราบอกหลานชายที่ไอจนหน้าแดง

    “ของพวกนี้เด็กทานมากไม่ดี เจ้าต้องทานให้น้อยหน่อย” เกาลัดกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่ว ทานมากจนเกินไปจะทำให้ระคายเคืองลำคอ

    เด็กน้อยยินยอมเชื่อฟังลุกขึ้นนั่งลงบนตักของจ้าวลู่ชิง ซบใบหน้าออดอ้อน ปกติเด็กตัวเท่านี้จะร้องไห้งอแงหามารดา แต่เด็กคนนี้ชื่นชอบอยู่ที่นี่มากจนไม่อยากกลับบ้าน ที่หมู่บ้านซานเป่ยมีเพื่อนเล่นมากมายถ้ากลับบ้านไปต้องอยู่แต่ในจวน

    ซูเซียงรีบกลับมารายงานหลังจากไปฟังการไกล่เกลี่ยกัน

    “คุณหนูเจ้าคะ ทั้งสองครอบครัวตกลงกันว่าจะให้ทั้งคู่หมั้นหมายกันเอาไว้ก่อน พอถึงเวลาสมควรค่อยจัดงานแต่ง”

    “โอ้! คู่ชีวิตช่างได้มาง่ายดายแท้” มิน่าล่ะยุคนี้บุรุษถึงได้มีหลายภรรยา หลายคนถูกจับแต่งงานกับคนที่เหมาะสมมากกว่ารักใคร่

    “เจ้าเดินทางไปไหนมาไหนก็ระวังตัวให้ดี” จ้าวฮูหยินบอกบุตรสาว กลัวว่าจะมีคางคกหมายกินเนื้อห่านฟ้า บุตรสาวนางมีพันธะสัญญาอยู่แล้ว ถูกทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงชาตินี้มิแคล้วเหมือนตายทั้งเป็น

    จ้าวลู่ชิงรับฟังคำสอนสั่งของมารดา นางกับญาติผู้พี่ก็เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง จะไม่มีครั้งที่สองเกิดขึ้นอีก

    ค่ายทหารนอกเมือง

    จ้าวลู่จื้อกับหลิงหย่งนั่งหลบทานมื้อเย็นอยู่ในห้องครัวของจวนอ๋องสองคน

    “ท่านอ๋องกำลังจะไปตรวจเสบียงแล้ว” เสียงพ่อครัวบอกสองคนที่แอบมาหลบหาอะไรทานอยู่ในห้องครัว

    หลิงหย่งรีบยัดผักดองรสเผ็ดเข้าปาก “ข้าฝากเจ้าเก็บจานด้วย”

    จ้าวลู่จื้อมองตามองครักษ์ว่าที่น้องเขย ที่เขาเข้าออกจวนอ๋องได้ก็เพราะใช้อภิสิทธิ์พี่ชายของว่าที่หวังเฟยนี่แหละ  รีบยัดอาหารเข้าปาก

    “ทานเสร็จท่านก็รีบกลับที่พักเถิด” พ่อครัวบอกกับคนที่คอยแอบเข้ามาหาอะไรทานอยู่ในจวนอ๋องบ่อยครั้ง

    หลิงหย่งวิ่งมาสมทบเตรียมพร้อมออกไปตรวจสอบเสบียงที่เพิ่งเดินทางมาถึง

    ฉีอ๋องมองปากที่ยังคงมีคราบมันติดอยู่ขององครักษ์ข้างกาย ก่อนเสสายตาหนีเหมือนไม่ใส่ใจ เหตุใดเขาจะไม่รู้ว่ามีผู้ใดแอบเข้ามาขโมยทานอาหารในจวน

    หลิงหย่งเห็นสายตาของผู้เป็นนายก็แสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา ม้าถูกควบออกไปยังยุ้งฉางที่เก็บเสบียง

    “เสบียงเต็มยุ้งฉางทุกหลังแล้วขอรับ” ผู้ดูแลเรื่องเสบียงรีบเข้ามารายงาน

    “เรื่องรองเท้าล่ะ เมื่อไหร่จะมาถึง”

    “คนของเรารายงานว่าไม่เกินหนึ่งอาทิตย์รองเท้าจะมาถึง” ห่าวหรานรีบรายงาน

    “แล้วยารักษาโรคล่ะ” เท้าก้าวยาว ๆ ไปตรวจตราของจำเป็นภายในค่าย

    “ยารักษาโรคได้มาเพียงน้อยนิดขอรับ” รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นไหว เห็นสายตาที่หันมามองจึงรีบบอก

    “ตั้งแต่เกิดภัยพิบัติทางเหนือ ราคาสมุนไพรก็แพงขึ้นหลายเท่าตัวเลยขอรับ งบในครั้งนี้หาซื้อยารักษาโรคได้ไม่ถึงครึ่ง”

    “แม่ทัพหลี่จิ้งเคลื่อนพลจากฉางอันหรือยัง”

    “อีกสองวันถึงจะเคลื่อนพลนำทหารหมื่นนายออกจากฉางอันมายังโยวโจวขอรับ”

    ทหารในค่ายต่างฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วง ก่อนสารทฤดูจะสิ้นสุดพวกตนต้องเดินทางไปทำศึกไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกลับมาหาครอบครัวหรือไม่

    “ท่านอ๋อง ฝ่าบาทต้องการขยายดินแดนทางเหนือขึ้นไปอีกในช่วงนี้จริงหรือ” ชายชราที่เป็นแพทย์ทหารสอบถามเพื่อความแน่ใจ

    “จริง”

    “ทำศึกในฤดูหนาวทหารจะไม่ถูกหิมะฝังกลบหรืออย่างไร”

    ฉีอ๋องนิ่งเงียบ ทำศึกในยามนี้โอกาสชนะนั้นมีมากเพราะอีกฝ่ายกำลังขาดเสบียง แต่โอกาสเสียกำลังทหารไปกับความหนาวเหน็บก็มีมากเช่นเดียวกัน

    “ท่านหมอ พวกเราไม่สามารถฝ่าฝืนคำสั่งได้” ห่าวหรานส่ายหน้า ไม่ให้ชายชรามีโทสะ

    “จ้าวกูเหนียงจะสามารถจัดหาเสื้อกันหนาวได้ครบหรือไม่ หากนางไม่สามารถจัดหาได้ครบ ทหารคงต้องอาศัยเสื้อกันหนาวตัวเก่า”

    หลิงหย่งมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา เสื้อกันหนาวตัวเก่าล้วนไม่สามารถทำให้ร่างกายอบอุ่นมากนัก ปีนี้ต้องทำศึกท่ามกลางหิมะ ไม่อยากจะคิดว่าความหนาวเย็นจะกัดกินกระดูกจนเจ็บปวดมากเพียงใด

    หลังจากตรวจสอบอาวุธที่มาใหม่เสร็จเรียบร้อยฉีอ๋องก็ควบม้าเข้าเมืองอย่างเร่งด่วน

    หอยาที่ใหญ่สุดในโยวโจวถูกฉีอ๋องมาเยือน เถ้าแก่หอยารีบเข้ามาต้อนรับ

    “เป็นเกียรติยิ่งนักที่ท่านอ๋องมาเยือนหอยาจินเป่า”

    “เถ้าแก่เหอ มิทราบว่าหอยาของท่านมียาตามรายชื่อพวกนี้ขายหรือไม่”

    ชายชราไล่สายตาอ่านชื่อยาที่อยู่ในแผ่นกระดาษ “กองทัพมาซื้อไปหมดแล้วขอรับ”

    “หอยาจินเป่าสาขาอื่นไม่มีเลยหรือ”

    “ข้าน้อยให้ทุกสาขาส่งยาที่ท่านต้องการมาจนหมดแล้วขอรับ ยามนี้ทั่วแคว้นต่างขาดแคลนสมุนไพร ท่านอ๋องจะเคลื่อนทัพทำศึกหรือขอรับ เหตุใดถึงได้ต้องการยาสมุนไพรมากขนาดนี้”

    เห็นเพียงดวงตาที่นิ่งสงบเถ้าแก่เหอก็รับรู้ได้ทันใด

    “ท่านอ๋อง ข้าได้ยินมาว่ามีหอแห่งหนึ่งเปิดประมูลยาแก่นพลังแห่งเทพเซียน ยาตัวนี้มีสรรพคุณน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก ข้าคิดว่าท่านส่งคนไปประมูลมาดีหรือไม่”

    น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย หากท่านอ๋องมียานี้ไว้ในการครอบครองมีแต่จะส่งผลดี

    “แก่นพลังแห่งเทพเซียน?”

    “ใช่ขอรับ” ลุกขึ้นไปหยิบใบประกาศ “ท่านลองอ่านประกาศแผ่นนี้ก่อน”

    ฉีอ๋องอ่านรายละเอียดในกระดาษ สถานที่ตั้งของหออิงฮวาทำให้คิ้วของเขาขมวดเป็นปม

    “มียาเช่นนี้ในใต้หล้าด้วยหรือ”

    “ข้าก็มิทราบเหมือนกันขอรับ แต่ทางหออิงฮวาป่าวประกาศออกไปเช่นนี้ ตอนนี้ที่หลงซีคงมีคนทั่วแคว้นไปเยือน ถ้าเกิดหอฮิงฮวาโกหกคงไม่รอดพ้นจากคุก ข้าคิดว่าคนของราชสำนักก็คงจับตามองอยู่”

    “ข้าขอตัว”

    ฉีอ๋องรีบกลับจวน เขามัวแต่วุ่นวายอยู่ในกองทัพ ไม่รู้เลยว่านางจะอาจหาญหาเงินด้วยวิธีนี้

    นางไม่รู้หรืออย่างไรว่าวิธีนี้มันเสี่ยง ความเคลื่อนไหวของหออิงฮวาจะต้องถูกคนของผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์จับตามอง ไหนจะคนทั่วยุทธภพอีก

    ยาแก่นพลังแห่งเทพเซียน เขาย่อมไม่เชื่อว่าจะมียาสรรพคุณสะเทือนฟ้าสะเทือนแผ่นดินอย่างนี้อยู่จริง

    นางจะทำอะไรกันแน่?

    รีบฝนหมึกอย่างรวดเร็วจากนั้นก็รีบเขียนจดหมาย นกอินทรีย์ทองตัวใหญ่โฉบลงมาจากท้องฟ้า เกาะอยู่หน้าต่างเมื่อได้ยินเสียงผิวปากเรียก

    จดหมายถูกยัดใส่กระบอกที่ห้อยอยู่ในคอ นกอินทรีย์บินขึ้นสู่ท้องฟ้าไปยังจุดมุ่งหมาย

    “ท่านอ๋องขอรับ” เงาสีดำกระโดดเข้ามาในห้องเมื่อได้ยินเสียงอนุญาต

    “จดหมายจากไท่ซ่างหวงขอรับ”

    ฉีอ๋องเปิดจดหมายจากบิดาออกอ่าน แววตาเย็นชาไม่บ่งบอกความรู้สึก

    หยิบพู่กันขึ้นมาตวัดเขียนอักษรลงบนแผ่นกระดาษแล้วปิดผนึกให้เรียบร้อย ก่อนจะส่งกลับไปให้บิดา

    องครักษ์เงารับจดหมายสำคัญ แล้วหายออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801