หลังจากที่เมื่อคืนสองสามีภรรยาเดินทางกลับมาถึงเรือนในยามจื่อเช้านี้จึงทำให้เสี่ยวฮวาตื่นสายกว่าปกติ วันนี้นางตั้งใจจะชวนสามีออกไปรดน้ำผักแล้วจึงเข้าไปเก็บหน่อไม้และผักในป่า
"เหตุใดท่านถึงไม่ยอมปลุกข้ากันเล่า" นางกล่าวโทษสามีที่ปล่อยให้นอนตื่นสาย
"ก็ข้าเห็นเ้ากำลังนอนหลับสบายเลยไม่อยากรบกวน อีกอย่างเมื่อคืนเ้าเข้านอนดึกด้วยกลัวเ้าจะป่วยอีก" เขาให้เหตุผล
"ข้าไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย" แค่หลับลึกไปหน่อยเลยไม่รู้สึกตัวยามที่ฟางจิ่งลุกออกมาก็เท่านั้น
"เช่นนั้นเ้าก็ไปล้างหน้าล้างตาเสียก่อนแล้วค่อยมากินข้าว อีกเดี๋ยวข้าจะออกไปรดน้ำผักกับเ้าด้วย" ฟางจิ่งบอกก่อนจะหันมาจัดเตรียมอาหารใส่จานแล้วจึงยกออกมาวางบนโต๊ะ
"เช่นนั้นรดน้ำผักเสร็จแล้วพวกเราเข้าป่าไปเก็บหน่อไม้กันดีหรือไม่"
"ได้สิ ข้าจะได้เตรียมหน้าไม้ไปด้วยเผื่อจะได้สัตว์ป่าติดมือกลับมาด้วย" ฟางจิ่งบอกก่อนจะลงมือกินข้าว
เมื่อกินข้าวเสร็จทั้งสองจึงได้เตรียมตัวออกไปรดน้ำผักเหมือนเช่นทุกวัน สองวันแล้วที่เสี่ยวฮวาหว่านเมล็ดผักลงไปแปลงเพาะแต่กว่าที่จะงอกก็คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันระหว่างนี้คงต้องคอยหมั่นมารดน้ำและถอนหญ้าออกจากแปลงดิน ทั้งสองช่วยกันตักน้ำในลำธารขึ้นมารดแปลงเพาะต้นกล้ากินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วยามเลยทีเดียว เสร็จแล้วจึงได้นั่งพักเอาแรงให้หายเหนื่อยจากนั้นจึงได้ออกเดินทางมุ่งหน้าป่าใหญ่บนูเา
"เ้าจะเก็บหน่อไม้ไปทำอันใดอีกหรือ" ฟางจิ่งถามขึ้นระหว่างกำลังเดินเข้าป่า
"ข้าจะเอาไปทำหน่อไม้ตากแห้งและก็หน่อไม้ดองเก็บไว้กินหน้าหนาวหรือยามที่หน่อไม้หาได้ยาก"
"ก็ดีเหมือนกัน จะได้มีหน่อไม้ไว้กินหน้าแล้งและหน้าหนาวยามเมื่อหิมะตกพืชผักบนูเาก็ไม่ค่อยจะงอกให้ได้เก็บสักเท่าไร"
"เช่นนั้นท่านก็ช่วยข้าแบกออกมาจากป่าก็แล้วกัน" ฟางจิ่งยิ้มรับแล้วจึงเดินต่อไปอีกสักพักก็เข้าสู่ผืนป่าทั้งสองเดินไปเรื่อยๆ ก็พบเข้ากับป่าไผ่ที่มีหน่อไม้ขึ้นอยู่เรียงรายเต็มไปหมด
"เ้าเก็บหน่อไม้อยู่แค่บริเวณนี้นะห้ามเดินออกไปไกลเหมือนคราวนั้นอีก ข้าจะเดินเข้าไปลึกอีกสักหน่อยเผื่อได้ไก่ป่าสักตัวสองตัว" ฟางจิ่งหันมาบอกภรรยากลัวว่านางจะเก็บหน่อไม้เพลินจนหลงป่า
"ข้ารู้แล้วท่านไปเถอะไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก" พูดจบฟางจิ่งก็เดินเข้าป่าลึกไปอีกเสี่ยวฮวาจึงได้หันมาเก็บหน่อไม้ผืนป่าแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่งนักจะต้องมีสมุนไพรหายากอยู่บ้างแหละ นางกำลังความคิดว่าสมุนไพรตัวไหนบ้างพอจะมีราคาและหาได้ในป่าผืนนี้บ้าง ั้แ่เธอตื่นขึ้นมาในร่างนี้ฟางจิ่งต้องหมดเงินไปกับนางตั้งเท่าไร คิดว่าหากหาสมุนไพรขายเพื่อที่จะหาเงินไว้ใช้ยามจำเป็ก็จะดีไม่น้อย เมื่อเก็บหน่อไม้ใส่ตะกร้าจนเต็มแล้วจึงได้มานั่งรอฟางจิ่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยร่างกายที่อ่อนเพลียจึงทำให้นางเผลอหลับไป จวบจนกระทั่งฟางจิ่งกลับออกมาที่เห็นภรรยานอนหลับอยู่เขาจึงได้รีบปลุกให้นางตื่นทันทีเขาเป็กังวลใจว่าโรคเก่านางจะกำเริบ
"เสี่ยวฮวาเ้าเป็อะไรไปหรือ" ฟางจิ่งเขย่าร่างของภรรยาเบาๆ ก่อนที่นางจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการเวียนหัวนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้บอกให้ฟางจิ่งรู้
"อ่ะ...ท่านกลับมาแล้วหรือ" ฟางจิ่งประคองให้นางลุกขึ้นแล้วเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"เ้าเป็อะไรมากหรือไม่ทำไมมานอนอยู่แบบนี้"
"ข้าไม่เป็อะไรมากหรอกแค่เผลอหลับไปก็เท่านั้นเรารีบกลับกันดีกว่า" นางแค่รู้สึกเหนื่อยจึงเผลอหลับไปั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้
"มาเดี๋ยวข้าช่วยเ้าแบกตะกร้าละกัน" ฟางจิ่งรับตะกร้าใบใหญ่ที่มีหน่อไม้อยู่เต็มขึ้นสะพายหลังแล้วจึงออกเดิน
"วันนี้ท่านจับไก่ป่าได้หรือไม่" เสี่ยวฮวาถามเมื่อเดินออกจากป่ามาได้ไกลพอสมควร
"ข้าจับไก่ป่าได้สามตัว" เขาบอกพร้อมกับชูไก่ขึ้นให้เสี่ยวฮวาดู
"ดีเลยพรุ่งนี้เช้าข้าจะตุ๋นให้ท่านกินดีหรือไม่"
"แล้วของเ้าล่ะไม่มีหรือ ทำไมมีแต่ของข้าผู้เดียว"
"ส่วนของข้าก็จะย่างให้หอมๆ แล้วฉีกกินทั้งตัว" สีหน้าฉายแววมีความสุข
"เช่นนั้นข้าขอกินไก่ย่างกับเ้าด้วยได้หรือไม่" ฟางจิ่งมองดูทางท่าที่มีความสุขของภรรยาเวลาที่นางนึกถึงเมนูที่นางอยากกินขึ้นมาแล้วยิ้มตาม
"เช่นนั้นข้าก็จะย่างสองตัวแบ่งกับท่านคนละตัวส่วนอีกตัวก็ตุ๋นไว้กินพรุ่งนี้เช้าดีไหม" นางอธิบายเพิ่ม
"อืม" ฟางจิ่งรับคำก่อนจะจูงมือภรรยาให้เดินไปพร้อมกัน เธอไม่เคยคิดเลยว่าการใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขาไม่วุ่นวายกับใครเช่นนี้ช่างรู้สึกสบายใจยิ่งนัก
เมื่อถึงเรือนซูฮวาจัดการกับไก่ป่าทั้งสามตัวนางแบ่งไว้สำหรับตุ๋นตอนเช้าหนึ่งตัว จากนั้นนางจะหมักด้วยเครื่องเทศสูตรพิเศษที่นางคิดขึ้นมาเอง ฟางจิ่งเป็คนก่อไฟสำหรับย่างไก่เสร็จแล้วเสี่ยวฮวาจึงได้เอาไก่ที่หมักไว้เสียบไม้ขึ้นย่างครู่ใหญ่ไก่ที่ย่างก็สุกจนหอมเหลืองน่ากิน เสี่ยวฮวาจึงได้เรียกให้ฟางจิ่งมานั่งกินข้าวทั้งสองนั่งกินไก่ย่างด้วยกันอย่างมีความสุข เสร็จแล้วจึงได้ช่วยกันปอกเปลือกหน่อไม้ที่หามาได้บางส่วนอีกส่วนหนึ่งนางแยกเอาไว้สำหรับต้มพรุ่งนี้เพราะนางจะเอาไว้ทำหน่อไม้ตากแห้ง
"ปอกเปลือกเสร็จแล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อหรือ" ฟางจิ่งถามเมื่อเห็นหน่อไม้มากมายเขาไม่รู้ว่านางคิดจะทำอย่างไร
"เสร็จแล้วข้าก็จะสับให้เป็เส้นเล็กๆ อย่างนี้แช่น้ำไว้หนึ่งคืนแล้วก็จะหมักเกลือดองใส่ไหเอาไว้" นางบอกพร้อมกับทำให้ดูเป็ตัวอย่างก่อนจะส่งมีดให้ฟางจิ่งช่วยสับจะได้เสร็จเร็วๆ
"แล้วส่วนที่เ้าได้แยกเอาไว้นั่นล่ะ"ฟางจิ่งยังคงถามต่อไปอีก
"ข้าก็จะก่อไฟต้มในวันพรุ่งนี้สุกแล้วก็เอาเปลือกแล้วก็นำมาสับเป็เส้นเล็กก่อนจะนำไปตากแดดให้แห้งเก็บใส่ถุงไว้ เวลาจะทำกินก็เอามาแช่น้ำสักสองถึงสามชั่วโมงแล้วนำมาทำอาหารได้เลย" ฟางจิ่งพยักหน้ารับรู้ เขาไม่เคยเห็นภรรยาเป็เช่นนี้มาก่อนปกตินางจะเป็คนไม่ค่อยพูดจาแม้แต่กับเขาเองนางก็พูดด้วยจนนับคำได้หลังนางฟื้นขึ้นจากอาการป่วยก็กลับเป็คนละคนช่างพูดจาดูมีความคิดมากขึ้นที่สำคัญนางขยันมากกว่าแต่ก่อน