ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 ความคิดของเด็กสาว

            

            ใบหน้าของหวังเสี่ยวเชี่ยนเต็มไปด้วยความหดหู่นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างหมดหนทาง"เพียงแต่ว่าข้าทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง"

            สาวโสดที่ยังไม่ออกเรือนคนนี้อยากจะดูแลผู้ชายนอกบ้าน?

            ไม่ว่าหลินกู๋หยู่จะโง่เง่าในเรื่องความรักมากเพียงใดแต่กระนั้นนางก็เข้าใจความคิดของหวังเสี่ยวเชี่ยน

            สาวงามแสนดีเอยเจ้าเป็นที่หมายปองของชายหนุ่ม

            เป็นไปได้หรือไม่ว่าสาวงามที่ฉือเย่หมายความถึงในหนังสือคนนั้นจะเป็นหวังเสี่ยวเชี่ยน?

            หลินกู๋หยู่เม้มปากด้วยรอยยิ้มมองใบหน้าหวังเสี่ยวเชี่ยนด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย และพูดเบาๆ ว่า"ถ้าเขารู้ว่าเจ้ามีความคิดเช่นนี้ เขาต้องมีความสุขมากอย่างแน่นอน"

            “จริงหรือ?” หวังเสี่ยวเชี่ยนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น สายตามองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยความประหม่า “เขาจะมีความสุขจริงๆ หรือ?”

            หลินกู๋หยู่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม"แต่กระนั้นเจ้าก็อย่าซักไซ้ถามเขาให้ชัดเจนเกินไป เรื่องเช่นนี้ถามอ้อมๆ จะเป็นการดีกว่า"

            หวังเสี่ยวเชี่ยนเม้มริมฝีปากแน่นโดยพยายามไม่ฉีกยิ้มร่า เพียงแต่ดวงตาที่คล้ายรูปจันทร์เสี้ยวคู่นั้นกลับทรยศต่ออารมณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเบิกบานใจของนาง

            “ข้าควรจะถามว่าอย่างไรดี?” รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเสี่ยวเชี่ยนสว่างสดใสมากขึ้น ในมือถือผ้าขนหนูไว้นางอดไม่ได้ที่จะบิดผ้าเช็ดหน้า “พี่สะใภ้สามพี่คิดว่าข้าควรจะถามเขาว่าอย่างไรดี?”

            สำหรับเรื่องเช่นนี้หลินกู๋หยู่ก็ไม่รู้พอๆ กับหวังเสี่ยวเชี่ยน เดิมทีนางก็ไม่เชื่อเรื่องความรักแต่เมื่อเห็นท่าทีของหวังเสี่ยวเชี่ยนคล้ายตกหลุมรักบางคนเข้าแล้วมุมปากของนางก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม "หรือว่าเมื่อเจ้ามีเวลาว่างเจ้าก็ไปหาเขาบ่อยขึ้น?”

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดรอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเสี่ยวเชี่ยนค่อยๆ แข็งขึ้น หว่างคิ้วของนางขมวดเล็กน้อยริมฝีปากของนางก็ส่อแววเป็นกังวล "ท่านแม่ของข้าไม่ปล่อยให้ข้าออกไปข้างนอกท่านแม่บอกว่า เด็กผู้หญิงเมื่อโตแล้วอย่าไปใกล้ชิดกับผู้ชายนอกบ้านมากเกินไป”

            “พี่สะใภ้สาม” หวังเสี่ยวเชี่ยนยื่นมือไปจับมือของหลินกู๋หยู่ เอ่ยถามอย่างประหม่าว่า “พี่ช่วยข้าถามฉือเย่ว่าเขาชอบใครดีหรือไม่?”

            เช่นนี้?

            หลินกู๋หยู่ทิ้งตัวนั่งลงบนตั่งไม้ด้วยความลำบากใจ

            โต้ซาใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วท่าทางคล้ายยังคงง่วงซึม นอนอยู่บนตักของหลินกู๋หยู่โดยไม่เข้าใจว่าท่านน้ากำลังพูดถึงอะไร

            “พี่สะใภ้สาม”หวังเสี่ยวเชี่ยนจับมือหลินกู๋หยู่ พูดอย่างเศร้าใจว่า “ข้าไม่สามารถพูดคุยกับพี่สะใภ้ใหญ่ได้และถ้าข้าไปบอกพี่สะใภ้รองเกี่ยวกับเรื่องนี้ละก็ ทุกคนในหมู่บ้านจะได้รู้เรื่องนี้แน่”

            ในยุคนี้ชื่อเสียงของหญิงสาวนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

            หลินกู๋หยู่ทนไม่ได้ที่เด็กสาวตัวเล็กๆยืนอ้อนอยู่ตรงหน้านาง จากนั้นนางก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า "ถ้าข้ามีเวลาว่างข้าจะช่วยถามให้ดีหรือไม่?"

            ในตัวอำเภอเมือง

            วันนี้ไม่ใช่วันที่มีตลาดนัดในเมืองจึงมีผู้คนไม่มากนัก

            ฉือหางกำลังลากเกวียนลาไม่ว่าเขาจะเดินไปทางใด กลุ่มคนก็มักจะมองมาทางเขาเสมอสิ่งที่พวกเขามองเป็นหลักนั้นคือสิ่งที่อยู่บนเกวียนลา

            ปัจจุบันคนที่สามารถฆ่าหมาป่าได้นั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

            ฉือหางลากเกวียนไปที่ประตูด้านหลังของโรงเตี๊ยมอู่ฝู[1] ทันทีที่เขาหยุดเกวียนลา เขาก็เห็นเสี่ยวเอ้อ[2] ของโรงเตี๊ยมเดินออกมาต้อนรับจากด้านใน

            "ฉืออู่เจ้าหายป่วยแล้วหรือ ก่อนหน้านี้ข้าได้ข่าวมาว่าเจ้าป่วยไม่ใช่หรือ?" เสี่ยวเอ้อในโรงเตี๊ยมและฉือหางคุ้นเคยกันดีเขาชำเลืองมองสิ่งที่อยู่บนเกวียนลาปราดหนึ่งรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็เป็นประกายสดใสยิ่งขึ้น

            “ข้าหายป่วยแล้ว” ฉือหางหยิบเหรียญทองแดงสองสามเหรียญออกมาจากแขนเสื้อของเขายัดใส่ในมือของเสี่ยวเอ้อ “เจ้าไปเรียกเถ้าแก่มาดูว่าหมาป่าตัวนี้ราคาเท่าไร?”

            “หมาป่างั้นหรือ?” เสี่ยวเอ้อฟังคำพูดของฉือหางพรวดมองสิ่งที่อยู่บนเกวียนลาด้วยใบหน้าสยองขวัญสายตามองจากศีรษะจรดปลายเท้าของฉือหาง “เจ้านี่เก่งจริงๆสิ่งนี้กว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยข้าเดาว่าเถ้าแก่จะต้องให้เงินเจ้าจำนวนมากอย่างแน่นอน”

            "ข้าก็แค่บังเอิญโชคดี"

            ก่อนที่ฉือหางจะพูดจบเขาก็ได้ยินเสี่ยวเอ้อพูดว่า "ข้าขอตัวไปเรียกเถ้าแก่"

            หลังจากพูดจบเสี่ยวเอ้อก็พรวดวิ่งเข้าไปในโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว

            ฉือหางจับสายบังเหียนเกวียนลาและยืนรอที่ประตูรอบๆ เขาล้อมด้วยผู้คนจำนวนมาก คนเหล่านั้นมองดูสิ่งที่อยู่บนเกวียนลาด้วยใบหน้าริษยา

            เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูสกุลจาง เป็นบุรุษรูปร่างผอมสูงอายุประมาณสี่สิบปี

            แม้ว่าจะมีโรงเตี๊ยมหลายแห่งในเมืองแต่เดิมฉือหางเคยติดต่อกับโรงเตี๊ยมทุกแห่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจขายสัตว์ที่ล่ามาได้ทั้งหมดให้แก่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูนั่นเป็นเพราะเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูให้ราคาที่ยุติธรรม

            เมื่อเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูได้ยินเสี่ยวเอ้อบอกว่าฉือหางมาหาเขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะคิดบัญชีต่อไป มองเสี่ยวเอ้ออย่างตื่นเต้น"กล่าวกันว่าเขาเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปแล้วไม่ใช่หรือ?"

            "แต่ตอนนี้เขาหายป่วยแล้ว"เสี่ยวเอ้อก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกัน หลังจากฉือหางล้มป่วย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ป่าในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็มีไม่มากนักบางส่วนที่มีก็มาจากผู้อื่นนำมาขายเป็นครั้งคราวเท่านั้นกิจการในโรงเตี๊ยมก็ไม่ดีเช่นแต่ก่อนแล้ว

            "เร็วเข้ารีบพาข้าไปดูเร็ว" นี่คือเงินที่ส่งถึงหน้าประตูเชียวเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูก็เร่งฝีเท้าเดินออกไปข้างนอกอย่างตื่นเต้น

            เมื่อเขาเห็นฉือหางยืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางคล้ายว่าเขาสบายดีเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูก็เอ่ยพูดอย่างตื่นเต้น "ก่อนหน้านี้ข้าได้ข่าวมาว่าเจ้าป่วยจึงสั่งคนให้ส่งเงินให้เจ้าสองตำลึง โดยหวังว่าจะรักษาอาการป่วยของเจ้าให้หายดีได้"

            ฉือหางจ้องมองเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูอย่างเลื่อนลอยบนใบหน้าของเขาฉาบด้วยรอยยิ้มกระอักกระอ่วน

            สิ่งที่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูพูดทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องนี้?

            เมื่อเห็นท่าทางของฉือหางเสี่ยวเอ้อที่อยู่ข้างๆ ก็พูดต่อไปว่า "ก็ให้ในวันที่เจ้าแต่งงานอย่างไรเล่า?"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่เสี่ยวเอ้อพูดในที่สุดฉือหางก็ตอบสนองและรีบพูดว่า "เถ้าแก่ ขอบคุณจริงๆ"

            สายตาของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูจับจ้องไปที่สิ่งของบนเกวียนลาของฉือหางดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น

            "นี่ นี่คือ?" เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูมองดูสิ่งของบนเกวียนลาอย่างตื่นเต้น  "หมาป่างั้นหรือ?"

            "อืม"ฉือหางยื่นบังเหียนให้เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วเดินไปหาเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝู "ข้าไม่รู้ว่าท่านต้องการสิ่งนี้หรือไม่แต่ข้านำมันมาให้ท่านดูก่อน"

            “เอา เอาสิ เอาแน่นอนอยู่แล้ว!” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูผงกศีรษะอย่างตื่นเต้น “สิ่งนี้ข้าต้องการแน่นอน”

            พูดแล้วเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูก็เอ่ยถามว่า "ราคาตัวนี้..."

            "เถ้าแก่ท่านเสนอราคามาเถอะ" ฉือหางเป็นคนคุยง่าย

            "ห้าสิบอีแปะ[3] ต่อหนึ่งจิน" เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง"เนื้อหมูที่ดีที่สุดของที่นี่ราคาอยู่ที่ยี่สิบสองอีแปะต่อหนึ่งจินส่วนเนื้อหมาป่าหายากมาก เช่นนี้ละกัน ไม่ว่าจะเนื้อส่วนดีหรือไม่ดีคิดในราคาห้าสิบอีแปะต่อหนึ่งจินทั้งหมด ดีหรือไม่?”

            "ตกลง"ฉือหางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "ลองชั่งน้ำหนักดูว่าหนักกี่จิน"

            เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูชอบความตรงไปตรงมาของฉือหางเขาตะโกนเข้าไปข้างใน "หลายเหริน[4] ชั่งน้ำหนักสินค้า!"

            ชายร่างใหญ่สองคนเดินออกมายกหมาป่าออกจากเกวียนลาวางไว้บนตาชั่งขนาดใหญ่แล้วชั่งน้ำหนัก

            "หนึ่งร้อยสิบจิน" เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูมองไปที่ตราชั่ง จากนั้นมองไปที่ฉือหางด้วยรอยยิ้ม"น่าจะห้าพันห้าร้อยอีแปะ เช่นนั้นข้าจะให้เงินห้าตำลึงกับอีกห้าร้อยอีแปะให้เจ้า?"

            "ตกลง"ฉือหางเปล่งเสียงตอบด้วยรอยยิ้ม"เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูดูแลกิจการของข้าเช่นนี้ดีจริง"

            เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูชอบความตรงไปตรงมาของฉือหางดังนั้นเขาจึงสั่งคนงานให้นำเอาเงินห้าตำลึงและห้าร้อยอีแปะออกมา

            เมื่อคนงานนำเงินออกมาเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูก็ยื่นให้ฉือหางด้วยรอยยิ้ม

            ฉือหางรับมันอย่างง่ายๆ แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มซึ่งเจือด้วยความไม่มั่นใจเล็กน้อย"เถ้าแก่ ท่านพอจะรู้จักร้านรับซื้อหนังหมาป่าในราคาสูงหรือไม่ข้ายังมีหนังหมาป่าหนึ่งแผ่นอยู่ในมือ"

            ฉือหางพูดพลางหยิบหนังหมาป่าใต้ฟางบนเกวียนลาออกมาแม้ว่าหนังหมาป่าจะลอกจากเนื้อออกหมดแล้ว แต่เพราะมันมีรูอยู่สองสามรูจึงทำให้ดูไม่สมบูรณ์นัก

            “นี่” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาลังเล “เจ้าลองไปที่ร้านตระกูลเฉินดูสิ เป็นร้านที่อยู่ตรงข้ามเยื้องกับโรงเตี๊ยมข้าจะให้เสี่ยวเอ้อพาเจ้าไปที่นั่น”

            "ขอบคุณเถ้าแก่"

            ฉือหางวางเกวียนลาไว้ที่ทางเข้าด้านหลังของโรงเตี๊ยมก่อนเสี่ยวเอ้อก็พาฉือหางเดินจากด้านหลัง เดินอ้อมไประยะทางยาวไกล

            เมื่อเขามาถึงทางเข้าร้านตระกูลเฉินฉือหางมองไปที่แผ่นไม้ประดู่สีทองบนแผ่นประตู เขาคิดในใจว่ามันสวยงามมาก

            "ฉืออู่ร้านนี้" เสี่ยวเอ้อพาฉือหางไปที่ประตูร้านสกุลเฉิน จากนั้นพูดว่า"เจ้าเข้าไปถามด้านใน แล้วขอเงินให้ได้มากๆ"

            "ข้ารู้"

            "งั้นข้าขอตัวไปก่อน"เสี่ยวเอ้อต้องการจะวิ่งกลับไปที่โรงเตี๊ยม แต่จู่ๆราวกับว่าเขาคิดอะไรบางอย่างได้ เขาดึงฉือหางแล้วเดินเข้าไป"ข้าจะช่วยเจ้าต่อรองราคาให้!"

            ฉือหางเดินตามเสี่ยวเอ้อเข้าไปในร้านสกุลเฉินมองดูขนสัตว์บนผนัง ก่อนที่จะทอดถอนหายใจเล็กน้อย

            เถ้าแก่เฉินเห็นเสี่ยวเอ้อเข้ามาจึงเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม"เถ้าแก่ของเจ้ามีขนดีๆ มาเสนอใช่หรือไม่ เอามาให้ข้าดูสิ"

            เสี่ยวเอ้อดึงแขนของฉือหางจากนั้นฉือหางก็หยิบหนังหมาป่าออกมาจากกระเป๋า

            เถ้าแก่เฉินหยิบหนังหมาป่าจากมือของฉือหางอย่างด้วยฝ่ามือสั่นเทาบนขนยังมีเม็ดเลือดติดอยู่ประปราย อดไม่ได้ที่จะพูดว่า"วิธีการถลกหนังแผ่นนี้ดีกว่าที่พวกเจ้าส่งมาก่อนหน้านี้มาก"

            เมื่อก่อนฉือหางขายสัตว์และขนสัตว์ที่ล่ามาได้ทั้งหมดให้กับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมอู่ฝูโดยตรงส่วนใหญ่เป็นพวกกระต่ายตัวเล็กๆ ไม่ใช่สัตว์ขนาดใหญ่

            "ท่านคิดว่าสิ่งนี้ราคาเท่าไรหรือ?" เสี่ยวเอ้อหรี่ตายิ้มมองไปที่เถ้าแก่เฉิน เขาผลักฉือหางไปด้านหน้า"หนังที่ขายก่อนหน้าก็ได้มาจากเขาเช่นเดียวกัน"

            เถ้าแก่เฉินและเถ้าแก่จางมีความสัมพันธ์ที่ดีเสมอมาเมื่อได้ยินสิ่งที่เสี่ยวเอ้อพูด เขาจึงพินิจมองหนังหมาป่าอย่างละเอียดถี่ถ้วน

            "อืม"เถ้าแก่เฉินเงยหน้าขึ้นมองที่ฉือหาง "แม้ว่าขนาดตัวหมาป่าจะไม่ใหญ่มาก แต่ขนของมันไม่เลวเดิมทีสามารถขายได้ในราคาเจ็ดสิบตำลึง แต่มันมีรูอยู่บ้าง อืม ห้าสิบตำลึงราคานี้!"

            ฉือหางบิดตัวเบาๆ

            เสี่ยวเอ้อเป็นคนฉลาดมีไหวพริบเขาก็เอนกายไปข้างหน้าเถ้าแก่เฉินด้วยรอยยิ้ม "เถ้าแก่ เถ้าแก่ของข้าบอกว่าท่านคนเดียวที่รับซื้อขนสัตว์ ฉืออู่จะส่งสัตว์ป่ามาที่โรงเตี๊ยมของเราทุกครั้งถ้ามีหนังสัตว์ พวกเราจะส่งมาให้ท่าน วันข้างหน้าจะส่งให้ท่านตลอดท่านให้เงินมากกว่านี้เถอะ!"

            เมื่อก่อนทุกครั้งที่มาขายของเสี่ยวเอ้อจะเป็นคนมาขาย เขาเป็นคนพูดจาฉะฉาน

            เห็นได้ชัดว่าเถ้าแก่เฉินยังคงลำบากใจอยู่เสี่ยวเอ้อพูดด้วยรอยยิ้มว่า "วันข้างหน้าอาจจะมีหนังสัตว์มากกว่านี้ ท่านช่วยให้เงินมากกว่านี้เถอะ"

            "เช่นนี้แล้วกัน"เถ้าแก่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาพูดอย่างเป็นทุกข์ราวกับว่าเนื้อของเขาจะถูกตัดออกอย่างไรอย่างนั้น"เช่นนั้นให้ไปห้าสิบห้าตำลึง ไม่สามารถให้มากกว่านี้ได้อีกแล้ว"

            "ตกลง"และฉือหางก็รู้สึกว่าไม่สามารถเป็นไปได้มากกว่านี้อีกแล้วเช่นกัน

            หลังจากขายหนังหมาป่าแล้วฉือหางก็นำเงินใส่กระเป๋าด้วยความรู้สึกหวั่นกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้

            “นี่ ข้าเรียกเจ้าอยู่ใครบอกให้เจ้าเดินต่อ!” ทันใดนั้น น้ำเสียงอ่อนหวานที่เจือด้วยความหยิ่งยโสแว่วดังมาจากด้านหลัง

            ฉือหางยังคงเดินไปข้างหน้าโดยไม่สนใจคนที่อยู่ข้างหลังเขาแม้แต่น้อย

            “ข้าเรียกเจ้า คนสกุลฉือ!”

            ก่อนที่จะทันได้โต้ตอบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสูงไม่ถึงไหล่ของเขาก็ปรากฏตัวเบื้องหน้า ฉือหางหยุดฝีเท้าทันที

            …………………………………………………………………

             

            [1] โรงเตี๊ยมอู่ฝู  คือ โรงแรมที่มีความหมายว่าโรงแรมความสุขห้าประการ

            [2] เสี่ยวเอ้อ คือบริกร หรือพนักงานในร้านทั่วไป ในโรงแรม เป็นต้น

            [3] อีแปะ (อีแปะ) คือ หน่วยเงินสำริด (คือหน่วยเหรียญที่มีรู) ซึ่งมีค่าน้อยที่สุดในหน่วยเงินตราสมัยก่อนของจีนโดย 1000 อีแปะเท่ากับ 1 ตำลึง 1 เฉียนมี 100 อีแปะ

            [4] หลายเหรินเป็นคำที่พูดที่ใช้เมื่อร้องเรียกคนมาช่วยหรือมาทำตามคำสั่งใช้ของผู้เรียกผู้ที่ใช้คำนี้ส่วนใหญ่จะมีศักดิ์เป็นเจ้าคนนายคน

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498