สายลมเย็นสบายปะทะกับใบหน้าชายหนุ่มจนเส้นผมที่ถูกจัดแต่งมาเป็อย่างดีพลิ้วไหวประหนึ่งกำลังเต้นรำ ขณะเดียวกันแสงแดดยามสายก็ยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน สร้างบรรรยากาศอบอุ่นชวนให้อเล็กซ์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถสปอร์ตสีดำสองที่นั่ง รูปทรงโฉบเฉี่ยว ไฟหน้าแลคล้ายดวงตาของกบ ซึ่งขณะนี้หลังคาถูกเปิดออกเพื่อรับลม ช่วยผ่อนคลายความรู้สึกของชายหนุ่มให้สบายใจที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมา
‘นาน ๆ ทีได้ขับรถรับลมแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน’ อเล็กซ์รำพึงในใจ
เ้ากบเหล็กสีดำกำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเกินหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงบนทางหลวงเลียบชายฝั่งตะวันตกแคลิฟอร์เนีย ปลายทางคือสนามบินแห่งหนึ่งในย่านซานตา บาบาร่า ซึ่งระบบนำทางของรถบอกว่าด้วยความเร็วระดับนี้จะถึงที่หมายภายในสามสิบนาที
เสียงเพลงส่งผ่านลำโพงรถ ดังสู้เสียงสายลมอย่างไม่ยอมแพ้ ทุกครั้งยามได้บังคับพวงมาลัยในบรรยากาศอบอุ่นสบายอารมณ์เช่นนี้ อเล็กซ์เลือกที่จะเปิดเพลงฟังเสมอ โดยเฉพาะแนวอาร์แอนด์บี เสียงเพลงช่างเข้ากับสายลมและแสงแดดจนชายหนุ่มอดใจไม่ไหวเผลอร้องคลอตามออกมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน
เมื่อผ่านประตูรั้วเหล็กที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยแ่า รถสปอร์ตทมิฬก็ขับไปอีกครู่หนึ่ง กระทั่งค่อย ๆ ลดความเร็วลง ก่อนเทียบจอดนิ่งสนิทภายในอาคารแห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเปิดประตูก้าวลงจากรถด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ทว่ายังไม่ทันที่ประตูรถจะถูกปิด เสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“สวัสดีครับคุณอเล็กซ์”
เมื่อหันไปมอง พบว่าเ้าของเสียงคือชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ผมสีน้ำตาลถูกจัดแต่งเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว อเล็กซ์คุ้นเคยกับบุรุษผู้นี้เป็อย่างดีจึงกล่าวตอบอย่างอารมณ์ดี พลางยื่นมือไปจับทักทาย
“สวัสดีครับคุณวิลเลี่ยม”
“เครื่องบินของคุณจัดเตรียมไปเรียบร้อยแล้วครับ พร้อมน้ำมันเต็มถัง รับประกันว่าถึงที่หมายเกาะลิตเติ้ลเฮย์อย่างราบรื่นแน่นอนครับ”
“เยี่ยมมาก คุณนี่ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังจริง ๆ”
วิลเลี่ยมรับคำชมด้วยรอยยิ้ม ก่อนกล่าวต่อพลางผายมือไปทางทิศหนึ่งซึ่งมีประตูบานใหญ่ตั้งอยู่
“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะครับ เชิญทางนี้เลย”
จากลานจอดรถ สองชายหนุ่มสืบเท้าเข้าสู่บริเวณอาคารสนามบินที่ตกแต่งเรียบง่ายด้วยโทนสีเทา ก่อนฝีเท้าจะเร่งความเร็วขึ้นเมื่อเข้าสู่ทางเลื่อนที่ทอดตัวผ่านช่องทางเดินระยะทางประมาณสามร้อยเมตร
“ระวังสิ้นสุดทางเลื่อน”
สิ้นเสียงบอกกล่าวไร้จิติญญาของระบบคอมพิวเตอร์ เบื้องหน้าทั้งสองปรากฏเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ ประกายแดดเจิดจ้าส่องผ่านกำแพงกระจกใสเข้ามา ให้ความรู้สึกสดชื่นราวหลุดจากถ้ำมาเจอหน้าผาริมริมทะเล และหากมองทะลุกำแพงกระจกก็จะพบกับรันเวย์สนามบินที่มีขนาดวิหคเหล็กน้อยใหญ่ประมาณสิบลำจอดแน่นิ่งอยู่
“ผมคงมาส่งคุณได้เท่านี้ ถึงจะทราบดีอยู่แล้วว่าคุณต้องทำสำเร็จแน่ แต่ยังไงก็ขอพระเ้าอวยพรให้คุณปลอดภัยนะครับ” หยุดฝีเท้าลงขณะเดินมาถึงประตูทางออกสู่รันเวย์ วิลเลี่ยมกล่าวยิ้ม ๆ พลางเอื้อมมือไปแตะไหล่คู่สนทนาเบา ๆ เป็เชิงอวยพร
“ขอบคุณครับ ยังไงก็แค่งานธรรมดาอีกงานหนึ่งอยู่แล้ว” ตอบรับความปรารถนาดีจากอีกฝ่าย อเล็กซ์ฉีกยิ้มส่งท้าย ก่อนหันหลังให้ และเดินพ้นตัวอาคารสู่พื้นรันเวย์
ย่างก้าวต่อไปอีกประมาณสองร้อยเมตร อเล็กซ์ก็มาถึงจุดหมาย เครื่องบินส่วนตัวขนาดเล็กสิบที่นั่ง โดดเด่นด้วยสีดำทมิฬ ซึ่งแตกต่างกับลำอื่น ๆ ที่จอดในรันเวย์นี้โดยสิ้นเชิง ไม่ต่างจากแกะดำตัวเดียวในฝูง ปรากฏเต็มครรลองสายตา บริเวณด้านข้างเขียนด้วยตัวอักษรสีขาวเป็ภาษาอังกฤษว่า ‘Dictator Slayer’ และเมื่อย้ายสายตาไปมองยังประตูห้องโดยสาร พบว่ามันเปิดอ้าอยู่เรียบร้อยแล้ว พร้อมด้วยบันไดทอดลงมาประจบพื้นรันเวย์
อเล็กซ์ก้าวขึ้นบันไดก่อนก้มหัวเล็กน้อยขณะผ่านธรณีประตูสู่ห้องโดยสาร โดยภายในอากาศยานขนาดกะทัดรัดลำนี้มีเบาะผู้โดยสารอยู่สิบตัววางเรียงกันสองแถวติดกับหน้าต่าง เว้นพื้นที่ทางเดินไว้ตรงกลาง ชายหนุ่มเลือกจับจองที่นั่งหนึ่งตรงกึ่งกลางลำ ทิ้งตัวลงอย่างผ่อนคลาย และเมื่อััความนุ่มของเบาะ ชายหนุ่มจึงถอดแว่นกันแดดมาเหน็บไว้กับกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ทันใดนั้น หนึ่งเสียงห้าวลอยมาจากห้องนักบิน
“สวัสดีครับหัวหน้า!”
“อื้ม สวัสดี วันนี้ดูคึกคักเป็พิเศษเลยนะโรเบิร์ต”
“ก็กำลังจะได้ล่าเหยื่ออีกแล้วนี่ครับ”
“แน่ใจเหรอว่าเป็เพราะเื่นั้น ชั้นนึกว่านายอารมณ์ดีเพราะคืนนี้จะได้ปาร์ตี้เสียอีก” อเล็กซ์แซว ก่อนที่ต้นเสียงจะะเิเสียงหัวเราะลูกใหญ่ออกมา
สิ้นเสียงหัวเราะ ทั้งคู่สนทนากันอีกเล็กน้อย ก่อนที่คล้อยหลังราวห้านาที วิหคเหล็กจะค่อย ๆ ขยับเคลื่อนไหว จากนั้นเมื่อถึงทางตรงอัตราเร่งก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หุบล้อบอกลาพื้นดินสยายปีกขึ้นสู่ท้องฟ้า
เรียกได้ว่าเป็สี่ชั่วโมงแห่งความเงียบสงบ ต่างคนต่างทำหน้าที่ตัวเองอย่างแข็งขัน เ้าของชื่อโรเบิร์ตซึ่งเป็ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่วัยประมาณสามสิบมุ่งสมาธิกับการขับเครื่องบิน ส่วนอเล็กซ์ก็ตั้งพินิจเอกสารบางอย่างในแท็บเล็ตด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จมอยู่ในห้วงความคิดส่วนตัวเนิ่นนาน ทว่าเมื่ออเล็กซ์เงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองออกนอกหน้าต่างก็พบว่าตอนนี้เบื้องล่างคือพื้นน้ำสีครามสุดลูกหูลูกตา และบริเวณใกล้กับเส้นขอบฟ้า ปรากฏเกาะแห่งหนึ่ง ต้นไม้เขียวขจีผ่าปกคลุมเต็มพื้นที่ประมาณสามร้อยเอเคอร์ รอบเกาะมีหาดทรายสีขาวนวลกระจายตามจุดต่าง ๆ
ไม่ว่าจะมองมุมไหนเกาะแห่งนี้ก็ดูไม่ต่างจากเกาะร้างทั่วไป อย่างไรก็ตามอากาศยานลำนี้กลับค่อย ๆ ลดระดับความสูงลงเรื่อย ๆ คะเนจากสายตาหากยังเป็เช่นนี้ต่อไปคงไม่พ้นลงปะทะกับหมู่แมกไม้กลางป่าบนเกาะ เกิดเป็โศกนาฏกรรมคร่าชีวิตทั้งโรเบิร์ตและอเล็กซ์อย่างแน่นอน
...ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีท่าทีร้อนใจแม้แต่น้อย
เมื่ออยู่ในระดับความสูงต่ำกว่าหนึ่งพันฟุต คำตอบของสถานการณ์ชวนงงก็พลันกระจ่าง เมื่ออยู่ ๆ หมู่ต้นไม้ที่ทอดเรียงตัว ณ ป่ารกทึบใจกลางเกาะพลันเคลื่อนตัวออกจากกัน ฉับพลัน รันเวย์สนามบินที่หลบซ่อนอยู่ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นแทนที่อย่างน่าอัศจรรย์ ทุกอย่างราวกับเวทย์มนต์ที่ถูกเสกขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีก้าวหน้าล้ำยุค
ไม่ว่ากี่ครั้งอเล็กซ์ก็อดภูมิใจกับนวัตกรรมที่เขาคิดค้นไม่ได้ รอยยิ้มเล็กน้อยพรายขึ้นบนริมฝีปากของชายหนุ่มขณะวิหคเหล็กร่อนลงัักับพื้นโลกอีกครั้ง
เมื่อทุกอย่างนิ่งสงบ ชายหนุ่มทั้งสองก้าวออกจากเครื่องบิน มุ่งหน้าเดินไปยังพาหนะหน้าตาละม้ายคล้ายรถรางซึ่งตั้งไม่ห่างจากรันเวย์ และเมื่อกดปุ่มสีแดงด้านใน มันก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามรางที่ถูกปูไว้ ผ่านป่าฝ่าดงที่รอบข้างรกชัฏด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ หลายครั้งที่อเล็กซ์ได้สบตากับเหล่าสิงห์สาราสัตว์ ราวกับเป็เครื่องเล่นผจญภัยในสวนสนุกในฉบับสมจริงกว่ามาก
ชั่วระยะเวลาบุหรี่หนึ่งมวนที่อเล็กซ์สูบหมดลง วิวเบื้องหน้าที่เคยเป็ป่าทึบพลันปรากฏประตูโลหะบานใหญ่ที่ไม่เข้ากับบรรยากาศรอบข้างโดยสิ้นเชิง เปิดกว้างอยู่ประหนึ่งอ้าแขนรับทั้งคู่สู่อ้อมอก รางเหล็กทอดยาวเข้าไปด้านใน เมื่อรถรางที่อเล็กซ์และผู้ใต้บังคับบัญชาโดยสารมาพ้นผ่านเข้าสู่ภายใน ประตูบานดังกล่าวก็ค่อย ๆ ปิดลง
เมื่อการเคลื่อนไหวของยานพาหนะเปลี่ยนเป็นิ่งสนิท ท่ามกลางห้องเพดานสูงที่บรรยากาศเหมือนโกดังเก็บของชั้นใต้ดิน ชายหนุ่มลงจากรถราง ก่อนสืบเท้าไปยังมุมหนึ่งซึ่งเป็ที่ตั้งของลิฟท์อย่างไม่เร่งไม่ช้า ประตูลิฟต์ปิดลง จากนั้นสายสลิงเริ่มทำงาน นำพาพวกเขาขึ้นสู่้า
ปิ๊ง!
เสียงสัญญาณกังวานใสดังขึ้น พร้อมประตูลิฟต์สีเงินที่เปิดออกอย่างช้า ๆ เบื้องหน้าพลันปรากฏห้องโถงโอ่อ่าของวิลล่าหลังใหญ่สไตล์ทรอปปิคอล ด้วยบรรยากาศเช่นนี้แทบจะทำให้ลืมไปเลยว่าสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะร้าง มีเสียงะโโหวกเหวกเคล้าเสียงดนตรีแว่วมาจากสุดทางเดินทิศตะวันตก
“ยังไม่ทันจะมืดเลยนะเนี่ย สมกับเป็เ้าพวกนั้นจริง ๆ” อเล็กซ์หันไปกล่าวกับโรเบิร์ตที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียนกึ่งหัวเราะกึ่งระอา
“ผมว่าทุกคนก็น่าจะติดนิสัยนี้มาจากหัวหน้านั่นแหละครับ” คำตอบนี้ทำเอาอเล็กซ์หันมาค้อนใส่วงใหญ่ ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“งั้นเราก็ไปรีบไปหาพวกนั้นดีกว่า เดี๋ยวจะตามไม่ทัน”
จบคำ ทั้งคู่ก็ย่างก้าวเลียบทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนขาวนวล ทอดยาวสู่ประตูทิศตะวันตกของตัวบ้าน และเมื่อเอื้อมมือผลักแผ่นไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่ออก ความสวยงามของทิวทัศน์ตรงหน้าอาจทำให้ใครหลายคนลืมหายใจได้เลยทีเดียว
สุดปลายตาคือดวงตะวันสีแดงสดที่กำลังโคจรต่ำเรื่อย ๆ จนขณะนี้เกือบขนานกับเส้นขอบฟ้า สาดลำแสงยามอัสดงทอประกายลงบนผืนน้ำสีคราม ตัดรับกับหมู่ต้นไม้เขียวขจีของเกาะแห่งนี้ได้อย่างลงตัว เรียกว่าเป็บรรยากาศอันเงียบสงบที่ไม่เข้ากันแม้แต่น้อยกับความโหวกเหวกโวยวายในระยะใกล้สุดของสายตา
ถัดออกจากประตูไม้มะฮอกกานีที่อเล็กซ์กับโรเบิร์ตยืนอยู่ไม่กี่ก้าว ลานกว้างขนาดหนึ่งส่วนสามสนามฟุตบอลปรากฏแก่ครรลองสายตาชายหนุ่มทั้งสอง ตรงกลางเป็สระว่ายน้ำที่ก่อขึ้นจากก้อนหินน้อยใหญ่อย่างประณีต โดยรอบมีทั้งโต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้แต่เตาย่างบาร์บีที่กำลังส่งกลิ่นเนื้ออย่างหอมฉุย วางอยู่กระจัดกระจายไม่เป็ระเบียบ
แทบทุกบริเวณของลานกว้างแห่งนี้ถูกจับจองด้วยคนหนุ่มสาวจำนวนเกือบยี่สิบ ชัดเจนว่าแต่ละคนกำลังปาร์ตี้กันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง หลักฐานคือเครื่องดื่มในแก้วที่ถือ และเสียงเพลงจากลำโพงที่ดังกลบสุ้มเสียงธรรมชาติสนิท จนไม่ทันได้สังเกตว่ามีผู้มาเยือนสองคนกำลังยืนจ้องพวกเขาอยู่
“เฮ้ พวกนาย! หัวหน้ามาแล้ว” โรเบิร์ตตะเบ็งเสียงลั่น ทว่าดูเหมือนจะยังไม่ดังพอจะชนะเสียงเพลงจากลำโพงจึงไม่มีเสียงดังจากลำโพง
“เฮ้ พวกนาย! หูหนวกกันหรือไงโว้ย! หัวหน้ามาแล้ว”
คราวนี้ได้ผล ทุกคนในลานกว้างหันมามองต้นเสียงเป็ทางเดียว พลันเสียงเพลงจากลำโพงเงียบลง เหลือไว้เพียงเสียงไขมันจากเนื้อย่างบนเตาบาร์บีคิวไหลลงปะทะถ่านเบื้องล่าง
“อ้าว สวัสดีครับหัวหน้า”
“สวัสดีค่ะหัวหน้า”
“มาช้าจังเลยนะครับหัวหน้า พวกเรานำหน้าไปไกลแล้วเนี่ย”
หลากคำทักทายจากหลายคนประดังประเดเข้ามา อเล็กซ์จึงรอให้ทุกคนพูดจบ จึงค่อยตอบในคราวเดียวว่า
“นี่ไม่คิดจะรอชั้นกันเลยหรือยังไงเนี่ย แต่เอาเหอะ คืนนี้สนุกกันให้เต็มที่ แต่ก็อย่าเมาค้างกันให้มากนักละ พรุ่งนี้เรามีประชุมสรุปแผนปฏิบัติการลา ฮวนโก้กันครั้งสุดท้าย ทุกคนเข้าใจตรงกันนะ”
“รับทราบครับ”
“รับทราบค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวจะลงมาสนุกด้วย” พูดจบ อเล็กซ์หมุนตัวกลับโดยไม่รีรอ เดินกลับไปเข้าไปในตัวบ้านโดยมีเสียงโห่ร้องชอบใจของทุกคนในสนามหญ้าไล่หลังไปด้วย
ส่วนโรเบิร์ตคล้ายจะอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป ด้วยใช้พลังงานขับเครื่องบินมากว่าสี่ชั่วโมง ตอนนี้คอเขาแห้งเป็ผง อยากได้เครื่องดื่มสีทองมาดับกระหายแทบแย่ ชายหนุ่มจึงไม่ตามอเล็กซ์เข้าไป แต่ก้าวเท้าอย่างรวดเร็วมาหยิบกระป๋องเบียร์ในถังแช่ ก่อนกระโจนลงสระว่ายน้ำทั้งยังไม่ถอดเสื้อผ้าสักชิ้น ระลอกคลื่นกระจายคละเคล้ากับเสียงหัวเราะชอบใจของสหายทุกคน