เมื่อเสี่ยวหลงจากไปแล้วทำให้ภายในห้องตอนนี้ปีกัสโซ่ อินาริและเมอบิอุสนั่งมองหน้ากันเงียบๆจนบรรยากาศภายในห้องดูน่าอึดอัดแปลกๆ จนพักใหญ่ต่อมาปีกัสโซ่ก็เริ่มพูดก่อน
“ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับผมและหมู่บ้านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหพันธ์ชิลด์แอนซอร์ดจากที่พวกผมต้องพึ่งพวกเขาก็น่าจะเป็ข้อยืนยันที่ดีพอ”
ปีกัสโซ่ยิ้มให้อินาริ พร้อมกับพูดออกมาอย่างช้าๆ ถ้าเป็ไปได้เขาก็ไม่อยากให้พวกสหพันธ์เข้ามาวุ่นวายภายในหมู่บ้านของเขาเหมือนกัน
(เอายังไงคะเมอบิอุส)
อินาริส่งกระแสจิตขอความเห็นจากชายหนุ่มที่นั่งข้างๆโดยส่วนตัวแล้วเธอคิดว่าปีกัสโซ่เชื่อใจได้ และจากที่เมอบิอุสพยักหน้าตอบเธอก็แสดงว่าเมอบิอุสเองก็เชื่อใจปีกัสโซ่เช่นเดียวกัน
“ถ้างั้นไม่เกรงใจแล้วนะค่ะ”
อินาริที่ผ่อนคลายมากขึ้นเริ่มจัดการอาหารเลิศรสจำนวนมากบนโต๊ะทันที เพราะเมื่อสักครู่นี้เธอทนมามากพอแล้ว
ปุ้ง !
ควันสีขาวออกมาจากจิ้งจอกที่นอนอยู่ข้างๆของเมอบิอุสและเมื่อควันนั้นหายไปก็ปรากฏร่างของหญิงสาวสวยที่งดงามไม่แพ้อินาริ
“แม่อะ กินไม่รอเลยนะ”
กูมิโฮในร่างมนุษย์เข้าร่วมโต๊ะอาหารด้วยเช่นกันเื่นี้ทำให้ปีกัสโซ่ใเล็กน้อยที่จิ้งจอกเมื่อกี้แปลงร่างเป็มนุษย์ได้ด้วยแต่ก็คิดว่าสาวสวยขนาดนี้คงไม่อยากเปิดเผยตัวให้ใครเห็นเธอจึงปลอมตัวเป็จิ้งจอก
“น้องๆเอาแบบนี้มาอีก2 ชุดเลยนะ ลงบัญชีพี่เสี่ยวหลงไว้เลย”
เมอบิอุสสั่งอาหารเพิ่มทันทีเพราะเราคิดว่าไม่บ่อยนักที่จะมีโอกาสกินของดีๆแบบนี้ก่อนจะหันมาคุยกับปีกัสโซ่เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่ม
“สวัสดีคุณครับคุณปีกัสโซ่ผมชื่อเมอบิอุส ผมขออนุญาตถามคำถามคุณสัก 2-3 ข้อได้ไหมครับ”
เมอบิอุสลุกขึ้นยืนพร้อมกับแสดงความเคารพชายชราก่อนจะขออนุญาตปีกัสโซ่อย่างสุภาพ
“ไม่ต้องห่วงครับคุณเมอบิอุสเรามีเวลากินอาหารที่คนอื่นจ่ายแทนให้อีก 4 วันเอาให้เต็มที่เถอะ”
ปีกัสโซ่ยิ้มให้เมอบิอุสเขานึกชอบในความสุภาพของเด็กหนุ่มตรงหน้าจากที่ชายชราบอกเมอบิอุสได้แต่คิดว่า ความยุติธรรมของระบบอาจจะโหดร้ายกับเสี่ยวหลงมากกว่าเขาก็ได้แต่ก็สมควรแล้วล่ะ
“เื่ที่เสี่ยวหลงพูดก่อนออกไปเป็ค่าคุ้มครองรึเปล่าครับ”
เมอบิอุสถามปีกัสโซ่ที่เพิ่งเริ่มกินอาหารจำนวนมากอย่างเอร็ดอร่อย
“ใช่แล้วมากพอสมควรแต่ยังพอจ่ายไหวอยู่”
ปีกัสโซ่ตอบเหมือนไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรชายแก่เหมือนจะสนใจอินาริและกูมิโฮมากกว่าเนื่องจากสองคนนี้กินเก่งกันจริงๆไม่รู้ว่าเอวบางๆแบบนี้เอาที่กินไปเก็บเอาไว้ตรงไหน
“แล้วตอนนี้หมู่บ้านมีกองกำลังเป็ของตัวเองไหมครับ”
เมอบิอุส้าประเมินสถานการณ์ก่อนเพื่อวางแผนในการจำกัดโจรป่าให้สิ้นซากและต้องทำก่อนที่เสี่ยวหลงจะกลับมาอีกด้วย เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าเสี่ยวหลงต้องมีความเกี่ยวข้องกับโจรป่าอย่างแน่นอน
“อย่างที่เห็นว่าหมู่บ้านเรามีคนหนุ่มน้อยมากคนในหมู่บ้านเองมีคนที่ต่อสู้ได้แค่ประมาณ 20 คน”
ปีกัสโซ่ตอบซึ่งคำตอบของเขาทำให้เมอบิอุสขมวดคิ้วทันที เนื่องจากแค่ 20 คนจะสู้คน 180กว่าคนได้อย่างไรและที่สำคัญกว่านั้นคือต่อจากนี้หมู่บ้านจะสามารถป้องกันตัวเองให้ได้จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าคุ้มครองอีก
“เมอบิอุสไม่กินเหรออาหารที่นี่อร่อยมากๆเลยนะ”
กูมิโฮที่กินไม่หยุดปากเงยหน้าขึ้นมาถามเมอบิอุสนี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้กินอาหารในร้านอาหารแบบนี้ สมแล้วที่เป็หมู่บ้านแห่งศิลปะแม้แต่อาหารก็เปรียบเสมือนงานศิลป์ด้วยเช่นกัน
“น้องๆเอาใส่ห่อแบบที่ดีที่สุดมาอีก 5 ชุดเลยนะ”
อินาริสั่งอาหารเพิ่มกับพนักงานในห้องแม่จิ้งจอกคิดว่าเธอต้องกอบโกยจากเสี่ยวหลง ให้คุ้มกับที่เขาลวนลามเธอด้วยสายตาเพราะว่าอย่างที่เสี่ยวหลงบอกว่ามื้อนี้เขาจะเลี้ยงเองซึ่งเมอบิอุสได้แต่ส่ายหัวในความเ้าเล่ห์ของเธอส่วนปีกัสโซ่ก็ได้แต่นั่งยิ้มเมื่อเขาเห็นสีหน้าจนใจของเมอบิอุส
“เอาเป็ว่ามีอะไรคุณเมอบิอุสติดต่อผมได้ที่ตึกตรงกลางเมืองเลยนะ และในฐานะผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านเอริเซ่ ขอต้อนรับผู้มาเยือนด้วยใจจริง ตอนนี้ผมขอตัวก่อน”
ปีกัสโซ่ขอตัวกลับไปทำงานของเขาทำให้เมอบิอุสรีบลุกขึ้นไปส่ง เขาเองก็คิดว่าถ้ากินข้าวกันเสร็จแล้วก็จะไปเดินเล่นในตลอดเช่นเดียวกัน
ตลาดภายในหมู่บ้านแห่งศิลปะนี้ แน่นอนว่าส่วนมากก็ต้องขายของเกี่ยวกับศิลปะมีทั้งเครื่องประดับ ร้านรับวาดรูปเหมือน เครื่องดนตรี เสื้อผ้ามากมายแต่ไม่มีะุปืนที่เมอบิอุสมองหาอยู่เลยเขาเลยเดินตามอินาริที่เข้าร้านนี้ออกร้านนั้นจนตอนนี้มาหยุดที่ร้านขายของประเภทอุปกรณ์ใช้ประกอบการแสดงโบราณ พวกพัด ร่ม หน้ากาก
ส่วนกูมิโฮกลับไปอยู่ในร่างหมาจิ้งจอกหางเดียวเพราะเธออิ่มจนแทบคลานเลยทีเดียว ถ้าเป็ร่างมนุษย์การคลานคงจะไม่งามนักแต่ในร่างหมาจิ้งจอกการคลานที่เหมือนการเดินช้าๆ กลับทำให้เธอดูมีสง่าราศีมากขึ้น
“พัดอันนี้ราคาเท่าไหร่ค่ะ”
อินาริถามราคาพัดขนาดค่อนข้างใหญ่สีขาวที่มีลายรูปดอกไม้สีแดงเธอหยิบขึ้นมาลองโบกไปมาอยู่หลายครั้ง ขนาดของมันตอนกางออกสุดนั้นกว้างประมาณ 1เมตร
“อันละ ห้าหมื่นเรียวครับ”
ชายแก่ที่ใส่เสื้อแบบคนญี่ปุ่นในสมัยโบราณเข้ากับสินค้าที่ขายตอบอินาริราคาที่เขาบอกมานี้นั้นแทบจะทำให้เมอบิอุสหงายหลังเลยทีเดียวไม่คิดเลยว่าพักที่ดูธรรมดาๆจะมีราคาแพงขนาดนี้
แต่อินาริกลับนิ่งสนิทเธอลูบไล้นิ้วของเธอไปตามพัดในมือเบาๆอย่างทะนุทนอมก่อนจะยื่นจมูกของเธอเข้าไปใกล้ๆพัด เพื่อสูดดมกลิ่นหอมจางๆที่ลอยออกมา
“กระดาษสาแบบทำเองเส้นใยแบบนี้กลิ่นแบบนี้ ผสมดอกไม้แบบเดียวกับที่วาดไว้ด้วยสินะคะ”
“ไม่เลวๆเหลืออันละ สองหมื่นห้าพันเรียวแล้วกัน”
ชายแก่คนนั้นลดราคาพัดให้อินาริโดยที่เมอบิอุสเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่จากที่อินาริบอกเขาเริ่มรู้สึกว่าพัดนี้ดูไม่ธรรมดาอย่างที่ตาของเขาเห็นแล้วแต่แม่จิ้งจอกยังไม่หยุดแค่นั้น เธอยังัับริเวณก้านพัดหลายซี่นั้นทีละอันๆจนมาหยุดที่ลายดอกไม้ที่ดูโดดเด่นบนพัดที่เป็สีขาวล้วน
“ใช้ไม้หอมเลือกมาแต่ส่วนแกนของต้นไม้1..2...3...4... ชนิดแม้ต่างชนิดกันแต่ขนาดหรือแม้กะทั้งลายไม้ก็ยังเหมือนกันหมุดตรงปลายทำจากเงิน รูปดอกไม้นี่ไม่ใช่ภาพวาดแต่เป็ดอกไม้จริงๆที่ใส่ตอนทำกระดาษสาไม่ใช่มาติดเข้าไปทีหลัง”
อินาริวิจารณ์พัดนี้อย่างละเอียดจนเมอบิอุสรู้สึกว่าราคาที่ชายชราบอกมาตอนแรกนั้น ไม่ได้แพงเกินความเป็จริงเลย
“ถูกต้องที่สุดฮ่ะฮ่ะ เอาไปเลยไม่ต้องจ่ายเงิน”
ชายแก่หัวเราะด้วยเสียงอันดังจนใบหน้าเป็สีแดงนานแล้วที่เขาไม่ได้เธอลูกค้าที่ถูกใจแบบนี้
“ยังไม่หมดค่ะพัดนี้เป็พัดคู่ ใช้การผสมกันของกลิ่นดอกไม้ และไม้หอม ยังขาดพัดอีกอันนึง”
อินาริยิ้มก่อนที่ชายชราจะยิ้มตอบและยื่นกล่องที่มีหลุมสำหรับใส่พัด 2 อันให้อินาริ1หลุมนั้นว่างเปล่า ส่วนอีกหลุมมีพัดที่ลักษณะเกือบจะเหมือนกันหมดต่างกันแต่ดอกไม้บนพัดเป็สีน้ำเงินเท่านั้น เื่ที่มีพัดอีกอันหนึ่งนี้ทำให้เมอบิอุสตะลึงเข้าไปอีกว่าเธอรู้ได้ยังไงทั้งๆที่ตอนที่เขามองมันก็เป็แค่พัดธรรมดาๆแท้ๆ
เธอหยิบพัดอีกกันเอาไว้ในมือเช่นเดียวกันก่อนจะโบกมันไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว โดยทุกครั้งๆที่พักเคลื่อนไหวกลิ่นหอมอ่อนๆก็จะฟุ้งกระจายออกมาแม้ว่าเมอบิอุสจะคิดว่ากลิ่นทั้งสองที่ออกมานี้ช่างหอมหวานแล้วแต่ยามที่มันมารวมกันนั้นกลับหอมหวานและช่วยให้จิตใจผ่อนคลายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“งานศิลปะจะยิ่งมีค่าเมื่ออยู่ในมือของคนที่รู้ค่าของมันสาวน้อยพัดทั้งสองนี่ได้เจอผู้ที่สมควรแล้วขอให้รับพัดทั้งสองไปเถอะชื่อของมันคือพัดคู่หมื่นบุปผา”
ชายแก่ที่มองพัดในมืออย่างภาคภูมิพร้อมกับปรบมือให้เธอที่ผ่านมามีคนสนใจพัดคู่นี้มากมาย แต่ไม่มีใครเห็นคุณค่าที่แท้จริงของมันเลยเขาดีใจมากที่อินาริที่สังเกตเห็นความใส่ใจของเขาที่ทำพัดคู่นี้ขึ้นมา นอกจากนี้ยังสามารถใช้มันได้อย่างเชี่ยวชาญเขาจึงยกพวกมันให้เธออย่างไม่เสียดาย
“ชมเกินไปแล้วค่ะแต่ว่าเป็ชื่อที่ดีนะคะ”
อินาริตอบชายชราด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานไม่เสียเที่ยวจริงๆที่เธอมายังหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะว่าเธอชอบพัดในมือของเธอมากแม่จิ้งจอกเก็บพัดเข้าไปในแขนเสื้อของเธอก่อนจะบอกลาชายชราคนนั้นแล้วชวนเมอบิอุสกับกูมิโฮออกเดินตลาดต่อ
ทั้งหมดเดินชมตลาดที่เต็มไปด้วยสีสันจนเดินมาถึงล้านกว้างประจำหมู่บ้านที่มีกลุ่มนักดนตรีบรรเลงเพลงด้วยเครื่องดนตรีโบราณ สร้างบรรยากาศไปด้วยแต่เมอบิอุสนั้นกลับสังเกตุถึงความผิดปกติรอบตัวเขาได้
(อินาริ มิโฮชาย3-4 คนที่ตามมาข้างหลังนั้น พวกเขาตามมานานแล้วนะมีพิรุธอะไรไหม)
เมอบิอุสส่งกระแสจิตถามจิ้งจอกเทพทั้งสองที่เดินอยู่ข้างเขา
(มีเยอะเลยเมอบิอุส2คนตรงนั้น กลิ่นเหมือนพวกโจรป่าชุดดำ อีก2คน กลิ่นเหมือนโจรป่าชุดสีม่วง)
กูมิโฮที่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกตินี้เหมือนกันตอบเมอบิอุสอย่างรวดเร็วแน่นอนว่าประสาทการดมกลิ่นในร่างจิ้งจอกย่อมต้องดีกว่าร่างมนุษย์อยู่หลายขั้น
(ทั้ง4คนนั้นมองมาทางเราตลอดเลยคงจะไม่เคยเห็นคนสวยมั้ง ฮุฮุ)
อินาริที่ััถึงสายตาแทะโลมที่ออกมาจากโจรป่าทั้ง4 ที่มองเธออยู่หัวเราะออกมาเบาๆ ซึ่งนั่นทำให้เมอบิอุสคิดขึ้นได้ว่าโจรป่าที่เพิ่งถูกขับไล่ไปเมื่อเที่ยงนั้นไม่น่าจะวกกับมาเร็วขนาดนี้เมื่อประกอบกับที่เสี่ยวหลงบอกว่าพวกโจรป่าจะไม่เข้ามาโจมตีหมู่บ้านเป็เวลา 15 วัน
การที่พวกมันมาดูลาดเลาเร็วแบบนี้แสดงว่าต้องมีเป้าหมายอื่นแน่นอนแต่ดูจากที่พวกมันมาตามสะกดรอยเขาแล้ว เกรงว่าเป้าหมายนั้นจะต้องเป็พวกเขาแน่นอนซึ่งไม่จำเป็ต้องคิดให้ยากเลยว่าคืออะไรถ้าเขาจะช่วยหมู่บ้านนี้ให้ได้เขาต้องใช้ประโยคจากเื่นี้ให้ได้มากที่สุด
(ตอนนี้ผมคิดแผนดีๆในการจัดการโจรป่าได้แล้วแต่อินาริคงต้องเหนื่อยหน่อยนะครับ)
(ถ้าเพื่อช่วยหมู่บ้านแห่งนี้เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เป็ไรหรอกเมอบิอุส)
อินาริพยักหน้าให้เมอบิอุสเธอชอบหมู่บ้านนี้ั้แ่ที่คอสมอสเล่าให้ฟัง และเธอก็อยากออกมาเที่ยวที่หมู่บ้านนี้นานมากแล้วแต่ติดอยู่ที่เธอต้องเฝ้าหมู่บ้านจิ้งจอกเทพเลยออกมาไม่ได้เมื่อสิ่งที่ชอบอยู่ในอันตราย มีหรือที่แม่จิ้งจอกสาวจะไม่ช่วย
(...........)
เมอบิอุสบอกแผนลับให้อินาริฟังซึ่งถึงกับทำให้เธอเบิกตากว้างพร้อมกับเอามือป้องปากด้วยความแปลกใจ แผนการของชายหนุ่มที่บอกเธอมานั้นช่างเหมาะกับเธอเสียจริงๆแหลังจากฟังแผนการเสร็จอินาริก็เดินเข้าไปหากลุ่มนักดนตรีที่อยู่บริเวณลานกว้างของหมู่บ้านทันที
“ขอโทษนะค่ะขอร่วมด้วยได้รึเปล่า”
อินาริเข้าไปถามกลุ่มนักดนตรีอย่างสุภาพพร้อมกับหยิบพัดออกมาจากแขนเสื้อของเธอนักดนตรีคนหนึ่งที่น่าจะเป็หัวหน้าวงจะลุกขึ้นและยิ้มกว้างให้อินารินานเหลือเกินแล้วที่ไม่มีคนในหมู่บ้านที่สามารถเต้นรำได้
“เชิญครับ”
เสียงดนตรีจากเครื่องดีดแบบโบราณถูกบรรเลงขึ้นนำก่อนที่เครื่องดนตรีอื่นๆจะส่งเสียงออกมาประสานกันเป็เสียงเพลงโบราณที่เพราะจับใจอินาริค่อยๆแผ่พัดของเธอออกและเริ่มร่ายรำตามเสียงเพลงอย่างช้าๆผู้คนที่ลานกว้างนั้นต่างหยุดทำในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำมายืนดูการแสดงของอินาริและเหล่านักดนตรีพร้อมทั้งชวนเพื่อนๆมากันด้วยไม่นานก็มีคนจำนวนมากนั่งล้อมวงดูการแสดงของเธอจนแน่นลานกว้างนั้น
อินาริโบกพัดไปมาบ้างช้าบ้างเร็วยามช้านั้นนุ่มนวลเหมือนสายน้ำที่ค่อยๆพัดผ่านลำธารยามเร็วเหมือนดั่งสายลมที่เข้าลูบไล้ขุนเขา
ทุกการเคลื่อนไหวล้วนดูมีเสน่ห์หลายหลากที่ทับซ้อนกันอยู่ความอ่อนช้อยความลึบลับ ที่เกิดขึ้นยามพัดในมือปิดบังในส่วนที่ควรปิดบังความเย้ายวนความตื่นเต้นที่ตามมาเมื่อพัดสีขาวบริสุทธิ์เปิดเผยในสิ่งที่ควรเปิดเผย
เส้นผมสีทองที่ส่องประกายสวยยามแสงแดดกระทบใส่ดูราวกับว่าในเรือนผมของเธอมีดาวสีขาวที่เปล่งแสงออกมานับพันที่เคลื่อนไหวไปมาดุจดั่งมีชีวิตตามเ้าของที่พริ้วไหว
ชุดกิโมโนสั้นสวยช่วยเน้นขับให้เอวบางและเรียวขายาวคู่นั้นให้ดูสวยงามยิ่งขึ้นยามกรีดกายไปตามเสียงเพลง
ผิวนวลขาวของเนินอกที่เบียดเสียดอยู่ในเสื้อที่กระเพื้อมขึ้นลงตามการเต้นและลมหายใจชวนให้ใจหวั่นไหว
กลิ่มหอมของสายลมที่พัดออกมาจากพัดคู่หมื่นบุปผาช่วยเติมเต็มส่วนที่อ่อนหวานของการแสดงและทำให้คนดูรู้สึกผ่อนคลายทั้งกายและใจไปได้พร้อมๆกัน
ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้านเอริเซ่อัดแน่นกันอยู่เพื่อดูการแสดงของอินาริที่ลานกว้างเพราะว่านานมากแล้วไม่มีการแสดงศิลปะระดับสูงในหมู่บ้านคนที่เล่นเครื่องดนตรีได้ไม่ว่าจะชาติไหนหรือสมัยไหนก็เอาออกมาเล่นตามเพลงโบราณที่ถูกบรรเลง
แม้ว่าตอนแรกมันอาจจะฟังไม่เข้ากันมักแต่เมื่อปีกัสโซ่เข้มารับหน้าที่เป็ผู้กำกับเพลงก็ทำให้การบรรเลงเพลงประสานดูสมบูรณ์แบบขึ้นมา คนดูทั้งชายและหญิงต่างก็ไม่อาจละสายตาไปจากการเรือนร่างของอินาริที่เคลื่อนไหวตามเสียงเพลงได้เลยแม้แต่กลุ่มโจรที่มองภาพจากหน้าจอ ที่สายลับของพวกมันส่งมาให้ดูก็เช่นกัน
เสียงของผู้คนมากมายต่างชื่นชมการแสดงของอินาริเพราะว่าั้แ่โจรป่าเริ่มมาโจมตีหมู่บ้าน ก็ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านท้อแท้ไปมากการแสดงของอินารินี้เหมือนทำให้ผู้คนมีความหวังว่าหมู่บ้านแห่งศิลปะของพวกเขาจะกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ไม่นานแม่จิ้งจอกก็หุบพัดของเธอและเก็บเข้าไปในแขนเสื้อเป็เครื่องหมายบอกว่าการแสดงนี้จบลงแล้วนั้นเอง
และหลังจากที่อินาริแสดงจบคนในหมู่บ้านได้เข้ามารุมอินาริเหมือนกับเธอเป็ดาราดังที่มีเหล่าแฟนคลับตามกันเป็ขบวนบ้างขอให้เป็แบบวาดภาพ บ้างเอาผลงานของตัวเองให้บ้างก็ขอนัดที่จะขอให้อินาริแสดงประกอบเพลงที่พวกเขาเล่นบ้างจนต้องลำบากปีกัสโซ่อีกครั้งที่ต้องประกาศว่าพวกเขาเป็แขกที่เดินทางผ่านมาไม่สามารถอยู่ที่หมู่บ้านนี้นานๆได้ทั้งหมดจึงเข้าใจและแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง เพราะไม่อยากรบกวนแขกของหมู่บ้าน
ส่วนเมอบิอุสก็พากูมิโฮกับอินาริไปพักผ่อนในโรงแรมประจำหมู่บ้านที่ต้อนรับพวกเขาเป็อย่างดี
“เก่งมากๆเลยอินาริไม่น่าเชื่อว่าจะสะกดคนทั้งหมู่บ้านได้ขนาดนี้”
เมอบิอุสชื่นชมแม่จิ้งจอกที่สามารถแสดงการร่ายรำชั้นสูงออกมา ซึ่งน่าจะทำให้แผนที่เขาวางเอาไว้ประสบความสำเร็จมากขึ้น
“มันเป็พลังอย่างนึงของเผ่าจิ้งจอกเทพน่ะเมอบิอุสแต่มิโฮเองก็อยากเต้นบ้างน้า”
กูมิโฮในร่างมนุษย์ที่ตอนนี้กำลังกินมื้อดึกที่ได้จากร้านอาหารเมื่อกลางวันเอามาอุ่นใหม่ในห้องพักหรูในโรงแรม ตอบเมอบิอุสด้วยความเสียดาย เมื่อตอนที่เธอเห็นอินาริร่ายรำเธอเองก็อยากเข้าไปร่วมด้วยเช่นกันแต่ว่าถ้าทำแบบนั้นแผนของเมอบิอุสก็ต้องพังไม่เป็ท่าแน่ๆ
“นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้ทำแบบนี้นานๆทีได้แสดงทีก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ”
อินาริกินข้าวไปดูของที่คนในหมู่บ้านให้เธอไปด้วยซึ่งส่วนมากเป็เครื่องประดับที่พวกเขาทำเอง ชายแก่ที่ให้พัดกับอินาริมาได้ให้ร่มโบราณสีแดงคันใหญ่กับอินาริมาอีกอันหนึ่งด้วย
“อ่ะ ท่านแม่ร่มอันนี้ขอหนูนะ”
ลูกจิ้งจอกเข้าไปเอาร่มสีแดงคันใหญ่มาดูยืนเล่นก่อนจะร่ายรำคล้ายกับที่อินาริทำเมื่อกลางวันแบบไม่มีเพลงเมื่ออินาริเห็นลูกสาวเริ่มที่ใช้ร่มประกอบการแสดงเธอจึงใช้พัดคู่เข้าร่วมการแสดงลับๆที่มีแต่ชายผู้โชคดีเพียงแค่คนเดียวที่จะได้เห็น
“ฮ้าว...”
เมอบิอุสตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าเหมือนทุกวันที่เขามักจะอยู่ในสภาพมัมมี่สีทองแต่วันนี้เขากลับเหมือนรังไหมสีทองมากกว่า เนื่องจากปกติแล้วเวลาที่เขานอนกับมิโฮสองคนเตียงยังมีขนาดใหญ่พอที่จะให้1คน1หมาจิ้งจอกนอนได้แบบสบายๆแต่เมื่ออินาริต้องมานอนด้วยแล้วด้วยขนาดตัวของอินาริในร่างหมาจิ้งจอกที่ตัวใหญ่กว่ากูมิโฮซะอีก
ทำให้แม่ลูกจิ้งจอกต้องนอนในร่างมนุษย์อย่างไม่มีทางเลือกส่วนเมอบิอุสที่พยายามจะลงไปนอนบนพื้นก็เป็ความพยายามที่ไร้ค่าต่อหน้าหางสีทองทั้ง 18 หางนั้น แล้วเมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วต้องพยายามอย่างมากที่จะมองเพดานอย่างเดียวเพราะว่าชุดกิโมโนของสองแม่ลูกจิ้งจอกไม่ได้ออกแบบมาให้อยู่บนตัวตอนนอนอย่างเรียบร้อยซะด้วยอะไรบางอย่างที่อยู่ในนั้นมันช่างดึงดูดสายตาของเขาเสียเหลือเกิน
“สวัสดียามเช้าเมอบิอุส”
กูมิโฮที่รู้สึกว่าชายหนุ่มตื่นแล้วก็ทักทายเขาด้วยเสียงสดใสและรอยยิ้ม ให้กับคนที่นอนแข็งอยู่ข้างๆ
“เมอบิอุสนี่ตลกดีนะถ้าเป็เมอบิอุสอินาริไม่คิดมากหรอก”
อินาริที่ตื่นนานแล้วแต่แอบแกล้งเมอบิอุสก็พูดขึ้นเพื่อแสดงว่าเธอตื่นแล้วเหมือนกันเวลาที่เมอบิอุสบังคับตัวเขาไม่ให้มองพวกเธอมากเกินไป นี่มันน่ารักน่าแกล้งจริงๆ
“แฮะๆเรากินข้าวกันเถอะครับ”
เมอบิอุสได้แต่หัวเราะแห้งๆให้กับจิ้งจอกทั้งสองของเขาก่อนจะเปลี่ยนเื่คุยทันที ซึ่งหลังจากทั้งสามกินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็ได้เดินลงมาที่ชั้นล่างของโรงแรมเพื่อเดินเล่นในเมืองนี้ต่อแต่คนที่พวกเขาเจอคนแรกเมื่อเดินลงมาข้างล่างคือปีกัสโซ่ที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่
“คุณปีกัสโซ่มีธุระอะไรเหรอครับ”
เมอบิอุสที่สังเกตว่าปีกัสโซ่เหมือนจะมารอพวกเขาอยู่นานแล้วแสดงว่าคงมีธุระด่วนแน่นอน
“ลองอ่านเองดีกว่าครับ”
ปีกัสโซ่ยื่นจดหมายสีดำและสีม่วงให้กับเมอบิอุสข้อความในจดหมายเขียนไว้คล้ายๆกันใจความว่า
‘ถึงปีกัสโซ่
ขอให้ส่งตัวผู้หญิงผมทองที่รำพัดเมื่อวานให้กลุ่มแมงมุมม่วง/หมีดำ ภายในวันนี้เพื่อเป็ของกำนัลไม่งั้นเมื่อพระอาทิตย์ตกพวกเราจะบุกหมู่บ้านและเผาทำลายจนพวกเ้าไม่สามารถอยู่ได้อีกพวกเรารู้ว่าไอ้พวก สหพันธ์มันไม่อยู่คุ้มหัวพวกเ้าแล้วดังนั้นจงเลือกทางเลือกที่ง่ายๆซะจะดีกว่า
ลงชื่อแมงมุมม่วง/หมีดำ
“เื่ก็เป็แบบนี้ละครับผมคงต้องรบกวนให้คุณเมอบิอุสและอินาริต้องออกจากหมู่บ้านให้เร็วที่สุดดีกว่าไม่งั้นต้องเกิดอันตรายแน่ๆ”
ปีกัสโซ่ที่ไม่อยากให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นเลยแต่ไม่ว่ายังไงเขาต้องรับผิดชอบที่ปล่อยให้เื่ของอินาริไปถึงหูพวกโจรนั่น แล้วยังมาเกิดเื่ตอนที่สหพันธ์ชิลด์แอนด์ซอร์ดไม่อยู่อีกด้วย
“ถ้าพวกเราหนีคนในหมู่บ้านก็ต้องตายหมดสิค่ะ”
อินาริแปลกใจที่ปีกัสโซ่เห็นพวกเธอสำคัญกว่าชีวิตตัวเองของลูกบ้านนั้นยิ่งทำให้เธอไม่สามารถทิ้งพวกเขาไปได้
“หมู่บ้านน่ะตราบใดที่มีหัวใจรักศิลปะเมื่อไหร่ก็สร้างใหม่ได้แต่ถ้าส่งตัวคุณอินาริให้พวกมันไป ก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้างนะครับ”
ชายแก่พูดด้วยสีหน้าเป็ห่วงสาวสวยอย่างปิดไม่มิด
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะถึงจะส่งตัวเราไปพวกมันก็ทำอะไรไม่ดีกับเราไม่ได้อยู่ดี ไม่ต้องห่วงนะ”
อินาริยิ้มแบเศร้าๆขณะแสดงเจตนารมณ์ว่าเธอยินดีที่จะให้ส่งตัวเธอให้กับพวกโจรป่า
“อืมเหมือนจะไม่มีทางเลือกจริงๆ โจรป่ามีเกือบๆ 180คน พวกเรามีแค่ 3คนเท่านั้น”
เมอบิอุสเองก็ยอมรับการตัดสินใจของอินาริเช่นเดียวกันแม้ว่าเขาจะมีสีหน้าที่เศร้าสร้อยมากแต่ความจริงแล้วนั้นทุกอย่างล้วนแต่เป็ไปตามที่เขาวางแผนเอาไว้
(ปลากินเหยื่อแล้ว)