ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ของสำนักลัทธิบัวทมิฬ พระสนมลี่ฟาง ถูกจับมัดแขนและขา นอนบนแท่นบูชา
ด้านหลังมีหุ่นโลหะสีดำ มีใบหน้าคล้ายกับเ้าแม่กวนอิม มีทั้งหมดแปดกร แต่ละมือ ถืออาวุธ ทั้งหมด แปดชนิด มีสาวกกำลังสวดภาวนา อยู่ด้านหน้ากว่า ห้าร้อยคน มี ประมุขพรรคยืนด้านหน้าแต่งชุดสีขาว ใส่หน้ากากั์เช่นเดิม นั่งสวดมนตร์อยู่ด้านหน้า และด้านข้าง มีเด็กสาววัยไม่เกิน 10 ขวบอีกเก้าคน ทุกคนสวมชุดสีขาว ใบหน้าขาวซีด ยืนนิ่งเหมือนคนถูกสะกด แต่คาดว่าน่าจะถูกวางยามากกว่า
“ ปล่อยข้านะ ไอ้พวกบ้า รู้ไหมข้าเป็ใคร ข้าคือ พระสนมเอกอู๋ลี่ฟาง ของจักรพรรดิฟงเลี่ย พวกเ้าอยากตายกันนักใช่ไหม” เสียงพระสนมร้องออกมาหลังจากได้สติ แต่ก็ถูกสาวกเอาผ้ามายัดปากเอาไว้ ทำให้พูดไม่ได้
แล้วก็มีชายร่างั์9 คนจับเด็กสาวยืนบนแท่นพิธี เอามือปิดปาก แล้วใช้กริช เชือดคอหอยเด็กสาวทั้งหมดเก้าคน พร้อมกัน เด็กสาวทั้งหมดไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ก็ขาดใจตายไปแล้ว เืที่ไหลออกมาพุ่งกระจายไปทั่วร่าง ของพระสนมอู๋ลี่ฟาง ที่ตอนนี้ใสุดขีด พยายามจะส่งเสียงร้องแต่ก็ไม่เป็ผล จนเืของเด็กสาวไหลเข้ามาท่วมร่างของพระสนม แล้วในที่สุด ก็มีกลุ่มควันพุ่งออกมาจากเทวรูปสีดำ เข้ามาในร่างของ พระสนมอู๋ลี่ฟาง ดวงตาของพระสนมเปลี่ยนจากดวงตาขาวดำ กลายเป็สีเขียว เชือกที่พันธนาการเอาไว้ ก็ลุกเป็ไฟไหม้สลายไป แล้วพระสนมอู๋ลี่ฟางตาเขียว ก็ลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆ เดินลงมาจากแท่นพิธี แล้วรอยคราบเืกค่อยๆ ซึมหายเข้าไปในร่างพระสนม จนไม่มีเหลือติดผิวกายหรือเสื้อผ้าเลย
“ คำนับ พระแม่บัวทมิฬ” เสียงของประมุขพรรดดังลั่น ทำให้สาวกทุกคน เอ่ยตามเสียงดังก้องไปทั่วถ้ำแห่งนี้
“ ไม่เจอกันนานเลยนะ ท่านสาวกขวา ท่านยังคงสบายดี?” เสียงเย็นๆ คล้ายเสียงของพระสนมอู๋ลี่ฟาง ดังออกมาถึงแม้จะเสียงเหมือนกัน แต่พลังอำนาจกลับช่างต่างกันลิบลับ
“ ด้วยเพราะพลังของพระแม่เ้า ทำให้ข้ายังคงอยู่มาจนถึงวันนี้ได้” ประมุขพรรคเอ่ย
“ ร่างของนังคนนี้ เป็ถึงพระสนมของจักรพรรดิฟงเลี่ย ข้าจะกลับไปที่วังหลวงสวมรอยเป็มัน แล้วค่อยๆ หาทางจัดการกับจักรพรรดิฟงเลี่ย”
“ แต่ว่าจักรพรรดิฟงเลี่ยงมีพลังฝึกปรือ ถึงขั้นเซียน์แล้ว หากพระแม่เ้าเข้าไปเกรงว่า จะเกิดอันตรายได้ ข้าคิดว่า อยู่ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์จะปลอดภัยกว่านะขอรับ”
“ เ้าไม่เชื่อมันต่อ นายของเ้าแล้วรึ สาวกขวา”
“ หามิได้ ข้าเพียงแต่เป็ห่วงพระแม่เ้าเท่านั้น”
“ อย่าได้กังวล ขอให้จักรพรรดิฟงเลี่ย มีเืเนื้อ และหัวใจ ไม่มีใครในไต้หล้านี้จะรอดพ้น มนตร์สราญรมย์ทมิฬ ของข้าไปได้” เ้าแม่ลัทธิบัวทมิฬเอ่ยด้วยสีหน้ามั่นใจ แล้วก็สั่งให้รถม้าพาพระนางเข้าวังไปเหมือนเดิม ขณะที่องครักษ์กับคนรับใช้ ต่างก็ไม่มีใครสงสัย เื่ที่พระสนมหายตัวไป เพราะว่า เ้าแม่ลัทธิบัวทมิฬ สามารถดึงความจำของพระสนมอู๋ลี่ฟางมาได้ทั้งหมด
โดยที่คนในวังหลวงไม่มีใคร รู้เลยว่าบัดนี้ พระสนมอู๋ลี่ฟางนั้นได้กลายเป็เ้าแม่ลัทธิบัวทมิฬไปเรียบร้อยแล้ว
ณ สำนักสะท้านฟ้า
“ ก่อนที่เ้าจะเข้าด่านทดสอบ เพื่อไปเรียน ชั้นที่สอง เ้าต้องผ่านการประลองจากศิษย์สำนักสะท้านฟ้าอันดับ 1-20 ให้ได่ก่อน เ้าคิดว่าเ้าพร้อมสู้กับพวกเขาเลยหรือไม่” อาจารย์เ้าสำนักเอ่ยกับเสี่ยวเทียน
“ พร้อมแล้วขอรับ”
“ ดี ถ้าเช่นนั้นตามข้ามา” เ้าสำนักพาเสี่ยวเทียนมาที่ลานประลอง ที่ด้านหน้าสำนักสะท้านฟ้า โดยมีศิษย์ในสำนักทั้งหมดมา ยืนรอเพราะวันนี้ เ้าสำนักมีเื่จะแจ้งให้ทุกคนทราบ ไม่รู้ว่าเื่อะไร
“ ทุกคนวันนี้ข้าเ้าสำนักสะท้านฟ้า ได้รับศิษย์หลักคนหนึ่ง เขาคือ เฉินเสี่ยวเทียน
ที่ยืนต่อหน้าพวกเ้าคนนี้ ต่อไปพวกเ้าทุกคนต้องเรียกเขาว่า ศิษย์พี่ใหญ่ เจอหน้าของเขาต้องทำการเคารพทุกครั้ง แล้วในครั้งนี้ ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเ้าบอกว่า พวกเ้าทุกคนฝีมือยังอ่อนด้อยนัก จะทำการสั่งสอนพวเ้าทุกๆ คน
โดยใครอยากให้ศิษย์พี่ของเ้าสั่งสอน ก็สามารถมาลงชื่อ รอรับการสอนสั่งได้เลย เขายินดีที่จะสั่งสอนพวกเ้าทุกคน และในวันนี้ พวกที่มีฝีมือติดอันดับ 1ถึง 20 ให้ออกมา ศิษย์พี่ใหญ่ของเ้า จะเริ่มสั่งสอนพวกเ้าเป็กลุ่มแรก”
อาจารย์เ้าสำนักเอ่ยจบเสียงเหล่าศิษย์ในสำนักต่างเริ่มซุบซิบ แล้วมองเสี่ยวเทียนด้วยสายตาโมโห ไม่พอใจ ที่เด็กแค่ 7 ขวบ มาดูถูกพวกเขาแบบนี้
เสี่ยวเทียนฟังจบก็เสียวสันหลังวาบ อาจารย์พูดเช่นนี้ เท่ากับว่า จุดไฟให้ศิษย์ทั้งสำนักไม่พอใจเสี่ยวเทียน ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ก็มี ชายร่างั์ ผิวกายดำเมี่ยม สวมเสื้อกั๊กหนังสีดำ เป็ศิษย์สายในอันดับที่ 20 นามว่า เอ้อสือปา ะโขี้นมาลานประลองด้านหน้า
“ ข้าเอ้อสือปา ขอน้อมรับคำสั่งสอน จากศิษย์พี่ใหญ่เป็คนแรก” เอ้อสือปากัดฟันพูดข่มอารมณ์ไม่พอใจเอาไว้
“ ถึงเวลาที่เ้าต้องแสดงฝีมือแล้วเสี่ยวเทียน” เ้าสำนักเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เสี่ยวเทียนส่ายหัวไม่พูดอะไร เสี่ยวเทียนรู้ว่านี่คือเจตนาของเ้าสำนัก เพื่อฝึกฝนให้เขาแข็งแกร่งขึ้น เสี่ยวเทียนะโมายืนบนเวที ยืนประจันหน้ากับ เอ้อสือปาที่ดูจากรูปร่างแล้ว ทั้งสองคนไม่น่าจะมาเปรียบมวยกันได้เลย
เสียงศิษย์ในสนามเริ่มส่งเสียงร้องให้ เอ้อสือปา ทุบเสี่ยวเทียนให้แบนติดดินไปเลย ในขณะที่ ต้าเกิน กับ จางชง ถึงกับงงเป็ไก่ตาแตก ที่รู้ว่าเสี่ยวเทียนกลายเป็พี่ใหญ่ไปแล้ว แต่ก็อดห่วงไม่ได้ที่ต้องสู้กับ ศิษย์สายในอันดับ 1-20 คน
ในเวลาเดียวกัน พร้อมกับได้ยินฝูงชน แสดงความไม่พอใจเสี่ยวเทียนเช่นนี้
“ ตายแน่เลย เสี่ยวเทียน” จางชงเอ่ยเบา ๆ
“ ก็ไม่แน่ ต้องรอดูกันต่อไป” ต้าเกินยังมั่นใจในตัวเสี่ยวเทียน
บนเวที่ลานประลอง
“ ศิษย์พี่ใหญ่ ชี้แนะด้วย” เอ้อสือป้า เดินหน้าเข้าใส่ ไม่มีการใช้เพลงมวยใดใดแค่ พุ่งเข้าไปกระแทก ลำตัวของเสี่ยวเทียนก็คง จะกระเด็นหมดสภาพแล้ว
เอ้อสือปาเลยพุ่งชนอย่างเดียว เสี่ยวเทียนเห็นเอ้อสือปา พุ่งร่างเข้ามาอย่างเร็ว
ก็ยังยืนนิ่งไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว พอร่างของเอ้อสือปา มาถึงเสี่ยวเทียนก็ใช้ตวัดเท้าเตะเข้ากลางระหว่างขาอย่างรวดเร็ว เอ้อสือปา ถึงกับหยุดนิ่งเอามือกุมเป้า
หน้าเขียวยกมือชี้หน้า เสี่ยวเทียน คิดจะพูดอะไรออกมา แต่ก็พูดไม่ออก ฝูงชนยืนส่งเสียงร้องกันดังทั่วสนาม ก็หยุดกึกตามไปด้วย เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปใกล้ แล้วใช้มือดึงหูของเอ้อสือปา แล้วเหวี่ยงร่วงเวทีประลองไป
“ คนที่สอง ก้าวเท้าขึ้นมาได้เลย ศิษย์พี่ใหญ่จะสั่งสอนพวกเ้าเอง ว่าการต่อสู้ที่แท้จริงนั้นเป็เช่นไร” เสี่ยวเทียนประกาศออกไปเสียงดัง เสียงผู้คนพอตั้งสติได้ก็ร้องะโให้อันดับสิบเก้า รีบขึ้นมาอย่างเร็วเลย
พรึบ ร่างชายหนุ่มวัย ยี่สิบปี รูปร่างสันทัด เคลื่อนไหวรวดเร็ว ะโขึ้นมาเผชิญหน้ากับเสี่ยวเทียนอีกคน
“ ข้าหูซี ขอให้ศิษย์พี่ใหญ่ชี้แนะด้วย” พอเอ่ยจบหูซีก็ตีลังกา ลอยฟ้า ใช้หมัดวานร จู่โจม เสี่ยวเทียนทันที เสี่ยวเทียนแค่ถอยหลังไปก้าวเดียว หมัดวานรก็ชกไม่ถึง เสี่ยวเทียนแค่ใช้ส้นเท้าขวายันเข้าที่ลิ้นปี่ของหูซี ตูม ! ร่างของหูซีก็กระเด็นถอยหลังไปคุกเข่ากับพื้น จุกจนลุกไม่ขึ้น เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปเหมือนเดิมแล้วดึงใบหูของหูซี แล้วก็เหวี่ยงร่วงเวทีประลองไปอีกคน
“ ข้าเจียงซู่ของให้ศิษย์พี่ใหญ่ชี้แนะ” ไม่ทันได้พูดจบ เสี่ยวเทียนก็ หมุนตัวเตะตวัดเข้าใบหน้า ร่วงลงเวทีไปอีกคน แล้วทุกคนที่ขึ้นมาบนเวทีก็ถูกอัด ร่วงไปทีละคน เสียงจากศิษย์ในสำนักสะท้านฟ้า เริ่มที่จะเบาลง ไม่ค่อยมีใครส่งเสียงโห่ หรือ ะโ ไม่พอใจเสี่ยวเทียนอีกแล้ว มีแต่ยอมรับกันมากขึ้น จนมาถึงอันดับที่ห้า
“ ข้าชิงฟงอู่ ขอคำชี้แนะจากศิษย์พี่ใหญ่ด้วย” พอเอ่ยจบ ชิงฟงอู่ก็เคลื่อนไหวราวภูตพราย สายตาคนทั่วไปยากนักที่จะเห็นได้ง่าย ๆ แต่ไม่ใช่กับเสี่ยวเทียน เพราะเขาใช้จิตััการเคลื่อนไหว ก็รู้ว่า ชิงฟงอู่นั้นไปอยู่ที่ใด เสี่ยวเทียนะโลอยตัวสูงขึ้น แล้วตวัดขาขวาฟาดเข้าใส่จุดที่ทุกคนเห็นว่ามันว่างเปล่า แต่ความเป็จริง ร่างของฟงอู่กำลังเคลื่อนไหวมาอยู่ตรงนี้พอดี เท้าของเสี่ยวเทียนเลยฟาดเข้าก้านคอของ ชิงฟงอู่พอดิบ พอดี ร่วงไปกองกับพื้นสลบไปอีกคน
“ ข้าจงซื่อ ขอให้ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยชี้แนะด้วย” จงซื่อเดินเข้าหาเสี่ยวเทียนพร้อมตั้งการ์ดมวยขึ้นสองแขน เสี่ยวเทียนวิ่งเข้าใส่ะโเข่าคู่กระแทกเข้าที่กลางอกแต่จงซื่อใช้มือทั้งป้องกันเข่าคู่เอาไว้ แต่ว่า ข้อศอกคู่ของเสี่ยวเทียนสับลงที่กระหม่อมของ จงชื่อ เปรี้ยง ! จงซือถึงกับล้มเซถลาร่วงเวที
มาถึงมือวางอันดับที่ สาม ของสำนักสะท้านฟ้า
“ ข้าซันเค่อ ขอให้ศิษย์พี่ใหญ่ชี้แนะด้วย” ซันเค่อรวบรวมพลังลมปราณเข้ามาในฝ่ามือ แล้วก็ปล่อยออกไปใส่เสี่ยวเทียนทันที ฝ่ามือที่ปล่อยออกมาพร้อมพลังปราณ ทำให้เกิดเสียงลมดังฟิ้ว เสี่ยวเทียนเห็นดังนั้น ก็ใช้พลังปราณเข้าปะทะด้วย
แต่เป็พลังลมปราณสะท้อนกลับ คล้ายกับพลังของไทเก๊ก พลังที่ซันเค่อส่งมาถูกเสี่ยวเทียน หมุนไปรอบหนึ่งแล้วส่งกลับไปพร้อมพลังของเสี่ยวเทียนด้วย เจอแรงบวกเช่นนี้ ซันเค่ออยากรับก็รับไว้ไม่ได้ ถูกกระแทกร่วงเวทีไปอย่างหมดสภาพ
เหลืออีกเพียงสองคน
“ข้อคือ เอ้อหู่ ขอให้ศิษย์พี่ใหญ่ ช่วยชี้แนะด้วย” เอ้อหู่ ใช้หมัดพลังปราณพยัคฆ์ เวลาต่อยออกมา หมัดที่ออกมาคล้ายกับหมัดเสือดาว ที่ปล่อยออกมา เสี่ยวเทียนสามารถใช้พลังไท่เก๊กย้อนกลับก็ได้ แต่ว่า คราวนี้กับใช้ หมัดพลังปราณกายาะ จากคัมภีร์นิรันดร์ปล่อยออกมา ตูม ! พลังปราณของทั้งคู่ปะทะกัน ร่างของเอ้อหู่กระเด็นตกเวทีไปไกลลิบ หมดสิทธิ์ต่อสู้ทันที
คนสุดท้าย มืออันดับที่1 ของสำนักสะท้านฟ้า
“ ข้าหลงอี้ ขอให้ศิษย์พี่ใหญ่ชี้แนะด้วย” หลงอี้ ฝึกวิชาหมัดกรงเล็บั พลังปราณที่ใช้ก็ต้องเป็ปราณั เวลาขยับตัว ก็มีภาพคล้ายัเคลื่อนไหว
หลงอี้จู่โจมด้วยกรงเล็บัเป้าหมายที่หน้าอกเสี่ยวเทียน กระเล็บัเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก เสี่ยวเทียนก็ยังนิ่งเฉย พอกรงเล็บัเข้าใกล้ เสี่ยวเทียนก็ใช้พลังกายาะกระแทก ปราณัแตกสลายไป แล้วจับนิ้วชี้ของหลงอี้เอาไว้แล้วเหวี่ยงร่างของหลงอี้ฟาดไปกับพื้นทีเดียว หลงอี้ปราศจากปราณัคุ้มกัน ร่างฟาดกับพื้นก็สลบไปในทันที เสี่ยวเทียนหันไปมองศิษย์ในสำนักที่เหลือ โดยใช้สายตาจ้องหาว่า ใครที่หาญกล้าขึ้นมาอีก
“ มีใครจะกล้าขึ้นมาอีกไหม” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไป อย่างช้าๆ ไม่มีใครกล้าสบตาเสี่ยวเทียนเลยแม้สักคนเดียว
เ้าสำนักสะท้านฟ้ามีรอยยิ้มยินดี เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีใครสู้เสี่ยวเทียนได้แน่ ๆ
ทันใดนั้นก็มีคนมาส่งข่าวจดหมายมาให้เ้าสำนักสะท้านฟ้า พออ่านจบ เ้าสำนักถึงกับอึ้ง สายตาฉายแววกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด รีบเดินออกมาบนเวที
“ เอาละวันนี้พอเท่านี้ เสี่ยวเทียนตามข้ามา” เ้าสำนักพาเสี่ยวเทียนเข้ามาในห้อง แล้วยืนจดหมายที่ได้รับมาให้เสี่ยวเทียนอ่านทันที
“ อะไรนะ อู๋เลี่ยงที่ขาขาดกลับมาหายเป็ปกติ แล้ว จักรพรรดิฟงเลี่ย ยังคืนตำแหน่งแม่ทัพรักษาเมืองให้อีกด้วย” เสี่ยวเทียนอ่านข้อความด้วยความใ
“ ถูกแล้ว นี่คือสายข่าวจากคนในวัง ที่ส่งมาแจ้งให้ข้าได้รับรู้ งานนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จักรพรรดิไม่น่าจะคืนตำแหน่งให้อู๋เลี่ยง เื่นี้คงไม่ชอบมาพากลแล้ว ศัตรูที่มันคิดแก้แค้น ต้องเป็เ้าและตระกูลจางอย่างแน่นอน เสี่ยวเทียนเื่นี้หากฝ่าาเห็นพร้อมด้วย เ้ากับตระกูลจางต้องรีบเตรียมตัวป้องกันเื่นี้แล้ว”
เ้าสำนักกล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ ข้าต้องรีบไปแจ้งข่าวให้ท่านตา กับ ท่านแม่ เตรียมตัว หากว่าจักรพรรดิฟงเลี่ยเข้าข้างมันจริง ตระกูลจางคงลำบากจริงๆ แน่”
“ เื่นี้ข้าว่ามีเื่ที่น่าสงสัย เหตุใดจักรพรรดิถึงได้เปลี่ยนพระทัยเร็วเช่นนี้ พรุ่งนี้เช้า เ้ารีบมาทดสอบด่านเพื่อที่จะขึ้นไปพิภพชั้นสอง อย่างน้อยหากเ้าได้รับเลือกแล้ว คนในแดนพิภพชั้นหนึ่ง ก็จะไม่มีใครกล้าแตะต้องเ้าได้”
“ ขอรับ พรุ่งนี้ข้าจะมาแต่เช้า แต่ตอนนี้ข้าต้องขอตัวกลับบ้านก่อน” เสี่ยวเทียนรีบกลับบ้านไปในทันที พอเจอ จางชง กัน ต้าเกิน ก็บอกเื่นี้ให้ทั้งสองคนทราบ
ทั้งหมดจึงรีบเดินทางกลับบ้านตระกูลจางทันที พอไปถึงก็พบกับกองทหารรักษาเมืองราวสองพันคน เข้าโจมตี บ้านตระกูลจาง ภายในบ้านตระกูลจางเกิดเพลิงลุกไหม้ ทั่วทั้งหมู่บ้าน มีเสียงคนจากด้านในส่งเสียงร้องไห้อย่างทรมาน ลูกธนูเพลิงนับพัน พุ่งเข้าใส่บ้านตระกูลจาง เป็ห่าฝน
เสี่ยวเทียนเห็นเช่นนั้น ก็โกรธแค้นยิ่งนัก กำลังจะวิ่งเข้าไป แต่ถูกจางชง กับต้าเกินจับแขนเอาไว้ ไม่ให้เข้าไป
“ ปล่อยข้านะ ข้าจะไปช่วยท่านแม่ กับน้องสาวของข้า”
“ เ้าไม่เห็นหรือว่าพวกมันมีเป็พันๆ เ้าจะสู้มันได้อย่างไร” จางชงเอ่ยออกมาเบาๆ กลัวทหารจะได้ยิน
“ ใช่แล้ว ต่อให้ท่านเซียนมา ไฟไหม้แบบนี้ คนด้านในคงยากที่เหลือรอด พวกเราช่วยไม่ได้แล้วล่ะ”
“ ปล่อยมือข้า” เสี่ยวเทียนปล่อยพลังปราณความร้อนออกไป ทั้งสองคนต้องปล่อยมือเสี่ยวเทียนเพราะทนความร้อนไม่ไหว จากนั้นเสี่ยวเทียนก็พุ่งตัวออกไป เป้าหมายคือกองทหารนับพัน ที่กำลังโจมตีบ้านตระกูลจางอยู่ในขณะนี้.....