"แค่นี้เ้าก็แปลกใจแล้วรึฉินเทียน นิยังแค่ขอบๆ ความรู้ของมหาจักรวาลนี้นะ หากเ้ารู้เื่อื่นๆ อีกเ้ามิใตายรึ" เซียนซุนกล่าววาจาด้วยทีท่าโอ้อวด หากแต่ใบหน้าที่ดูทะเล้นของเซียนซุนกลับดูน่ารักน่าชังยิ่งนัก มิเหมือนพวกตาแก่หัวโบราณดูโอ้อวดแม้แต่น้อย
ฉินเทียนก็ทำได้เพียงหัวเราะเบาๆ และปรารถนาให้เซียนซุนโอ้อวดต่อไป เพราะแต่ละสิ่งที่เซียนซุนกล่าวมานับว่าเป็ของมูลที่สะท้านะเืแดนดินนี้เป็อย่างยิ่ง
"นอกจากเื่ระดับของวิชาที่ฝึก มีอีกสิ่งที่เ้าควรรู้นะฉินเทียน" พูดจบด้านหน้าของฉินเทียนก็ปรากฏข้อความบางอย่างออกมา ฉินเทียนเห็นแล้วก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง นอกจากระดับของวิชาที่ฝึกฝนมันยังมีการกล่าวถึงคุณภาพของวิชาที่ฝึกอีก
-------------------------------
[คุณภาพของวิชาที่ฝึก]
1. วิชาเหล็กหรือเรียกวิชาชำรุด แม้จะฝึกได้แต่เสียอายุขัย 4-7 ส่วน
2. วิชาทองแดง หรือเรียกพื้นฐาน หรือวิชากึ่งสมบูรณ์ แม้ฝึกได้แต่เสียอายุขัย 3-5 ส่วน
3. วิชาเงิน หรือเรียกวิชาเกือบสมบูรณ์ ฝึกได้แต่อาจจะเสียอายุขัยเล็กน้อย 1 - 3 ส่วน
4. วิชาทองคำ เรียกอีกชื่อวิชา์ ฝึกได้ง่ายโดยไม่สูญเสียอายุขัยใดๆ นอกจากนั้นยังแข็งแกร่งกว่าวิชาทั่วไประดับเหล็ก ทองแดง เงิน หลายเท่าตัว
5. วิชาระดับอัญมณีเจ็ดประการ วิชาระดับเพชร เรียกอีกชื่อวิชาแห่งทวยเทพ อานุภาพมิอาจจะประมาณ ไม่เสียอายุขัย หากแต่เงื่อนไขการฝึกช่างยากเย็นยิ่งนัก
-------------------------------
ฉินเทียนได้เห็นข้อมูลนี้ ณ ตอนนี้ตัวมันเองก็เริ่มเข้าใจแล้ว เหตุใดเหล่าผู้ฝึกฝนและบ่มเพาะส่วนใหญ่จึงมีผู้สำเร็จก่อนจะตกตายน้อยเต็มที เพราะแต่ละส่วนของการฝึกฝนมีการตัดลดทอนอายุอยู่ตลอด มาตรว่าอายุหนึ่งหมื่นปี หากเลือกฝึกวิชาไม่เหมาะสมกับชีพจริญญา อายุขัยก็ตัดถูกตัดทอนไปแล้วหลายส่วน ต่อมาฝึกฝนวิชาหากฝึกวิชาระดับเหล็กหรือทองแดงก็มาตรว่าอายุขัยก็หายไปอีกหลายส่วนอีก แบบนี้แม้ฝึกฝนสำเร็จก็ตายก่อนได้ใช้งาน
ตอนนี้ฉินเทียนเริ่มเข้าใจแล้วว่าโลกแห่งการฝึกฝนและบ่มเพาะนั้นไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด มันยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมายนัก
เมื่อกระจ่างเื่นี้แก่ใจแล้ว ฉินเทียนจึงกล่าวถามเซียนซุน "ท่านเซียนแล้วข้าจะเลือกชีพจรแบบไหนจึงจะเหมาะกับตัวเองดี"
เซียนซุนหัวเราะหุหุ ก่อนที่จะชี้ไปที่ชีพจรหนึ่งเส้น พร้อมบอกกล่าวฉินเทียน "ชีพจรนี้แหละเหมาะสมกับเ้าที่สุด ณ ตอนนี้"
พอฉินเทียนเห็นก็ใบหน้าเหยเก ทำไมนะเหรอก็เพราะชีพจริญญาเส้นเดียวนี้ใช้แต้มบุญมากกว่าจำนวนที่มันมีนะสิ
[ชีพจริญญาจักรพรรดิ หนึ่งเส้นชีพจร : 10,000 แต้มบุญ]
เซียนซุนหัวเราะหุหุ เสียงดังก่อนบอกว่าจะลดให้ฉินเทียน 50% ด้วยความสงสาร "ฉินเทียนถือว่านี่เป็มิตรภาพของเรา ครั้งนี้ข้าจะลดให้เ้า 50% แต่ก็ไม่มีครั้งหน้าแล้วนะ ข้าต้องบอกเื่นี้ให้เ้ารู้ เพราะว่าตัวข้าก็ไม่อาจจะปล่อยให้เ้าของศาลเทพ์แห่งนี้ถือครองเส้นชีพจริญญากากๆ ชำรุดไปได้หรอก หากเทพเซียนผู้เคยเป็เ้าของศาลเทพ์คนอื่นรู้เขา ข้าคงอับอายยิ่งนัก ดังนั้นข้าเลยลดให้เ้าเป็กรณีพิเศษ ตกลงเ้าเอาชีพจริญญาอันนี้นะฉินเทียน"
แม้ฉินเทียนจะไม่รู้ว่าเส้นชีพจริญญาจักรพรรดิหนึ่งเส้นชีพจรคืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ฉินเทียนมั่นใจก็คือ เซียนซุนไม่น่าจะหลอกมันเป็แน่ ราวกับว่าตัวมันนั้นรู้จักเซียนซุนเป็อย่างดี ฉินเทียนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
ไม่ช้าก็มีปุ่มยืนยันการสั่งซื้อปรากฏ และระบุจำนวนแต้มบุญที่ต้องใช้และจำนวนแต้มบุญที่เหลืออยู่
[ชีพจริญญาจักรพรรดิ หนึ่งเส้นชีพจร : 10,000 แต้มบุญ (พิเศษลด 50% : 5000 แต้มบุญ) ]
[ยืนยันการสั่งซื้อ]
[แต้มบุญคงเหลือ 4,000 แต้มบุญ]
ไม่ช้าร่างของฉินเทียนก็สั่นเทาและเ็ปอย่างประหลาดราวกับว่าร่างกายกำลังมีอะไรบางอย่างงอกออกมา หากแต่ไม่ช้าฉินเทียนก็พลันััถึงอนุพลังิญญาภายในที่พลุ่งพล่าน พร้อมกล่าวกับตัวเอง 'นี้รึคือความแตกต่างของชีพจริญญาชำรุดกับชีพจริญญาจักรพรรดิ'
ฉินเทียนรู้สึกราวกับว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นนับสิบเท่าในทันที
เซียนซุนเห็นแบบนี้ก็มีสีหน้าพอใจหากแต่ตัวมันก็มิได้พูดสิ่งใด จากนั้นเซียนซุนก็เริ่มแนะนำฉินเทียนเื่อื่นๆ ต่อไป ทั้งการใช้แต้มบุญซื้อวรยุทธ์และวิชาในการบ่มเพาะ เคราะห์ดีที่คราวนี้ราคาต่างๆ อยู่ที่หลักสิบหลักร้อยแต้มบุญ ด้วยความที่ตัวฉินเทียนอยู่ในระดับตราสัญญาลักษณ์ิญญาระดับต่ำสีขาวจางเช่นนี้ ความ้าแต้มบุญจึงน้อยเต็มที
ฉินเทียนนั่งพูดคุยและสอบถามเซียนซุนเื่ของระบบศาลเทพ์หมดเวลาไปอีกเป็วันพร้อมได้รับความรู้อีกมากมาย
นอกจากนั้นยังมีเื่บางอย่างที่เซียนซุนนั้นกำชับกับฉินเทียนอย่างยิ่ง นั้นก็คือเื่เจ็ดความรู้หลักของเหล่าเซียน คือ ร่างิญญา สัตว์อัญเชิญ สัประยุทธ์กลศึก โอสถวิเศษ ช่างหลอมอิทธิฤทธิ์ วิถีภูตผีและคำสาป การสะกดมาร เซียนซุนบอกเล่าต่อฉินเทียนว่าสิ่งเหล่านี้หากฉินเทียนออกจากห้วงมิตินี้ให้ความสนใจกับมันเป็อันดับต้นๆ
เพราะมันเป็เื่จำเป็และสำคัญมากให้เร่งศึกษาทันที แม้จะบอกว่าศึกษาก็ตาม แต่ในความเป็จริงก็คือให้ฉินเทียนหาแต้มบุญ และใช้แต้มบุญนั้นซื้อความรู้เหล่านี้ต่างหาก
ซึ่งฉินเทียนก็แปลกใจไม่น้อย ฉินเทียนได้ลองเลือกซื้อความรู้สองสามอย่างดู เป็ร่างิญญาขั้นต้น 500 แต้มบุญ โอสถวิเศษขั้นต้น 500 แต้มบุญ ช่างหลอมอิทธิฤทธิ์ 500 แต้มบุญ
พอฉินเทียนใช้แต้มบุญเสร็จเท่านั้น ความรู้ต่างๆ ก็ไหลเข้ามาในสมองของฉินเทียนดุจมหานทีทันที เรียกว่าไม่ต้องเรียนก็เข้าใจ แม้จะเป็ความรู้ระดับต่ำสุด หากแต่ฉินเทียนก็ต้องอึ้งไม่น้อย นั่นเพราะความรู้เหล่านี้ครอบคลุมถึงระดับตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีขาวจาง ขาวเข้มและเหลืองอ่อนทันที
แถมฉินเทียนยังรู้สึกว่าตัวเองเชี่ยวชาญอย่างถึงที่สุดด้วย ฉินเทียนแทบไม่เคยคิดเลยว่าอำนาจของศาลเทพ์จะมากมายและวิเศษถึงขนาดนี้ แบบนี้ตัวมันค่อยคิดว่าตัวเองเหมือนพระเอกในนวนิยายต่างโลกเสียที ไม่ใช่อะไรก็ลำบากลำบนอยู่ตลอด กว่าจะได้ชีวิตดีๆ นั้นยากเย็นเหลือเกิน
หลังจากถอนหายใจอยู่พักใหญ่ เซียนซุนก็บอกกล่าวเื่สุดท้ายต่อฉินเทียน
"ฉินเทียน ฉินเทียน เ้าอยากจะตั้งศาลเทพ์ไว้ตรงไหน" เซียนซุนกล่าวถามอย่างใคร่รู้
ส่วนฉินเทียนก็งงเป็ไก่ตาแตก ตัวมันไม่คิดว่าศาลเทพ์นั้นจะเป็ของที่จับต้องได้ คิดว่ามันแค่อยู่ในมิติพิเศษเท่านั้น "จำเป็ต้องมีที่ตั้งด้วยรึท่านเซียนซุน" ฉินเทียนจึงกล่าวด้วยความสงสัย
"จำเป็สิฉินเทียน ศาลเทพ์เป็สมบัติวิเศษ เป็ที่สักการะของหมู่มวลมนุษย์และทุกสรรพชีวิต การปรากฏของมันเรียกว่าเป็เื่ะเืฟ้าะเืดิน สิ่งนี้จะทำแบบเรียบง่ายขอไปทีไม่ได้" เซียนซุนกล่าว
ฉินเทียนราวกับมีความสงสัยบางอย่างจึงกล่าวถามเซียนซุน "ถ้าหากศาลเทพ์ตั้งอยู่ภายนอก มิใช่ว่าใครๆ ก็เขาออกได้และแย่งมันไปจากข้าก็ได้หรอกรึท่านเซียนซุน ข้าเป็แค่ระดับตราสัญญาลักษณ์ขาวจางห้าจุดแต้มเท่านั้น" (หมายเหตุในระหว่างพูดคุยกันเซียนซุน เซียนซุนได้แนะนำให้ฉินเทียนไม่ต้องเน้นฝึกฝนแต่ให้เน้นสะสมแต้มบุญเพื่อยกระดับฝีมือตัวเอง ฉินเทียนเลยลองใช้แต้มบุญยกระดับฝีมือทันทีโดยพบว่าระดับตราสัญญาลักษณ์ิญญาขาวจางของเขานั้นใช้แต้มบุญเพียงแค่ 100 แต้มต่อการยกระดับเท่านั้น ฉินเทียนจึงยกระดับตัวเองเป็ ตราสัญญาลักษณ์ิญญาขาวจางห้าจุดแต้มแล้ว)
เซียนซุนหัวเราะเล็กน้อยก่อนตอบ "คิคิ ฉินเทียนเ้าคิดว่าใครๆ ก็เป็เ้าของศาลเทพ์ได้ง่ายๆ รึ ถึงแม้เ้าจะเห็นมันเก่าๆ โทรมๆ ราวกับบ้านไม้พุพังแบบนี้ แต่เ้ารู้รึไม่ต่อให้มหาจักรวาลนี้ดับสลายแต่ศาลเทพ์เก่าๆ โทรมๆ หลังนี้จะไม่เป็อะไรเลยแม้แต่น้อย หุหุ ส่วนการโดนแย่งแทบจะเป็ไปไม่ได้ยกเว้นเ้าจะตายเท่านั้น การคัดสรรครั้งใหม่จึงจะเริ่มขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องบอกเ้าฉินเทียน เ้าของศาลเทพ์ที่โง่ตายั้แ่ระดับตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีขาวจางนั้นยังไม่เคยมีมาก่อน ถ้าเ้าจะเป็คนแรกข้าก็จนใจจริงๆ"
ฉินเทียนรู้สึกราวกับถูกเซียนซุนแอบด่าเบาๆ หากแต่ฉินเทียนก็ไม่ใส่ใจตอนนี้ตัวมันรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจแล้ว แต่ปัญหาคือ ความเข้าใจที่คับแคบของตัวมันฉินเทียนในโลกใบนี้ยังมีมากนัก ตัวมันจึงไม่รู้ว่าจะเอาศาลเทพ์นี้ไปตั้งที่ไหนดี
ในระหว่างที่ฉินเทียนทำหน้าขบคิด เซียนซุนก็สร้างภาพมายาภาพหนึ่งที่เหมือนจริงขึ้นมา มันเป็ภาพดาราสีน้ำเงินดวงหนึ่งมีเกาะน้อยใหญ่มากมาย จากนั้นเซียนซุนก็ถามฉินเทียน "ฉินเทียนเ้าเลือกเป็เกาะห่างไกลสักแห่งดีหรือไม่ จะได้ไม่ไม่ต้องมีคนไปวุ่นวายกับเ้าใน่เริ่มต้น"
ฉินเทียนรีบกล่าวตอบทันที "ถ้าแบบนี้ข้าก็เดินทางไปมาระหว่างศาลเทพ์ไม่สะดวกสิท่านเซียนซุน"
เซียนซุนหัวเราะ คิคิ ใส่ฉินเทียนอีกคราวก่อนจะพูดอะไรบางอย่างออกมาให้ฉินเทียนวุ่นวาย "ฉินเทียนเ้านิโง่จริงๆ ศาลเทพ์สำหรับคนอื่นอาจจะต้องเดินทางไปมาวุ่นวาย หากแต่สำหรับเ้าที่เป็เ้าของศาลเทพ์นั้นต่างกันออกไป เพียงแค่เ้าตั้งจิตจะไปยังศาลเทพ์ แล้วย่างก้าวเดินไปสิบก้าว ในสิบก้าวนี้ห้ามมีใครััโดนตัวเ้า หรือตัวเ้าก็ห้ามเสียสมาธิแม้แต่น้อยโดยเด็ดขาด แค่นี้เ้าก็สามารถมาถึงศาลเทพ์ได้ดังใจนึก แต่สิ่งหนึ่งที่เ้าต้องรู้ ตอนกลับจากศาลเทพ์จุดที่เ้ากลับไป ก็จะเป็จุดเดิมที่เ้ามา นอกจากนั้นสิ่งหนึ่งที่เ้าต้องรู้ไว้ ไม่ว่าเ้าจะอยู่ที่ใดในมหาจักรวาลหรือมิติลี้ลับใดๆ เ้าก็จะไปกลับศาลเทพ์ด้วยวิธีนี้ได้อย่างแน่นอน"
"!!!เซียนซุนทำไมเื่แบบนี้ท่านไม่รีบบอกข้าแต่แรก"
"ก็ข้ากำลังบอกเ้านี้ไง" เซียนซุนพูดไปก็หัวเราะไป
ไม่ช้าฉินเทียนก็ไม่สนใจอีก คิดแต่จะเลือกสถานที่ตั้งศาลเทพ์ของตัวเองแต่เพียงเท่านั้น หากแต่พอได้มองภาพมายาที่เซียนซุนสร้างขึ้นมาแล้ว ฉินเทียนก็ตกตะลึงไม่น้อย โลกด้านหน้าของมันนั้นมีขนาดใหญ่โตกว่าที่ตัวมันคิดมากนัก มีแผ่นดินและหมู่เกาะน้อยใหญ่มากมายยิ่ง ฉินเทียนหมุนวนมองดูไปๆ มาๆ เห็นสถานที่ต่างๆ มากมายราวกับว่าตัวมันกำลังเปิดใช้กูเกิ้ลแมพเวอร์ชันอัปเกรดยังไงยังงั้น นอกจากนั้นมันยังเป็เวอร์ชันที่ทันสมัยมากกว่าอย่างถึงที่สุด แถมยังรวดเร็วมากกว่าและสมจริงมากกว่าเป็ที่สุด
เซียนซุนก็ราวกับว่ารู้ว่าฉินเทียนคิดอะไรในใจจึงบอกกล่าวกับฉินเทียน "ฉินเทียนเกาะแห่งนี้เป็อย่างไร ข้าอัปเกรดสร้างูเาสูงให้เ้าซักสามสี่ลูกและตั้งศาลเทพ์ไว้บนนั้นดีหรือไม่ นอกจากนั้นเกาะแห่งนี้พันปีหมื่นปีนี้ก็ไม่ค่อยมีคนจะผ่านมาเท่าไหร่ มาตรว่าความสงบเงียบที่เ้า้าสถานที่แห่งนี้คงเหมาะสมอย่างมาก ไว้เ้าหาผู้ศรัทธาได้แล้วมีแต้มบุญเยอะภายหลังก็สามารถขยายและสร้างสถานที่นี้ใหญ่โตอลังการขึ้นได้อีก"
"ดี" ฉินเทียนพยักหน้ารับในทันที ตอนนี้ตัวมันก็ี้เีจะคิดเื่ที่ตั้งศาลเทพ์เหมือนกัน หากแต่ในใจมันปรารถนาจะเก็บศาลเทพ์นี้ไว้ไกลๆ ผู้คนมากที่สุดในระยะแรก ไม่อยากให้ใครพบเจอแม้แต่น้อย ฉินเทียนมีนิสัยระมัดระวังอยู่มากซะหน่อย ตัวมันไม่ชอบทำตัวเด่นดังสักเท่าไร
และในตอนนี้ตัวฉินเทียนเอง ตัวมันก็ยังไม่รู้เลยว่ามันจะหาแต้มบุญอย่างที่เซียนซุนว่ามาได้มากน้อยเพียงไร
ถ้าแต้มบุญหายากกว่าที่มันคิดมันคงลำบากไม่น้อย
ในที่สุดศาลเทพ์ก็ได้ถูกสร้างขึ้นบนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่ไม่โตประมาณ หากแต่ทอดสายตาจาก้าสุดก็ยังนับว่ามีระยะได้หลายร้อยลี้อยู่
โดยตัวศาลเทพ์ถูกตั้งบนเทือกเขาที่สูงที่สุดของเกาะเล็กๆ แห่งนี้ โดยตัวเทือกเขาสูงชันหลายชั้นนั้นได้ถูกสร้างด้วยอิทธิฤทธิ์ของเซียนซุน ทำให้เทือกเขานี้มีความสวยงามยิ่งใหญ่และดูตระการตาอย่างน่าประหลาด
หากแต่แม้ยอดเขาสูงนี้จะดูยิ่งใหญ่ยิ่งนัก หากแต่ศาลเทพ์กับดูไม่เข้าและไม่คู่ควรที่จะตั้งอยู่บนยอดเขาที่ยิ่งใหญ่แบบนี้เลยแม้แต่น้อย
ก็เพราะมันดูเป็เพียงแค่บ้านเก่าๆ ศาลเ้ากากๆ ยังไงละ