คุณครูสาวเดินเข้ามาในห้องเรียนทำให้บรรดาเด็กนักเรียนหลายๆคนต่างตกตะลึงรวมถึงเขาด้วย..
‘นี่มันโลลินมโตชัดๆ!’เสียงร่ำร้องในใจของชายหนุ่มหลายคนในห้องลุกโหมขึ้นมา
เธอมีผมสั้นสีน้ำตาลดวงตากลมโตใสกระจ่างให้ความรู้สึกสบายใจแก่ผู้ที่มองเข้าไป ใส่เสื้อสูตรสำหรับผู้หญิงสีดำทับเสื้อในสีขาวกางเกงทรงเอที่ขับเน้นบั้นท้ายอันมีสเน่ห์ที่สำคัญคือหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่ไม่เข้ากับรูปร่างนั่นต่างก็ทำให้หนุ่มๆน้ำลายไหลกับเป็แถบ
“สวัสดีนักเรียนทุกคน ครูชื่อ ไอริสจะมาเป็ครูประจำชั้นของพวกเธอนับั้แ่วันนี้ เอาล่ะ จริงๆวันแรกนี้ไม่มีเรียนจะมีแค่การลงทะเบียนเรียน และทุกคนจะสามารถกลับบ้านได้ตอนบ่ายแต่ก่อนอื่นครูว่าเรามาทำความรู้จักเพื่อนร่วมห้องกันก่อนเถอะ”
เสียงเล็กๆของเธอพูดออกมา แม้ว่ารูปลักษณ์จะไม่ให้นักแต่ว่าบุคลิกภาพสำหรับความเป็ครูถือว่าเธอสอบผ่านฉลุยยกเว้นหน้าอกที่จะทำให้นักเรียนชายไขว้เขวนั่น...
“เอาล่ะเริ่มจาก โต๊ะแรกก่อนเลย เชิญจะ” เธอหันไปมองที่เด็กหญิงที่นั่งโต๊ะแรก
“อ๊ะ! ชั้นชื่อ แก้ว มาจากโรงเรียนเอกชนดีมานสิ่งที่ชอบคือแฟชั่น ยินดีที่ได้รู้จักนะ!” เด็กสาวผมดำที่นั่งอยู่โต๊ะแรกแนะนำตัวอย่างกระตือรือล้น
“ว้าวตอนนี้เธอติดตามอะไรอยู่เหรอ?”เสียงเด็กหญิงรสนิยมเดียวกันโพล่งถามขึ้นมา
“กระเป๋านะตอนนี้ชั้นศึกษาเื่กระเป๋าแอร์เมสอยู่”
“โหหนั่นมันกระเป๋าหรูแบรนดังมาเป็ร้อยปีแล้วนี่ สุดยอดไปเลยนะ!”
แน่นอนว่าไม่ต้องถามก็รู้ได้ว่าเธอมาจากตระกูลที่ร่ำรวยในระดับนึงเนื่องจากงานอดิเรกของเธอนั่นแหละเพราะพลเมืองชั้นสองคงไม่มีใครมาสนใจเื่แฟชั่นหรอกแค่มีเสื้อผ้าใส่ก็ถือว่าดีถมเถแล้ว
ต่อด้วยโต๊ะที่สอง
“ชั้นซิมสัน! ชอบเล่นฟุตบอล มาจากโรงเรียนมัธยมเรนอน พ่อชั้นเปิดธุรกิจสนามให้เช่าฟุตบอลใครสนใจถามชั้นได้เลย!”
“เห้ย!ชั้นก็เล่นบอลเหมือนกัน! เย็นนี้ไปเตะด้วยกันเปล่า!”
“ความคิดดีเลยนี่หว่า!”
“ไม่มีปัญหาใครอยากไปด้วยกันก่อนกินข้าวเรานัดกันอีกที”
เด็กหนุ่มผมทองที่นั่งถัดมาแนะนำตัวก็มีเสียงตอบรับหลายเสียงจากเพื่อนๆ จริงๆแล้วด้วยเนื่องจากสมัยนี้แล้วที่ดินแพงมากเพราะฉะนั้นการที่จะดำเนินกิจการเช่นนี้ได้นั้นล้วนต้องรวยเป็ที่แน่นอน...
…
...
...
ทุกคนต่างแนะนำตัวเองให้เพื่อนๆประทับใจบ้างบอกงานอริเรกของตัวเอง บ้างเชิญชวนไปทำความรู้จักกันหลังเลิกเรียนแล้ว และการแนะนำตัวดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนถึงเขา
“ผมนีลฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะทุกคน”นีลแนะนำตัวอย่างง่ายๆพร้อมกับยิ้มน้อยๆไม่มีโรงเรียนที่เรียนมาก่อน ไม่มีงานอดิเรก ไม่มีข้อมูลอะไรทั้งนั้น ก็แน่นอนล่ะจะให้บอกว่าเขาเป็โนเบิลก็คงไม่ได้? แม้อาจจะดูเ็าไปบ้างแต่เนื่องจากเขาวางตัวได้สมบูรณ์แบบ รวมกับรูปลักษณ์ของเขานั่นยิ่งทำให้ตัวเขารู้สึกลึกลับขึ้นไปอีก
“นีล! มีแฟนรึยังเหรอ?” เด็กสาวใจกล้าคนนึงโพล่งถามขึ้นมาหลายๆคนมองเธอยังกับเป็ผู้กล้ายังไงยังงั้น
“ฮ่ะๆยังไม่มีหรอก” นีลตอบพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ พลางคิดว่า ‘อยู่แต่ในคฤหาสน์ แล้วจะไปมีแฟนได้ยังไงเล่า!!’ พลางส่ายหน้าในใจ
คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวตาเป็ประกายและดูเหมือนจะมีหญิงสาวหลายคนแอบส่งนิ้วโป้งไปให้เด็กสาวใจหน้าคนนั้นพร้อมกับสายตาที่สื่อว่า “ทำได้ดีมาก!”
“หูวว นี่ๆ แล้วบ้านนีลทำอะไรงั้นเหรอ?”
“มาจากโรงเรียนไหนเหรอ?”
“เย็นนี้ไปเที่ยวด้วยกันไหม?”
คำถามถูกส่งมาเป็ชุดทำให้เขาไม่รู้จะตอบอันไหนก่อนดีแต่ดูเหมือนคุณครูไอริสจะสังเกตเห็นเธอจึงพูดขึ้นมา
“เดี๋ยวสิจ๊ะรุมถามเพื่อนแบบนั้นเขาจะตอบทันได้ยังไงแล้วถ้าถามไม่หยุดแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่จบการแนะนำตัวหรอก เอาล่ะ นีล เชิญจะตอบคำถามเพื่อนแล้วคนต่อไปได้เลย”
นีลอดรู้สึกขอบคุณอาจารย์โลลิคนนี้ไม่ได้เขามองหน้าอาจารย์และก้มหัวยิ้มให้อย่างขอบคุณหนึ่งที
“เอ่อ...ที่บ้านผมทำธุรกิจนิดหน่อยไม่รู้จะบอกยังไงดี ส่วนเื่โรงเรียน ผมพึ่งย้ายมาจากต่างประเทศ เย็นนี้คงไปด้วยไม่ได้เพราะว่ามีนัดแล้วไว้วันหลังนะ” เขาตอบคำถามและยิ้มให้กับเพื่อนๆ
จริงๆแล้วคำถามพวกนี้มันก็ทำให้เขาเหวออยู่เหมือนกัน...อย่างที่ถามว่าที่บ้านทำอะไร นี่ลำบากเลยเพราะว่าปัจจุบันธุรกิจหลักของโลกมนุษย์ก็ล้วนถูกโนเบิลควบคุมอยู่ แม้ไม่ได้ควบคุมโดยตรงแต่ก็ส่งกึ่งโนเบิลมาบริหาร หรือว่าเป็รูปแบบของการให้การสนับสนุนชนชั้นสูงแต่ไม่ว่ายังไง ทุกธุรกิจก็ล้วนมีหุ้นของโนเบิล 51% อยู่ ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็ตระกูลไหนก็เท่านั้นเอง...จะว่าไปแม้แต่โทรศัพท์ที่ใช้กันอยู่ก็เป็ของตระกูลเขาเพราะฉะนั้นถ้าจะให้ตอบคำถามนี้ ทั้งวันก็คงตอบไม่หมดล่ะนะ...
การแนะนำตัวดำเนินการไปเรื่อยๆจนจบ
เด็กหลายๆคนก็ได้รับการตอบรับแตกต่างกันไปคนสวยคนหล่อ คนรวยเหล่านี้ก็จะได้การตอบรับดีหน่อยแต่ก็มีบางคนที่เพื่อนหลายคนเลือกเฉยชา แน่นอนว่าคือพลเมืองชั้นสองนั่นแหละ คนที่เข้ามาได้เพราะทุนการศึกษา
ในห้องนี้มีอยู่ประมาณ 15น่าจะเยอะที่สุดในชั้น เพราะว่าเป็ห้องที่เก่งที่สุดแล้วล่ะนะ
เมื่อจบการแนะนำตัวครูไอริสก็ให้ดำเนินการลงวิชาเรียนกับโต๊ะโฮโลแกรมอัตโนมัติ จริงๆขั้นตอนนี้ทำไม่นานนักหรอก หลายคนก็ทำเสร็จแล้ว จึงใช้เวลาคุยทำความรู้จักเพื่อนกัน
แต่กว่าเขาจะทำเสร็จ (เพราะทำไปคิดอะไรเพลินๆไป) เวลาก็ใกล้เที่ยง ใกล้เวลาเลิกเรียนแล้ว
เด็กแว่นไบรอันกับสองหน่อที่รู้สึกว่าจะชื่อต้นกับ ไลอ้อน ที่ไม่รู้ไปสนิทกันตอนไหน ก็เดินเข้ามาหาเขา
“นี่นีล ไปกินข้าวกันเถอะ!” ต้นเดินเข้ามาหาเขาอย่าสนิทสนมโดยไม่ได้ดูสายตาอาฆาตจากผู้หญิงรอบข้าง ที่ทำตาเหมือนกันว่า ‘ชิ!ไวนักนะ!’ กันอยู่
“ไม่ได้! วันนี้เขามีนัดกับฉัน! นีลต้องพาฉันกับลดาไปเลี้ยงของหวาน คงให้นายไปไม่ได้!”
เมื่อได้ยินดังนั้นเทรซ่าก็เข้ามาทันที คงกลัวว่าเ้ามือที่ต้องเลี้ยงเธอจะโดนโขมย(?) ตัวไป
“ฮึ่ม! ทำยังกับพวกชั้นไปแย่งอะไรพวกเธอยังงนั้นแหละยัยทอมบอยหัวแดง!” ต้นตอบกลับเทรซ่า
“ใครไปทอมบอยหัวแดงห๊ะไอ้เวรนี่!”
นีลอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจกับสองคนนี้ที่ทะเลาะกับเป็เด็กๆแต่ไม่ทันไรก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาในห้อง
ในนั้นเป็ผู้ชายสามคนดูเหมือนว่าจะเป็ปีสองหน้าตาดูไม่สบอารมณ์เท่าไรเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะนีล
ชายหัวตั้งพูดขึ้นว่า “นี่แก ใช่คนที่ชื่อนีลมั้ย?”
“ก็ใช่อยู่หรอก มีอะไรงั้นเหรอ?” เขาตอบกลับไปพลางคิดว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนี่นา หรือว่าจะเป็พวกลูกน้องของเ้าวัตสันเมื่อเช้านั่น?
“ประธานยูกิเรียกหา ตามมาซะ”
ชายตัวตั้งพูดอย่างไม่ใส่ใจอีกฝ่าย ราวกับว่าเขาบอกให้มาก็ต้องมา
“ขอโทษด้วย ตอนนี้ไม่ว่าง” นีลขมวดคิ้วตอบกลับไป
ทันใดนั้นหนุ่มผมตั้งก็หันมาตวาดด้วยความหงุดหงิด
“อย่าให้มันมากนะนะเว้ย! ประธานเรียกไปพบก็บุญหัวแกแล้ว!”
“ไม่ใช่ว่าจะไม่ใช่ แต่วันนี้ผมไม่ว่างจริงๆมีนัดแล้วน่ะ” นีลตอบกลับไป มุมปากไม่ได้ยิ้มอีกแล้ว
“นี่แก! อย่าทำเล่นตัวให้มันมากนักจะไปด้วยตัวเองดีๆมั้ย? อย่าหาว่ากูไม่สุภาพละกัน!” คำพูดที่ออกมาจากปากเขาหยาบคายขึ้นเรื่อยๆและตอนนี้กลายเป็การข่มขู่อย่างเต็มตัวแล้ว
“อ๋อนี่คือขู่สินะ? แล้วถ้าผมไม่ไป จะทำไงล่ะ?” นีลเอาขาข้างนึงขึ้นมาไขว้เข่าฉีกยิ้มและนั่งรออย่างท้าทาย