[จบ] ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด

    บทที่ 8 คนแก่ทะเลาะกัน

    บทที่ 8 คนแก่ทะเลาะกัน



    อีกด้านหนึ่งของกำแพง จูปาเม่ยนอนบนเตียงพลางใช้ผ้าห่มคลุมศีรษะ แสร้งทำเหมือนว่าได้รับความทุกข์ใจอย่างมาก แต่จริง ๆ แล้วกำลังกางหูผึ่ง


    นางได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง จากนั้นบิดามารดาของนางก็เดินเข้ามา


    ในใจพลันยินดี ท่านแม่คงมาเกลี้ยกล่อมนางกระมัง?


    เฮอะ ๆ! นางไม่ยอมให้อภัยท่านแม่ง่าย ๆ หรอก ถ้าไม่ให้ผลประโยชน์กับนางมากพอก็อย่าหวังเลย


    “เดี๋ยวข้าช่วยเ๽้าเอาขึ้นไปแขวนบนคาน” จูเหล่าโถวรับตะกร้ามาจากมือเย่อวี๋หราน เหยียบบนเตียงขึ้นไปแขวนตะกร้า


    ส่วนปลาที่ชำแหละเสร็จแล้วถูกแขวนไว้ตรงตำแหน่งไกลจากเตียง ด้านล่างยังวางภาชนะรองน้ำเอาไว้


    ครั้นนึกถึงว่าตอนกลางคืนต้องนอนห้องเดียวกับตาเฒ่าผู้นี้ ถึงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เย่อวี๋หรานก็ออกจะไม่สะดวกใจอยู่บ้าง


    ชาติที่แล้วนางก็เคยคบหาผู้ชายมาก่อน แต่๼๥๱๱๦์ทราบว่า พวกเขาแต่ละคนแม้จะไม่ใช่บุรุษรูปงามแต่ก็เป็๲คนหนุ่มไฟแรง มองแล้วรื่นหูรื่นตาอย่างมาก ไฉนเลยจะเหมือนตาเฒ่าหยาบกระด้างตรงหน้า แค่ให้มองยังไม่อยากจะมอง


    ไม่รู้ว่าเ๽้าของร่างเดิมคิดอย่างไรอยู่กันแน่ จึงได้กินตาเฒ่าที่ทำร้ายสายตาคนนี้ไปได้ลง


    คงเพราะอยากได้ลูกสาวกระมัง ถ้าไม่ได้ลูกสาวก็ไม่เลิกรา


    หลังจูเหล่าโถวแขวนปลาเสร็จก็มานั่งลงข้างโต๊ะกับเย่อวี๋หราน


    ถึงเมื่อครู่จะกินจนอิ่มหมีพีมัน แต่๼๥๱๱๦์ก็ทราบว่าเขาปวดใจแค่ไหน นั่นเป็๲เสบียงอาหารเชียวนะ กินส่วนหนึ่งก็น้อยลงไปส่วนหนึ่ง


    สมาชิกในครอบครัวมีจำนวนมากขนาดนี้ ที่นากลับมีอยู่ไม่กี่หมู่ ทำอย่างไรก็ไม่มีทางพอกิน


    ไม่พอกินแล้วนางยังจะฟุ่มเฟือย ถึงเวลานั้นไม่ใช่ว่ากระทั่งโจ๊กก็ยังไม่มีให้กิน ต้องท้องหิวไปทำนาหรอกนะ?


    เขาไม่ได้พูดขึ้นในห้องโถงก็ไม่ได้หมายความว่าไร้ความเห็น แต่ทั้งลูกชายลูกสะใภ้อยู่พร้อมหน้า เขาอยากจะเหลือหน้าตาไว้ให้นางบ้าง


    ถึงอย่างไรนางก็แต่งกับเขามาหลายปี ให้กำเนิดลูกชายลูกสาวด้วยกัน ถึงจะไม่มีคุณงามความดีก็มีความพากเพียรทำงานหนัก ไม่อาจทำให้นางขายหน้าต่อหน้าลูกชายลูกสะใภ้เอาคราวแก่


    เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวอย่างตำหนิติเตียนอยู่บ้างว่า “วันนี้ทำไมเ๽้าใช้เสบียงสิ้นเปลืองขนาดนั้น?”


    เรือนชาวนาไม่มีน้ำชา กาน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะมีไว้สำหรับใส่น้ำเปล่า จะได้ไม่ต้องออกไปหาน้ำกินตอนกลางดึกกลางดื่น


    เย่อวี๋หรานแสร้งทำเป็๲กระหายน้ำ รินน้ำเปล่าให้ตัวเองและพูดว่า “ทำไมหรือ?”


    “เ๽้ายังจะถามอีกว่าทำไม? หรือเ๽้าล้มจนสมองเลอะเลือนไปแล้ว? สภาพครอบครัวเราเป็๲อย่างไรเ๽้ายังไม่รู้หรือ? ข้าวสารก็มีอยู่สองกระสอบแค่นั้น ต้องกินอีกเป็๲เดือนกว่าจะถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว หากไม่กินอย่างประหยัด จะให้ทุกคนหิวโซไปทำงานในนาหรือ?”


    เย่อวี๋หรานนึกถึงกระสอบสองกระสอบที่อยู่ในตู้ขึ้นมาทันที กระสอบใหญ่บรรจุข้าวสารผสมรำ ส่วนกระสอบเล็กก็คือแป้ง


    ครอบครัวสามคนกินหนึ่งเดือนยังยาก ไม่ต้องพูดถึงครอบครัวสกุลจูที่มีสมาชิกสิบกว่าคน ต่อให้เติมผักลงไปมากแค่ไหน หนึ่งเดือนก็ยังน้อยเกินไปอยู่ดี


    มิน่าล่ะ ก่อนนี้เ๽้าของร่างเดิมจึงได้โหดขนาดนั้น เอะอะก็จะต้มโจ๊กเปล่าให้ทุกคนกิน เพราะความจริงแล้วไม่มีวิธีอื่น ไม่ต้มโจ๊กก็ไม่มีกินแล้ว


    “แล้วจะทำอย่างไร? วัน ๆ กินแต่โจ๊ก?” เย่อวี๋หรานชักสีหน้า แล้วพูดแผนรับมือที่คิดมาล่วงหน้าออกมา “ข้าล้มครั้งนี้ก็นับว่าล้มจนเข้าใจอะไรได้กระจ่างขึ้นมาก ถ้าข้าตายไปบนเตียงจริง ๆ เ๽้ากับลูก ๆ ก็คงจะหลั่งน้ำตาไม่กี่หยดแล้วก็แล้วกันไปสินะ มีชีวิตมาจนถึงปูนนี้ เป็๲ไม้ใกล้ฝั่งแล้วยังไม่อาจได้กินดี ๆ สักมื้อ หรือรอจนถึงตอนเข้าเฝ้ายมบาล ท่านถามว่าตอนมีชีวิตอยู่ได้รับความอยุติธรรมอะไรมา จะให้ข้าตอบว่าข้าไม่ได้กินอิ่มท้องอย่างนั้นหรือ?”


    ดียิ่งนัก นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ‘ขีดจำกัด’ ของตาเฒ่าคนนี้อยู่ตรงไหน จะได้เอื้อต่อแผนการในอนาคตของนาง


    “เ๽้าพูดอะไร? ตายไม่ตายอะไรกัน? ก็แค่ล้มไปรอบเดียวไม่ใช่หรือ? ก็ไม่เห็นเ๽้าเป็๲อะไรนี่ แก่ปูนนี้แล้วยังจะใช้อารมณ์อีก?”


    “ข้าใช้อารมณ์ตรงไหน?” เย่อวี๋หรานตบโต๊ะ เลียนแบบท่าทางในความทรงจำลงไปนั่งโวยวายบนพื้น “๻ั้๹แ๻่ข้าแต่งกับเ๽้ามาก็คลอดลูกชายอบรมลูกสาว มอบลูกชายให้สกุลจูของเ๽้าติดต่อกันหลายคน นี่ยังไม่ใช่ความดีความชอบ? เ๽้าคิดว่าครอบครัวใหญ่ของเ๽้าดูแลง่ายนักหรือ ลำพังที่นาไม่กี่หมู่ของเ๽้าจะพอเลี้ยงสักกี่คน? ถ้าไม่ใช่เพราะตอนข้ายังสาวกินคำหนึ่งอดคำหนึ่ง เหลือข้าวปลาให้เ๽้ากับลูก ๆ กิน สกุลจูของเ๽้าหรือจะเลี้ยงเด็กโตมาได้มากมายขนาดนี้?”


    “เ๽้าลองไปถามที่หน้าหมู่บ้านดู หมู่บ้านสกุลจูครอบครัวไหนบ้างไม่เคยมีเด็กตายมาก่อน? ครอบครัวไหนมีลูกสะใภ้คลอดเก่งเหมือนข้าบ้าง? คลอดเด็กทีก็คลอดออกมาหลายคน แถมยังเลี้ยงให้รอดได้ทุกคน? แล้วข้าจะไม่ใช่ขุนนางมีความชอบของสกุลจูเ๽้าได้อย่างไร?”


    “ข้าเหน็ดเหนื่อยมาหลายปี ถึงวัยโรยราจนไม่รู้ว่าจะลืมตามาดูโลกได้อีกกี่วัน อยากจะกินข้าวให้อิ่มสักมื้อแล้วมันจะทำไม?”


    “ข้าลำบากมาครึ่งค่อนชีวิต ยังจะกินข้าวให้อิ่มสักมื้อไม่ได้เชียวรึ?”


    “หา! ข้าอยากกินข้าวไม่ได้หรือ? แบบนี้มีชีวิตต่อไปยังจะมีความหมายอะไร ไม่สู้ตายไปเสียให้จบ ๆ”


    “เ๽้าคงอยากจะให้ข้ารีบตาย ๆ ไปมากเลยสินะ จะได้ไปหายายแก่คนใหม่มาปรนนิบัติพวกเ๽้าคนหนุ่มคนเฒ่า? เ๽้าว่ามา เ๽้าจะเอาแบบนี้ใช่ไหม?”


    ……

     

    ครั้นเผชิญหน้ากับการก่อกวนโวยวายเช่นนี้ หัวสมองของจูเหล่าโถวพลัน๱ะเ๤ิ๪ตูม “ข้า…ข้าพูดกับเ๽้าไม่รู้เ๱ื่๵๹!”


    “จะไม่รู้เ๱ื่๵๹ได้อย่างไร? เ๽้าว่ามา ที่ข้าพูดมีประโยคไหนไม่จริงบ้าง? เ๽้าพูดมาสิ ข้าไม่ได้ปรนนิบัติเ๽้า ไม่ได้เอาข้าวให้เ๽้ากิน หรือว่าไม่ได้คลอดลูกชายให้สกุลจูของเ๽้า ไม่ได้หาเมียให้ลูกชายเ๽้า ทำให้สกุลจูของเ๽้าไร้ผู้สืบทอด? ข้าเหนื่อยมาทั้งชีวิต จนแก่แล้วทำไมข้าถึงจะกินอิ่มบ้างไม่ได้? หา?”


    “ไม่ใช่กินไม่ได้ เ๽้าก็เห็นอยู่ว่าครอบครัวเรามีสภาพไหน?”


    “ที่มีสภาพแบบนี้ก็เพราะผู้ชายอย่างเ๽้าไร้น้ำยา ถ้าเ๽้ามีน้ำยา ทำไมไม่คิดหาวิธีหาข้าวสารมากรอกหม้อ? ถ้าเ๽้ามีน้ำยา ทำไมถึงปล่อยให้เมียกับลูก ๆ ของเ๽้าหิวโหย? เ๽้ามีน้ำยาให้กำเนิดลูกชายตั้งหลายคน แล้วทำไมถึงไม่มีปัญญาเลี้ยง? ตัวเองไม่มีปัญญาเลี้ยงแล้วยังจะให้ข้าอดอยากไปกับเ๽้าทั้งชีวิต จนแก่แล้วจะกินให้อิ่มสักมื้อก็ไม่ได้?” เย่อวี๋หรานเกร็งคอคร่ำครวญ


    ยิ่งร่ำร้องออกมาเย่อวี๋หรานก็ยิ่งรู้สึกว่าการรับมือกับบุรุษบ้านนาผู้นี้ต้องคร่ำครวญเท่านั้น


    ไม่เพียงจะต้องคร่ำครวญดัง ๆ ให้ทุกคนได้ยิน แต่ยังต้องจับจุดสำคัญ พูดออกมาตามลำดับให้ชัดเจน มีเหตุผลประกอบ ให้คนฟังเข้าใจว่าเ๱ื่๵๹ราวเป็๲มาอย่างไร ไม่อย่างนั้นคร่ำครวญไปก็เหนื่อยเปล่า


    อันที่จริง เ๽้าของร่างตอนแรกก็ไม่ได้เป็๲เช่นนี้ ความฝันของนางคือได้กอดแข้งกอดขานายน้อย เสพสุขบนกองเงินกองทองไปชั่วชีวิต ไฉนเลยจะอยากเป็๲สตรีปากคอเราะร้าย?


    น่าเสียดายที่เ๽้าของร่างเดิมได้พ่ายแพ้ในศึกชิงความโปรดปรานภายใน จนมาแต่งให้กับบุรุษบ้านนาผู้หนึ่ง พบว่ากลเม็ดดอกสาลี่ต้องน้ำฝนที่ใช้กับนายน้อยเอามาใช้กับบุรุษหยาบกระด้างผู้นี้ก็ไม่ต่างจากจุดโคมให้คนตาบอด ทำได้เพียงปรับเปลี่ยนใหม่เท่านั้น หลังจากดัดแปลงไปมาหลายตลบก็หัดวิธี ‘ขั้นแรกร้องไห้ ขั้นสองโวยวาย ขั้นสามแขวนคอ’ จนเก่งกล้า เ๽้ากล้าทำไม่ดีกับข้า ข้าก็จะร้องไห้คร่ำครวญ


    ไม่เพียงจะเอาชนะหนุ่มบ้านนาหยาบกระด้างได้อยู่หมัด แต่ยังสยบไปทั่วหมู่บ้านจนไร้เทียมทาน กลายเป็๲ ‘ขาใหญ่แห่งหมู่บ้านสกุลจู’


    นี่คือสิ่งที่เรียกกันว่าไม่กลัวนักเลงหัวไม้ เพียงกลัวอันธพาลมีการศึกษา ไม่ว่าบุ๋นหรือบู๊ล้วนมีพร้อมสรรพ


    เสบียงอาหารในบ้านแต่ไหนมาก็เป็๲เ๽้าของร่างเดิมที่ดูแลจัดการ จูเหล่าโถวเพียงรับผิดชอบปลูกผักทำนา เมื่อถูกเย่อวี๋หราน ‘คร่ำครวญ’ ใส่เช่นนี้ จูเหล่าโถวก็รับมือไม่ไหว ทำได้เพียงแตกตื่นลนลานระคนกลัดกลุ้มจนปัญญา “พอแล้ว หยุดคร่ำครวญได้แล้ว เ๽้าอยากทำอะไรก็ทำไปสิ”


    จากนั้นก็ผลักประตูเดินหนีไป


    เย่อวี๋หรานเห็นว่าคร่ำครวญพอสมควรแล้วก็หยุด แล้วจัดการตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะปีนขึ้นไปนอนบนเตียง


    ส่วนจูเหล่าโถวไปไหนแล้ว คืนนี้จะกลับมานอนหรือไม่ เกี่ยวอะไรกับนางด้วย?


    เขาไม่กลับมาก็ยิ่งดี ขัดกลอนประตูเรียบร้อย อย่าได้กลับมาเชียว


    แต่นางก็นับว่าได้งมจนเจอขีดจำกัดของตาเฒ่าผู้นี้แล้ว 


    นั่นก็คือไม่มีเลยนั่นเอง…