คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอกตอนที่ 12 เอริอยากทำอะไรซักอย่าง
ทุกอย่างกลับมาเป็ปกติอีกครั้งโดยไม่มีใครรับรู้เลยว่าใน่ระยะเวลาเพียงไม่กี่นาทีภายในห้องปิดตาย ตัวเกเรชื่อเสียงยอดแย่ที่สุดของบริษัทต้องพาลพบเจอกับความทรมานทรกรรมชนิดที่ว่าคนปกติธรรมดาอาจยินยอมตายเสียยิ่งกว่าอยู่
ในห้องทำงานแผนกที่ชายสวมแว่นอาศัยอยู่ในตอนนี้ยังคงวุ่นวายเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนพวกี้เีนอนกินเงินเดือนก็ยังต่างหัวเราะชอบใจพูดคุยกันไร้สาระไปวัน ๆไม่คิดหยิบงานการขึ้นมาทำ
พวกเขาจะทำงานกันทำไม ในเมื่อมีผู้ช่วยอันยอดเยี่ยมอยู่ข้างกายใช้งานง่าย แถมยังไม่มีปากเสียอีก ทั้งในเวลาว่างยังเป็กระสอบทรายระบายอารมณ์ไม่มีชีวิตแบบนั้นจะสบายไปกว่านี้อีกแล้วจริงไหม
หนึ่งในนั้นเหลือบสายตาไปมองทราเวียร์ มองเขากำลังก้มหน้าก้มตาทำงานเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเว้นคนผู้หนึ่งดูแตกต่างไปจากยามปกติ
“นิ่งเงียบแบบนี้ ดูเป็ผู้เป็คนขึ้นเยอะเลยวะ”
“ดีที่ตัดสินใจส่ง ศรเข้าไปจัดการ”
“ครั้งนี้ ให้มันรับผิดชอบไปเลยไหม ให้เป็คนเลี้ยงดูทราเวียร์เป็ยังไง”มองดูศรกระทืบไอ้อ่อนขณะพวกตนจ้องมองคงเป็อะไรที่สุดยอดมาก
ความคิดนี้กำลังถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็จริง
“คนนะ ไม่ใช่หมาที่จะเลี้ยงดูง่ายดายแบบนี่”
“ไม่ ไม่ หมามันยังฝึกยากกว่าทราเวียร์อีกนะ”
“แสดงว่า มันต่ำกว่าหมาอีกเหรอ?”
“ฮ่า ๆๆๆๆๆ”
“...” น่าเสียดายเ้าคนที่กำลังถูกมอบหมายให้สั่งสอนทราเวียร์กำลังตัวสั่นเป็เ้าเข้า เพราะเห็นสายตาสนุกสนานของชายหนุ่มสวมแว่นเข้าให้
ศรพยายามสะกดไม่ให้ตัวเองร้องเสียงหลงออกมา
“เป็อะไรไปเห็นเงียบมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว”
“ฉะ ฉันแค่มีเื่ต้องคิดนิดหน่อย” บ้าไปแล้วหากให้เขาไปกระทืบทราเวียร์ต่อหน้าพวกมันทุกคน เขาต้องกลายเป็บ้าแน่นอน
ไม่แน่ว่าหลังจากกระทืบเสร็จเขาอาจโดนฉีกกระชากกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
...ไม่เอาด้วยหรอก พวกแกอยากจะทำก็ไปทำเอง ไม่ต้องมาชวนฉันฉันยังไม่อยากซวย
“งั้นเหรอ แกเองคงลำบากไม่น้อยเลยสินะเนี่ย” พวกหวนคิดไปว่าเพื่อนยากคนนี้กำลังประสบปัญหาชีวิตเลยไม่ค่อยมีความสุขซักเท่าไหร่
ด้วยความเป็ห่วงเพื่อนเลยต้องช่วยเหลือกันซักหน่อย
“ให้ฉันเลี้ยงหญิงเอาเปล่า บอกเลยว่าเด็ดมากเลยนะที่ฉันไปเจอมา” ฉิบหายกำลังสองเมื่อโดนเหล่าเพื่อนปัญญาอ่อนชวนให้ไปเที่ยวหญิง
ศรส่ายหน้าสุดแรง
...ต้องบ้าไปแล้วแน่นอน ให้ฉันไปเที่ยวผู้หญิงไอ้ที่ฉันสั่นกลายเป็เ้าเข้าก็เพราะเื่ตัณหาราคะนี้แหละ ต้องปฏิเสธไม่เอาแล้ว ฉันยังไม่อยากโดนทรมานนะ
“ไม่ดีกว่า ฉันคิดว่าจะเลิก” ต่อให้เ้าตัวคิดล้มเลิกย่อมไม่สำเร็จอยู่ดี
จังหวะนรกเกิดขึ้นทันตาเห็นเมื่อสายตาตนเหลือบไปมองเห็นทราเวียร์กำลังฉีกยิ้มกว้าง มอบมันให้ตนเพียงผู้เดียวอาการสั่นเป็เ้าเข้า
ก็กลับมาอีกครั้ง
“...” เขาเข้าใจความหมายของดวงตาคู่นั้นดี
จึงไม่กล้าทำตัวผิดแปลกออกไป
“ลองไปซักหน่อยก็ไม่เสียหายละนะ”ศรเปลี่ยนคำพูดตัวเองใหม่อีกครั้งพยายามไม่ให้น้ำเสียงตัวเองเผลอหลุดหวาดกลัวออกมา
เพราะหากตนหลุดออกมาเมื่อไหร่ เขามั่นใจเลยว่าทราเวียร์ต้องลงมือด้วยตัวเองแน่เพื่อไม่ให้ตนต้องพบเจอประสบการณ์ขนหัวลุกอีก
จำต้องระมัดระวังให้มาก
“มันต้องแบบนี้สิวะเพื่อน” เพื่อนมันขมวดคิ้วเล็กน้อยพอได้ยินศรจะไม่ไปเพราะปกติหากเขาได้ชวนมันต้องไปตลอด แต่พอเห็นอีกฝ่ายกลับคำ
เขานึกสนุกคิดว่าศรมันคงเล่นตัวตามปกติ
...ยะ หยุดมองฉันเถอะ
“...” โดยไม่อาจรับรู้เลยว่า ความมืดเกือบกลืนกินตนไปแล้วหากเ้าตัวปฏิเสธจนทำให้ทุกคนเกิดสงสัยขึ้นมาเมื่อไหร่ ไม่แน่ว่าภัยพิบัติอาจเข้ามากัดกินชีวิตเขาอีกครั้งก็ได้
ยังถือว่าโชคดีละนะ
เอี๊ยดดด!!!
“พี่เวียร์คะ?” เสียงหญิงสาวดังขึ้น เป็เอริคนงามหล่อนยื่นหน้าเข้ามาเพื่อตามหาชายหนุ่มสวมแว่น คนที่หล่อนสร้างปัญหาให้กับเขา
ทั้งที่เขาพยายามบอกมาตลอดว่าให้ระมัดระวังตัวเกี่ยวกับการอยู่กับเขาสองต่อสองแต่เธอยังไม่ฟังจนเกือบทำลายชีวิตเขาเข้า
ด้วยความรู้สึกผิดจึงทำให้หล่อนมาปรากฎตัวอีกครั้งหนึ่ง
“พี่พลอยให้มาเอาเอกสารค่ะ” ในมือหญิงสาวผู้งดงามมีกองเอกสารกองหนึ่งหอบเอามาด้วย
“เอริ?”
“น้องเอริจริงด้วย”
“เข้ามาหาเวียร์อีกแล้วเหรอ?”
“ให้จัดการเลยไหม?”
“ปล่อยไปเถอะ”
“ศร”
“หมอนั้นมันคงรู้แหละว่าอะไรควรทำไม่ควร”ศรมันไม่ใช่คนโง่พอทำอะไรโดยไม่รู้จักคิด กลับกันมันค่อนข้างเป็คนที่รอบครอบมาก
ทำให้ทุกคนต่างยึดถือและเชื่อมั่น เชื่อฟังมาตลอด
“...ได้” ในเมื่อศรบอกว่าไม่คงต้องไม่กันไปตามระเบียบไม่อาจเข้าไปยุ่งย่ามได้อีกทั้งหากเข้าไปเล่นงานโดยตรงอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
แค่ครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้วเอาไว้หาโอกาสเล่นงานคงไม่สาย
“วางเอาไว้อยู่บนโต๊ะ ส่วนงานที่เหลือมันเสร็จหมดแล้วยกเอาออกไปได้เลย”
“ขอบคุณค่ะ” เอริวางเอกสารลงข้างกองเอกสารที่เสร็จสิ้น
ก่อนกวาดสายตามองงานทั่วโต๊ะ
...เยอะกว่าของเราอีก
“...”
“ยังทำงานหนักเหมือนเดิมเลยนะคะ”เธอนับถือเขามากที่ทำงานหนักแบบนี้ทุกวัน ทั้งยังรักษาปริมาณและคุณภาพในได้ในระดับยอดเยี่ยม
เทียบกับคนอื่นแล้วมันเป็คนละชิ้นกันเลยทีเดียว
“ประมาณนั้นแหละ”
“ถ้างั้นหนูไม่กวนดีกว่า” เอริถอนหายใจเห็นทราเวียร์ยังก้มหน้าก้มทำงานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไม่แม้กระทั่งเงยหน้ามาคุยกับหล่อน
ทำราวกับหล่อนเป็เพียงอากาศธาตุไม่น่าสนใจ
“...”
ประตูปิดลงพร้อมร่างหญิงสาวเดินจากไปก็ถึงเวลาของเหล่าสหายสวะที่เกิดอิจฉาขึ้นมาในจิตใจ้าระบายมันออกมาให้ได้เห็นกัน
“อย่าลืมทำงานของพวกเราด้วยนะ เวียร์~~~”เสียงยี้ยวนกวนประสาทดังขึ้น เ้าหัวแดงนั่งหัวเราะไปขณะดูโทรศัพท์ไม่คิดทำงานทำการ
เรียกได้ว่าแหล่งรวมสวะอย่างแท้จริงสายตานักล่ากวาดมองมาที่ชายหนุ่มสวมแว่น คล้าย้าลงมือระบายอารมณ์ระบายความแค้น
“...” แต่ยังไม่ทันได้ออกเรี่ยวแรงบริหารกล้ามเนื้อ
กลับถูกหยุดเอาไว้ก่อน
“นั่งลง”
“ศร นายกลายเป็คนดีมาั้แ่เมื่อไหร่กัน” ออกจะไม่พอใจเล็กน้อยที่โดนห้ามเอาไว้มันเหลือบมองชายร่างสูงใช้มือใหญ่จับแขนตน
ศรหรี่สายตามองพูดจริงจัง
“ไอ้โง่ แกให้ฉันกระทืบมันตอนเช้า แกไม่เห็นมือมันเลยเหรอ?”
“มือ โดนปากกาแทง?” จำได้แน่นอนพวกมันถึงกับหัวเราะสนุกสนานออกมาเลยแหละตอนได้ยินครั้งแรกทำไมจะจำไม่ได้ แต่ทำไมถึงได้พูดเื่นี้ออกมากัน
ศรเบื่อต้องมาอยู่กับคนโง่ที่ไม่เข้าใจว่าสถานการณ์มันเปราะบางขนาดไหน
...ฉันกำลังช่วยพวกแกอยู่นะ
“เออ แล้วแกยังจะลงมือกับมันอยู่อีกเหรอ?”
“เื่เมื่อเช้ากับตอนนี้มันต่างกันโว้ย คนละความผิดกัน”เห็นได้ชัดเจนเลยว่ามัน้ากระทืบทราเวียร์ระบายอารมณ์หึงหวงในจิตใจทั้งยังไม่สนห่าสนเหวอะไรเลยด้วย
นับเป็ไอ้โง่ของแท้
…ไม่ฟังกันเลย สารเลว!!!
“จะลงมือไม่ว่า แต่อย่ามาทำให้ฉันต้องซวยไปพร้อมกับแกด้วยสิวะ” ศรสบถออกมารุนแรงไม่้าให้พวกบ้าลงมือทำตามใจชอบ
จนทำให้เสียงานใหญ่
“...” พวกมันหันมามองหน้ากัน
เป็ครั้งแรกเลยก็ได้ที่เห็นศรออกหน้าปกป้องคนอื่นที่ไม่ใช่พวกตน อีกทั้งคนที่ศรปกป้องยังเป็คนที่พึ่งโดนมันกระทืบตอนเช้าอีกต่างหาก
นับว่าผิดคาดไปมากถึงมากที่สุด
“หากแกลงมือมันหนักมากเกินไปแล้วเกิดมันสติแตกเอาเื่ไปฟ้องร้องขึ้นมา พวกเราจะไม่ซวยกันหมดเลยเหรอ เอาแค่หัวหน้าแผนกนี้ก็ทำให้พวกเราทุกคนเด้งออกจากงานได้เลยนะโว้ย!!!”
“ไม่มีใครจำได้หรอกน่า”
“มันไม่ได้อยู่ที่จำได้หรือไม่ได้แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ว่าบนตัวทราเวียร์มันมีแผลรอยปากกาปักแล้วฉันกับพวกแกก็เป็พวกกระเลวกระลาดที่อยู่ใกล้ทราเวียร์มันมากที่สุด”
“ต่อให้คนโง่ขนาดไหนก็ย่อมต้องรู้ว่าคงไม่มีใครกล้าบ้าบิ่นเอาปากกามาปักมือตัวเองเล่นหรอก”โทษฐานทำร้ายร่างกายแม้ว่าจะมีระดับให้เลือกมากมาย
แต่สำหรับพวกตนคงมีเพียงไล่ออกสถานเดียว
…ไม่เอา ฉันยังไม่อยากโดนไล่ออก
“...” พวกมันเหลือบมองคนข้างกาย
เห็นความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
“คงรู้ใช่ไหมว่า งานมันไม่ได้หาง่ายดายอีกอย่างสภาพในตอนนี้แกยังไม่พอใจอีกเหรอ แกอยากทำให้มันกลายเป็คนพิการและรอดูมันวิ่งไปแจ้งความมาลากพวกแกเข้าคุกรึยังไงกัน”แน่นอนว่าการพูดครั้งนี้ของศรไม่ได้ผิดหลักการที่ทราเวียร์มอบให้ไว้
เขาเพียงกล่าวอ้างตามความเป็จริงเกี่ยวกับผลกระทบที่จะตามมาหลังจากนี้โดยใช้ประโยชน์จากาแที่เขาเป็ผู้สร้างให้บนร่างกายตัวเล็ก
“ก็ได้ ก็ได้ ไม่กระทืบมันแล้ว พอใจไหม”
“ได้ยินไหมน้องเวียร์~~~แกรอดมือจากพวกฉันไปได้ควรพึ่งพอใจให้มากนะ”
“เอาไว้รอให้มือมันหายค่อยกระทืบก็ได้วะ”
“ถึงเวลานั้นจะเอาให้หนักเลย”
“...”ทุกคนไม่ตระหนักถึงความหนักเบาของสถานการณ์ยังคุยเล่นไร้สาระต่อเว้นชายหนุ่มร่างโตสักบนใบหน้า ที่ดูหวาดระแวงทุกสิ่งอย่างพยายามไม่ทำให้ทราเวียร์ต้องหงุดหงิดกว่าเดิม
เ้าตัวควบคุมบรรยากาศได้ดี อย่างน้อยก็รู้ว่าตัวเองควรทำอะไร
...ใช้งานใช้การได้เลยนิ
“...” ทราเวียร์พยักหน้าให้เล็กน้อย เห็นชายสักร่างโตรับรู้ว่าควรทำอะไรบ้างก่อนกลับไปจัดการงานกองโต ทำเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ไม่มีผิดแปลกอะไรไปจากเดิม
แน่นอนว่าเหล่าพวกสวะทั้งหลายต่างกลับไปเล่นหลงระเริงเหมือนเดิมทำตัวว่างโยนงานมาให้กับเขาทำเสมือนกับเป็ทราเวียร์เป็ข้าทาสส่วนตัว
แนวทางชีวิตของเขามันเป็แบบนี้มาตลอดั้แ่ย้ายเข้ามาประจำภายในบริษัทนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่เหล่าคนล้มเหลวในชีวิตที่เกิดอิจฉาคนได้ดิบได้ดีจะเอาความเลวร้ายเ่าั้มาทุ่มใส่หัวเขา
เปลี่ยนเขาให้กลายเป็กระโถนระบายอารมณ์ เช้า เย็นไม่มีเปลี่ยน
“ทำงานให้มันเร็ว ๆ หน่อย อย่าได้ชักช้า” ไม่ว่าจะชั้นหนึ่งหรือชั้นสองมันก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่เหล่ารุ่นพี่ทั้งหลายยังวิ่งหน้าตั้ง
หอบเอางานตัวเองไม่อยากทำมาทิ้งไว้บนโต๊ะเขา
“เวียร์ มาช่วยงานพี่ตรงนี้หน่อย”
“ได้ครับ” ทราเวียร์ยิ้มเลือกรับงานโดยดีไม่โต้แย้งออกไป
“เวียร์ เอกสารที่ผมขอเอาไว้เมื่อวานเป็ยังไงบ้าง”
“วางบนโต๊ะ ผมครับ”
“เวียร์”
“เวียร์”
ตลอด่เวลาทั้งเช้า ชื่อที่ถูกเรียกบ่อยสุดกับไม่ใช่หญิงสาวเอริ ผู้ถูกให้ความสนใจตอนเช้า หากแต่เป็ทราเวียร์ ผู้ซึ่งถูกทุกคนลืมเลือนรวดเร็วพอได้เห็นหญิงสาวเอริ
ไม่สิอาจเพราะว่าถึงคราวจำเป็ต่างหากถึงได้จดจำได้หากไม่เกี่ยวกับเื่งานการ บางทีชื่อทราเวียร์อาจไม่ถูกหยิบเอาออกมาพูดด้วยซ้ำ
คนแล้วคนเล่าเดินเข้าไปในห้องทำงานของทราเวียร์
“...” เอริเพียงจ้องมองไม่ได้ลุกเข้าไปห้ามหรือเข้าไปมีส่วนร่วมเธอเพียงจ้องมองเป็บางครั้งบางคราวก่อนก้มหน้าก้มตากลับไปทำงานตัวเองเหมือนเดิม
เป็อีกครั้งของวันที่หล่อนเห็นทราเวียร์เดินหอบเอกสารกองใหญ่ออกมาจากห้องน่าจะเป็สัญญาณว่าการลุยงานครั้งนี้ได้จบลงแล้ว
ร่างเตี้ยเดินหอบเอกสารกองโต
“ผมเอางานมาให้”
“วางเอาไว้ตรงนั้นแหละ” พลอยเปรยตาเล็กน้อยก้มทำงานตัวเองต่อโดยไม่สนใจอีกฝ่ายไม่มีคำพูดขอบคุณ ไม่มีชวนดื่มน้ำ ไม่มีชวนรับประทานขนม
ตุบ!!!
“...” กองเอกสารถูกแจกเอาไปไว้ตามโต๊ะ ตามงาน ตามเ้าของ ที่ถูกส่งมอบให้ใน่เช้า
ขณะเ้าตัวเตรียมตัวกลับไปทำงานที่ห้องตัวเองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองหล่อนถึงได้เรียกร้องทักทราเวียร์เอาไว้ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเข้าไป
ความจริงแล้วใช่ว่าหญิงสาวจะไม่เข้าใจเต็มร้อยเกี่ยวกับเหตุผลตัวเองหล่อนเพียงแค่ไม่้าหวนกลับไปนึกถึงมันก็เท่านั้นเอง
“รุ่นพี่ค่ะ คือหนู” สิ้นเสียงเรียกทุกคนหยุดงานในมือเงยหน้ามอง
ทำเอาหญิงสาวลำบากใจมากที่ต้องพูดออกไป
...จะเงยหน้าขึ้นมาทำไมค่ะ!!
ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับทราเวียร์อีกครั้ง
“...คะ คือ”เห็นสายตาราบเรียบไร้อารมณ์เข้าร่วมเอริเพียงยิ้มแห้งตอบใจหล่อนเกิดอยากจะขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนเช้า หากหล่อนเชื่อฟังเขาไม่คิดเปิดประตูเข้าไปพร้อมกันบางที
เขาอาจไม่ต้องโดนใช้งานเยอะเป็พิเศษเหมือนกับตอนนี้
“...” ทราเวียร์เห็นสายตาเจือปนไปด้วยความรู้สึกผิดเขารับรู้ทันทีเลยว่ากำลังเกิดขึ้นต่อจากนี้หากปล่อยเอาไว้เหตุการณ์อาจเลวร้ายหนักกว่าเดิม
...หาเื่มาให้ไม่หยุดเลยนะ
“เอางานมาสิครับ เดี๋ยวผมช่วยจัดการให้” ไม่ได้คิดอะไรมากความทั้งไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับมา เขาเลือกเดินเข้ามาหยิบกองงานหล่อนไปทำแทน
สุดท้ายต้องปล่อยให้ทราเวียร์ทำตามใจตัวเองส่วนตัวเองทำอะไรไม่ได้นอกจากนิ่งเงียบ
“...ค่ะ” เอริถอนหายใจ