คิดจะหาว่าแฟนคลับฉันกุเื่ขึ้นมางั้นเหรอ? ได้สิ! ในเมื่ออยากได้แบบนั้น วันนี้แม่จะจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ ใส่ร้ายแกให้สุดทางไปเลยแล้วกัน!
“ฮึก!”
ไป๋ลู่ส่งเสียงสะอื้นแ่เบา ดึงความสนใจของทุกคนให้กลับมาหยุดที่เธอเพียงคนเดียว เมื่อเห็นว่าสายตาทุกคู่จับจ้องมา เธอก็กะพริบตาโตๆ ที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตา พร้อมกับรีบยกมือขึ้นปิดปาก ท่าทางหวาดกลัวและกังวลอย่างถึงที่สุด
เสิ่นซินลั่วพอเห็นท่าไม่ดีก็รีบตีหน้าซื่อตาใสสวมิญญาพี่สาวผู้แสนดีถลันตัวเข้าไปหา “เสี่ยวลู่ เธอเป็อะไรไป…”
“กรี๊ดดด!”
ไป๋ลู่กรีดร้องเสียงหลงก่อนจะมุดหัวหนีเข้าไปใต้ผ้าห่มทันที จนบรรดาเ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลต่างพากันกรูเข้ามาถามไถ่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ไป๋ลู่กลับเอาแต่เงียบและสั่นเทิ้มอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา
ดูเหมือนคุณหมอแฟนคลับของเธอคนนั้นจะน่ากลัวกว่าที่คิด เพราะเขาถึงขั้นลงมือดึงตัวเธอออกมาจากผ้าห่มด้วยตัวเอง “เสี่ยวลู่ ไม่ต้องกลัวนะ! ทุกคนที่นี่จะคุ้มครองเธอเอง พูดออกมา!”
แม้จิติญญากลายเป็คนี้เีที่ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในโรงพยาบาลจิตเวชมานานถึง 5 ปี แต่ร่างกายนี้เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ตกจากที่สูงกว่า 7 เมตรและหมดสติไปนานถึงครึ่งเดือน มันช่างอ่อนแอจนน่าใจหาย
ไป๋ลู่รู้สึกหน้ามืดจนมองเห็นดาวระยิบระยับวูบวาบไปมากลางวันแสกๆ
“ว้ายยย คุณหมอเย่ รีบปล่อยเธอเถอะค่ะ! เข้าใจว่าคุณเป็แฟนคลับเสี่ยวลู่ ทั้งเป็ห่วงและอยากรู้ความจริงใจจะขาด แต่ตอนนี้คุณกำลังจะเขย่าตัวเธอจนหมดสติคามืออยู่แล้วนะ! ดูสิ เสี่ยวลู่ตาเหลือกแล้ว! ออกซิเจน! รีบเอาออกซิเจนมาด่วนเลย!”
เหล่าเ้าหน้าที่ช่วยกันชุลมุนพยุงร่างเธอให้นอนราบลงบนเตียงพยาบาล
ไป๋ลู่ได้แต่คิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย นี่ถามจริงเถอะ... ไอ้คุณหมอหน้าหล่อคนนี้เขาเป็แฟนคลับสายไหนกันแน่? หรือว่าจริงๆ แล้วจะเป็แอนตี้แฟนที่ปลอมตัวมาแกงฉันเพื่อความบันเทิงส่วนตัวกันแน่!
นอกจากจะชอบแย่งซีนแล้ว ยังเกือบส่งฉันไปเฝ้ายมบาลด้วยตัวเองอีก ถ้าเมื่อกี้ฉันเกิดหัวใจวายตายไปจริงๆ ไอ้คุณหมอนี่แหละคือคนที่ช่วยสานต่อภารกิจฆาตกรรมของยัยงูพิษเสิ่นซินลั่วให้สำเร็จ
ตัดภาพมายังคุณปู่หมอ ที่ก้มลงตรวจอาการเธออย่างละเอียดก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงครับ เป็เพราะหมดสติไปนานและได้รับแต่อาหารทางสายยาง ร่างกายเลยอ่อนแอและขาดสารอาหารไปบ้าง พักผ่อนสักระยะก็ดีขึ้นแล้ว พวกเราออกไปกันก่อนเถอะ ให้เสี่ยวลู่ได้พักผ่อน มีอะไรค่อยคุยกันตอนเธอดีขึ้น... เอ๊ะ?”
แขนเล็กๆ ขาวผ่องยื่นออกมาดึงแขนเสื้อของคุณหมอผมขาวไว้ด้วยท่าทางหวาดหวั่น
“เสี่ยวลู่?” คุณหมอรีบโน้มตัวลงถาม
“อยากบอกอะไรคุณปู่หมอเหรอครับ?”
ไป๋ลู่น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มทันที “พี่สาว... พี่สาวจะบีบคอหนูให้ตายค่ะ!”
ทุกคนในห้องถึงกับชะงัก !!!!
“เสี่ยวลู่ พูดอะไรน่ะ! พี่จะไปบีบคอเธอได้ยังไง!” เสิ่นซินลั่วลนลานจะเข้ามาอธิบายแต่ก็ถูกเ้าหน้าที่กันตัวไว้
อู๋ลี่ผิงรีบดึงลูกสาวมาไว้ข้างหลังแล้วโพล่งออกมาเสียงแข็ง “เสี่ยวลู่ เธอคงจำผิดแล้ว พี่เขาแค่พลาดไปโดนเธอตกเนินสกีเฉยๆ ไม่เคยคิดจะบีบคอเธอหรอก”
ไป๋ลู่ส่ายหน้าอย่างเอาเป็เอาตาย พลางคว้ามือคุณหมอผมขาวไว้แน่น “เมื่อคืนพี่สาวบีบคอหนู แล้วยังบอกอีกว่าถ้าหนูตายไป พี่เขาจะได้แจ้งเกิดเสียที”
อู๋ลี่ผิงสวนกลับทันที
“เมื่อคืนอะไรกัน เธอหมดสติไปตั้งครึ่งเดือนแล้วนะ คุณหมอคะ ฉันว่าสมองเสี่ยวลู่พังไปแล้ว ช่วยตรวจดูให้ละเอียดหน่อยเถอะค่ะ!”
“ที่เสี่ยวลู่พูดว่าเมื่อคืน อาจจะเป็คืนก่อนที่เธอจะประสบอุบัติเหตุก็ได้นะ” เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นจากฝั่งเ้าหน้าที่
“นั่นสินะ วันต่อมาเสี่ยวลู่ก็ถูกเสิ่นซินลั่วผลักตกเนินสกีเลยนี่นา! สูงตั้ง 7 เมตร ดีที่หิมะหนาเสี่ยวลู่เลยรอดมาได้ ถ้าเป็พื้นดินแข็งๆ ป่านนี้คงไม่รอดแล้ว”
คุณหมอแฟนคลับตัวดียังอุตส่าห์เสริมขึ้นมาอีก “ไม่ใช่แค่ไม่รอดนะ ป่านนี้หญ้าบนหลุมศพคงยาวเฟื้อยถึงเข่าแล้วมั้ง”
ไป๋ลู่แอบค้อนในใจ นายมันแอนตี้แฟนชัดๆ!
อู๋ลี่ผิงได้ยินแบบนั้นก็รีบย้อนถาม “วันที่ส่งตัวไป๋ลู่มาโรงพยาบาล พวกคุณเห็นรอยอะไรที่คอเธอบ้างไหมล่ะ? จะปรักปรำอะไรก็ต้องมีหลักฐานนะ”
ในเมื่อเป็เื่ที่ไป๋ลู่กุขึ้นมาเอง ย่อมไม่มีร่องรอยอะไรปรากฏอยู่แล้ว
เสิ่นซินลั่วได้ทีรีบบีบน้ำตาร้องไห้โฮอย่างน่าสงสาร
“เสี่ยวลู่ ตลอดเวลาที่เธอหมดสติ พี่เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอตลอด กินไม่ได้นอนไม่หลับ นับวันรอเธอฟื้น ทำไมเธอถึงทำกับพี่แบบนี้?”
มาแล้วๆ ชีหงายการ์ดแม่นางดอกบัวขาวผู้แสนบริสุทธิ์และน่าสงสารแล้วจ้า นี่คิดจะแข่งร้องไห้กับฉันงั้นเหรอ?
เมื่อเห็นสายตาตัดพ้อของเสิ่นซินลั่ว ไป๋ลู่ก็ะเิเสียงร้องไห้ออกมาดังยิ่งกว่า ร้องจนหอบหายใจไม่ทัน ใบหน้าเล็กที่ซีดเซียวแดงก่ำไปหมด
“จริง... จริงๆ นะคะ เสี่ยวลู่ไม่ได้โกหก คุณปู่หมอเชื่อหนูเถอะ เมื่อคืนพี่สาวมานั่งข้างเตียงแล้ววางมือไว้ที่คอหนูแบบนี้ หนูขวัญเสียมากจนไม่กล้าลืมตา พี่เขาไม่ได้ออกแรงบีบ แต่ค้างท่านั้นไว้แล้วพูดพึมพำกับตัวเอง หนูคิดว่าพี่แค่บ่นระบายอารมณ์เลยไม่ได้บอกใคร แต่วันต่อมา หนูก็ถูกพี่…”
“เสิ่นซินลั่วพูดพึมพำว่าอะไร?” คุณหมอผมขาวถามแทรกขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด
“พี่บอกว่า... บอกว่า…” ไป๋ลู่สะอื้นหนัก “พี่บอกว่าละครถ่ายไปได้ 2 ใน 3 แล้ว ทางกองถ่ายไม่มีงบและเวลาพอจะเปลี่ยนตัวนางเอกหรอก ถ้าหนูตายไป บทของพี่ก็จะได้แก้เป็บทนางเอกแทน แล้วพี่ก็จะได้แจ้งเกิดเสียที จะได้ไม่ต้องถูกหนูข่มอยู่อีก พี่พูดแบบนี้จริงๆ ค่ะ”
คุณหมอผมขาวตวาดสั่งเสียงดัง “รออะไรอยู่? แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้!”
คุณหมอแฟนคลับรีบควักโทรศัพท์ออกไปโทรแจ้งเบอร์ 110 อย่างกระตือรือร้นทันที
เสิ่นซินลั่วถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธแค้น “ไป๋ลู่ ทำไมเธอต้องใส่ร้ายพี่ขนาดนี้? พี่ไม่เคย…”
“กรี๊ดดด!” ไป๋ลู่เล่นมุกเดิมอีกครั้งด้วยการมุดหัวกลับเข้าผ้าห่มไปเลย
ี้เีจะเถียงกับยัยดอกบัวขาวนี่แล้วล่ะ ขอใส่ร้ายตรงๆ แบบนี้แหละ จะทำไม? ความรู้สึกของการพูดไม่ออกบอกไม่ถูกน่ะ ลองลิ้มรสดูซะบ้างเถอะ!
“เชิญออกไปก่อนครับ! อย่ารบกวนการพักผ่อนของคนไข้”
เ้าหน้าที่จัดการไล่ครอบครัวเสิ่นออกไปจากห้อง ก่อนจะกลับมาช่วยกันปลอบประโลมไป๋ลู่
“คนมีชื่อเสียงขนาดนี้จะหนีไปไหนพ้น? ต่อให้หนีไปสุดขอบโลก คุณตำรวจเขาก็ต้องตามไปลากตัวกลับมาดำเนินคดีได้อยู่ดี” หมอแฟนคลับเอ่ยขึ้น
ไป๋ลู่ที่ซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มเงี่ยหูฟังเหตุการณ์ภายนอกอย่างตั้งใจ
“แม่คะ แม้แต่แม่ก็ไม่เชื่อหนูเหรอ?!” เสียงร้องไห้อย่างเ็ปของเสิ่นซินลั่วดังแว่วมาจากระเบียงทางเดิน
อู๋ลี่ผิงย่อมรู้จักนิสัยลูกสาวตัวเองดีที่สุด
ไอ้เื่ตำรวจสอบสวนอะไรนั่นมันไร้สาระทั้งนั้น ยัยเด็กกำพร้าไป๋ลู่ต้องถูกซินลั่วแกล้งผลักตกไปแน่ๆ
ทรัพยากรและโอกาสดีๆ เสิ่นหยางหงก็มักจะประเคนให้ลูกสาวตัวเองก่อนเสมอ แต่เสิ่นซินลั่วดันไม่รักดี สู้เด็กกำพร้านั่นไม่ได้เลยสักนิด แม้จะโกรธแทนลูกสาวแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กนั่นเกิดมาพร้อมออร่าซุปตาร์จริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะสามีเป็รองผู้กำกับสถานีโทรทัศน์ ลูกสาวเธอคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะเฉียดเข้าไปเป็ดาราเด็กด้วยซ้ำ
“เลิกร้องได้แล้ว!” เสิ่นหยางหงที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นในที่สุด “เสี่ยวลู่เป็คนแบบไหนเรารู้ดีที่สุด เธอจะมาใส่ร้ายซินลั่วไม่มีปี่มีขลุ่ยได้ยังไง? เสิ่นซินลั่ว บอกพ่อกับแม่สิ ตกลงลูกตั้งใจผลักเสี่ยวลู่จริงใช่ไหม?”
ไป๋ลู่ที่แกล้งตัวสั่นอยู่ในผ้าห่มถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
นึกไม่ถึงเลยว่าเื่ที่เธอมั่วซั่วขึ้นมา จะทำให้เสิ่นหยางหงและอู๋ลี่ผิงเลิกเชื่อใจเสิ่นซินลั่วไปเสียเอง
หึ โกหกมามากเกินไป จนแม้แต่พ่อแม่แท้ๆ ยังไม่เชื่อคำพูดเลยสินะ นิทานเด็กเลี้ยงแกะเวอร์ชันเสิ่นซินลั่ว น่าอนาถใจจริงๆ