ตอนที่ 23 มาแล้วก็คิดอยากไปแล้วงั้นหรือ?
เมื่อพี่สะใภ้ทั้งสองคนของป้าซุนลิ่วได้ยินดังนั้น พวกนางไหนเลยจะยอมร่วมมือกับป้าซุนลิ่วอีก จึงรีบสั่นศีรษะ ก่อนกล่าว “พวกเราไม่รู้เื่!”
“หากพวกเรารู้ ย่อมไม่มีทางตามน้ำสะใภ้มาก่อเื่วุ่นวายเช่นนี้แน่”
...
ส่วนจะมีใครเชื่อหรือไม่นั้นไม่อาจทราบได้
ผู้ที่เชื่อก็เห็นอกเห็นใจพวกนางที่ตกหลุมพรางของป้าซุนลิ่ว ในขณะที่ผู้ที่ไม่คิดอย่างนั้นต่างรู้สึกว่าสมควรแล้ว ใครปล่อยให้พวกนางมาสร้างเื่วุ่นวายกับป้าซุนลิ่วเล่า ประเพณีนิยมของหมู่บ้านหนิงซานพลันถูกครอบครัวของพวกเขาทำลายเสียสิ้น
มีคนกังวลว่าในอนาคตจะมีคนเอาอย่างความคิดเลวร้ายเช่นนี้ของป้าซุนลิ่ว
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่สนใจว่าพวกนางสองคนจะถูกป้าซุนลิ่ว ‘หลอก’ จริงหรือไม่ อย่างไรเสียนี่ก็ไม่ใช่เด็กสามขวบ ในเมื่อกล้าทำแล้ว ก็ต้องกล้าชดใช้คืนเช่นกัน
ลูกสาวทั้งสามของนางจะถูกทุบตีทำร้ายร่างกายเฉย ๆ โดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ หญิงสาวจึงกล่าวบอกให้เซี่ยเหมียวเหมียวและเซี่ยเสี่ยวหย่านำเชือกมามัดสตรีทุกคนในตระกูลซุน
ซุนเหล่าลิ่วเห็นแบบนั้นก็ร้อนอกร้อนใจขึ้นมาทันที “ไป๋เพ่ยเพ่ย เ้าคิดจะทำอะไรกัน?”
อย่าถามเขาว่าทำไมเขาจึงไม่ก้าวเข้าไปหยุดนาง ก็เพราะเซี่ยเหล่าเอ้อร์ยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมคานหามปลายแหลมต่างหาก เขาจึงไม่กล้า
“คิดจะทำอะไรน่ะหรือ? แน่นอนว่าเป็เื่ของการชดใช้” ไป๋เพ่ยเพ่ยชี้ไปยังลูกสาวทั้งสามของตนแล้วเอ่ยต่อ “เ้าไม่มีตาหรือ? ลูกสาวของข้าถูกครอบครัวของเ้ามาทำร้ายเข้าจนสภาพเป็เช่นนี้ พวกเ้าไม่คิดขอโทษขอโพยกันหรือ? ทำไม? อุตส่าห์มาแล้วก็คิดจะจากไปเสียอย่างนั้นรึ?”
ซุนเหล่าลิ่วแสดงท่าทีอับอาย “ลูกสาวเ้าก็ไม่ได้เป็อะไรไม่ใช่หรือ...”
แววตาของไป๋เพ่ยเพ่ยเย็นเยียบ “เมื่อวาน ต้ายาของข้าถูกพากลับมาที่นี่ เ้ากล้าพูดไหมว่านางสบายดี? วันนี้กลับมาถูกภรรยาของเ้าทำร้ายร่างกายให้เ็ปถึงเพียงนี้ ข้าเกรงว่าชีวิตที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งของนางอาจไม่เหลืออยู่แล้วด้วยซ้ำไป หากนางตายขึ้นมาจริง ๆ ข้าจะยกโลงศพไปที่ประตูบ้านเ้าทันที เชื่อข้าไหม?”
ซุนเหล่าลิ่วสำลัก อดไม่ได้ที่จะตำหนิป้าซุนลิ่วที่สร้างเื่ราวมากมายขนาดนี้ ไปลงไม้ลงมือกับเซี่ยต้ายา มีใครไม่รู้ว่าต้ายาของตระกูลเซี่ยนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าสงสารเพียงไร แต่กลับหาเื่ไปทั่ว น่ารำคาญเสียจริง
ในเวลานี้ ซุนเหล่าลิ่วดูเหมือนจะลืมสิ่งที่เขาพูดในตอนที่ป้าซุนลิ่วมาบอกตนว่านางถูกทุบตี ้าจะมาแก้แค้นไป๋เพ่ยเพ่ยไปเสียสิ้นแล้วกระมัง?
ทั้งที่ว่าตระกูลเซี่ยทำเกินไปเอย เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไม่ไว้หน้าเขา ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ไว้หน้าภรรยาตน ทั้งยังกล่าวว่าไม่เห็นตระกูลซุนของพวกเราอยู่ในสายตา และอีกหลายถ้อยคำ
แทนที่จะบอกว่าแม่เฒ่าซุนและคนอื่น ๆ ในครอบครัวมาที่นี่เพื่อป้าซุนลิ่ว ต้องบอกว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อซุนเหล่าลิ่วจะถูกต้องกว่า หน้าตาของหญิงสาวไม่สำคัญอะไรนัก แต่หน้าตาของ ‘ลูกชาย’ นั้นสำคัญมากจนต้องมาทวงคืน
“ไม่ต้องมัดพวกเราก็ได้กระมัง...” พี่สะใภ้สองคนของป้าซุนลิ่วกล่าวทันทีที่เห็นว่าไป๋เพ่ยเพ่ยหยิบเชือกขึ้นมา
“พวกเ้ามาด้วยกัน แน่นอนว่าควรจะเพลิดเพลินไปกับการโดนปฏิบัติแบบนี้เช่นกัน” ไป๋เพ่ยเพ่ยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยไม่ไว้หน้าสตรีทั้งสองแม้แต่น้อย
เพียงครู่เดียว ผู้หญิงของตระกูลซุนก็ถูกมัดเข้าด้วยกัน ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงมีเวลามาตรวจดูอาการาเ็ของลูกสาวทั้งสามของนาง
เซี่ยเหมียวเหมียวและเซี่ยเสี่ยวหย่านั้นปกติดี ไม่มีาแภายนอกอะไร ทว่าเซี่ยต้ายานั้นน่าสงสารนัก เดิมทีเมื่อวานก็รวบรวมครึ่งชีวิตของนางกลับมาได้แล้ว แต่มาวันนี้กลับถูกทำร้ายซ้ำอีก...
ในตอนที่ไป๋เพ่ยเพ่ยจับชีพจรของนาง เด็กสาวก็พลันหมดสติรับรู้ไปเสียแล้ว
นางคิดว่าเซี่ยต้าหยาคงถูกป้าซุนลิ่วตบเข้าไม่กี่ครั้ง ทว่าเมื่อจับชีพจรแล้วจึงตระหนักได้ว่าเซี่ยต้าหยาถูกเตะเข้าที่ท้อง ส่งผลให้อวัยวะภายในซึ่งอ่อนแออยู่แล้วถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัด อาการหนักลงกว่าเดิม
ไป๋เพ่ยเพ่ยโกรธมาก จึงหันกลับมาตบป้าซุนลิ่วอีกครั้ง จนทำให้ฟันหน้าของหญิงมีอายุหักเพิ่มอีก
“เ้า... ทำ... อะไร...”
“ทำอะไรงั้นรึ?” ไป๋เพ่ยเพ่ยกัดฟันกรอด “เ้ารู้ไหมว่าเมื่อวานนี้ข้าต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนเพื่อช่วยชีวิตให้นางกลับมา? การที่เ้าทำเช่นนี้ เท่ากับทุกสิ่งที่ข้าทำเมื่อวานนี้ล้วนเปล่าประโยชน์สิ้น ไม่เพียงแต่การตบเ้า ข้าอยากจะผ่าท้องของเ้า แล้วปล่อยให้เ้าได้ลิ้มรสชาติที่อวัยวะภายในของเ้าแตกร้าวสลายไปจนหมด”
“ไป๋เพ่ยเพ่ย อย่าได้บุ่มบ่าม ต้ายายังรอให้เ้าไปช่วยอยู่” หัวใจของป้าหลิวพลันอกสั่นขวัญหาย กลัวว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะหยิบมีดผ่าท้องของป้าซุนลิ่วขึ้นมาจริง ๆ
เมื่อนึกถึงสภาพของต้ายาเมื่อวานนี้ ไหนจะต้องมาทนทุกข์ทรมานกับการทำโทษในวันนี้อีก.... เห็นทีว่าแม้แต่ผู้ทำสำเร็จมรรคผลก็ไม่อาจต่อความทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ได้
ป้าหลิวรู้สึกว่าที่ไป๋เพ่ยเพ่ยพูดมานั้น นางไม่ได้ล้อเล่น
ไป๋เพ่ยเพ่ยในเวลานี้คิดปลิดชีวิตป้าซุนลิ่วจริง ๆ แต่มโนธรรมไม่อนุญาต นางเป็หมอ สองมือถูกใช้เพื่อช่วยชีวิตผู้คน ไม่ได้ใช้ในการสั่งสอนบทเรียนแก่ใคร
ดวงตาของไป๋เพ่ยเพ่ยแดงก่ำ ทำได้เพียงอุ้มเซี่ยต้าหยากลับไปในบ้านและค่อย ๆ ดูแลนาง ในชีวิตนี้เซี่ยต้ายาอย่าคิดว่าจะได้ออกห่างยาต้มอีกเลย
เมื่อออกมาอีกที ไป๋เพ่ยเพ่ยกลับมาสงบสติอารมณ์อีกครั้ง หญิงสาว้าให้ตระกูลซุนขอโทษ รวมถึงรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของเซี่ยต้ายา นางบอกครอบครัวซุนอย่างชัดเจนว่าเดิมทีอาการของเซี่ยต้ายาสามารถรักษาให้หายดีได้ แต่เพราะพวกเขา ตลอดชีวิตนี้ของเซี่ยต้ายาจึงไม่อาจหลีกหนีจากการกินยาไปได้อีก
ก่อนเอ่ยถามคนตระกูลซุนว่าพวกเขาจะจ่ายทั้งหมดในคราวเดียวหรือจะจ่ายล่วงหน้ารายปี
เมื่อตระกูลซุนได้ยินว่าตนต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ พวกเขาก็ะเิออกมาทันทีว่า
“เหตุใดจึง้ามากมายถึงเพียงนี้?!”
“แล้วทำไมจะไม่ได้เล่า? ตอนนี้นางกลัวทั้งความร้อนกลัวทั้งความเย็น ทุกวันต้องใช้...” ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงคำนวณให้ตระกูลซุนฟังทันทีว่าต้องใช้ยาอะไรในการรักษาระยะไหน และยาบำรุงกำลังใดที่ต้องดื่มในแต่ละฤดูกาล และตัวเลขที่ออกมานั้นก็มากจนน่าใ
ผู้คนมากมายซึ่งอยู่ในที่นี้ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนั้นมาก่อนในชีวิต
ตระกูลซุนทรุดตัวลงโดยพลัน
พี่สะใภ้ทั้งสองคนของป้าซุนลิ่วสะบัดมือออกจากเชือก แล้วพุ่งตัวตรงเข้าไปกระชากป้าซุนลิ่วทันที โดยบอกว่าทั้งหมดเป็เพราะนาง เงินจำนวนนี้ให้ป้าซุนลิ่วจ่ายด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกนางทั้งนั้น...
แม่เฒ่าซุนคร่ำครวญว่า “บาปกรรม! บาปกรรมจริง ๆ! มีคน้าบีบคั้นยายเฒ่าอย่างข้าให้ตายไปเสีย! เงินมากมายถึงเพียงนั้น มันเป็การบีบบังคับให้ข้าต้องตาย”
ไป๋เพ่ยเพ่ยนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเ็า ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนข้อยอมต่อรองแต่อย่างใด
นางไม่ได้้าบีบบังคับให้คนตระกูลซุนตาย แค่อยาก ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าไม่ควรมายุ่งวุ่นวายกับตระกูลเซี่ย
ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องลูก ๆ ของนาง นางจะทำให้ ‘ทรัพย์สินของครอบครัวสูญสิ้น’ ให้เจ็บไปถึงกระดูก!
เมื่อมาถึงจุดนี้ ไม่มีใครออกมาโน้มน้าวเกลี้ยกล่อมอะไรทั้งนั้น พวกเขาล้วนแล้วแต่ถูกข่มขู่ด้วยรายชื่อยาที่ไป๋เพ่ยเพ่ยหยิบยกขึ้นมาทั้งสิ้น
มีใครไม่รู้บ้างเล่าว่าการไปหาหมอนั้นต้องใช้เงินเยอะเพียงใด?
ทุกวันนี้ยังไม่มีใครกล้าป่วยเสียด้วยซ้ำไป
ไม่ว่าความเจ็บป่วยจะเล็กน้อยหรือหนักหนาเพียงใด ก็ล้วนอาศัยการทนทรมานเอาทั้งสิ้น หากอดรนทนไหวก็มีชีวิตอยู่รอด แต่หากทนไม่ไหว นั่นก็เป็สิ่งที่์ได้ตระเตรียมไว้แล้ว
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้พวกเขาไม่มีเงินล่ะ
มาตอนนี้ยิ่งแย่หนักเข้าไปอีก สถานการณ์ของเซี่ยต้ายาเมื่อวานนี้เป็อย่างไรนั้นก็มีคนที่รู้เื่อยู่ไม่น้อย มาวันนี้นางยังถูกป้าซุนลิ่วทำร้ายอย่างหนักอีก แล้วเด็กสาวจะยังหายดีได้อีกหรือ?
ไม่เห็นหรือว่าเมื่อครู่ไป๋เพ่ยเพ่ยต้องอุ้มนางออกไป?
พวกเขารู้สึกว่านี่เป็สิ่งที่ตระกูลซุนควรรับผิดชอบ
พวกเขาสามารถเห็นอกเห็นใจคนอื่น ๆ ในตระกูลซุน แต่กับป้าซุนลิ่วแล้วย่อมไม่มีทางอย่างแน่นอน เพราะรู้ว่าพวกเขาน่าสงสารเพราะถูกป้าซุนลิ่วทำให้ต้องเดือดร้อน
“แล้วจะให้ทำอย่างไร? มันเป็บาปที่พวกเขาก่อขึ้นเอง ป้าซุนลิ่วมาสร้างปัญหา พวกเขาเองก็ควรยั้งนางไว้สิ”
“เฮ้อ... ใครจะไปรู้ล่ะ? ซุนเหล่าลิ่วเองก็ซวยซ้ำซ้อนไปหลายชาติที่แต่งงานกับผู้หญิงเช่นนี้”
“นั่นสิ หากไม่ใช่เพราะตระกูลซุนแต่งสะใภ้แบบนี้เข้าบ้าน พวกเขาคงไม่ต้องถูกนางลากเข้ามาพัวพันจนเดือดร้อนอย่างนี้”
“พวกเ้าไม่คิดว่าเงินชดเชยที่ต้องจ่ายนั้นมากเกินหรือ? อันที่จริงก็ยังน้อยกว่านี้ได้อีกสักหน่อย... ” ทันทีที่ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยจบ เขาก็ถูกคนข้าง ๆ สะกิด
เ้าออกไปพูดสิ เ้ามีความกล้าพอจะคุยกับไป๋เพ่ยเพ่ยรึไม่?
ไป๋เพ่ยเพ่ยเองก็พูดถูก การดูแลคนขี้โรคคนหนึ่งไม่ได้ใช้เงินทองมากมายหรืออย่างไร? นี่เป็เื่ที่ต้องทำไปตลอดชีวิต หากไม่ขอเงินให้มากเสียั้แ่ตอนนี้ ในอนาคตหากเงินหมดจะทำอย่างไรกัน?
ไปขอจากคนตระกูลซุนอีกครั้งได้งั้นหรือ?
ซุนเหล่าลิ่วเองเป็คนใจเหี้ยมคนหนึ่ง เขาตบต้นขาแล้วกล่าวว่า “หากพวกเ้า้าเงินมากถึงเพียงนี้ เห็นทีว่าข้าก็คงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างยากลำบาก! ลูกสาวของเ้าโดนป้าซุนลิ่วทำร้าย หากเ้า้าเงินชดเชย ก็ไปเอากับนางเสีย ไม่ต้องมาหาข้า ข้า้าหย่าภรรยา”
เสียงดังสั่นะเื ทุกคนพลันตัวแข็งทื่อ
ให้ตายสิ!
ซุนเหล่าลิ่ว้าหย่าภรรยา?!
นี่...
นี่ใช่เื่ที่จะมาล้อเล่นหรือ? ป้าซุนลิ่วแต่งงานเข้าตระกูลซุนมาหลายปี แม้ไม่มีความสำเร็จ แต่มีวิริยะอุตสาหะ ทั้งยังให้กำเนิดลูกชายสองคนและลูกสาวอีกหนึ่งคน มาตอนนี้ซุนเหล่าลิ่ว้าหย่ากับนาง นี่ไม่เป็การบีบคั้นให้ป้าซุนลิ่วไปตายหรอกหรือ?