กู้ชิงเฉิงมองขนมหวานหลากหลายชนิดที่วางอยู่ตรงหน้านางอย่างประณีตเพียงแค่มองดูก็รู้สึกอยากลิ้มลอง ขนมมากมายนี้ทำให้นางประหลาดใจไม่น้อยนางเลิกคิ้วขึ้นและเงยหน้ามองโม่อวี้เฉิน “องค์รัชทายาท…นี่ทรงประทานของขวัญให้หม่อมฉันหรือเพคะ”
“ข้าให้เซวียนเอ๋อร์ต่างหาก” โม่อวี้เฉินนั่งนิ่งด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น
เขารู้สึกว่าการให้กู้ชิงเฉิงนั้นดูเป็การประจบสอพลอจนเกินไป
กู้ตงหลิงที่มาพร้อมกับเขาทำลายอันหยวนถังและเกือบจะคร่าชีวิตคนเ่าั้ การที่เขาแสดงออกเช่นนี้ก็ไม่ผิดอะไร
ยิ่งไปกว่านั้นการให้ของขวัญแก่เด็กก็เป็เื่ปกติที่สุดแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันก็ขอน้อมรับไว้ด้วยความยินดีเพคะ ขอบพระทัยฝ่าา”กู้ชิงเฉิงยิ้มรับด้วยความยินดี “หม่อมฉันขอขอบพระทัยองค์รัชทายาทแทนเซวียนเอ๋อร์ด้วยเพคะ”
“เซวียนเอ๋อร์ไม่เป็ไรใช่หรือไม่ ดีแล้วที่เขายังไม่ได้กลับมา” โม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
แต่กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่าเขากำลังพยายามล้วงความลับในเมื่อเขารู้เื่สวนหรูอี้แล้ว ก็คงจะสืบพบที่อยู่ของกู้จิ่งเซวียนแล้ว
บุรุษผู้นี้มักมีไหวพริบปฏิภาณเฉียบแหลมลึกซึ้งในเื่มนุษย์ มีความสงบเสงี่ยมในตัวเองเขาใช้ประโยชน์จากจิตใจและความรู้สึกของผู้อื่นได้อย่างเชี่ยวชาญและยังชำนาญในกลยุทธ์การเมืองอีกด้วย
ทุกสิ่งที่เขาทำล้วนมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน เขามักจะทำทุกสิ่งโดยมีจุดประสงค์เสมอ
“องค์รัชทายาทวางใจเถิดเพคะ เซวียนเอ๋อร์สบายดี” ดวงตาที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าของกู้ชิงเฉิงส่องประกายราวกับแก้วหลิวหลีราวกับสามารถดึงดูดผู้คนให้จมดิ่งลงไป
ทว่าโม่อวี้เฉินกลับระงับความคิดของตนเองไว้ได้ทันท่วงทีเพราะเขาพบว่าดวงตาของกู้ชิงเฉิงสามารถทำให้ผู้คนสูญเสียสติไปได้
ทันใดนั้นสัญญาณเตือนในใจของเขาก็ดังขึ้น
สตรีผู้นี้ช่างน่ากลัวนักนางสามารถสร้างความประหลาดใจให้เขาได้เสมอ แน่นอนว่าหากไม่ระวังให้ดีแม้แต่เขาก็อาจจะตกหลุมพรางของนาง
“ถ้าเป็เช่นนั้น ข้าก็วางใจแล้ว สามวันหลังจากนี้ข้าจะคุมตัวคุณหนูกู้กลับเมืองหลวง” โม่อวี้เฉินก้มหน้าลงเขาไม่ได้มองดวงตาของกู้ชิงเฉิงอีกต่อไป
ดวงตาคู่นั้นงดงามเกินไปทว่าก็อันตรายเกินไปเช่นกัน
กู้ชิงเฉิงก็เพียงแค่ลองหยั่งเชิงดูเท่านั้นทักษะควบคุมจิตใจของนางเป็ส่วนหนึ่งที่พัฒนามาจากทักษะการใช้สมองนางสามารถควบคุมคนที่มีจิตใจอ่อนแอได้
แต่สำหรับพระเอกอย่างโม่อวี้เฉินนางไม่กล้ากระทำส่งๆ หากเกิดความผิดพลาด นางอาจได้รับผลกระทบจนไม่สามารถแก้ไขได้ผลลัพธ์เช่นนั้นคงไม่ดีนัก ดังนั้นนางจึงลองเพียงเล็กน้อยแล้วก็หยุดลง
“เพคะ” กู้ชิงเฉิงพยักหน้า “หม่อมฉันเชื่อว่าองค์รัชทายาทจะทวงคืนความเป็ธรรมให้อันหยวนถังได้อย่างแน่นอน”
“ทว่าเส้นทางช่างยาวไกล ร่างกายของข้าอาจไม่ให้ความร่วมมือนัก” โม่อวี้เฉินเอ่ยเบาๆ อีกครั้ง สีหน้าของเขาดูจริงจังยิ่งนัก
ทว่ากู้ชิงเฉิงกลับอดไม่ได้ที่จะยิ้มแต่ผ้าคลุมหน้าปิดบังไว้ ทำให้โม่อวี้เฉินไม่เห็นว่านางกำลังยิ้ม
“เช่นนั้นให้อันอี้ฝานเตรียมยาให้องค์รัชทายาทเถิด” กู้ชิงเฉิงะโออกไปนอกประตู“อี้ฝาน เ้าเหลือยาอายุวัฒนะอีกกี่เม็ดนำไปให้องค์รัชทายาทก่อนเถิด”
อันอี้ฝานเป็ศิษย์คนแรกที่กู้ชิงเฉิงรับเข้ามาหลังจากที่นางทะลุมิติมายังโลกในหนังสือนิยายเล่มนี้
นางจึงให้ความสำคัญกับเขาเป็อย่างยิ่งอีกทั้งเขายังเป็คนฉลาดหลักแหลมอีกด้วย
แน่นอนว่าอันอี้ฝานเข้าใจอาจารย์ของตนดีเมื่อเดินเข้ามาในห้อง เขาก็นำขวดยาที่ประทับตราหอปรุงโอสถ์ออกมาจากแขนเสื้อและส่งให้เฟิงฮ่วนข้างกายโม่อวี้เฉินอย่างนอบน้อม “ข้าเหลืออยู่เพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้นขอรับ”
เฟิงฮ่วนรับยามาไว้ในมือเขาแทบจะกระอักเืออกมา
ช่างเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนอาจารย์ลูกศิษย์คู่นี้ช่างเหมือนกันราวกับแกะการร่วมมือกันของพวกเขานั้นไร้ที่ติยิ่ง
เฟิงฮ่วนรีบเก็บมันไปทันทียาเม็ดนี้ก็ถือเป็ของล้ำค่าประเมินค่าไม่ได้ต่อให้ใช้เงินมากมายก็ไม่อาจหาซื้อมา
โม่อวี้เฉินเองก็รู้จักพอเพียงหนึ่งเม็ดก็เพียงพอแล้ว ขนมหวานเหล่านี้ของเขาเทียบไม่ได้เลยกับยาอายุวัฒนะหนึ่งเม็ดนี้
ด้วยยาเม็ดนี้พิษเหมันต์ของเขาจะไม่ออกฤทธิ์อย่างน้อยสองปี เช่นนั้นเขาก็จะมีเวลามากพอที่จะหาสมุนไพรมารักษาและมีเวลามากพอที่จะจัดการเื่ที่อยู่ตรงหน้า
“ขอบคุณท่านหมอกู้มาก” โม่อวี้เฉินประสานมือคารวะอย่างจริงใจ
“ยาเม็ดนี้ แลกกับผลลัพธ์ที่หม่อมฉัน้าองค์รัชทายาทคิดว่าคุ้มค่าหรือไม่เพคะ?” กู้ชิงเฉิงไม่เคยทำธุรกิจที่ขาดทุน
ตามเนื้อเื่ในนิยายเวลาที่นางและกู้จิ่งเซวียนจะถึงจุดจบนั้นไม่ไกลแล้วนางต้องหาวิธีจัดการกับกู้ตงหลิงเสียก่อน
โม่อวี้เฉินเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
เขาย่อมเข้าใจดีว่ากู้ชิงเฉิง้าชีวิตของกู้ตงหลิงทว่าการลอบเคลื่อนทัพไม่ใช่ความผิดถึงขั้นปะาอีกทั้งมีตระกูลกู้และตระกูลไป๋หนุนหลัง ไม่ว่ากู้ตงหลิงจะก่อความผิดมหันต์เพียงใดก็ย่อมได้รับการช่วยเหลือเป็แน่
ด้วยสถานะอันสูงส่งของตระกูลไป๋หากพวกเขาไม่ยินยอมให้ผู้ใดต้องตาย ก็ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องได้
ด้วยเหตุนี้เองโม่อวี้เฉินจึงไม่ได้ตอบอะไร
กู้ชิงเฉิงเองก็เพียงแค่หยั่งเชิงเท่านั้นนางย่อมตระหนักถึงอิทธิพลของตระกูลกู้และตระกูลไป๋ที่แม้แต่ราชวงศ์ยังต้องเกรงใจ
“หม่อมฉันไม่ปรารถนาจะสร้างความลำบากให้องค์รัชทายาทแค่ไม่ให้นางมาสร้างความเดือดร้อนแก่อันหยวนถังได้อีก ก็ถือว่าเพียงพอแล้วเพคะ”กู้ชิงเฉิงพลิกแพลงคำพูดเล็กน้อย “องค์รัชทายาทน่าจะทรงเข้าใจความหมายของยาอายุวัฒนะเม็ดนี้ดีนะเพคะ”
หอปรุงโอสถ์จะนำยาอายุวัฒนะออกประมูลเพียงสามเม็ดต่อปีที่หอชิงอวี่ผู้ที่ให้ราคาสูงสุดจึงจะได้
ยาอายุวัฒนะนี้ย่อมสมกับชื่อของมันอย่างแท้จริงไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยราคาเท่าใดก็ถือว่าคุ้มค่า
โม่อวี้เฉินจึงเหลือบมองเฟิงฮ่วน
เฟิงฮ่วนก็ตกตะลึงเช่นกันเขากำขวดแน่น นี่คือยาสำหรับช่วยต่อชีวิตของโม่อวี้เฉิน จะส่งคืนไม่ได้เป็อันขาดแม้เงื่อนไขจะดูหนักหนาไปบ้าง แต่ด้วยความสามารถและกลอุบายของโม่อวี้เฉินก็ย่อมกระทำได้สำเร็จ
“ฝ่าา!” เฟิงฮ่วนร้องขึ้น “คุณหนูกู้ผู้นี้ใจคออำมหิตทำร้ายชาวบ้านอย่างโหดร้ายสมควรถูกลงโทษพ่ะย่ะค่ะ”
อันที่จริงเฟิงฮ่วนไม่เคยชอบกู้ตงหลิงเลยแม้แต่น้อยเขารู้สึกว่าสตรีผู้นั้นเสแสร้งแกล้งทำ
กู้ชิงเฉิงเงยหน้ามองเฟิงฮ่วนเล็กน้อยคิ้วเรียวเลิกขึ้น มุมปากประดับรอยยิ้มจางๆ นางย่อมจดจำเนื้อหาในหนังสือนิยายได้เฟิงฮ่วนผู้นี้คอยคัดค้านความสัมพันธ์ระหว่างโม่อวี้เฉินกับกู้ตงหลิงมาโดยตลอด
ท้ายที่สุดเฟิงฮ่วนก็พลีชีพปกป้องโม่อวี้เฉินจากธนูดอกแล้วดอกเล่า และเมื่อเฟิงฮ่วนสิ้นใจก็ไม่มีผู้ใดขัดขวางกู้ตงหลิงจากการเข้าใกล้โม่อวี้เฉินได้อีกซึ่งนำไปสู่ฉากจบอันแสนสุข
“จริงๆ แล้ว พี่ชายผู้นี้กล่าวได้ว่ามีเหตุผลนัก” กู้ชิงเฉิงเห็นด้วยกับคำกล่าวของเฟิงฮ่วน
ทว่ากลับทำให้เฟิงฮ่วนชะงักงันในทันทีเมื่อได้ยินคำเรียกขานนั้น เขารู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่ฟังแล้วช่างรื่นหูยิ่งนัก
โม่อวี้เฉินเหลือบมองเฟิงฮ่วนด้วยความไม่พอใจพลางขมวดคิ้วแน่น อันที่จริงเขากำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอยู่หากปราศจากผลประโยชน์ เขาจะไม่ทำอย่างแน่นอน
ในโลกนี้ยังไม่มีใครที่คุ้มค่าให้เขาต้องลงมือทำถึงเพียงนั้น
ครู่หนึ่งโม่อวี้เฉินเอ่ยถามขึ้นว่า “มีกำหนดเวลาเท่าใด?”
เขาย่อมไม่อาจกักขังกู้ตงหลิงไว้ได้ไร้กำหนดตระกูลไป๋และตระกูลกู้ย่อมไม่ยินยอมให้เป็เช่นนั้น
“หนึ่งปีเพคะ” กู้ชิงเฉิงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยหากนาง้าเปลี่ยนแปลงตอนจบ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง
อันที่จริงการมาของนางได้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างไปแล้วมันได้สร้างปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก [1] ขึ้น
ทว่าแค่นี้ยังไม่เพียงพอนางต้องทำให้แน่ใจว่าทุกสิ่งเป็ไปอย่างราบรื่นไร้ข้อผิดพลาด
ตราบใดที่โม่อวี้เฉินสามารถกักตัวกู้ตงหลิงไว้ได้หนึ่งปีไม่ให้นางได้เฉิดฉาย ไม่ให้จัดการแคว้นหลินได้สำเร็จไม่ให้นางช่วยองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์ได้สำเร็จกู้ชิงเฉิงก็จะสามารถยืดเวลาของเนื้อเื่ออกไปได้
ภายในหนึ่งปีนี้กู้ชิงเฉิงจะหาทางกำจัดกู้ตงหลิงอย่างเงียบเชียบ หรือไม่เช่นนั้นนางก็่ชิงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็ของนางกลับคืนมา
“ดี! ตกลงตามนั้นเพคะ” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง พลางปรบมือ“อันที่จริงองค์รัชทายาทไม่เพียงต้องรับประกันว่าคุณหนูกู้จะไม่อาจรังควานอันหยวนถังได้เป็เวลาหนึ่งปีเท่านั้นแต่ยังต้องรับประกันว่าในอีกสองปีข้างหน้าหม่อมฉันและเซวียนเอ๋อร์จะยังคงปลอดภัยดี ไม่มีแขนขาขาดไปอย่างแน่นอนเพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะไม่มีผู้ใดสามารถรักษาพิษเหมันต์ให้องค์รัชทายาทได้เพคะ”
โม่อวี้เฉินอดหัวเราะไม่ได้สตรีผู้นี้ช่างกล้าเรียกร้องเหลือเกิน คำพูดคำจานางช่างใหญ่โตโอ้อวดนัก
ข้อเรียกร้องของนางช่างมากมายนัก
“เ้าคิดว่าในใต้หล้านี้มีเพียงเ้าผู้เดียวที่สามารถถอนพิษเหมันต์ได้หรือ?”โม่อวี้เฉินไม่้าเสียเปรียบ
“หากก่อนหน้านี้มียาถอนพิษ องค์รัชทายาทก็คงจะรอดชีวิตได้แต่หลังจากที่คุณหนูกู้ผู้นั้นก่อเื่วุ่นวายยาถอนพิษที่นำมาให้ก็ไร้ประโยชน์แล้วเพคะ” แววตาของกู้ชิงเฉิงเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
จนโม่อวี้เฉินไม่กล้าจ้องมองตรงๆเขาจึงรีบละสายตาไป
เขารู้ดีว่าดวงตาคู่นั้นของกู้ชิงเฉิงมีพลังแปลกประหลาดราวกับสามารถสะกดิญญาและดึงดูดจิตใจผู้คนได้
เชิงอรรถ
[1]ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก หมายถึงการที่เหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ใหญ่หลวงที่ไม่คาดคิดในภายหลัง