เมื่อฝนตกครั้งแรกจักรพรรดิเห็นอาณาจักรของตนในแบบที่ไม่เคยเห็นและแม่ทัพที่เดินเคียงข้างในความมืดนั้นรู้ว่าตัวเองกำลังปกป้องบางสิ่งที่มากกว่าองค์จักรพรรดิ
หรือคืนที่เมืองหยวนจิงในฝนดูต่างจากที่เคยเห็นจากหน้าต่างพระราชวังและสองคนที่เดินในฝนคนเดียวกันนั้นเริ่มรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างกันนั้นหดสั้นลงทีละก้าว
"ฝนในฤดูร้อนนั้นไม่ถามว่าพร้อมไหม มันแค่มา และในเวลาที่มันมา โลกก็เปลี่ยนไปในทันที
คนที่อยู่ในที่ร่มเห็นฝนเป็อุปสรรค คนที่ยืนอยู่กลางฝนเห็นมันเป็ความจริง
ความแตกต่างอยู่ที่ ใครเลือกที่จะออกมา และใครยังคงซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง"
???? เย็นที่เงียบสงบและสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนฝน????
ห้องเก็บหนังสือส่วนพระองค์เย็น
เฉินหยานกลับมาที่ห้องเก็บหนังสือก่อนพลบค่ำนำเอกสารราชการที่รอการอ่านมาด้วยสองพันธุ์หน้า
รายงานจากทุกกรมสำหรับเดือนนี้
รายงานประจำเดือนของราชวงศ์หรงเฉาในรัชกาลเทียนหรงนั้นหนาและครบถ้วนรายงานราคาข้าวในตลาดทุกแคว้น รายงานสภาพอากาศ รายงานการก่ออาชญากรรมรายงานจำนวนประชากรที่เพิ่มหรือลด รายงานการค้าขายกับต่างแดนรายงานสุขภาพของชาวเมือง รายงานการก่อสร้างถนนและสะพาน
เฉินหยานอ่านทุกอย่างทุกฉบับ ทุกบรรทัด ไม่ข้ามหน้า
นั่นคือสิ่งที่เขาทำมาั้แ่ปีแรกที่ขึ้นครองราชย์และยังคงทำอยู่จนปัจจุบัน
เพราะเขาเชื่อว่าจักรพรรดิที่ไม่รู้ว่าราษฎรกินอะไรในตอนเย็นนั้นไม่มีสิทธิ์ปกครองพวกเขา
ประตูเปิดเบาๆ
เซียวจ้านหยูเดินเข้ามาวางเอกสารลงบนโต๊ะเพิ่มอีกกอง
"รายงานฉบับเต็มเื่เหลียนหยางพะย่ะค่ะ"
"นั่งลง" เฉินหยานพูดโดยไม่ยกหน้า "ข้าจะอ่านในตอนนี้"
เซียวจ้านหยูนั่งลงที่เก้าอี้ข้างหน้าต่างเก้าอี้เดิมที่เขามักนั่งในห้องนี้ ห่างจากโต๊ะเฉินหยานสามก้าว ไม่ใกล้เกินไปไม่ไกลเกินไป
ในขณะที่เฉินหยานอ่านเซียวจ้านหยูก็นั่งเงียบๆ มองออกไปที่หน้าต่าง ท้องฟ้าที่ค่ำลงเรื่อยๆ
ในห้องที่เงียบมีเพียงเสียงกระดาษที่พลิก เสียงลมในต้นไม้นอกหน้าต่างและเสียงเทียนที่ลุกเปรียบบางครั้ง
เป็ความเงียบที่สบายไม่กดดัน
เป็ความเงียบชนิดที่ไม่จำเป็ต้องเติมด้วยคำพูด
"กลุ่มดาวดำมีสมาชิกกี่คน" เฉินหยานถามโดยไม่ยกหน้าจากรายงาน
"ที่จับได้หกสิบสี่คนพะย่ะค่ะแต่ประมาณการว่ายังมีที่ยังไม่ถูกจับอีกร้อยกว่า"
"และหัวหน้ากลุ่ม"
"จับได้สองคนพะย่ะค่ะ คนที่สามยังหนีอยู่"
"ชื่อ"
"ฉีฮูน พะย่ะค่ะ อายุสามสิบแปด เดิมเป็ทหารม้าชายแดนถูกไล่ออกจากกองทัพเมื่อเก้าปีก่อนเื่ลักทรัพย์จากนั้นหายตัวไปและปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะหัวหน้าโจร"
"ทำไมถูกไล่ออก"
"เื่ลักทรัพย์ เป็คำบอกอย่างเป็ทางการพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "แต่ตามที่ข้าพระองค์สืบมาฉีฮูนถูกไล่ออกเพราะรายงานว่าแม่ทัพเก่าในสมัยนั้นรับสินบนจากเป่ยหรงรายงานที่เขียนขึ้นหายไปก่อนถึงมือผู้บังคับบัญชาและฉีฮูนถูกกล่าวหาเื่ลักทรัพย์แทน"
เฉินหยานวางรายงานลงมองเซียวจ้านหยู
"แม่ทัพเก่าคนนั้น"
"ท่านม้าโจวฉีพะย่ะค่ะ"
ความเงียบที่หนักขึ้น
ม้าโจวฉี บิดาของ หม่าเป่าหลิง สนมอันดับหนึ่ง
"ท่านแน่ใจไหม"
"แน่ใจในระดับที่เพียงพอสำหรับการสืบสวนต่อพะย่ะค่ะแต่ยังไม่พอสำหรับการดำเนินคดีอย่างเป็ทางการ"
เฉินหยานนั่งพิงพนักมองเพดาน
"เื่นี้ เกี่ยวพันกว้างมาก"
"เื่ฉีฮูน เื่ตระกูลเหอ เื่กองโจรชายแดน เื่ม้าโจวฉี" เขาพูดช้าๆ "ทั้งหมดนี้เป็เส้นด้ายเดียวกัน หรือเป็หลายเส้นที่พันกัน"
"ข้าพระองค์คิดว่าเส้นด้ายหลักมีเพียงเส้นเดียวพะย่ะค่ะแต่มีคนหลายคนที่ใช้ประโยชน์จากมัน บางคนรู้ว่ากำลังใช้ประโยชน์ บางคนไม่รู้"
"เส้นด้ายหลักนั้นคืออะไร"
เซียวจ้านหยูนิ่งสักครู่คิดว่าควรพูดหรือไม่
"ความ้าที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างในราชสำนักพะย่ะค่ะโดยใช้ความไม่สงบชายแดนเป็ข้ออ้าง"
"เปลี่ยนแปลงอะไร"
"อาจเป็การปรับตำแหน่งผู้บังคับบัญชากองทัพอาจเป็การเพิ่มอำนาจตระกูลใดตระกูลหนึ่งหรืออาจเป็บางอย่างที่ข้าพระองค์ยังไม่เห็น"
"หรืออาจเป็การทำให้ข้าสงสัยท่าน" เฉินหยานพูดเบาๆ
เซียวจ้านหยูไม่ขยับไม่เปลี่ยนสีหน้า แต่ดวงตาที่มองเฉินหยานนั้นตั้งใจมากขึ้น
"ฝ่าาสงสัยข้าพระองค์พะย่ะค่ะ"
"ไม่" เฉินหยานพูดตรง "ข้ากำลังพูดว่านั่นอาจเป็เป้าหมายของคนที่วางแผนทั้งหมดนี้"
เซียวจ้านหยูพยักหน้าเบาๆ
"มีเป้าหมายสองแบบพะย่ะค่ะ คนที่้าให้ฝ่าาสงสัยข้าพระองค์และคนที่้าให้ข้าพระองค์สงสัยฝ่าา"
"ข้าสังเกตว่าท่านพูดเื่หลังทีหลัง"
"เพราะข้าพระองค์ไม่เชื่อว่ามีคนโง่พอที่จะพยายามให้ข้าพระองค์สงสัยฝ่าาพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเสียงที่แบนเรียบ
"เพราะอะไร"
"เพราะข้าพระองค์รู้ดีว่าถ้าข้าพระองค์สงสัยฝ่าา ข้าพระองค์จะออกไปไม่ใช่ทำลาย"
เฉินหยานนิ่งกับคำนั้น
"ออกไป" เขาทวน เสียงที่มีน้ำหนักบางอย่าง
"ออกไปคนเดียว ไปใช้ชีวิตที่ไหนสักที่ที่ไม่มีใครรู้จักข้าพระองค์พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเสียงที่เรียบราวกับพูดเื่ธรรมดา
"ท่านคิดเื่นั้นมาก่อน" เฉินหยานพูด ไม่ใช่คำถาม
"บางครั้งพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดตรง "ทุกคนย่อมคิดถึงชีวิตที่เป็ไปได้ที่แตกต่างจากชีวิตที่เป็อยู่"
"แล้วทำไมท่านยังอยู่"
ห้องเงียบนานกว่าที่ควร
"เพราะยังมีสิ่งที่ทำยังไม่เสร็จพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดในที่สุด
"สิ่งอะไร"
"การทำให้แผ่นดินนี้ปลอดภัยในแบบที่ถาวรพะย่ะค่ะไม่ใช่แค่สงบชั่วคราว"
เฉินหยานมองเขา
"คำนี้ ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่คำโกหก"
เขาไม่ถามต่อ
ยกชาขึ้นดื่มหันกลับไปอ่านรายงาน
แต่ในอกมีบางสิ่งที่อบอุ่นขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เขาไม่ยอมรับแม้แต่กับตัวเอง
???? สวนกลางคืนและคำสัญญาในฝน ????
สวนสนส่วนพระองค์หลังห้องเก็บหนังสือ ยามซวี
หลังที่สนทนาเื่ราชการจบสิ้นเฉินหยานเดินออกไปที่สวนสนเล็กๆ หลังห้องเก็บหนังสือ
เพื่อสูดอากาศเพื่อให้หัวว่างจากรายงานทั้งหมดที่เพิ่งอ่าน เพื่อ—
เขาไม่แน่ใจว่าเพื่ออะไรจริงๆ
เซียวจ้านหยูเดินตามออกมาโดยไม่ถามห่างออกไปสองก้าวตามที่เหมาะสม
สวนสนในเวลากลางคืนหลังฝนมีกลิ่นของสนเปียกและดินชื้น แสงโคมที่แขวนอยู่ตามเส้นทางให้แสงสีทองอ่อนๆที่สะท้อนบนพื้นดินที่ยังชื้นอยู่
เฉินหยานเดินช้าๆตามทางสนที่ปูหิน
ไม่พูดอะไร
เซียวจ้านหยูก็ไม่พูด
มีแค่เสียงก้าวเท้าสองคู่บนหินชื้นเสียงลมในใบสน และไกลออกไป เสียงของพระราชวังที่ค่อยๆ เงียบลงเมื่อกลางคืนมาถึง
ที่ม้านั่งหินตรงกลางสวนเฉินหยานหยุดเดิน นั่งลง
เซียวจ้านหยูยืนอยู่ข้างๆห่างออกไปก้าวหนึ่ง ตามปกติ
"นั่งลง" เฉินหยานพูด
"ข้าพระองค์—"
"ข้าบอกให้นั่งลง"
เซียวจ้านหยูนั่งลงที่ม้านั่งเดียวกันปลายสุดฝั่งตรงข้าม ทิ้งระยะห่างไว้ระหว่างกลาง
เฉินหยานมองขึ้นไปที่ฟ้าเมฆที่เหลืออยู่จากฝนเมื่อคืนค่อยๆ สลาย มีดาวปรากฏทีละดวงในท้องฟ้าที่ค่อยๆโปร่งขึ้น
"ท่านเคยมีคนที่ไว้วางใจได้ไหม" เฉินหยานถามเสียงที่ไม่เหมือนเสียงจักรพรรดิ แต่เหมือนเสียงคนถามคนอื่นในค่ำคืนที่เงียบ
เซียวจ้านหยูไม่ตอบทันทีคิดสักครู่จริงๆ
"มีพะย่ะค่ะ แต่ส่วนใหญ่ตายในสนามรบ"
เฉินหยานหันมองหน้าเขา
"อิงหลาน"
"อิงหลานอยู่ข้างข้าพระองค์มาสิบสองปีพะย่ะค่ะ เชื่อใจได้"
"แต่?"
"แต่ข้าพระองค์ไม่เคยบอกทุกเื่ให้นางรู้" เซียวจ้านหยูพูดเสียงที่ตรง
"ทำไม"
"เพราะบางสิ่งควรรู้แค่คนเดียวพะย่ะค่ะ"
"หมายความว่าอะไร"
เซียวจ้านหยูนิ่งอยู่นานมองดาวที่เพิ่งโผล่ขึ้นมา
"หมายความว่าข้าพระองค์แบกบางสิ่งไว้คนเดียวพะย่ะค่ะ เพราะถ้าแบ่งปันกับใครแล้วคนนั้นเกิดอะไรขึ้นมา สิ่งที่รู้นั้นจะกลายเป็อันตรายสำหรับพวกเขา"
เฉินหยานมองเขาเข้าใจทันที
"ท่านปกป้องคนที่อยู่รอบข้างด้วยการไม่ให้รู้"
"ใช่พะย่ะค่ะ"
"แต่นั่นหมายความว่าท่านอยู่คนเดียวกับสิ่งที่รู้"
เซียวจ้านหยูไม่ตอบแต่นั่นก็เป็คำตอบ
"ข้าก็เช่นกัน" เฉินหยานพูดเบาๆ เสียงที่ไม่มีใครในพระราชวังเคยได้ยิน "ข้าแบกบางสิ่งไว้คนเดียวมาสิบปี เพราะถ้าใครรู้มากเกินไปพวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย"
"ข้าพระองค์รู้พะย่ะค่ะ"
เฉินหยานหันสายตาที่คมขึ้น
"ท่านรู้เื่นั้น"
"ข้าพระองค์รู้ว่าฝ่าาแบกมากกว่าที่แสดงให้เห็นพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเสียงที่เรียบแต่มีน้ำหนัก "ข้าพระองค์สังเกตมาสิบปี"
ทั้งสองนั่งอยู่กับสิ่งที่พูดออกมา
คืนที่มีดาวขึ้นทีละดวงหลังฝนสวนสนที่ยังชื้นอยู่ แสงโคมที่สั่นไหวเล็กน้อยในลม
"ท่านจ้านหยู"
นั่นเป็ครั้งแรกที่เฉินหยานเรียกชื่อโดยไม่มีตำแหน่ง
เซียวจ้านหยูหันดวงตาที่มีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปในเศษเสี้ยวของวินาที
"พะย่ะค่ะ"
"ข้า้าบอกท่านบางสิ่ง" เฉินหยานพูด มองหน้าเขามองโดยตรงในแบบที่เขามองเพื่ออ่านคน แต่ครั้งนี้ดวงตานั้นอ่านไม่ออกเพราะมันไม่ได้พยายามอ่าน "ในสิบปีที่ผ่านมามีคนหลายคนที่ข้าไว้วางใจในระดับหนึ่ง มีน้อยคนที่ข้าไว้วางใจในระดับที่สองแต่ไม่มีใครที่ข้าไว้วางใจในระดับที่สาม"
"ระดับที่สามคืออะไรพะย่ะค่ะ"
"ระดับที่ถ้าข้าตายพรุ่งนี้ คนนั้นจะรู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป" เฉินหยานพูด "รู้ว่าข้า้าให้แผ่นดินนี้เป็อย่างไรรู้ว่าใครน่าเชื่อถือและใครไม่ใช่ รู้ว่าความลับอะไรต้องปกป้อง"
เซียวจ้านหยูนิ่งดวงตาที่สังเกตเฉินหยานอย่างระมัดระวัง
"ฝ่าากำลังบอกว่า—"
"ข้ากำลังบอกว่าท่านคือคนนั้น" เฉินหยานพูดตรงๆไม่อ้อมค้อม "ข้าไม่ได้ประกาศเื่นี้อย่างเป็ทางการไม่มีพิธีกรรม ไม่มีพยาน แต่ในใจข้า ท่านคือคนนั้นมานานแล้วและข้าคิดว่าท่านควรรู้"
ห้องเงียบฟ้าเงียบ สวนเงียบ
เฉินหยานมองเซียวจ้านหยูด้วยดวงตาที่ตรงและไม่ซ่อนอะไรซึ่งหายากมากในชายผู้นี้
เซียวจ้านหยูมองกลับมองนาน
"ใต้หล้าอันกว้างใหญ่ ในใจคนนี้ มีที่ของข้าอยู่ด้วย"
"ข้าพระองค์รับทราบพะย่ะค่ะ" เขาพูดในที่สุดเสียงที่ต่ำและมั่นคง "และข้าพระองค์จะรับผิดชอบในสิ่งที่ฝ่าามอบความไว้วางใจนี้อย่างเต็มที่"
"ข้ารู้ว่าท่านจะทำ" เฉินหยานพูด ยืนขึ้น
เขาเดินกลับไปทางห้องเก็บหนังสือแต่หยุดก่อนจะถึงประตู
"จ้านหยู"
เรียกชื่ออีกครั้ง
"พะย่ะค่ะ"
"คืนหน้าที่ฝนตก ถ้าท่านยังเสนออยู่—"
"ข้าพระองค์เสนออยู่เสมอพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดก่อนเสียงที่เรียบแต่ชัดเจน
เฉินหยานไม่หันแต่ไหล่ที่ตรงตลอดเวลาผ่อนลงเล็กน้อย
เล็กน้อยมากจนแทบมองไม่เห็น
แต่เซียวจ้านหยูเห็น
"คนนี้ ก็เหนื่อยได้เช่นกัน"
⚔ ตำหนักหรงหัวและแผนการของตระกูลหลิว ⚔
ตำหนักหรงหัวกลางดึก
ขณะที่เฉินหยานนอนอยู่ในตำหนักส่วนพระองค์และเซียวจ้านหยูเดินกลับไปยังที่พักของตัวเองในส่วนฝ่ายในของพระราชวัง บางคนยังตื่นอยู่
หลิวฮุ่ยเยิน อัครมเหสีฝ่ายขวานั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ ตรงหน้ามีจดหมายสามฉบับที่นางอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หยูหลิง นางสนมคู่ใจ นั่งอยู่ข้างๆถักงานเย็บปักถักร้อยอย่างเงียบๆ
"พ่อส่งข่าวมาว่าการประชุมเช้านี้ไม่เป็อย่างที่ตั้งใจ" ฮุ่ยเยินพูด เสียงที่ต่ำ
"เื่กฎหมายภาษีเพคะ" หยูหลิงพูดโดยไม่หยุดถัก
"ไม่ผ่าน อีกทั้งยังทำให้จูเหวินโจวเป็เื่" ฮุ่ยเยินพูด วางจดหมายลง "หยูกั๋วกงเอ่ยเื่ผู้ว่าหนานิต่อหน้าทุกคน"
"ท่านหยูกั๋วกงรู้เื่นั้น"
"รู้ทั้งที่เพิ่งกลับมาแค่วันเดียว" ฮุ่ยเยินพูดเสียงที่มีความหมายในนั้น "คนนี้น่ากลัวจริงๆ"
"ท่านหญิงจะทำอย่างไรเพคะ"
ฮุ่ยเยินนิ่งคิดนิ้วที่เรียวบางเคาะโต๊ะเบาๆ
"เรา้าข้อมูลมากกว่านี้ก่อนเคลื่อนไหว" นางพูด "พ่อข้าถูกตี เราต้องรู้ว่าเขาถูกตีจากทิศไหนเพื่อจะรู้ว่าต้องตั้งรับอย่างไร"
"จะหาข้อมูลจากใครเพคะ"
ฮุ่ยเยินคิดอยู่ครู่แล้วพูด
"หวังเหมยเหลียน"
หยูหลิงหยุดถักหันมามองท่านหญิง
"สนมของตระกูลหวาง"
"นางอยู่ในพระราชวังมาสิบปี แต่ตระกูลหวางตกต่ำไปแล้ว นางไม่มีฝ่ายอยู่" ฮุ่ยเยินพูด "คนแบบนั้นมักมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้ามไป เพราะทุกคนมองข้ามนาง"
"แต่ท่านหญิงจะเชื่อใจนางได้ไหม"
"เราไม่ต้องเชื่อใจ เราแค่ต้องให้สิ่งที่นาง้า" ฮุ่ยเยินพูด ยิ้มบางๆ "หวังเหมยเหลียน้าอะไร"
"้ากลับไปมีอำนาจ"
"ใช่ และเราสามารถให้ได้ ในราคาที่เหมาะสม"
ตำหนักชิงหยุนเวลาเดียวกัน
เฟิงซื่อหยิน อัครมเหสีฝ่ายซ้ายยังนอนไม่หลับ แม้จะดึกแล้ว
นางนอนอยู่บนเตียงดวงตาเปิดมองเพดาน
โถวจู่ นั่งอยู่ข้างเตียง
"ท่านหญิงไม่หลับเลย"
"ปวดหัวอยู่" ซื่อหยินพูด เสียงที่เหนื่อย
"ให้ข้าเรียกแพทย์—"
"ไม่" ซื่อหยินพูดทันที "ไม่้าให้ใครรู้ว่าข้าไม่สบาย"
โถวจู่นิ่ง
"พ่อส่งข่าวมาว่า" ซื่อหยินพูดช้าๆ "เรือสายใต้ของตระกูลเฟิงจะมีปัญหาถ้ากฎหมายภาษีไม่ผ่าน"
"ท่านหญิงมีทางออกไหมเพคะ"
"มีทางเดียว" ซื่อหยินพูด ม้วนตัวลงมอง โถวจู่ "คือทำให้หยูกั๋วกงไม่มีเวลาสนใจเื่กฎหมายภาษีโดยให้เขาไปสนใจเื่อื่นที่สำคัญกว่า"
"เื่อะไร"
"เื่ที่ถ้าเขาไม่สนใจ อาจทำให้ฝ่าาเดือดร้อน" ซื่อหยินพูด เงียบสักครู่ "แต่ข้ายังไม่รู้ว่าเื่นั้นคืออะไร"
"แล้วจะรู้ได้อย่างไร"
"ต้องสังเกต" ซื่อหยินพูด ปิดตา "ทุกคนมีจุดอ่อนแม้แต่หยูกั๋วกง ข้าแค่ยังไม่เห็น"
???? รุ่งสางและสายลมเปลี่ยน ????
ตลาดต้าชิงรุ่งสางวันที่สิบเจ็ด
เช้าตรู่
ก่อนที่ตลาดจะเต็มไปด้วยคนเฉินเหมาเด็กชายที่กินข้าวต้มประจำที่ร้านป้าเฉิน กำลังวิ่งส่งของตามคำสั่ง
เขาถือกล่องไม้เล็กๆวิ่งผ่านตรอกแคบที่แทบไม่มีแสงสว่าง
"หยุด" เสียงจากด้านหลัง
เฉินเหมาหยุดหัน
ชายสองคนในชุดธรรมดายืนอยู่ท่าทางที่ไม่ใช่คนธรรมดา
"กล่องนั้นมาจากไหน" ชายคนหนึ่งถาม
"คนให้ข้ามาส่ง" เฉินเหมาพูด กุมกล่องแน่นขึ้น "ไม่รู้จักชื่อ"
"ใครรับ"
"ไม่รู้ แค่บอกให้เอาไปวางที่หน้าร้านยา ร้านต้าหลง"
ชายสองคนแลกสายตากัน
"เดินไปกับเรา"
เฉินเหมาหน้าซีด
แต่ก่อนที่ชายสองคนจะเข้ามาจับเสียงก้าวเท้าอีกชุดหนึ่งดังขึ้นจากปลายตรอก
อิงหลาน เดินมาอย่างสงบชุดสตรีธรรมดา ผมมัดเรียบ ดูเหมือนแม่บ้านที่เพิ่งออกมาซื้อของ
"เด็กนั้นใช่ลูกของน้าข้า" นางพูด เดินมาหยิบมือเฉินเหมา "มีปัญหาอะไรท่านทั้งสอง"
ชายสองคนมองนางจากนั้นมองกัน ตัดสินใจไม่ทำอะไรในที่สาธารณะ
"ไม่มีอะไร" คนหนึ่งพูด แล้วทั้งสองก็เดินจากไป
อิงหลานรอจนพ้นสายตาแล้วจึงก้มลงกระซิบที่หูเฉินเหมา
"กล่องนั้น ให้แก่ข้า"
เฉินเหมาส่งกล่องให้โดยไม่ถามเพราะสัญชาตญาณบอกว่าคนหน้าตาน่าเชื่อถือกว่าคนที่เพิ่งเดินไป
อิงหลานเปิดกล่องดูเบาๆข้างใน
กระดาษพับหนึ่งแผ่น
นางเปิดอ่านดวงตาที่สงบอยู่นั้นขยับขึ้นเล็กน้อย
"เื่นี้ ต้องรีบแจ้งท่านกุนซือ"
✨ รายงานที่ไม่คาดคิดและสายสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ✨
ห้องพักของหยูกั๋วกงเช้า
ห้องพักของเซียวจ้านหยูในพระราชวังไม่ใช่ตำหนักแต่เป็อาคารเล็กๆ ในส่วนตะวันออกที่ติดกับกองทหารรักษาการณ์
ไม่หรูหราไม่ใหญ่โต แต่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดในพระราชวัง เพราะเขาออกแบบเอง
อิงหลานมาถึงหลังพระอาทิตย์ขึ้นไม่นานเคาะประตูด้วยรหัสที่รู้กันเฉพาะคน
ประตูเปิดทหารองครักษ์ส่วนตัวชื่อ เหลยจัน เปิดรับนาง
"ท่านกุนซืออยู่ไหม"
"อยู่ กำลังอ่านรายงาน"
อิงหลานเดินเข้าไปในห้องทำงาน
เซียวจ้านหยูนั่งอยู่ที่โต๊ะรายงานกองโต อ่านอยู่ั้แ่เช้าตรู่ แต่ดูเหมือนไม่ได้เหนื่อยแม้แต่น้อย
"กล่องที่ส่งมาให้ร้านยาต้าหลง" อิงหลานวางกล่องลงบนโต๊ะ
เซียวจ้านหยูมองกล่องไม่แตะ
"ใครส่ง"
"ไม่รู้ ให้เด็กส่งแทน แต่มีคนสองคนติดตามดูเหมือนจะเป็คนของตระกูลเหอ"
"ข้างใน"
"กระดาษแผ่นเดียว" อิงหลานเปิดกล่อง หยิบกระดาษออกมา
เซียวจ้านหยูรับมาอ่าน
ดวงตาที่ปกติเรียบสนิทขยับขึ้นเล็กน้อย
อ่านซ้ำอีกครั้ง
วางลงบนโต๊ะ
"ใครรู้เื่นี้บ้าง"
"แค่ข้าและท่าน"
"ดี" เซียวจ้านหยูลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง "ไปตามเหลยจันมา"
"จะทำอะไร"
"ต้องรายงานฝ่าาแต่ก่อนนั้นต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าเื่ในกระดาษนั้นจริงหรือเท็จเพราะถ้าจริง มันเป็เื่ใหญ่มาก และถ้าเท็จคนส่งกระดาษนี้้าให้เราเคลื่อนไหวเพื่อจะดูว่าเราจะทำอะไร"
"กับดัก"
"หรือข้อมูลจริง ต้องดูให้ดีก่อน"
"เื่ในกระดาษนั้นเกี่ยวกับอะไร" อิงหลานถามตรงๆ
เซียวจ้านหยูหันมองนาง
"เกี่ยวกับคนที่ตายเมื่อสิบปีก่อน" เขาพูด เงียบสักครู่ "และความจริงที่อาจทำให้ทุกอย่างที่รัชกาลนี้สร้างขึ้นนั้นสั่นคลอน"
กระดาษในกล่องเขียนไว้เพียงประโยคเดียว—
"การสิ้นพระชนม์ของพระเ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน ไม่ใช่เื่ของฟ้ากำหนดแต่เป็เื่ของคนวางแผน หลักฐาน ซ่อนอยู่ที่หอหนังสือหมื่นเล่ม ชั้นสามเล่มที่หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด"
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ฝนนั้นตกแล้วหยุด แต่น้ำที่ซึมลงดินนั้นอยู่นาน กว่าเราจะรู้ว่ามันไปถึงรากไม้แล้ว ก็ต้องรอให้ต้นไม้เติบโตให้เห็น
บางความจริงก็เช่นกัน ซ่อนอยู่ใต้ดินนานสิบปี จนกว่าจะมีคนที่กล้าขุดมันขึ้นมา หรือมันขุดตัวเองขึ้นมาเอง
และเมื่อมันโผล่ขึ้นมา โลกที่เคยดูสงบนั้น จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก"
♥️ "ฝนฤดูร้อนมาโดยไม่บอกล่วงหน้าเหมือนกับที่ท่านเข้ามาในใจข้า สิ่งที่ผ่านมาโผล่ขึ้นมาโดยไม่บอกล่วงหน้าเหมือนดาบที่แทงเข้ากระดูก แต่ เมื่อมีท่านอยู่ข้างๆ ดาบนั้นก็ยังสู้ได้"♥️
..สุสาส์นราคะ...