สายด่วน สายใจร้อน จัดเล่มอีบุ๊กได้ที่ลิงค์นี้เลยค่า https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzQ0MDQwMiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIxMzY2NCI7fQ
ตอน 1 ดาวทะยานฟ้า
"ฮัลโหล เซียวเซียว...่นี้คิวละครเ้าแม่ซุปตาร์ของเราเต็มหรือยัง"เสียงที่ดูเป็มิตรจากปลายสาย
"ไอ๊หย๊าอาเฮียฉันก็ไม่ได้อยากปฏิเสธค่ายคุณนักหรอกแต่เ้าแม่ชิงเหนียนของเราดันอยากวางมือ"เซียวเซียวหันหน้ามองชิงเหนียนที่เอาแต่ก้มหน้าอ่านตำราจีนโบราณ สมัย่ราชวงศ์สุยเนื้อตัวโสโครก น่าจะไม่อาบน้ำมาแล้วสองวัน
ผู้จัดการส่วนตัวของฉันเห็นแก่เงินเอาแต่คะยั้นคะยอให้ฉันรับงานอยู่เรื่อยหลายครั้งที่ฉันต้องตีสองหน้าอยู่ในวงการละครจนไม่มีเวลาทำสิ่งที่ตัวเองปรารถนาั้แ่เล็กจนโตฉันทำมันมามากพอแล้ว... ถึงเวลาที่ฉันจะพักผ่อน! (ชิงเหนียนคิดในใจแต่ไม่ได้พูดมันออกมา)
"โธ่เอ้ย อาเหนียน ขืนทำแบบนี้ต่อไปเธอได้ดับฝันชื่อเสียงที่สะสมมานานแน่ นั่นมันความฝันของเธอเลยนะจะปล่อยมันไปง่ายๆหรอ " เซียวเซียวยืนค้ำเอว ชี้นิ้วด่าชิงเหนียนหวังให้สำนึก ลุกตัวขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัวให้สมกับชื่อเสียงดาราตัวแม่ที่วงการมอบให้
"ใครบอกว่านี่เป็ความฝันของฉันกันล่ะความฝันของฉันคือได้ใช้ชีวิตตามที่้า เรียนประวัติศาสตร์เสพความขลังของเสน่ห์ย้อนยุคที่หลายคนลืมเลือน "ฉันไม่พอใจท่าทีของเขาที่เอาแต่ชี้นิ้วสั่งอย่างกับเป็เ้าชีวิต ตอนเด็กฉันก็ต้องโดนแม่บีบบังคับให้เรียนการแสดงจัดแจงทุกอย่างจนบางครั้งฉันรู้สึกว่า หรือว่าฉันเป็แค่เครื่องมือหาเงินให้พวกเขา ฉันแค่อยากจะมีชีวิตในแบบที่ฉัน้า เมื่อไหร่ทุกคนจะเข้าใจ(ชิงเหนียนลุกขึ้นคว้ามือถือและกุญแจรถออกจากคอนโดทันที)
การที่ฉันหายไปในครั้งนี้กลายเป็ข่าวดังพอสมควร..."เหอะ ฉันสนใครซะที่ไหน ชาตินี้ทั้งชาติ ต่อให้ฉันใช้เงินซื้อตึก 10 แท่งก็ยังไม่หมด" (ชิงเหนียนแสนสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเธอกดปิดทีวีที่เอาแต่รายงานข่าวการหายตัวไปของเธอ และเอนกายลงนอนบนโซฟาสุดหรูในดงผู้ดีแห่งนครฉงชิ่ง)
หรงชิงเหนียนใช้ชีวิตอย่างมิรู้เดือดรู้ร้อนในขณะที่ทุกคนกำลังตามหาตัวเธอกันให้วุ่นและแล้วสิ่งที่เติมเต็มความสุขให้เธอมากที่สุด คือการนอนกลางวันและจิตใต้สำนึกเบื้องลึกสร้างฝันดี ในห้วงฝันนั้นมันพาเธอไปโผล่ในโลกอีกใบที่ไม่อาจลืมเลือน สภาพแวดล้อมรอบตัวไม่คุ้นเคยใบไม้แห้งหนาทึบ ปกคลุมถนนจนเหลืองโพลน สุดลูกหูลูกตาเป็ต้นไผ่ลำยาว...
ชิงเหนียนยังไม่ทันตั้งหลักเสียงฝีเท้าม้าเร็วควบเข้าใกล้ คล้ายกับว่ามีคนติดตามมา
"เร็วเข้าแม่นาง..."เสียงชายแปลกหน้าที่ฟังดูแล้วััได้ถึงความเป็ห่วง
ไม่นานนัก เขาปรากฏตัวจากด้านหลังม้าตัวนั้นหยุดลงอย่างเชื่องช้า เขายื่นมือมาที่ฉัน ในใจว้าวุ่นเกินจะพูดได้ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข
"ความรู้สึกนี้มันเหมือนจริงมาก...หรือว่าฉันกำลังอยู่ในกองละคร... เป็ไปไม่ได้น่าฉันไม่มีทางกลับไปอยู่ในวังวนนั้นอีกแล้ว ฉันจะเป็หรงชิงเหนียนในเวอร์ชันของฉัน"จังหวะที่กำลังจะโน้มจูบกันและกัน เสียงแว่วกลับดังขึ้นในหูขัดจังหวะจิตใต้สำนึกบางส่วนของเธอตีกัน จนชิงเหนียนต้องตื่นจากฝัน
แฮ๋ก... แฮ่ก"ใหมดเลย ที่ไหนได้ก็แค่ฝันไปกำลังจะได้จูบกับสุดหล่ออยู่แล้วเชียว" ชิงเหนียนคิดว่าได้ย้อนเวลาไปอยู่ใน่โบราณตามที่ปรารถนาจริงๆซะอีก
กระทั่งครบสามวันที่เธอหายตัวไปชิงเหนียนยังคงไม่ออกไปไหน เก็บตัวอยู่ในตึกสูงเสียดฟ้าชั้นบนสุดเธอทุ่มเงินซื้อในราคา 1 แสนหยวน
แต่ละวันเริ่มต้นด้วยบรรยากาศเดิมๆหากมันเกิดขึ้นกับคนอื่น เขาคงรู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างแสนน่าเบื่อ กินนอนอ่านหนังสือวนไป แต่สำหรับเธอนั้นนี่มันคือ์ชัดๆเพราะชิงเหนียนสูญเสียเวลาชีวิตไปกับการทุ่มเทให้กับการแสดงไปอย่างมาก
**********
น้ำชาร้อนเดือดปุดๆเสียงหวีดของกาดังเตือนลั่นชิงเหนียนวางตำราลงปิดมันอย่างใจเย็นก่อนจะยกชาแก้วนั้นวางข้างตัวจิบกินทีละน้อยพร้อมแล้วสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ของเธอ
"รายงานด่วนจากกระทรวงธรณีสิ่งที่ไม่คาดคิดกลับจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ หลังจากที่ทางการสำรวจค่าแผ่นดินไหวพบว่า24เดือน4 ปี 64จะเป็วันมหาวิปโยคบ้านเมืองวุ่นวายจากภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหวที่ชื่อว่า ตงก๊ก มาเยืยนนครฉงชิ่งในรอบร้อยปีทุกท่านโปรดอพยพออกนอกพื้นที่โดยด่วน จบการรายงาน" เสียงจากทีวีแว่วมา ว่าวันนี้เป็ดั่งวันมหาวิปโยคเขตนครฉงชิ่งที่เธออยู่จะพบเข้ากับเหตุการณ์ะเืขวัญแจ้งเตือนประชาชนรับมือกับเหตุแผ่นดินไหว
"หึ... ไร้สาระน่า" ชิงเหนียนยิ้มมุมปากควานหารีโมท กดปิดทีวี
"ขัดจังหวะ... คนจะอ่านหนังสือ"ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำ แผ่นดินไหวสั่นอย่างแรงกล่องบรรจุเงินสดของเธอร่วงจากที่สูง ทับร่างเธอจนแหลก...
ทว่าก่อนสิ้นใจ...ชิงเหนียนผู้เคราะห์ร้ายอธิษฐานก่อนสิ้นลม
"ชะตาข้าอาภัพนัก เพิ่งเกิดมาได้ 24 ปีก็ต้องตาย ความปรารถนายังไม่ถูกสานต่อ หากชาติหน้ามีจริงทวยเทพเ้าขาโปรดเห็นใจ ส่งข้าไปเกิดใหม่ในราชวงศ์จีนด้วยเถิด" ลมหายใจเฮือกสุดท้ายสิ้นสุดลงพร้อมคำขอที่ยากจะเป็จริง...ใครจะคิดว่าพรของสาวน้อยเป็ไปได้ เพราะเธอเป็ผู้ถูกเลือก
ณ ฉางอานยุคราชวงศ์สุย เมื่อ่ ค.ศ. 581-ค.ศ.618
โรงพนันอี๋หง
"เร็วเข้า นังคนชั้นต่ำ "เสียงเฆี่ยนตีทาสสาวตัวน้อย
"ท่านแม่ ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไว้ที่นี่ "แววตาอ้อนวอนจากสาวใบ้ผู้บอบบาง รีบใช้ภาษามือสื่อสารก่อนผู้เป็แม่จะเบือนหน้าหนี
"หลานฮวา พ่อของเ้าป่วยหนักแม่จำเป็ต้องเอาเ้ามาขาย นำเงินนี้ไปซื้อยาดี รักษาเขาให้หายขาดหากดีขึ้นเมื่อไหร่ ข้าต้องมาไถ่ตัวเ้าแน่"ผู้เป็แม่กุเื่โกหกลูกผู้ไร้เดียงสา เพื่อไม่ให้นางเกิดความเสียใจแท้จริงแล้วเป็แม่เองที่ติดพนันจนเข้าเส้นเืสิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องนำลูกสาวมาขายขัดดอกที่โรงพนันแห่งนี้
สตรีใบ้ตัวน้อยไม่มีแม้แต่คำจะพูดยกมือที่สื่อสารกับแม่ลงวางที่หน้าตัก น้ำตาอาบนองแก้มมองแผ่นหลังของมารดาเดินจากไป วินาทีนั้นนางหวังแค่ว่าจะต้องทำตัวให้ดี เชื่อฟังเผื่อสักวันจะมีคนเห็นใจเพิ่มกำลังเงินให้แม่ของเธอได้นำไปซื้อยารักษาพ่อแต่หารู้ไม่ว่าโรงพนันอี๋หง เป็ดั่งนรกบนดินดีๆนี่เอง
ั้แ่ถูกคุมตัวไปหลานฮวาไม่เคยได้หยุดพัก ถูกใช้งานเยี่ยงทาส เนื้อตัวช้ำเขียว นิ้วมือพองแตกแม้ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ถนนด้านนอกไม่มีคนเทียวผ่าน แต่โรงพนันอี๋หงกลับไม่เป็อย่างนั้นยิ่งดึกเท่าไหร่ผู้คนยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทั้งวันทั้งคืนคนเข้าออกดั่งรังมดหลานฮวาจนปัญญาก้มหน้าก้มตารับใช้นายท่านทั้งหลายต่อไป
ทว่าชะตาของสตรีใบ้ตัวน้อยช่างอาภัพนักเกิดมาไร้เสียงยังไม่พอนางกลับมาโดนแม่แท้ๆหักหลังขายทอดตลาดขาดตัวให้กับโรงพนันอี๋หงปราศจากสายใยแม่ลูก
คืนที่แสนยุ่งเหยิงแม้กระทั่งเสียงหมาสักตัวยังไม่กล้าโห่ร้อง ข้างโรงพนันนั่นหลานฮวาผู้เหนื่อยเจียนตาย แอบแนบกายอิงแผ่นไม้ผุๆกระทั่งเผลอหลับไป โชคไม่เข้าข้างนำพาเดนคนมาพบ เธอถูกรังแกอย่างไร้ความปรานี ขืนใจสตรีใบ้ที่มิอาจปริปากร้องขอความช่วยเหลือชายหนุ่มโฉดชั่วเมาฟิ่นรุมโทรมสตรีผู้แหลกเหลวทั้งกายใจจนสิ้นใจตาย...
"ขอให้ท่านผู้มีฤทธิ์... ช่วยข้าด้วย... "คำขอก่อนตายของนางดังริบหรี่ในห้วงความคิด
"เฮ้ พี่ใหญ่ ท่านเสร็จหรือยังนางนี่มันตายเป็ศพแล้วหรือไรถึงได้แน่นิ่ง"พวกชายชั่วมัวแต่เสพสุขสนองกามอารมณ์บนร่างนางโดยที่ไม่สนด้วยซ้ำว่านางจะเป็ตายร้ายดีกระทั่งเสร็จกระบวนท่ากันครบทุกคนถึงได้เอะใจ ใช้มืออังปลายจมูกของนาง
"แย่แล้วพี่ใหญ่ นางตายแล้วแล้วเราจะทำยังไงดี" ลูกน้องตัวกระจ้อยของพวกมันเกิดหวาดกลัวจนตัวสั่น
"เ้าโง่ จะไปยากอะไร ก็แค่ทาสหน้าใหม่นางเดียวนายใหญ่ยังไม่ทันจำหน้ามันได้ด้วยซ้ำ ก็แค่เอามันไปฝังซะก็สิ้นเื่" หลังจากที่นางตายไปได้ไม่นาน เนื้อตัวยังไม่ทันแข็ง พวกเขากลัวความผิดรีบลากศพหลานฮวาหวังขุดหลุมฝังเดี๋ยวนั้นในยามกลางดึก