"500,000,000 เหรียญทอง"เสียงชายผู้หนึ่งดังมาจากชั้นบนสุดของห้องประมูล
"ใครกันที่ประมูลแข่งกับข้า"ชิงิกำลังดีใจที่เจี้ยนกังกำลังจะประกาศปิดการประมูลผลบัวห้าดาราแต่อยู่ๆกลับมาผู้มาประมูลแข่ง
"เสียงนั้นดังมาจากห้องเดือนดารา"ฝูหยาััที่มาของเสียงได้จึงเอ่ยออกไป
"..."ทันทีที่ได้ยินว่าที่มาของเสียงดังมาจากห้องเดือนดาราผู้คนทั้งหมดั้แ่ที่นั่งระดับธรรมดาจนถึงห้องชมจันทร์ต่างเงยหน้าจดจ้องไปที่ห้องเดือนดารา
"เป็ไปได้ยังไงที่จะมีบุคคลที่สามารถใช้ห้องเดือนดาราได้"อู่เวยะโขึ้นมา
"ท่านเจี้ยนกังมีบุคคลอยู่ในห้องนั้นจริงๆหรอ"ชิงิเอ่ยถามเ้าของโรงประมูล
"เอ่อ.. ใช่แล้ว"เจี้ยนกังลังเลที่จะบอก
"แล้วคนผู้นั้นเป็ใครกันท่านถึงขนาดให้ใช้ห้องเดือนดารา"อู่เวยแทบไม่เชื่อสิ่งที่มันได้ยินจึงเอ่ยถาม
"เื่นั้นข้าคงบอกท่านไม่ได้เว้นเสียแต่ว่าท่านผู้นั้นจะบอกเองแต่ท่านผู้นี่เป็เ้าของสิ่งของล้ำค่าที่นำมาประมูลในลำดับที่ 1 และ 2"เจี้ยนกังไม่กล้าพูดมากถ้าเ้าตัวไม่ยินยอม
"ถึงจะเป็เช่นนั้นท่านก็ไม่น่าถึงขนาดยกห้องเดือนดาราให้เลยนิ"อู่เวยไม่ยอมรับว่าที่แห่งนี้จะมีผู้อยู่เหนือตน
"เื่นี้เป็สิ่งที่ข้าตัดสินใจขอให้ทุกท่านเข้าใจด้วย" เจี้ยนกังพูพออกมาเชิงสุภาพ
"เอาเป็ว่าจะมีผู้ใดให้ราคามากกว่า500,000,000 เหรียญทอง หรือไม่" เจี้ยนกังเอ่ยถาม
...
"ถ้าเช่นนั้นขอแสดงความยินดีกับท่าน..ท่านเ้าของห้องเดือนดาราที่ชนะการประมูลผลบัวห้าดาราในราคา 500,000,000 เหรียญทอง" เจี้ยนกังยังไม่ทราบนามของจินหลงจึงไม่กล้าเอ่ยอะไรมาก
ตอนนี้ทุกคนในห้องประมูลต่างตึงเครียดอย่างมากที่อยู่ๆมีบุคคลปริศนาปรากฏตัวขึ้นในห้องเดือนดารา
"ต่อไปจะเป็ของล้ำค่าชิ้นที่ 6"
พนักงานถือกล่องที่ดูหรูหราอย่างมากเดินเข้ามาโดยครั้งนี้ไม่มีผ้าคลุมเอาไว้
"แอ๊ด.." เจี้ยนกังเปิดกล่องโอสถขึ้น กลิ่นหอมของโอสถลอยฝุ้งทั่วห้องประมูล
"ของล้ำค่าชิ้นที่หก โอสถฟื้นนภาขั้นสูงสุด 2 เม็ด ซึ่งตัวข้านั้นคงไม่ต้องบอกถึงสรรพคุณทุกท่านก็คงจะทราบ ซึ่งราคาเริ่มต้นทางเ้าของโอสถจะเป็ผู้ตั้งราคา"เจี้ยนกังเอ่ยตามที่จินหลงบอกก่อนเริ่มการประมูล
"ว่าไงนะ.. โอสถฟื้นนภาขั้นสูงสุดแถมมีถึง 2 เม็ด "ชิงิเหมือนเห็นความฝันที่ตนเอง้าจะทำมาลอยอยู่ตรงหน้า
"ข้าว่าคงเป็โอสถเลียนแบบละมั้งใครกันที่จะมีปัญญาขนาดหลอมโอสถฟื้นนภาขั้นสูงสุดได้"ตู้กู่พูดออกมา
"ข้าก็คิดเช่นเดียวกันและท่านคิดว่ายังไงท่านชิงิ" อู่เวยพูดเสริมออกมา
"ข้า.. ข้าเองก็ไม่มั่นใจ"ชิงิเองััได้ว่ากลิ่นอายของโอสถนั้นเป็ไปได้ว่าจะเป็โอสถฟื้นนภาขั้นสูงสุดถึงแปดส่วน แต่ตัวมันก็ยังไม่เคยได้พบเห็บกับตาตนเองจึงไม่มั่นใจนัก
"เห็นไหมว่าขนาดท่านชิงิเ้าสำนักหอคอยโอสถที่เป็ถึงนักหลอมโอสถดาราเหลืองขั้นต้นยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าโอสถชนิดนี้เป็ของจริงหรือไม่"หรงเจียกล่าวสมทบ
"งั้นถ้าจะพิสูจน์ให้พวกเ้าดู"เสียงของจินหลงดังขึ้น
ทันทีที่จินหลงเอ่ยออกมาทำให้ทุกคนพลันเงียบลง
"ท่านจะพิสูจน์ยังไงท่านนักหลอมโอสถ"ชิงินับถือนักหลอมโอสถที่เก่งกว่าตนเสมอจึงเอ่ยถามด้วยมารยาท
"ถ้า้าผู้ทดลองกินโอสถของข้า"
"ท่านจะบ้าหรือไงใครจะไปกล้ากินโอสถที่ไม่รู้ว่าเป็โอสถอะไรกัน"อู่เวยะโขึ้น
"ถ้าเ้าไม่กล้าก็หุบปากขอกเ้าเสีย"จินหลงตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"เ้า.."
"ท่านเ้าสำนักตะวันฉายท่านกล้ากินโอสถของข้าหรือไม่"จินหลงเห็นเ้าสำนักตะวันฉายมีแขนข้างเดียวจึงเหมาะแก่การทดลองโอสถอย่างยิ่ง
"แน่นอนว่าข้ากล้ากิน"เ้าสำนักตะวันฉายแปลกใจที่ตนเองถูกเลือกให้ลองกินโอสถแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
เ้าสำนักตะวันฉายพุ่งตัวลงมาจากห้องชมจันทร์มุ่งไปทางเวทีการประมูลจากนั้นเจี้ยนกังส่งมอบโอสถฟื้นนภาขั้นสูงสุดให้ไป1 เม็ด แต่ก่อนที่เ้าสำนักตะวันฉายจะกินนั้น
"เดี๋ยวก่อน" จินหลงเอ่ยห้ามไว้
ทุกคนในห้องประมูลต่างแปลกใจที่อยู่ๆจินหลงสั่งให้หยุด
"ท่านมีนามว่าอะไร"จินหลงเอ่ยถามเ้าสำนักตะวันฉาย
"ข้ามีนามว่า อวิ๋นเฟย"เ้าสำนักตะวันฉายตอบกลับแก่จินหลง