ซินอี๋พูดคุยกับมารดาไปทานอาหารไปจนเริ่มหาวปากกว้าง ฉู่ลี่เห็นเช่นนั้นจึงบอกนางไปเตรียมตัวเข้านอน เมื่อทุกอย่างเป็ไปอย่างที่้าแล้ว ฉู่ลี่จึงถือโคมไฟเดินออกจากเรือนเพื่อไปหาซินกวงตามลำพังยังที่นัดหมายกันไว้ เขาคงรอนางนานแล้ว มีหลายสิ่งที่นางคิดทบทวนมานาน ปกติแล้วที่นางไม่ค่อยออกไปไหนเพราะเคยชินเท่านั้น แต่นางไม่ได้หวาดกลัวโลกภายนอกอย่างที่สามีนางเข้าใจ เพียงกลัวว่าท่านอาจารย์จะออกตามหามาพบเจอนางสักวัน แม้ตอนนี้ท่านยังมีที่ระลึกฝากไว้เป็ยาพิษในร่างของนาง
แม้ท่านอาจารย์จะอายุมากแล้วแต่ด้วยรู้วิชาแพทย์และมีสมุนไพรวิเศษมากมาย ท่านปรุงยาอายุวัฒนะให้ตนเองไว้ดื่มกินบ่อยครั้ง ทำให้ร่างกายท่านไม่ต่างกับสามีนางในตอนนี้เลย ซึ่งนางเห็นมาั้แ่เด็กแล้ว ที่ท่านหนีเข้าไปอยู่อาศัยในป่าด้วยมีคนที่มีอำนาจสูงส่ง้าสูตรยานี้ของท่าน ทั้งยังอยากเก็บท่านไว้ข้างกายเพื่อให้ท่านปรุงยานี้ให้ ท่านรักอิสระและไม่อยากเป็เครื่องมือของใครจึงได้หลบหนีมาและรับนางมาเลี้ยงดูอยู่เป็เพื่อนเพื่อให้ท่านมีผู้สืบทอดด้วย นางเองได้เรียนรู้วิชาแพทย์ของท่านมาทั้งหมด แม้รู้วิธีการแต่กลับไม่เคยทำก็หลายอย่าง นางมีความจำดีไม่ต่างกับซินอี๋น้อย บุตรสาวของนางน่าจะได้รับความสามารถนี้ทางสายเืเป็แน่ ช่างน่าแปลกที่นางมีสิ่งพิเศษเช่นนี้ติดตัวมาั้แ่เกิด ทั้งยังจดจำรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับยาสมุนไพรได้ง่ายๆ แม้เพียงอธิบายลักษณะมาเพียงครั้งเดียวั้แ่เด็กแล้ว ท่านอาจารย์จึงหวงแหนนางไม่ให้ออกไปไหนเลย ด้วยกลัวสูตรลับจะตกถึงมือผู้อื่นเพราะนาง ซินอี๋น้อยมีความสามารถไม่ต่างกัน นางจึงไม่ต้องสอนอะไรมากมาย เพียงให้นางหยิบจับตำราที่นางวาดภาพสมุนไพรและสูตรปรุงยามาอ่านก็พอแล้ว
ต่อไปนี้นางคงต้องพาซินอี๋น้อยไปไหนมากัน 2 คนแม่ลูกแล้ว ไม่เช่นนั้นซินอี๋ก็จะไม่เข้าใจผู้คนหรือโลกภายนอกมากมายนัก หากเป็ไปได้นางอยากให้บุตรสาวได้เล่าเรียนที่สำนักศึกษาเพราะนางความจำดี หากมีผู้สอนสั่งดีมีความรู้มากนางจะได้กอบโกยเอาความรู้มาเพิ่มเติมได้อีกนอกเหนือจากของบิดามารดา
ระหว่างทางที่ก้าวย่างไปหาสามี ฉู่ลี่คิดเื่ราวของบุตรสาวเพื่อให้ลืมเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสามีนาง ไม่เช่นนั้นนางคงจะก้าวขาไม่ออกแล้ว นางกำลังจะไปฝังร่างของสามีนางอย่างนั้นหรือ ช่างเป็เื่ที่ยากจะไม่หวั่นใจ
จนเมื่อเดินมาถึงเนินเล็กๆ ห่างจากตัวเรือนมาพอสมควรจึงได้พบจุดที่เป็สุสานของสามีนาง นางเพียงมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจสิ่งที่สามีของนางทำไว้ เขาจัดทำเพิงเล็กๆ ไว้ข้างๆ สุสานเขา ทั้งยังขุดหลุมใหญ่เตรียมไว้ พร้อมมีโลงไม้วางอยู่ภายในหลุมแล้ว ช่างเตรียมการตายให้ตนเองได้เรียบร้อยนัก นางเองได้แต่มองสิ่งที่สามีจัดเตรียมไว้ อีกไม่นานนางคงต้องมีวันจากไปเช่นกัน นางได้แต่ปลอบใจตนเองว่าเื่เช่นนี้เป็ธรรมดาของมนุษย์
เมื่อเห็นสีหน้าของสามีที่เริ่มขาวซีดมากกว่าเดิมกำลังนั่งสมาธิเหมือนกำลังรวบรวมลมปราณอยู่ตรงเพิงใกล้ๆ สุสานเล็กๆ ของเขาแล้ว นางได้แต่จดจำทุกสิ่งเกี่ยวกับตัวเขาเป็ครั้งสุดท้าย ทั้งจมูก ปาก และมือใหญ่ที่เคยโอบกอดนาง
“ท่านพี่! ข้ามาแล้วเ้าค่ะ ท่านเป็อย่างไรบ้าง?”
ซินกวงที่กำลังนั่งพักผ่อนและรวบรวมสมาธิกับลมหายใจของตนเอง เพื่อเขาจะได้พินิจพิจารณาถึงมันให้มาก เขาอยากรู้ว่าลมหายใจนี้จะแ่เบาลงไปเมื่อใดกัน แม้จะเริ่มรู้สึกถึงอาการไร้เรี่ยวแรง มือเท้าชา ทั้งยังเริ่มเย็นเฉียบมากขึ้นแล้วก็ตาม เขาเองมีพลังลมปราณจึงพยายามรวบรวมพลังของตนเองไว้เป็เฮือกสุดท้ายเพื่อจะพาตนเองลงไปนอนในโลงที่เตรียมไว้ เขาไม่อยากให้ภรรยาตัวเล็กๆ ของเขาต้องแบกร่างใหญ่โตของเขาไปที่โลงให้ลำบาก แม้นาทีสุดท้ายของชีวิตเขาก็ยังห่วงนาง เขาไม่อยากให้นางต้องลำบากกาย เพราะตอนนี้นางคงลำบากใจมากที่ต้องมาฝังร่างของสามีตนเองเช่นนี้ แม้จะร่ำลากันมาตลอดหลายวัน แต่เขาก็ยังหวังว่าสิ่งที่เขารับรู้มาว่าจะสิ้นใจนั้นมันไม่จริง!
ซินกวงลืมตาตื่นจากการนั่งสมาธิรวบรวมพลังของเขา ก่อนจะมองดูภรรยาของที่กำลังเดินมาใกล้ตนเอง นางช่างงดงามนัก เขาไม่น่าอายุสั้นเลย แต่จิติญญาของเขาจะวนเวียนที่นางและบุตรสาวตลอดไป
หากเป็ไปได้เขาอยากจะหนีจากโลกิญญานั้นมาหานางให้ได้ หากเขาฝึกตนให้เก่งกาจมากกว่านี้เขาย่อมไปได้ทั้งโลก์ โลกมนุษย์และโลกิญญาเป็แน่! แต่นั่นเป็เื่ภายภาคหน้า ตอนนี้เขาต้องรับมือกับ่เวลาสุดท้ายของชีวิต ที่ต้องตายจากโลกนี้ให้ได้ก่อน แม้มันจะไม่ยากเย็นแต่มันทรมานใจ เพราะเขาต้องตายจากครอบครัว จากภรรยาและบุตรสาวอันเป็ที่รัก ซึ่งมันเป็สิ่งที่ยากจะรับมือ ความตายมันจะทรมานสักเท่าไหร่กัน! เขาไม่เคยคิดกลัว เขากลัวเพียงการจากลาภรรยาและบุตรสาวเท่านั้น
“เ้ามานั่งใกล้ๆ ข้า ตอนนี้ข้าเริ่มรู้สึกว่าเรี่ยวแรงข้าเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ จึงต้องนั่งรวบรวมลมปราณไว้ให้มีพลังเฮือกสุดท้าย การหายใจข้าเริ่มแ่เบา มือเท้าข้าชาไปหมด ข้าจึงนั่งรวบรวมพลังของข้าเอาไว้เพื่อรอพบเจอเ้าและพาร่างตนเองไปยังที่ของข้าในวาระสุดท้ายนี้ เ้าจะได้ไม่ลำบาก ต่อไปเ้าพาซินอี๋มากราบไหว้ข้าที่นี่ก็พอ ข้าจะนอนอยู่ในโลงนี้รอพวกเ้ามาเยี่ยมดีหรือไม่?”
ซินกวงพยายามจะพูดให้เหมือนปกติ เขาพูดคุยเื่การตายของเขากับฉู่ลี่ให้เป็เื่ธรรมดาที่สุดมาหลายวัน วันนี้ก็เช่นกัน
“ท่านพี่ ข้ามียามากมายที่ทำไว้ ท่านลองหน่อยดีหรือไม่ เผื่อว่าจะยื้อเวลาไปได้อีกหลายวันกว่านี้ ยาอายุวัฒนะข้าก็มีสูตรปรุงยา แต่สมุนไพรล้วนหายาก คงต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงจะหามาได้ ข้าจะไปหาสมุนไพรเ่าั้มาช่วยชีวิตท่านและหาสมุนไพรปรุงยาแก้พิษในร่างของข้าและซินอี๋น้อยด้วย ท่านอดทนรออีกหน่อยดีหรือไม่ กินยาของข้าไปพลางๆ ก่อน ลองดูนะเ้าค่ะ!”
ฉู่ลี่นำขวดยามากมายของนางติดตัวมาด้วย ทั้งยารักษาอาการาเ็ภายใน ทั้งยารักษาทุกโรคร้ายล้วนนำมาหมด นางหวังว่าวันนี้จะยื้อลมหายใจของสามีนางได้หากเขากำลังจะหมดลมหายใจ
ซินกวงมองดูภรรยาช้าๆ ด้วยเรี่ยวแรงเขาแทบไม่มีเหลือ เขาพยายามรวบรวมพลังทุกอย่างไว้ภายในเพื่อก้าวขาไปยังหลุมศพของเขา
“เ้าอย่าได้ทำสิ่งไร้ประโยชน์เลย หากข้ารอด ก็ยังไม่แน่ว่าวันไหนจะจากไปกะทันหัน คนผู้นั้นให้โอกาสข้าแค่ 7 วัน เขาต้องมาเอาชีวิตข้าเองเป็แน่!”
“แต่ว่าท่านพี่! เขาเป็ใคร? ทำไมถึงจะเก่งกาจกว่าท่าน ข้าไม่เชื่อว่าเราจะฝืนลิขิตนี้ไม่ได้!”
“เอาเป็ว่าปล่อยให้มันเป็ไป ข้าไม่อยากฝืนชะตาแล้ว ข้าได้ทำทุกสิ่งที่ข้าตั้งใจไว้แล้ว ข้าควรจากไปสักที เขาให้เงินทองมาแลกเปลี่ยนเพื่ออนาคตของพวกเ้าแลกกับิญญาข้าเพื่อให้ข้าหมดห่วง เ้าอย่าฝืนอีกเลย”
ซินกวงไม่อยากดื้อดึงอีก เขารู้ว่าวันนั้นมันคือเื่จริง สิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้นกับเขา มันไม่ธรรมดาแน่ๆ หากเขายังฝืนต่อไปไม่รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ภรรยาและลูกเขาจะยังได้รับของแลกเปลี่ยนนั้นหรือไม่ หากคนผู้นั้นเปลี่ยนใจ
อยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังขึ้นกึกก้องไปทั่วบริเวณที่เขาและภรรยาอยู่ตอนนี้
ฉู่ลี่เองก็ได้ยินเสียงนั้นชัดเจน นางใจนโคมไฟร่วงลงจากมือ ก่อนจะรีบไปเก็บมาวางไว้ใกล้ๆ ตัว และมองไปรอบๆ แต่กลับไม่พบเห็นใครเลย
“เ้าคิดถูกแล้วที่ไม่ฝืนชะตาครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะพรากทั้งเ้าและภรรยาเ้าไปจากบุตรสาวของพวกเ้าเป็แน่!”
“ท่านเป็ใคร? เหตุใดต้องมาทำลายครอบครัวพวกข้า! พวกข้าไปทำอะไรให้ท่านทำไมจึงต้องมาพรากสามีข้าไป”
ฉู่ลี่อดกลั้นไม่ไหว ต่อให้เขายิ่งใหญ่มาจากไหนนางก็จะต่อว่าเขา น้ำตาของนางไหลเป็ทางเพราะอดทนไม่ไหวอีกต่อไป นางอยากใช้ความสามารถทั้งหมดทำให้สามีนางรอด แต่เขากลับไม่ยินยอมต่อสู้ไปกับนาง เพราะเกรงกลัวสิ่งใดกัน คนผู้นี้คือใครกัน!?
ข้ากำหนดลมหายใจของทุกผู้คนได้ก็แล้วกัน ข้าสามารถพรากิญญาของเ้าและสามีไปได้แม้จะไม่ถึงเวลาก็ตาม แต่สามีเ้าสมควรจากไปนานแล้วแต่เขาไม่ยอมจากไป ข้าจึงต้องมารับด้วยตนเอง จนลงหลุมไปซะ!
อยู่ดีเหมือนมีแรงบางอย่างยกตัวซินกวงขึ้นแล้วนำเขาไปยังโลงศพก่อนปิดฝาโลงทับลงไปแ่า
ฉู่ลี่ที่เห็นภาพสามีนางถูกนำไปนอนในโลงต่อหน้าต่อตากลับใและทำอะไรไม่ถูก เหตุใดมันรวดเร็วเช่นนี้ แม้รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะลงไปนอนในโลงเองอยู่แล้ว แต่พอถูกผู้อื่นมาจัดการเช่นนี้นางเหมือนถูกบังคับจิตใจกะทันหันเกินไป ทั้งเขายังพูดคุยกับนางดีๆ อยู่เลย ทำไมต้องรีบนำเขาไปฝังด้วย
“นี่ท่านทำเกินไปแล้วนะ เขายังไม่ตาย! เหตุใดรีบนำไปฝัง! ข้ายังมีเวลาอยู่กับเขาอยู่นะ ท่านมาเร่งรัดเช่นนี้ได้อย่างไร! ช่างเลวทรามนักที่มาพรากชีวิตผู้อื่นง่ายๆ เช่นนี้!”
ซินกวงได้ยินเสียงภรรยากรีดร้องก่นด่าผู้อื่น แต่เขาไร้เรี่ยวแรงจะทำสิ่งใดแล้ว ลมหายใจของเขาเริ่มแ่ลงเรื่อยๆ ดวงตาแทบลืมไม่ขึ้น อาการเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจนี้อีก ช่างทรมานนัก! เขากำลังจะตายเช่นนั้นหรือ! คนผู้นั้นคงกลัวว่าเขาจะไม่อาจมายังหลุมศพนี้ได้เองจึงนำพาเขาลงมาสินะ ฉู่ลี่นางช่างอารมณ์ร้ายนัก กลับมองว่านี่เป็ความประสงค์ร้าย เขาจะจากไปแล้วไม่อยากให้ฉู่ลี่พลั้งปากจนตนเองต้องพลอยเดือดร้อนเลย เขาพยายามรวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายก่อนเปล่งเสียงดังออกมาจากในโลงทั้งที่ตายังปิดอยู่ เพื่อให้นางสงบจิตใจ
“ฉู่ลี่เงียบได้แล้ว!! ข้าเหลือเรี่ยวแรงเพียงบอกกล่าวครั้งสุดท้ายแล้ว เขาพาข้ามายังโลงนี้เพื่อให้เ้าไม่ต้องลำบาก ตอนนี้ข้าไร้เรี่ยวแรงใดๆ และใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว เ้าอย่าโทษผู้ใด นี่คือเรี่ยวแรงสุดท้ายที่ข้าทำได้เพื่อจะบอกเ้า จงมีสติ ดูแลลูกให้ดี เื่อื่นปล่อยไปตามโชคชะตาเถอะ ข้ารักเ้านะ!”
สิ้นเสียงเขาทุกอย่างเงียบกริบ ไม่มีเสียงใดๆ พูดคุยกับฉู่ลี่อีก ไม่มีใครตอบโต้นางกลับมาเลย นางทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ามือปิดหน้าร่ำไห้แทบจะขาดใจอยู่ลำพัง...