# ตอนที่ 1 : ก่อนวันแต่งงาน 90 วัน
เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงแ่เบาเคล้าคลออยู่ภายในห้องรับรองสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ทว่าท่วงทำนองที่แสนจะนุ่มนวลและโรแมนติกนั้น กลับไม่ได้ช่วยให้หัวใจของ 'รินลดา' รู้สึกผ่อนคลายลงได้เลยแม้แต่น้อย
หญิงสาววัย 27 ปี ในชุดเดรสทำงานสีครีมเข้ารูปขับเน้นเรือนร่างสูงโปร่งสมส่วน นั่งกอดอกมองนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูเป็รอบที่สิบ เข็มสั้นชี้เลยเลขหกและกำลังจะแตะเลขเจ็ดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
เธอนั่งรออยู่ที่นี่มานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว...
บนโต๊ะกระจกตรงหน้ามีสมุดแคตตาล็อกสถานที่จัดเลี้ยง ดอกไม้ประดับงานแต่ง และตัวอย่างการ์ดแต่งงานดีไซน์หรูหราวางเรียงรายอยู่อย่างเป็ระเบียบ พนักงานฝ่ายประสานงานการแต่งงานสองคนนั่งส่งยิ้มเจื่อนๆ พลางคอยรินน้ำชาดอกคาโมมายล์เติมให้อย่างเกรงใจ
“คุณรินลดาคะ... ทางคุณคณินแจ้งว่าจะมาถึงประมาณกี่โมงหรือคะ พอดีหลังจากหนึ่งทุ่ม ทางเราจะมีคิวบรีฟสถานที่กับคู่ถัดไปน่ะค่ะ”
คำถามที่สุภาพและเต็มไปด้วยความลำบากใจของพนักงานสาวทำให้รินลดาต้องเม้มริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อเข้าหากันแน่น เธอรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาด้วยความอับอายและผิดหวัง
นี่เป็ครั้งที่สามแล้วในรอบเดือนนี้... ที่ 'คณิน' คู่หมั้นหนุ่มวัย 25 ปีของเธอ ผิดนัดเื่การเตรียมงานแต่งงาน
“รินขอโทษด้วยนะคะ รินจะลองโทรตามเขาอีกรอบค่ะ”
รินลดากล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์สุดความสามารถ มือเรียวสวยหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดโทรออกหาเบอร์ที่คุ้นเคย สัญญาณดังอยู่หลายครั้งก่อนที่ปลายสายจะกดรับด้วยเสียงหอบเหนื่อยและร้อนรน
(ริน... ผมขอโทษจริงๆ พอดีผมติดประชุมด่วนกับบอร์ดบริหารเื่ที่ดินโครงการใหม่ ตอนนี้ยังออกจากห้องประชุมไม่ได้เลย)
เสียงของคณินดังแทรกเสียงเอกสารและเสียงฝีเท้าที่ดูวุ่นวาย แต่สิ่งที่รินลดาจับได้จากน้ำเสียงของคู่หมั้นหนุ่มรุ่นน้องคือความรีบร้อนและรำคาญใจที่ซ่อนอยู่
“คณินคะ... นี่มันครั้งที่สามแล้วนะ วันนี้เราต้องเคาะแบบห้องบอลรูมกับเมนูอาหารจัดเลี้ยง ถ้าเลื่อนวันนี้ เราจะจองคิวโรงแรมสำหรับวันแต่งงานไม่ทันนะ” รินลดาพยายามอธิบายด้วยเหตุผล เธออายุ 27 ปี โตกว่าเขา 2 ปี และเป็ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่ต้องคุมโครงการมูลค่าหลายร้อยล้าน เธอจึงคุ้นชินกับการทำงานที่มีกำหนดการชัดเจน
(โธ่ ริน! คุณก็รู้ว่าบริษัทผมกำลังเร่งปิดดีลใหญ่ ถ้าผมพลาดดีลนี้ไป โครงการ River Crown ที่เราจะทำร่วมกันมันจะเดินหน้าต่อได้ยังไง คุณตัดสินใจเลือกไปคนเดียวเลยไม่ได้เหรอ รสนิยมคุณดีอยู่แล้วนี่ ผมตามใจคุณทุกอย่างแหละ!)
คำพูดที่ดูเหมือนตามใจแต่แท้จริงแล้วคือการปัดความรับผิดชอบทำให้หัวใจของรินลดาชาวูบ
“นี่มันงานแต่งของเราสองคนนะคะคณิน ไม่ใช่แค่เื่ของรินคนเดียว ถ้าคุณไม่ให้ความสำคัญกับมันเลย...”
(ริน อย่าเพิ่งมางี่เง่าตอนนี้ได้ไหม! ผมเครียดเื่เงินบริษัทจะตายอยู่แล้ว แค่นี้นะ ผมต้องเข้าประชุมต่อ!)
*ติ๊ด!*
สัญญาณถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่เสียดแทงลึกเข้าไปในใจของรินลดา
หญิงสาวค่อยๆ ลดโทรศัพท์ลง วางมันลงบนโต๊ะข้างแคตตาล็อกงานแต่งงาน สายตาของพนักงานที่มองมาด้วยความเห็นใจยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
รินลดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามแบบฉบับนักธุรกิจสาวมืออาชีพ เธอยกมือขึ้นเซ็นชื่อในเอกสารเลื่อนนัด
“รินต้องขอโทษทางโรงแรมด้วยจริงๆ นะคะ วันนี้คงต้องรบกวนเลื่อนไปก่อน แล้วรินจะประสานงานกลับมาใหม่ค่ะ”
“ไม่เป็ไรเลยค่ะคุณรินลดา ทางเราเข้าใจดีค่ะ”
แม้พนักงานจะตอบอย่างสุภาพ แต่รินลดาก็ตระหนักดีว่า 'การแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 90 วัน' กำลังเริ่มต้นด้วยสัญญาณเตือนภัยที่อันตรายที่สุด
---
เวลา 20.30 น.
รินลดาขับรถยนต์ยุโรปคันหรูฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาในค่ำคืนวันศุกร์มาจนถึงคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ริมแม่น้ำเ้าพระยา ซึ่งเป็คอนโดส่วนตัวของคณิน
เธอยังไม่กลับบ้านของตัวเอง เพราะลึกๆ ในใจยัง้าคำอธิบาย และหวังว่าจะได้ปรับความเข้าใจกับชายหนุ่มที่เธอคบหาดูใจมานานกว่า 4 ปี
คีย์การ์ดสำรองที่เธอถืออยู่แตะปลดล็อกประตูห้องชุดเพนต์เฮาส์ของคณินอย่างคุ้นเคย ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากห้องน้ำที่ส่องลอดออกมา พร้อมกับเสียงน้ำจากฝักบัวที่กำลังไหลริน
รินลดาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างน้อยเขาก็กลับมาถึงห้องแล้ว
หญิงสาววางกระเป๋าถือลงบนเคาน์เตอร์ครัว ตั้งใจจะเดินไปหยิบน้ำเย็นมาดื่มเพื่อดับความร้อนรุ่มในอก แต่ทว่า สายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับสมาร์ตโฟนของคณินที่วางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะกาแฟหน้าโซฟา
*ครืด... ครืด...*
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นพร้อมกับแรงสั่นเตือน มีข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสนทนาเด้งขึ้นมาสองข้อความติดต่อกัน
รินลดาไม่เคยมีความคิดที่จะละลาบละล้วงความเป็ส่วนตัวของคนรักตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่ในค่ำคืนที่ความระแวงก่อตัวเป็พายุ ข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอล็อกกลับดึงดูดสายตาของเธออย่างไม่อาจห้ามได้
*‘[มิลิน] : คณินคะ เงินงวดแรก 50 ล้านต้องเข้าบัญชีภายในวันศุกร์หน้านะคะ ไม่งั้นเอกสารชุดนี้จะถูกส่งตรงถึงมือคุณธีรัชทันที’*
*‘[มิลิน] : ถ้านายใหญ่รู้ว่าคุณเอาเงินหมุนมาลงที่ River Crown เื่ไม่จบแค่โดนปลดแน่ รีบจัดการที่ดินของรินลดาให้เสร็จนะคะ’*
ดวงตาคู่สวยของรินลดาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง!
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับจะทะลุออกมานอกอก มิลิน... ผู้หญิงคนนี้คือใคร? แล้วทำไมถึงมีชื่อของ 'คุณธีรัช' ผู้เป็พ่อของคณินที่ไปอยู่ต่างประเทศนานหลายปีเข้ามาเกี่ยวข้อง?
ที่สำคัญที่สุดคือ... ข้อความที่ระบุว่า *'รีบจัดการที่ดินของรินลดา'* มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?!
ที่ดินผืนงามริมแม่น้ำมูลค่ามหาศาลซึ่งเป็มรดกตกทอดของตระกูลวัฒนากูลที่พ่อของเธอเตรียมจะยกให้เป็ของขวัญวันแต่งงาน... คณินกำลังคิดจะทำอะไรกับมันลับหลังเธอกันแน่!
*แกร๊ก...*
เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น คณินเดินออกมาในสภาพที่มีผ้าขนหนูพันรอบเอว หยดน้ำเกาะตามเรือนผมสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูสดใสกลับดูซีดเซียวและแฝงไปด้วยความเครียดสะสม
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นรินลดายืนอยู่หน้าโต๊ะกาแฟ คณินก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็ยิ้มแย้ม
“อ้าว... ริน มาั้แ่เมื่อไหร่ครับ ทำไมไม่โทรบอกผมก่อน”
รินลดายืนนิ่ง ดวงตาคมสวยจ้องมองคู่หมั้นหนุ่มนิ่งสนิท มือเรียวชี้ไปที่โทรศัพท์บนโต๊ะ
“มิลินคือใครคะคณิน”
คำถามสั้นๆ แต่เฉียบขาดทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคณินเลือนหายไปในพริบตา แววตาของเขาไหววูบด้วยความใ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความตระหนกและไม่พอใจอย่างรวดเร็ว
“คุณแอบดูโทรศัพท์ผมเหรอริน!” คณินก้าวเข้ามาคว้าโทรศัพท์ไปถือไว้ทันที
“รินไม่ได้ตั้งใจจะแอบดู แต่มันเด้งขึ้นมาเอง... ผู้หญิงคนนั้นบอกให้คุณจัดการเื่ที่ดินของริน และขู่ว่าจะส่งเื่ให้พ่อของคุณ... นี่มันเื่อะไรกันคะคณิน คุณปิดบังอะไรฉันอยู่!”
น้ำเสียงของรินลดาเริ่มสั่นเครือด้วยความเ็ป เธอไม่ได้โง่ ข้อมูลในข้อความนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าบริษัทของเขากำลังมีปัญหาทางการเงินขั้นวิกฤต และการแต่งงานครั้งนี้อาจมีความลับดำมืดซ่อนอยู่เื้ั
“มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ! มิลินเป็แค่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ช่วยประสานงานเื่เงินกู้โครงการ!” คณินขึ้นเสียงอย่างร้อนรนเพื่อกลบเกลื่อนความผิด “ผมบอกแล้วไงว่าผมเครียดเื่งาน คุณจะมาจับผิดอะไรผมนักหนา!”
“จับผิดเหรอคะ? การที่คู่หมั้นกำลังจะเอาที่ดินของครอบครัวรินไปทำอะไรลับหลังโดยไม่บอกรินสักคำ นี่รินเรียกว่าจับผิดเหรอ!” รินลดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอ “ตลอดเวลาที่ผ่านมา คณินเคยจริงใจกับรินบ้างไหม หรือที่คุณเร่งรัดอยากแต่งงานเร็วๆ... มันเป็เพราะที่ดินผืนนี้กันแน่!”
คำพูดที่แทงใจดำอย่างจังทำให้คณินสติขาดผึง หนุ่มวัย 25 ปีที่ไม่เคยถูกขัดใจและกำลังแบกรับความกดดันมหาศาละเิอารมณ์ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ใช่! ถ้าไม่มีที่ดินของคุณ โครงการมันก็เดินต่อไม่ได้! แล้วมันผิดตรงไหนในเมื่อเรากำลังจะแต่งงานกัน ทรัพย์สินของคุณก็คืออนาคตของเราสองคน!” คณินก้าวเข้ามาชี้หน้ารินลดา ดวงตาแดงก่ำ “คุณเลิกทำตัวเป็ผู้หญิงขี้ระแวงได้แล้วริน ถ้าระแวงกันขนาดนี้ ไม่ไว้ใจกันขนาดนี้... เราจะยังแต่งงานกันไปทำไม!!”
*เพล้ง!*
เหมือนมีแก้วใบใหญ่ตกลงมาแตกละเอียดอยู่กลางหัวใจของรินลดา
คำว่า *'เราจะยังแต่งงานกันไปทำไม'* ดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า สี่ปีที่เธอทุ่มเทความรัก สี่ปีที่เธอคอยดูแลเอาใจใส่และประนีประนอมให้เขาทุกอย่างเพราะเห็นว่าเขาอายุน้อยกว่า... บัดนี้มันไร้ความหมายลงในพริบตาเดียว
รินลดายืนนิ่ง น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้มเนียน เธอไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้โวยวาย แต่แววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็ความเ็าและว่างเปล่า
มือขวาของเธอยกขึ้นจับที่นิ้วนางข้างซ้าย... ค่อยๆ รูด **แหวนหมั้นเพชรน้ำงาม** ออกมาจากนิ้วช้าๆ
*กริ๊ก...*
รินลดาวางแหวนหมั้นวงนั้นลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าคณิน
“รินคืนให้ค่ะ... จนกว่าคณินจะหาคำตอบได้ว่า คุณอยากแต่งงานกับรินเพราะรักริน หรือเพราะ้าที่ดินของครอบครัวรินกันแน่”
“ริน! คุณจะทำบ้าอะไร!” คณินเบิกตากว้าง ใกับการกระทำของเธอ
รินลดาไม่ตอบ เธอหันหลัง คว้ากระเป๋าถือแล้วเดินก้าวออกจากห้องไปทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเสียงะโเรียกของคณินที่ดังไล่หลังมา
---
เวลา 22.15 น.
สายฝนยามค่ำคืนยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง ท้องฟ้าริมแม่น้ำเ้าพระยามืดมิดสนิท แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าสะท้อนลงบนผิวน้ำที่ไหวกระเพื่อมเป็ระลอกคลื่น
รินลดาพาตัวเองมาอยู่ที่โรงแรมหรู River Grand Hotel ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำไม่ไกลจากไซต์โครงการ River Crown เธอเปิดห้องพักไว้ชั่วคราวเพราะไม่อยากกลับบ้านในสภาพที่จิตใจพังทลายจนพ่อต้องเป็ห่วง
แต่แทนที่จะขึ้นไปนอนพักบนห้อง หญิงสาวกลับพาตัวเองลงมานั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์หรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม
บรรยากาศภายในบาร์สลัวราง มีเสียงดนตรีแจ๊สจังหวะบลูส์บรรเลงคลอเบาๆ กลิ่นไอฝนผสมผสานกับกลิ่นไม้หอมและเหล้าชั้นดี รินลดานั่งอยู่บนเก้าอี้บาร์ตัวสูง มือเรียวสวยหมุนแก้วโอลด์แฟชั่นที่มีน้ำสีอำพันของซิงเกิลมอลต์วิสกี้ชั้นเลิศอย่างเหม่อลอย
เธอจิบวิสกี้เพียวๆ ลงคอไปแก้วแล้วแก้วเล่า ความร้อนผ่าวของแอลกอฮอล์แล่นพล่านไปทั่วลำคอและแผ่ซ่านไปยังหน้าอก แต่มันกลับไม่อาจเทียบได้กับความเ็ปที่แผดเผาอยู่ในใจ
นิ้วนางข้างซ้ายที่บัดนี้ว่างเปล่ายังคงมีรอยกดทับรูปวงแหวนสีจางๆ ประทับอยู่... ร่องรอยของความผูกพัน 4 ปีที่กลายเป็เพียงสิ่งหลอกลวง
“วิสกี้เพียวๆ สำหรับผู้หญิงสวยที่มานั่งคนเดียวตอนสี่ทุ่ม... ดูเหมือนค่ำคืนนี้จะไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่นะครับ”
เสียงทุ้มต่ำ นุ่มลึก และแฝงไปด้วยพลังอำนาจบางอย่างดังขึ้นจากเก้าอี้บาร์ตัวข้างๆ
รินลดาค่อยๆ หันใบหน้าเนียนละเอียดที่เริ่มแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ไปมอง...
ชายหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี กำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้บาร์ข้างเธอ เขาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีเทาเข้มปลดกระดุมคอสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอแกร่งและแผงอกล่ำสัน รูปร่างของเขาสูงใหญ่ ไหล่กว้างผึ่งผาย แม้จะมีริ้วรอยแห่งวัยตามกาลเวลาอยู่บ้าง แต่มันกลับยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าคมเข้มที่มีหนวดเคราจางๆ ตัดแต่งอย่างประณีตนั้นดูสุขุม ดิบเถื่อน และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของชายวัยผู้ใหญ่อย่างร้ายกาจ
กลิ่นน้ำหอมไม้โอ๊คผสมไอควันยาสูบอ่อนๆ ลอยมาจากกายเขา มันเป็กลิ่นที่สุขุม หนักแน่น และทำให้หัวใจของผู้หญิงทุกคนที่ได้กลิ่นต้องสั่นไหว
ั์ตาสีดำสนิทดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจับจ้องมองมาที่รินลดาอย่างพินิจพิเคราะห์
“คุณกำลังเข้ามาชวนฉันคุยเหรอคะ” รินลดาถามด้วยน้ำเสียงหวานปนเ็า ฤทธิ์วิสกี้ทำให้เธอเริ่มกล้าพูดมากกว่าปกติ
“เปล่าครับ... ผมแค่ไม่อยากเห็นเครื่องดื่มดีๆ ถูกดื่มเพื่อดับความทุกข์” ชายหนุ่มใหญ่ยกแก้วบรั่นดีในมือขึ้นแตะแก้ววิสกี้ของเธอเบาๆ *กริ๊ง...* “ผมชื่อ... ช่างเถอะ คืนนี้เราไม่จำเป็ต้องรู้ชื่อกันหรอก จริงไหม?”
รอยยิ้มมุมปากที่ดูอบอุ่นแต่ซ่อนความอันตรายของผู้ชายตรงหน้าทำให้รินลดาเผลอสบตาเขานิ่ง
“นั่นสิคะ... ไม่ต้องถามอดีต ไม่ต้องถามอนาคต แค่ดื่มเป็เพื่อนกันก็พอ” รินลดาแค่นยิ้มบางๆ ยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง
ตลอดหนึ่งชั่วโมงถัดมา บทสนทนาระหว่างคนแปลกหน้าสองคนกลับไหลลื่นอย่างน่าประหลาด ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนคณิน... เขาไม่พยายามโอ้อวด ไม่พยายามตัดสินใจแทนเธอ แต่เขากลับเป็ผู้ฟังที่ดี คอยรับฟังเื่ราวชีวิตทั่วไปที่รินลดาเล่าออกมาอย่างสุขุม ทุกคำพูดและสายตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจและให้เกียรติ จนรินลดารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยััมาก่อน
ความใกล้ชิดและแรงดึงดูดระหว่างชายวัย 46 กับหญิงสาววัย 27 ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ
จนกระทั่ง... สายตาคมกริบของชายหนุ่มใหญ่เหลือบมองลงไปที่มือเรียวสวยของรินลดาที่กำลังวางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์
เขาจ้องมองรอยกดทับรูปวงแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธออยู่นาน ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่สวยที่หวานเชื่อมด้วยความเมา
ชายหนุ่มใหญ่โน้มใบหน้าคมเข้มเข้ามาใกล้ กลิ่นไม้โอ๊คและยาสูบลอยกรุ่นประชิด รอยยิ้มลึกล้ำปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว:
“กำลังหนีเ้าบ่าวอยู่หรือครับ?”