“ไม่ได้” ไฉต๋าตงประกาศก้องเมื่อข้าเลือกชุดสีแดงสวย เป็ชุดที่ข้าเย็บปักด้วยมือของตนเองแต่เขากลับไม่ยอมให้ข้าได้สวมใส่มัน
“เพราะเหตุใดชุดนี้เรียบร้อยสุดแล้วนะเ้าคะ” ข้าบ่นงึมงำ พลางโยนชุดลงบนตั่งเตียง
“มันเน้นรูปร่างของมากเกินไปชุดนี้ไว้เ้าใส่ให้ข้าเชยชมพอ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“ใส่ให้ท่านเชยชมไม่จำเป็หรอกให้ข้าเปลือยเปล่ายังดีเสียกว่า” ข้ากล่าวพลางระบายยิ้มหวานแต่ไฉต๋าตงกับใบหน้าขึ้นสี ก่อนหันออกไปยังอีกทาง
“มีอาหลันอยู่ด้วยนะเ้าเกรงใจนางหน่อย” เขาเอ่ยเสียงสั่น ยิ่งสร้างเสียงหัวเราะให้แก่ข้า
อันที่จริงเขาไม่ได้มีปัญหาอันใดกับชุดข้าหรอกเพียงแต่เขาแค่อยากให้ข้าได้สวมชุดที่ทำจากผ้าชั้นดีเท่านั้นเป็ข้าเองที่ไม่ยินยอม เขาถึงได้หาเื่จัดการทิ้งเสื้อผ้าของข้าแต่พอได้เห็นอาการหึงหวงของเขาแล้ว ยิ่งทำให้ภายในใจข้าเต้นระรัวไปหมด
“แม่นาง เอ่อ ท่านพี่”อาหลันส่งเสียงเรียกเบา ๆ ข้าจึงเลิกกลั่นแกล้งต๋าตงแล้วหันไปมองนาง“ท่านลืมเื่ถุงหอมแล้วหรือ”
อ้อ!จริงสิ!
“ต๋าตง~” ข้ารับถุงหอมจากอาหลัน พลางเดินนวยนายไปทางชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียว
“มีอันใดหรือเ้าอยากได้สิ่งใดให้บอกข้า ข้าจะรีบไปหามาให้เ้า” เขาเอ่ยด้วยสายตาแวววาวยิ่งทำให้ข้านึกเอ็นดูนัก
“สิ่งนี้ข้าปักให้แก่ท่าน”ข้าเอ่ยพลางยื่นถุงหอมสีชาดไปทางเขาไฉต๋าตงรับมาถือไว้พลางมองยังถุงหอมนั้นด้วยั์ตาเปล่งประกาย“แทนคำคิดถึงที่ข้ามีต่อท่านตลอดมา”
“หึ ๆ”ต๋าตงหัวเราะในลำคอ พลางระบายยิ้มอ่อนโยน แล้วประทับจูบยังหน้าผากมน“แค่ปิ่นปักผมกับปอยผมเ้าแค่นั้น ก็สามารถสร้างแรงใจให้ข้าเอาชนะศัตรูได้แล้วขอบคุณเ้ามากเลยนะ”
ข้าระบายยิ้มอ่อนหวานเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อมอบจุมพิตแก่เขา เราทั้งคู่ผสานรอยจูบเป็หนึ่งเดียวในตอนที่ข้าผละใบหน้าอย่างอ้อยอิ่ง อาหลันน้อยของข้าก็วิ่งหายไปเสียแล้ว
“เด็กไม่อยู่แล้ว”ข้ากระซิบเสียงเส่า ยิ่งทำให้ดวงใจอีกฝ่ายเต้นแรง
“เ้าช่างไม่รู้จักอิ่มเลย”เขาเอ่ยพลางบีบปลายจมูกข้าเบา ๆ “เรียกข้าว่าฟูจวินเสียก่อนเถอะ แล้วข้าถึงจะยอม”
“ฟูจวิน~” ข้าเอ่ยเสียงหวาน พลางเขย่งปลายเท้าขึ้นอีกครั้ง “ฟูจวินข้ารักท่าน”
“เ้านี่...”เขาพึมพำเบา ๆก่อนรวบเอวข้าเข้าหา “ยังไม่ได้ร่วมพิธีถวายน้ำชา คำนับฟ้าดินเ้าเรียกข้าว่าฟูจวินแล้วหรือ”
“ก่อนหน้านี้ท่านยังชื่นชอบอยู่เลย”ข้าแลบลิ้นใส่อีกฝ่าย และจัดการปิดปากเขาอย่างรวดเร็ว
แม้มีสายลมพัดผ่านเข้ามาในห้องหรือแสงดวงตะวันสาดส่องจนร้อนแรงแต่มันกลับไม่อาจหยุดยั้งความรักของข้าที่มีต่อเขาได้ เราแลกจูบกันอย่างดูดดึงพลางช่วยกันปลดเปลื้องพันธนาการระหว่างสองเรา
เมื่อยามที่ร่างกายของเราเปลือยเปล่าไฉต๋าตงอุ้มข้าไปนอนยังบนตั่งเตียงภายในดวงตาสีหมึกของเขามีข้าที่แสนงดงามอยู่ภายใน เขาค่อยๆเลื่อนใบหน้าจุมพิตข้าอีกครา และลากไล้ริมฝีปากมายังทรวงอก
เต้าข้างหนึ่งถูกเขาดูดดึงส่วนอีกข้างมีมือหนานวดเคล้าคลึงให้ ข้าส่งเสียงหวานกระเส่าพลางโอบรัดรอบคออีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้ ริมฝีปากเขาประทับทั่วเรือนร่างของข้าไล่จนมาถึงเนินสาว ไฉต๋าตงแยกขาทั้งสองของข้าออกอย่างเบามือแล้วประทับจูบลงบนกลีบบุปผาสีสวย
“เ้างดงามมากเป็จริงดั่งเ้าว่า หากเ้าแต่งกายเพื่อโอ้อวดข้าต่อให้ร่างกายเปลือยเปล่าอย่างไร เ้าก็ยังคงงดงาม” เขาเอ่ยเสียงหวานและใช้ใบลิ้นร้อนเลีย
เบา ๆ
“อ๊า! ไฉต๋าตง~”
“เรียกข้าว่าฟูจวินได้หรือไม่”เขาเอ่ย ก่อนฝากรอยรักลงบนกลีบดอกไม้อีกครั้ง
“ฟะฟูจวินข้าเสียวเหลือเกิน อ๊ะ!อ๊า!” ข้าบิดสะโพกหลีกหนีอย่างลืมตัวแต่เขายังคงรั้งข้าไว้แล้วบดขยี้กลีบดอกไม้อย่างไร้ปรานี
จนเมื่อหยาดน้ำหวานเริ่มรินไหลข้าได้ยินเสียงพึงพอใจจากอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจัดการถูแก่นเนื้อให้อาบน้ำหวานนั่นปลายแก่นเนื้อที่ััตรงทางเข้า ยิ่งทำให้ข้าเสียวสะท้านเขาถูดุนแก่นกายอีกครั้งและค่อย ๆสอดมันเข้าไป
“เหม่ยหลิน”เขาพึมพำเบา ๆแล้วค่อย ๆขยับสะโพกสอบ
ข้าครวญครางพลางเผลออ้าขาอย่างลืมตัวเขาดันขาข้าให้กว้างขึ้นแล้วขยับสะโพกอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเขาขยับแรงขึ้นภายในกายข้ามันเสียวซ่านไปหมด ข้าออกแรงขึ้นมานั่งบนตักเขาจนตอนนี้ที่ได้อยู่เหนืออีกฝ่าย ยิ่งทำให้แก่นกายมันเข้าลึกมากกว่าเดิม
“เ้าชอบหรือไม่”เขากระซิบข้างใบหู พร้อมออกแรงขยับอีกครั้งสวนทางกับข้าข้าทำได้เพียงกัดปากแล้วพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ถ้าเ้าไม่ตอบข้าจะเปลี่ยนท่าแล้วนะ”
เขาไม่ได้รอคำตอบเลยแม้แต่น้อยสุดท้ายเขาดันข้าให้ลงไปนอนอีกครั้ง ในครานี้เขานอนตะแคงข้างระหว่างสองขาแล้วสอดแก่นกายเข้าไปอีกครั้ง ข้าเผลอรัดรอบตัวอีกฝ่ายอย่างลืมตัวแต่มันกลับยิ่งทำให้ภายในคับแน่น
ข้ารับรู้ได้ถึงเสียงคำรามของเขาและััจากภายในที่มันชัดเจนขึ้น ยิ่งเมื่อเขาขยับสะโพกเข้าหาข้าแทบอยากเป็คนนำเองเสียให้ได้ หากข้าขยับเองยังพอควบคุมไม่ให้เสียวจนแทบขาดสติแต่พอเป็เขาที่นำข้า กลายเป็ว่าภายในสมองข้ามันว่างเปล่าไปหมด
ภายในหัวข้าคิดเพียงแค่อยากสำเร็จความใคร่นี้โดยไวทำเพียงแอ่นสะโพกรับแรงกระแทกจากอีกฝ่าย จนเมื่อแก่นกายเขาเริ่มพองโตเราทั้งคู่จูบกันอีกครั้ง ไฉต๋าตงบีบสะโพกข้าพร้อม ๆกับดันแก่นเนื้อเข้าจนสุด
น้ำรักถูกเติมเต็มภายในร่างกายข้าอีกคราเป็อีกครั้งที่ลมหายใจอันหนักหน่วงนี้เกิดขึ้นกับเราทั้งสอง เขาขยับเบา ๆอีกครั้งพลางใช้นิ้วมือบดขยี้ตุ่มไต จนในที่สุดข้าที่อดทนไม่ไหวน้ำหวานถูกชโลมแก่นกายอีกครา
เราจูบกันอีกครั้งภายในใจข้านั้นอยากถูกเติมเต็มจากอีกฝ่ายอีก แต่หากใช้เวลามากไปกว่านี้เกรงว่าคงได้จัดงานต้อนรับทายาทก่อนงานแต่งข้าเป็แน่
“ฮูหยินข้าช่างร้อนแรงนัก”เขาเอ่ยพลางส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ
“ส่วนท่านก็เก่งกาจเกินกว่าเป็หนุ่มไม่รู้ประสีประสา”ข้าบ่นอุบเบา ๆยิ่งเรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่าย
“นั่นข้าหลอกเ้าหรอกเหม่ยหลินยอดรัก”เขาประทับรอยจูบลงบนพวงแก้ม “ข้าศึกษาจนเชี่ยวชาญเพื่อมอบความสุขให้แก่เ้าทุกคืนวันแต่ข้าเห็นเ้าปั้นหน้าเบื่อหน่าย ข้าเลยเกรงว่ามันเป็การฝืนเ้าเกินไป”
“นั่นเพราะท่านไม่ยอมหลับนอนกับข้าเสียที”ข้าตำหนิเขา ก่อนที่เขาจุมพิตข้าอีกครั้ง
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะสอนเ้าทุกกระบวนท่าแทนดีหรือไม่”เขายักคิ้วเล็กน้อย ยิ่งทำให้ข้ารู้สึกหมั่นไส้นัก
“ถ้าท่านยั่วยวนไม่เก่งเท่าข้าอย่าหวังเลยว่าข้าจะให้ท่านเป็...”
เขาปิดปากข้าอีกครั้งและครานี้ที่ฝ่ามือเขาเริ่มเคลื่อนไหวข้าเข้าใจได้ทันทีว่าไฉต๋าตงเองก็ยัง้า่เวลาแห่งความสุขข้าหลับตาพริ้มถึงภาพในจินตนาการ ก่อนหน้านั้นช่างดูเลือนรางคล้ายความฝันแต่ในยามนี้ข้ากลับรู้สึกว่ามันกำลังกลายเป็ความจริง
“ข้ารักท่านมานาน”
“ข้ารักเ้าั้แ่แรกเห็น”
เราทั้งคู่หัวเราะกันอีกครั้ง พวกเราสลับกันมอบรสจูบและััอันอ่อนนุ่มท้ายที่สุดแล้วคงเป็ลิขิต์ให้เราได้มาพบกัน
ไฉต๋าตงเอ่ยวาจา
รักนี้มีเพียงผู้เดียว
รักนี้ตราบจนชั่วนิรันดร์
มอบให้แก่หญิงคนรัก
เฟยเหม่ยหลิน
จบบริบูรณ์